อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค.59

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค.59

ฝ่ายดนัยเทพยังติดใจเรื่องดาราวรรณ หยิบโน้ตบุ๊กพิมพ์ชื่อ ดาราวรรณ เอกมณี ค้นหาในกูเกิล ดนุภพชะโงกดูเอะใจว่าชื่อเหมือนน้าของกันยิกา ยิ่งได้เห็นรูปก็ยิ่งใช่

“ผู้หญิงคนนี้แหละที่แย่งหนังสืออัญมณีทั้ง 5 ไปจากฉัน”

“คุณน้าของกันยิกาเนี่ยนะ!! โลกกลมไปรึเปล่าเนี่ย???” ดนุภพทั้งดีใจทั้งงง

ที่บ้านกันยิกา...ดาราวรรณอาบน้ำเสร็จออกมาก็จามหลายครั้งจนกันยิกาถามว่าไม่สบายหรือเปล่า

“มีคนคิดถึงมากกว่า วันนี้นะ มีหนุ่มมาก้อร่อก้อติกน้าด้วย” ดาราวรรณเล่ายิ้มเคลิ้ม บ่นเสียดายที่ตนกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่พอดี เดินไปหยิบหนังสืออัญมณีให้กันยิกาดู “นี่ไงกุญแจไขปริศนาว่าอัญมณีเม็ดที่สาม ที่ทำให้รอดพ้นจากการเกิดแก่เจ็บตายคืออะไร”



กันยิกาดูหนังสือเล่มใหญ่ น้าหลานยิ้มให้กันด้วยความดีใจที่ได้หนังสือสำคัญนี้มา

ooooooo

เอกราชระแวงเสาวนุชว่าใครส่งเธอมาสืบเรื่องของตนจึงได้ถ่ายรูปไว้มากมาย คาดคั้นจนเสาวนุชยอมเปิดเผยความจริง ถามเขาว่า “นายจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ”

เสาวนุชเล่าอดีตนับแต่วันที่เจอเอกราชบนรถเมล์สายที่ผ่านโรงเรียนนายร้อย ขณะนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายต้องนั่งรถผ่านโรงเรียนนายร้อยเป็นประจำ เวลานั้นเธอเฮี้ยวเซี้ยวแก่นซ่ามาก เมื่อเห็นเอกราชใน

ชุดนักเรียนนายร้อยขึ้นรถมาอย่างเท่ถูกเพื่อนๆยุก็เอากุหลาบแดงที่เตรียมมาเดินไปยื่นให้เขา

“แฮปปี้วาเลนไทน์ค่ะ พี่เอกคะ” เอกราชยืนตัวตรงเชิดเหมือนหุ่นกลัวผิดระเบียบ เธอยิ้มทะเล้นถาม “ไม่มีมือ รับไม่ได้ใช่ไหมคะ งั้น...หนูเสียบนะคะ”

เพื่อนๆพากันกรี๊ด ผู้โดยสารอื่นรวมทั้งคนขับเห็นความแก่นทะเล้นของเสาวนุชก็พากันยิ้ม หัวเราะ เพื่อนเอกราชที่ขึ้นรถมาด้วยก็ยืนนิ่งเหมือนหุ่น เอกราชกลัวผิดระเบียบถูกทำโทษก็พยายามมาพูดโดยไม่ขยับปาก

“หยุดเดี๋ยวนี้ เด็กบ้า ไม่เอา ไปให้พ้น” เสาวนุชยิ้มค้าง “ผมไม่ปลื้มประเพณีวาเลนไทน์ เป็นผู้หญิงควรรักนวลสงวนตัว ทำตัวให้มีค่า ไม่ใช่มาทำแก่นแก้วแบบนี้ ถ้าพ่อแม่รู้คงเสียใจแย่”

เอกราชถูกรุ่นพี่ตำหนิว่าเล่นอะไรกับน้องเขา เอกราชตอบอย่างไม่ไว้หน้าเสาวนุชว่า

“ผมไม่ได้เล่นครับเฮีย ยัยบ้านี่สิตื๊อผมอยู่ได้ หน้าไม่อายผมรำคาญจะแย่อยู่แล้ว”

คนในรถพากันมองเสาวนุชทั้งขำทั้งตำหนิและสมเพช เธออายและเจ็บปวดมากทำปากงึมงำ “คนใจร้าย!!” แล้วกดกริ่งวิ่งลงจากรถ เพื่อนๆรีบวิ่งตามลงไป

เสาวนุชเล่าเรื่องในอดีตทั้งปลื้มและเจ็บปวด เอกราชจึงจำได้ถามว่าที่แท้คือเธอนี่เองหรือที่ชอบตามตื๊อตนตอนนั้น ถามว่ารูปของตนที่เธอสะสมไว้แสดงว่าเธอยังชอบตนอยู่ใช่ไหม แต่เสียใจด้วยที่ตนมีแฟนแล้ว อย่าคิดยั่วยวนตนให้เคลิ้มเลย

เสาวนุชพูดจริงจังว่าที่ตนโทร.หาเขาเพราะห้องตนถูกค้นและตนถูกสะกดรอยไล่ตาม สงสัยว่าจะเป็นฝีมือของคนคนเดียวกันคือผู้ต้องสงสัยคดีสังหารมหาราชามาคัสที่ตนเพิ่งเจอมา เอกราชสนใจจี๋ถามว่า ผู้ต้องสงสัยอะไร ที่ไหน ใคร??!!

“ฉันไม่ได้ข้อมูลนี่มาง่ายๆถ้านายอยากรู้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เสาวนุชเล่นแง่ทันที

ooooooo

ขณะดนุภพกับดนัยเทพเดินไปขึ้นรถที่หน้าบ้าน ดนัยเทพถามว่าดาราวรรณต้องการหนังสืออัญมณีทั้ง 5 ไปทำไม ดนุภพขอให้อาเป็นพยานให้ตนด้วยว่าตนไม่ได้ไปเจอกันยิกาเพราะเรื่องส่วนตัว แต่จำเป็นต้องไปเพื่องานของเรา

ขณะขับรถไป ดนุภพเห็นรถคันหนึ่งตามมาตั้งแต่ออกจากบ้าน เขาลองเลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยรถคันนั้นก็เลี้ยวตาม ดนัยเทพถามว่าพวกไหนกัน มันเล่นตามกันแบบเปิดเผยไม่แคร์สื่อเลย ดนุภพมองเครียดตัดสินใจ “จัดให้”

แล้วรถสองคันก็แล่นหลอกล่อไล่บี้กันอย่างบ้าเลือด จนในที่สุดรถที่ตามมาก็ถอดใจถอยไปกลัวจะโดนจับได้ ดนุภพเหยียดยิ้มพึมพำเครียด

“ใครกันแน่วะ?”

วันเดียวกันนี้ เทวัญนัดทานอาหารกับอิสริยาและอารยะที่ร้านอาหารหรู อิสริยาสนใจแต่รูปร่างกำยำปึ๋งปั๋งของเทวัญ แต่เทวัญกับอารยะคุยกันเรื่องมหาราชามาคัส อารยะฟันธงว่าการฆ่าที่เหี้ยมโหดอย่างนั้นต้องเป็นพวกโจรใจบาปหยาบช้าแน่ พูดอย่างรำคาญใจว่า

“ตั้งแต่มหาราชามาคัสตายนะ ตำรวจก็เรียกผมไปสอบปากคำตลอด น่าเบื่อมากไม่ได้ทำมาหากินเลย เอะอะไปโรงพัก ภาพลักษณ์ผมเสียหายหมดแล้วเนี่ย...คุณเทวญล่ะครับโดนตำรวจมาสอบบ้างไหม”

อารยะถามขาดคำ ผู้กองวรุฒก็เข้ามาหาเทวัญแนะนำตัวเองแล้วขอเวลาสักครู่ รสลินกับโรมันพยายามกีดกันให้รอเทวัญเสร็จธุระทางนี้ก่อน แต่เทวัญบอกว่า

ไม่เป็นไร อยากคุยกับตนใช่ไหม แล้วเชิญวรุฒเดินจากโต๊ะไป โรมันกับรสลินตามเทวัญไปและจ่าฉิวก็ตามวรุฒไป

ooooooo

แยกไปนั่งโต๊ะห่างออกไปแล้ว วรุฒวางมาดเหมือนตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ต้องหา

“มีชื่อคุณเทวัญในรายชื่อแขกของมหาราชามาคัส แต่คุณไม่ได้ไปงานเลี้ยงวันนั้น...ติดธุระสำคัญอะไรหรือครับ”

เทวัญบอกว่าตนไม่สบาย จ่าฉิวดักคอว่าดูเขาแข็งแรงกว่าผู้กองเสียอีก ไม่เหมือนคนป่วยเลย รสลินปกป้องว่าเวลานี้หายป่วยแล้ว วรุฒจับพิรุธว่าหายไวจังรักษาที่ไหนหรือ โรมันบอกว่าเทวัญมีแพทย์ส่วนตัว เขาอยากได้ใบรับรองแพทย์หรือ

“แพทย์ส่วนตัวนี่เสียค่าใช้จ่ายกันยังไงเหรอครับ รายเดือนหรือรายครั้ง คือถ้าผมอยากได้คำปรึกษาจากแพทย์ส่วนตัวของคุณเทวัญบ้าง ไม่ทราบว่าต้องติดต่อที่ไหน” วรุฒรุก ถูกเทวัญตัดบททันทีว่า

“ถ้าคุณสบายดี ก็อย่าถามถึงหมอของผมเลย เขารักษาโรคร้ายแรงโดยเฉพาะ เดี๋ยวมันจะเป็นลาง” วรุฒถามว่าเขาเป็นโรคอะไร เทวัญหัวหมอบอกว่าตนไม่ตอบถามว่าเขามีหมายศาลมาหรือเปล่า วรุฒบอกว่าไม่มี แต่ทำตามหน้าที่

“คุณไม่ใช่เจ้าของคดีมหาราชามาคัสสักหน่อย รู้สึกว่าจะข้ามหน้าข้ามตาเพื่อนไปหรือเปล่า”

“เราช่วยกันครับ ผมทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้ร้ายอยู่ที่ไหน ผมจะตามไปจับมันที่นั่น”

เทวัญมองหน้าอย่างไม่พอใจ ในขณะที่จ่าฉิวมองวรุฒทึ่ง หลังจากนั้นจ่าชมว่าผู้กองเท่มาก กล้าหาญมากที่พูดอย่างนั้น วรุฒบอกว่าตอนนี้พวกมันสนใจตนแล้ว

“เป็นแผนที่เริ่ดมากครับ จากนี้ไป นายเทวัญต้องอยากพบผู้กองเป็นการส่วนตัวแน่ๆ” จ่าฉิวสอพลอ วรุฒบอกว่าหรือมันอาจจะกำลังคิดจะปิดปากตนก็ได้ “ว้าย...แล้วผู้กองไม่กลัวเหรอครับ”

“การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง” วรุฒเดินออกไปยิ้มๆ

“ใจถึงว่ะ” จ่าฉิวพึมพำทึ่ง

ขณะเดินกลับมาที่โต๊ะ โรมันถามเทวัญว่าเก็บมันเลยไหม เทวัญถามว่าได้ยินมันพูดหรือเปล่า

“ได้ยินสิคะ มันสงสัยเรา” รสลินตอบแทน

“ไม่...มันแค่พยายามทำเหมือนกับว่ามันรู้ทัน ทั้งๆที่มันไม่รู้อะไรเลย” โรมันถามว่าแล้วพ่อจะปล่อยมันไว้หรือ เทวัญยิ้มเหี้ยมบอกว่า

“ตำรวจที่พยายามส่งสัญญาณเตือนมาให้เรารู้ตัวล่วงหน้าว่า ขณะนี้เรากำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เราระวังตัวไว้ พวกแกว่า มันจะใช่คนที่อยากจะจับเราจริงๆเหรอ”

ooooooo

หลังจากจัดการจนรถที่ตามมาถอยหนีไปแล้ว ดนุภพกับดนัยเทพก็บ่ายหน้าไปที่ร้านดาริกา แต่พอจะเดินเข้าร้าน กันยิกาก็มายืนดักบอกว่า “ร้านยังไม่เปิด”

ดนุภพยิ้มหวานบอกว่าตนไม่ได้มาเป็นลูกค้า

กันยิกายียวนว่าเราไม่รับพนักงานใหม่ ดนุภพยิ้มกรุ้มกริ่มถามว่างั้นตนมาสมัครเป็นอย่างอื่นได้ไหม ดนัยเทพรำคาญที่ทั้งสองยียวนกันไม่เลิก ตัดบทถามว่าน้าดาราวรรณของเธออยู่ไหม

กันยิกาไม่ทันตอบ ดาราวรรณก็เดินออกมาถามว่าใครมาหรือ พอออกมาเห็นดนัยเทพก็อุทานตาเป็นประกาย

“คุณ...”

“ดนัยเทพครับ” ดนัยเทพยิ้มหล่อตาวิบวับ พลางเปิดประตูหลังรถหยิบดอกไม้ในกระถางให้ พูดออกตัวว่า “อาจจะช้ำไปหน่อย เพราะหลานผมมันขับรถซิ่งเหลือเกิน แต่ผมตั้งใจมาให้คุณนะครับคุณดาราวรรณ”

“คุณรู้จักชื่อฉัน?”

“เวลาเราสนใจอะไรสักอย่างหรือใครสักคน เราก็พร้อมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้นไม่ใช่หรือครับ” ดนัยเทพ หลีทันทีพร้อมกับส่งกระถางดอกไม้ให้อย่างอ่อนโยน ดาราวรรณรับกระถางดอกไม้ยิ้มเขินอย่างไม่อาจปกปิดได้แล้วเดินนำเข้าไปในร้าน...

เมื่อเข้ามานั่ง ดาราวรรณเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“เมื่อวันก่อนเรายังเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่เลย ไม่น่าเชื่อนะคะว่าโลกจะกลมได้ขนาดนี้ คุณ...คืออาของคุณดนุภพ...แปล๊กแปลก”

“แปลกจนเกินไป เพราะโลกกลมหรือเพราะมีคนจงใจจัดฉาก” กันยิกาจิกอย่างหมั่นไส้ดนัยเทพที่ทำตาซึ้งกับน้าดา

ดนัยเทพยังคงอิน บอกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดให้เรามาเจอกัน กันยิกาขัดคอว่าแรงโน้มถ่วงทำให้ของในที่สูงตกลงสู่ที่ต่ำต่างหาก ดนุภพติงว่าคนที่ชอบขัดขวางความสุขของคนอื่น กรรมจะตามทัน

ถูกกันยิกาตาขวางถามว่าใครขอความเห็นหรือ ดนัยเทพจึงมาไม้ใหม่สบตากับดนุภพอย่างรู้ทัน ทำเป็นได้กลิ่นไหม้อะไร ใครทำกับข้าวไว้แล้วลืมหรือเปล่า ดนุภพ ประสานเสียงทันทีชวนกันยิกาไปดูกัน เพื่อเปิดโอกาสให้อาขี้เหงาของตนได้อยู่ตามลำพังกับดาราวรรณ

“ที่แท้ก็ใช้ให้หลานชายทำแผน” ดาราวรรณรู้ทันพูดเบาๆว่า “อยากอยู่กับฉันสองต่อสองล่ะสิ...ตาบ้า คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ” ดาราวรรณด่าเขินๆ

ooooooo

เทวัญคุยกับวรุฒเสร็จก็เดินกลับไปที่โต๊ะ อารยะถามว่าเรียบร้อยดีไหม อิสริยาพูดแทรกทันทีว่า

“คุณเทวัญเป็นคนดี ก็ต้องเรียบร้อยอยู่แล้วสิคะ คุณพ่อ มาค่ะคุณเทวัญ เรามากินกันต่อดีกว่า”

ไม่ทันที่เทวัญจะนั่ง เอกราชก็เดินเข้ามาหน้าตาขึงขัง ขอคุยกับเทวัญสักครู่ อิสริยาประชดทันทีว่าสำนักงานตำรวจเขาจัดงานมหกรรมอะไรแถวนี้หรือ คนนั้นเดินออก คนนี้เดินเข้า เลยถูกเอกราชเรียกปราม แล้วเชิญเทวัญให้ไปกับตน เพราะตนมีคำถามเกี่ยวกับคดีมหาราชามาคัส

“คุณเทวัญให้ปากคำไปหมดแล้ว เพื่อนร่วมอาชีพของคุณเพิ่งกลับออกไปเมื่อกี้นี้เอง” โรมันขัดขึ้น

“เพื่อนร่วมอาชีพของผม?? ใคร??” แล้วถามเทวัญ ทันทีว่า “คุณได้รับเชิญ แต่ทำไมไม่มีใครเห็นคุณที่งาน”

เทวัญบอกว่าคำถามนี้ตนตอบไปแล้ว รสลินสอนมวยว่าหน่วยงานของเขาน่าจะมีระบบที่ดีกว่านี้ ประสานงานกันให้ดี คุณเทวัญจะได้ไม่ต้องถูกรบกวนซ้ำๆซากๆ เอกราชจึงถามใหม่

“งั้นผมเปลี่ยนคำถาม ทำไมไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของตึกที่มาคัสถูกฆ่าตาย”

“นี่ตกลงคุณเทวัญเป็นเจ้าของตึกนั้นจริงๆเหรอคะ โอ้ว...คุณมีกี่ธุรกิจกันคะเนี่ย ริยานับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”

อิสริยาตื่นเต้นมาก เทวัญยิ้มเย็นๆ พูดอย่างเป็นเรื่องธรรมดามากว่า

“ผมก็เป็นแค่หุ้นส่วนเล็กๆเท่านั้นแหละ เลยไม่รู้จะป่าวประกาศทำไม”

เอกราชดักคอว่าแต่ก็ไม่เล็กเกินที่จะถึงข้อมูลของกล้องวงจรปิดใช่ไหม โรมันปกป้องทันทีถามเครียดว่า

“กล้องวงจรปิดอะไร นั่นมันหน้าที่ รปภ. ทำไมคุณเทวัญจะต้องไปรู้ด้วย”

เทวัญมองโรมันปรามๆแต่ตอบเอกราชยิ้มอย่างเยือกเย็นว่า

“ผมมีหุ้นส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ผมมีอำนาจมากเท่าที่คุณคิดหรอก” มองเอกราชถามหยั่งเชิงว่า “แต่ยังไงคดีของคุณก็คงไม่ถึงทางตันหรอกใช่ไหม” เอกราชถามว่าแล้วเขาอยากให้ลงเอยแบบไหน อารยะแทรกขึ้นอย่างรำคาญเต็มที

“โอ๊ย...ยังต้องถามอีกเหรอ ใครที่มันฆ่ามหาราชามาคัสควรโดนตำรวจจับ หรือไม่ก็น่าจะโดนวิสามัญไปเสียที ไอ้พวกเลือดเย็นแบบนี้อยู่ต่อไปก็เป็นภัยสังคม ตายๆไปเสียได้ตำรวจจะได้เลิกมาวุ่นวายกับพลเมืองดีที่รวยๆอย่างเราเนอะ คุณเทวัญ”

“งั้นผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ” เอกราชยิ้ม ไหว้ลาเดินหน้าเครียดออกไป

ooooooo

ดนุภพดึงมือกันยิกาเข้าไปในครัว เธอสะบัดมือ ออกบ่นอย่างหงุดหงิดว่าบอกแล้วว่าตนไม่ได้ทำกับข้าว ค้างไว้ ดนุภพก็ยังยืนยันว่ากลิ่นมันชัดมาก

กันยิกาเดินไปเปิดหม้อ เตาอบ ตู้เย็น ดมๆแล้วบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ดนุภพก็ยังยืนยันว่ากลิ่นมันชัดมาก ยื่นหน้าเข้าใกล้จนเกือบชนหน้าเธอแล้วร้องว่ากลิ่นนี้แหละใช่เลย แล้วทำเป็นซู้ดเข้าเต็มปอด “กลิ่นหอม...ชื่นใจ”

กันยิกาเบี่ยงตัวหลบ หยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกง จิกตาปราม

“ยังไม่เข็ดใช่ไหม...งั้นฉันโทร.หาเพื่อนรักคุณดีกว่า เอกราชจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้ารู้ว่าคุณมาหาฉันอีกแล้ว”

ดนุภพชะงักหน้าหงายไปทันที บอกว่าเขาก็คงรีบมา พอเจอหน้าตนก็ต่อยรัวหรือไม่ก็กระทืบหนักกว่าเดิม มองหน้าถามว่าเธอจะไล่ตนด้วยวิธีนี้ใช่ไหม กันยิกาบอกว่ารู้แล้วก็น่าจะรีบกลับ

“งั้นคุณก็ยอมรับแล้วสิ ว่าคุณใช้เอกราชเป็นเครื่องมือ” พูดแล้วจ้องหน้าก้าวเข้าหาทีละก้าว...ทีละก้าว “คุณไม่ได้ชอบมันและไม่เคยแคร์ความรู้สึกของมันเลย”

ทั้งสองโต้เถียงเล่นแง่กัน ดนุภพก้าวเข้าหาจนกันยิกาถอยไปชนโต๊ะ เขายื่นหน้าเข้าไปบอกว่า

“ไอ้เอกราชมันเป็นเพื่อนรักของผม...ผมไม่อยากให้มันถูกคนที่มันไว้ใจหลอกใช้”

“แล้วถ้าเพื่อนคนที่คุณเอกราชไว้ใจ ดอดมาเต๊าะแฟนเพื่อนล่ะ”

กันยิกาจิ้มบางอย่างเข้าที่ท้องเขา ดนุภพบอกว่าตนไม่กลัวโทรศัพท์มือถือหรอก เธอบอกให้ดูใหม่ดีกว่าไหม พอก้มดู เขาตกใจเมื่อเห็นเป็นมีดปลายแหลมจ่ออยู่ เงยขวับมองหน้าเธออึ้งถามว่าสวยดุหรือถึงเล่นของมีคม เธอจิ้มมีดเข้าไปอีกถามว่าแน่ใจหรือว่าเล่น

“เอ๊ย...ไม่เอาน่า เดี๋ยวผีผลัก เอามาให้ผมนี่มา”

ดนุภพทำเป็นพูดทีเล่นทีจริงจะดึงมีดออก กันยิกาหลบแว้บ เขารู้สึกทันทีว่าท่าของเธอไม่ธรรมดาเลยลองอีก เธอก็หลบได้อีกอย่างคล่องแคล่ว และสวนมีดมาที่คอเขาทันที

“คนที่เปิดร้านอาหารต้องใช้มีดคล่องอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า”

“บ้านฉันมีแต่ผู้หญิงก็ต้องเรียนป้องกันตัวไว้บ้าง ในสังคมสมัยนี้มีแต่คนไม่น่าไว้ใจนี่นา” กันยิกากลบเกลื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไป แต่ไม่อาจลบความสงสัยของเขาได้

กันยิกาถอยออกมาวางมีดลง บอกว่าอาของเขาอยู่กับน้าดาสองคนนานพอแล้วกระมัง แล้วเดินนำออกจากห้องครัวไป ขณะเดินตามกันออกมา ดนุภพก็ยังไม่วายลองเชิงเธออีก แต่กันยิกาก็แก้เกมอย่างมืออาชีพ เขายิ่งมองเธออย่างจับผิด ถามว่าเธอเรียนการป้องกันตัวที่ไหนหรือ ตนอยากไปสมัครบ้าง เธอบอกว่าฟิตเนสทั่วไปแต่คอร์สที่ตนเรียนเต็มหมดแล้ว

ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของดาราวรรณดังลั่นเข้ามา กันยิกาชะงักกลัวน้าจะได้รับอันตรายรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก แต่พอไปถึงกลับเห็นดาราวรรณกำลังคุยกับดนัยเทพถึงดาราและบทบาทที่ชอบจากในหนังอย่างถูกคอ สนุกมาก ดนุภพพรวดเข้าไปถามดนัยเทพว่า “อาทำอะไรครับ”

“ก็...ศิลปวัฒนธรรม เพลง หนัง นักร้อง ดารามันพาเราไป เราก็เลยย้อนวัยกันนิดหน่อย” ดนัยเทพมองหน้าดาราวรรณต่างยิ้มให้กันอย่างถูกอกถูกใจ

กันยิกามองดนัยเทพหนุ่มใหญ่ขี้หลีอย่างไม่ไว้ใจ ทำเป็นเตือนน้าดาว่าเจ็บคอไม่สบายอยู่ควรไปพักผ่อนเสีย ดนัยเทพยิ้มหล่อผสมโรงว่า

“คุณดาราวรรณพักก็ดีนะครับ เก็บแรงไว้คราวหน้าค่อยคุยกันใหม่ เราคุยกันถูกคอจริงๆ”

แต่ดาราวรรณก็ยังคุยถึงนิตยสารและดาราที่ชื่นชอบอย่างติดลม กรี๊ดกร๊าดราวกับวัยรุ่นเมื่อพูดกันโดนใจ

กันยิกามองอย่างไม่พอใจนัก ขณะที่ดนุภพมองผู้ใหญ่ทั้งสองมึนๆ

ooooooo

ขณะเอกราชเดินหงุดหงิดออกจากร้านอาหารที่คุยกับเทวัญ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเสาวนุช เขารับสายเซ็งๆ เสาวนุชถามว่าเขารู้แล้วใช่ไหมว่าข้อมูลที่ตนให้เป็นความจริง เทวัญเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้อีกคน

“ก็ประมาณนั้น” เอกราชตอบอย่างไว้ฟอร์มถามว่าโทร.มาแค่นี้หรือ

“เปล๊า...ฉันอยากทวงสัญญาด้วย นายรับปากแล้วนะถ้าข้อมูลที่ฉันให้มีประโยชน์ต่อรูปคดี นายต้องรับสายฉันทุกครั้ง ห้ามตัดสายทิ้งด้วย แล้วก็...ถ้าฉันเรียก ไม่ว่านายทำอะไรกับใครอยู่ที่ไหนก็ต้องรีบมาหาฉันทันที” เอกราชโวยว่าข้อสุดท้ายเธอไม่ได้บอกก่อน

“ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ฉันเป็นคนตั้งกฎ ก็ต้องมีสิทธิ์เปลี่ยนกฎสิ แต่นายจะไม่ทำตามก็ไม่เป็นไรนะ ฉันจะได้เอาข้อมูลทุกอย่างที่ฉันรู้ไปบอกผู้กองวรุฒ” แล้วลดเสียงเหมือนพูดกับตัวเองจงใจให้เขาได้ยินว่า “จับคนร้ายตัวจริงได้ ได้เลื่อนกี่ขั้นนะ...” แล้วตัดสายเลย

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค.59

ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทประพันธ์โดย : จันทริกา
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ปวิตา ขาวสำอางค์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย นาคสุริยะ, กีรติ นาคอินทนนท์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ