อ่านละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ตอนที่ 10 วันที่ 2 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ตอนที่ 10 วันที่ 2 ม.ค.60

“มีได้แต่ห้ามสนิท คุณเป็นเมียผม ผมไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนอยู่ใกล้เมียผม แค่แอบมองคุณผมก็ไม่ชอบ โดยเฉพาะกับไอ้ธงแล้วก็ไอ้แฟนเก่าคุณ ห้ามติดต่อพวกมันอีก”

“อย่าหึงให้มากนักสิคะ”

“ไม่รักคุณมาก ผมก็ไม่หึงคุณมากหรอกชนิกา”

“แต่ถึงกับบังคับกันแบบนี้ ฉันว่ามันเกินไป ฉันอึดอัดนะคะ”



“อึดอัดก็ต้องทน คุณเป็นเมียผม!”

“ฉันคิดว่าผัวเมียคือคนที่แชร์ชีวิตกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เพิ่งรู้ว่าเมียในความคิดของคุณคือคนที่

ต้องทนคุณให้ได้ คืนนี้ไปนอนข้างล่างค่ะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

ooooooo

สถานการณ์ของชินภัทรกับชนิกากลับสู่ความอึมครึมอีกครั้ง วาดกับปาหนันเฝ้ามองอาการมึนตึงของสองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากคอยลุ้นว่าจะไปกันรอดหรือไม่

รจนาก็ตกในสภาพไม่ต่างกัน อมีนาเที่ยวหนักและใช้เงินฟุ้งเฟ้อเหมือนเคยจนเธอแทบจะจ่ายให้ไม่ไหว แต่เพราะความเป็นแม่เลยกัดฟันสู้ อมีนาซาบซึ้งใจมากแต่ก็ฟอร์มจัด ไม่ยอมพูดด้วย

ความเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคุณหนูลูกสาวคนเดียวของเศรษฐี มีเงินใช้จ่ายไม่เคยขัดทำให้อมีนาจมไม่ลง สาวเปรี้ยวสงสารแม่มาก แอบซื้อยาแก้ปวดให้แต่ยังทำใจรับความจริงไม่ได้ ต้องใช้มารยาสาไถยหลอกล่อผู้ชายที่คบหาให้ช่วยซื้อของสนองความ ต้องการให้เสมอ...

พัธนินทร์ไม่คืนดีด้วย แถมทำตัวลับๆล่อๆเหมือนมีความลับตลอดทำให้ศันสนีย์แทบคลัั่ง อาภามองอาการลุกลี้ลุกลนของหลานสาวคนเดียวด้วยความอ่อนใจ อยากปลอบแต่ก็อยากให้เตรียมใจด้วย

“ถ้าแฟนศันมีผู้หญิงใหม่จริง ศันจะทำยังไง”

“พัธเพิ่งกลับเมืองไทยไม่กี่เดือน หรือศันคิดมากไปเองคะป้า”

“สงสัยก็ถามเจ้าตัวเขาสิ”

“ขนาดคุยเรื่องทั่วไป พัธยังไม่ค่อยคุยกับศันเลยค่ะ”

“ลองแย็บๆถามพ่อแม่เขาดู”

“พ่อแม่พัธก็ไม่รู้ค่ะ”

“วันนี้ไปช่วยงานป้าที่โรงแรมจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”

“แค่เปลี่ยนที่ฟุ้งซ่านค่ะป้าอาภา”

อาภากลุ้มใจมาก ไม่อยากให้หลานสาวจมปลักกับความทุกข์แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเช่นไร ไม่ต่างจากแสงที่เห็นชนิกามีสีหน้าหนักใจเรื่องอารมณ์ร้อนของชินภัทร

“นิรู้ค่ะ...ทุกคนมีข้อเสีย นิก็มี แต่ต้องรองรับอารมณ์สามีแทบทุกวัน เหนื่อยใจค่ะป้า”

“แต่งงานใหม่ๆก็ทะเลาะกันอย่างนี้ทุกคู่แหละค่ะ อยู่กันไปปีสองปีก็ปรับตัวเข้าหากันได้เองค่ะ”

“ดูแววแล้วยากค่ะ คุณชินภัทรเขาว่าเขาเกิดมาเป็นคนเจ้าอารมณ์ ขี้โมโห จนตายก็เปลี่ยนไม่ได้ นิไม่อยากเป็นกระโถนรองรับอารมณ์สามีไปจนตาย”

แสงถอนใจยาว อยากช่วยไกล่เกลี่ยแต่ไม่ทันอ้าปาก ศันสนีย์ก็โผล่มาเสียก่อน

ชนิกาแปลกใจมากที่เจอหน้าอดีตเพื่อนรัก ศันสนีย์มีท่าทางอึกๆอักๆแต่สุดท้ายก็ยอมโพล่งออกไปว่ากลุ้มใจเรื่องพัธนินทร์ กลัวเขามีคนอื่น เลยอยากขอให้ช่วยสืบ

“ศันคิดถึงนิ นิก็ดีใจแล้ว”

“ศันสงสัย...พัธมีผู้หญิงคนอื่น พัธแคร์นิ ถ้านิถาม พัธต้องตอบ”

“พัธทำอะไรให้ศันสงสัย”

“ผู้หญิงทุกคนมีเซ้นส์ ผู้ชายของเราแอบมีคนอื่น แต่ถ้าศันถามเองเพราะแค่สงสัย พัธต้องโกรธแน่”

“ได้...นิจะโทร.ถามให้”

“นินัดพัธมาเจอได้ไหม จะได้เห็นสีหน้าแววตา ถ้าเขามีคนอื่นจริง นิต้องดูออกแน่ว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นไหม”

“ลูกพี่ลูกน้องศันขี้หึงมาก เกิดเขารู้นินัดเจอแฟนเก่าต้องอาละวาดบ้านแตก”

“ช่วยศันหน่อยนะนิ ไปถามพัธให้ที นี่ศันนอนไม่หลับเลย คิดมาก”

ooooooo

ชนิกาหายโกรธศันสนีย์แล้ว และยิ่งกว่าเต็มใจจะช่วยพูดกับพัธนินทร์ เพราะอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ไม่อยากให้เรื่องคาราคาซังกลายเป็นปัญหาหนักอกทุกฝ่ายเช่นนี้

พัธนินทร์ไม่รู้ตัวว่าถูกสงสัย ยอมมาเจอหน้าแฟนเก่า พร้อมกับจ้องหน้าจนชนิกาต้องถาม

“หน้านิมีอะไรผิดปกติหรอพัธ”

“พัธทดสอบใจตัวเองน่ะ ยังคิดถึง ยังโหยหานิอยู่ไหม”

“แล้วพัธรู้สึกยังไง”

“มองหน้านิแล้ว พัธรู้สึกไม่ใช่นิคนเดิม เหมือนเราห่างเหินกัน นิเป็นคนอื่น”

คำตอบของเขาทำให้ชนิกาโล่งอกและเริ่มหลอกถามเรื่องผู้หญิงคนใหม่ พัธนินทร์ไม่รู้เรื่อง ตอบตามตรงว่ามีคุยบ้าง แต่สถานะยังไม่ใช่แฟน ชนิกาเลยถามตรงๆถึงโอกาสคืนดีกับศันสนีย์

“ความดีของศันเคยชนะใจพัธ แต่พัธไม่รู้ความดีจะมีค่ามากพอให้พัธกลับไปรักศันได้ไหม”

“ทดสอบแบบที่ทดสอบกับนิสิ มองหน้าศันแล้วถามตัวเอง พัธยังคิดถึง ยังโหยหาศันหรือเปล่า”

พัธนินทร์แยกกลับไปแล้ว ชนิกาเลยเดินไปหาศันสนีย์อีกมุม

“จากที่ฟังดู...พัธไม่ถึงขั้นรักผู้หญิงคนนั้นหรอก แค่สนใจน่ะ”

“ศันยังมีหวังใช่ไหมนิ”

“แน่นอน...ดึงใจพัธกลับมาให้ได้ นิจะเป็นกำลังใจให้”

ศันสนีย์มีกำลังใจมากขึ้น ชนิกาก็ปลื้มใจที่ได้ช่วยเพื่อน ต่างจากชินภัทรที่รอภรรยากลับบ้านด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ระแวงและโมโหหึง คิดว่าเธอหนีไปเจอผู้ชายคนอื่น ชนิกาต้องอธิบายอย่างใจเย็น

“ฉันไม่ใช่นักโทษนะคะ ขึ้นไปดูคุณพ่อหรือยังคะ”

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง ไปหาใครมา”

“ไปหาพัธมาค่ะ”

“ผัวเผลอ นัดเจอแฟนเก่า”

“ฉันไปเพราะศันมาขอร้องให้ฉันไปถามพัธว่าเขามีแฟนใหม่รึเปล่า”

“โกหก! ศันญาติดีกับคุณซะที่ไหน”

“ไม่เชื่อฉันก็ไปถามศัน รู้คำตอบแล้วก็กลับมาขอโทษฉันด้วย”

ชินภัทรไม่เชื่อ ผลุนผลันกลับบ้าน ทันได้ยินศันสนีย์พูดถึงความดีของชนิกาที่ช่วยสืบเรื่องพัธนินทร์ อาภาเห็นสีหน้าจ๋อยๆของลูกชายก็พอเดาได้ว่าคงมีเรื่องก่อนหน้า

“หึงโหดเมียสินะเรา ทีหลังก็ฟังเมียอธิบาย คุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์”

“ตอนนั้นมันโมโหนี่ครับแม่”

อาภารู้จักนิสัยลูกชายดี อยากให้เขาปรับตัวเพื่อชีวิตครอบครัวแสนสุข

“ชินภัทรรู้ไหม...ทำไมแม่ไม่ลงไปอยู่สุราษฎร์ฯกับพ่อเรา”

“แม่ต้องดูแลโรงแรมของตาที่กรุงเทพฯ”

“ไม่ใช่หรอก โรงแรมจ้างคนบริหารได้ แต่เพราะพ่อของชินภัทรเป็นคนเจ้าอารมณ์ ขี้โมโหเหมือนลูกนั่นแหละ ถ้าต้องอยู่กับพ่อทุกวัน แม่ต้องทนอารมณ์เขาไม่ไหว ได้เลิกกันแน่”

“เลิกเลยหรอครับ”

“คนเราไม่มีใครอยากโดนระบายอารมณ์ใส่หรอก โดยเฉพาะจากคนที่เรารัก มันเสียใจช้ำใจ”

“ไม่เคยเห็นแม่บ่นเรื่องพ่อ ผมคิดว่าแม่รับพ่อได้”

“แม่รักษาชีวิตคู่ด้วยการอยู่ห่างกันกับพ่อ นั่นเป็นทางออกของแม่ ส่วนลูกจะเลือกรักษาชีวิตคู่ด้วยวิธีไหน...”

ชินภัทรถึงกับพูดไม่ออก อาภาเข้าใจดี พูดทิ้งท้ายก่อนผละไป

“ถ้าไม่อยากอยู่ห่างจากชนิกา ลูกก็ต้องยอมเปลี่ยน ตัวเอง คิดให้ดีนะ...อยากมีชีวิตคู่หรือชีวิตครึ่งๆกลางๆ”

ooooooo

คำพูดของแม่ทำให้ชินภัทรคิดหนัก ชั่งใจอย่างจริงจังว่าจะดำเนินชีวิตคู่ต่อไปเช่นไร แล้วเขาก็ตัดสินใจได้ จะไม่ยอมสูญเสียชนิกาเพราะรักเธอมากเหลือเกิน และคืนเดียวกันนั้นเอง...นายหัวหนุ่มก็เปิดใจกับภรรยาคนสวย

“ผมอยากมีชีวิตคู่ ไม่ใช่ชีวิตครึ่งๆกลางๆ”

“ชีวิตครึ่งๆกลางๆอะไรคะ”

“แค่คิดว่าเราแยกกันอยู่ ผมก็ทนไม่ได้ ผมอยากอยู่ใกล้ๆคุณ อยากจับมือคุณ อยากกอดคุณ”

พูดจบก็สวมกอดเธอแน่น ง้องอนเสียงอ่อน

“เราอย่าอยู่ห่างกันเลยนะชนิกา”

“ฉันไม่ได้ไปไหนนี่คะ อยู่กับคุณตรงนี้ คุณชินภัทรคะ...ฉันจะอดทนเวลาคุณโกรธ”

“ไม่...คุณไม่ต้องทน ผมจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณ ผมสัญญา...ต่อไปผมจะไม่ใช้อารมณ์ ไม่ขี้โมโห ผมจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดีขึ้นเพื่อคุณ”

ชนิกาปลื้มมากที่เขาสัญญาจะปรับตัว แต่ก็อดเหน็บไม่ได้

“คุณน่ะ...มีสิ่งดีในตัวแต่ไม่ค่อยใช้”

ชินภัทรนิ่วหน้าไม่รู้ ชนิกาเลยส่งยิ้มกว้างเป็นคำเฉลย

“รอยยิ้ม...คุณเป็นผู้ชายที่ยิ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น”

สองสามีภรรยาคืนดีกันได้ กลับมาหวานจ๋อยเหมือนเดิม ชินภัทรไม่กลับบ้านแต่ค้างเป็นเพื่อนภรรยาคนสวยเพื่อช่วยดูแลสุวัฒน์ ชนิกาไม่คัดค้าน ยอมให้เขากอดและช่วยอ่านหนังสือเกี่ยวกับอาการป่วยของพ่อ

“จากหนังสือ...แปลว่าอาการพ่อคุณดีขึ้นมาก บอกพ่อคุณได้หรือยังว่าเราแต่งงานกันแล้ว”

“รอให้ท่านอาการดีขึ้นอีกหน่อยนะคะ”

“รีบบอกก็ดีนะ ผมอยากให้ท่านมีหลานซะที”

จบคำก็หอมฟอดใหญ่ ชนิกาหน้าแดงด้วยความเขิน แล้วก็ยิ่งอายเมื่อเขาถามเรื่องมีลูก

“คุณว่าพ่อคุณอยากได้หลานสาวหรือหลานชาย”

“น่าจะหลานสาวค่ะ คุณพ่อชอบเด็กผู้หญิง แต่หลานสาวหรือหลานชายคุณพ่อก็รักหมดล่ะค่ะ”

“อืม...แม่ผมก็เหมือนกัน ขอให้เป็นหลานก็รักทั้งนั้น ถ้าเรามีลูก ครอบครัวเราคงอบอุ่นนะ”

ooooooo

สถานการณ์ของชินภัทรกับชนิกากลับสู่สภาพปกติ ต่างจากสถานการณ์ที่สุราษฎร์ฯ อนันต์ต้องรับศึกหนักเมื่อปานธงส่งคนมาขัดขวางไม่ให้โค่นต้นยางในสวนที่เพิ่งขายให้ชูเกียรติ

“คุณชินภัทรสั่งให้ผมโค่นต้นยางทิ้ง”

“แต่สวนนี่ฉันซื้อแล้ว เจ้านายของอนันต์ไม่มีสิทธิ์”

“เงื่อนไขตอนขายสวนคือคนซื้อต้องโค่นต้นยางทิ้ง”

“ในเมื่อสวนเป็นของฉันแล้ว ฉันจะทำอะไรก็ได้... ยึดเลื่อยมาให้หมด!”

อนันต์ร้อนใจมากโทร.ฟ้องชินภัทร ชนิกาเห็นเขาเดือดจัดก็พยายามกล่อมให้ใจเย็น

“ใครอยากได้ที่เราก็ให้เขาไปค่ะ คุณยังเหลือที่สวนยางอีกตั้งเยอะแยะ”

“ไม่เข้าใจเหรอชนิกา มันไม่ใช่ผมเสียที่สวนยางไปกี่ไร่ ประเด็นคือไอ้ธงหลอกผม...มันโกงผม!”

“สัญญาจะไม่ใช้อารมณ์แล้วไงคะ”

“เว้นไว้เรื่องเหอะ”

พูดจบก็หุนหันออกจากบ้าน ชนิกาจะตามแต่เขาไม่รอ พุ่งตัวไปที่รถและขับไปสนามบินทันที

ชนิกาวิตกมาก กลัวสามีจะมีเรื่องกับปานธงจนเลือดตกยางออกอีก หญิงสาวเลยรีบโทร.หาปาริฉัตร อีกฝ่ายก็ตกใจไม่แพ้กันและรีบล่วงหน้าไปห้ามทัพ แต่ก็ไม่ทันการณ์ เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณรั้วกั้นเขตสวน ส่งผลให้ปานธงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้นสำลักควันสลบเหมือดคาที่!

ชินภัทรมาถึงทันเวลาและบุกไปช่วยปานธงออกมาจนได้ แต่ตัวเองก็สำลักควันจนหมดสติ ถูกนำส่งโรงพยาบาลทั้งคู่ กว่าชนิกาจะมาถึง สองหนุ่มก็ฟื้นแล้ว อดีตคุณหนูไม่พูดพร่ำทำเพลง ถลากอดสามีแน่น

“ใครบอกคุณว่าผมอยู่นี่”

“พอลงจากเครื่อง ฉันโทร.หาคุณอนันต์ แต่คุณรู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ ถึงจะรู้แล้วว่าคุณปลอดภัยแต่ใจฉันเหมือนจะขาด คิดว่าถ้าคุณเป็นอะไรไปฉันจะอยู่ยังไง”

“เพื่อนผม...ผมต้องช่วย”

ชนิกาภูมิใจในตัวสามีมากที่เขามีน้ำใจ แต่เมื่อเธอแวะไปเยี่ยมปานธงหลังจากนั้น ก็ต้องถอนใจเหนื่อยหน่าย เพราะอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมพูดหรือถามอะไรถึงชินภัทรเลย

ooooooo

อาภาถอนใจด้วยความโล่งอกเมื่อลูกสะใภ้โทร.บอกว่าชินภัทรไม่เป็นอะไรมาก หมออนุญาตให้กลับไปนอนพักที่บ้านได้ แต่กระนั้น...คนเป็นแม่ก็ ไม่สบายใจจะกลับสุราษฎร์ฯไปเยี่ยมลูกชายคนเดียวสักพัก

ศันสนีย์ก็เป็นห่วงญาติหนุ่มไม่แพ้กัน แต่ระแวงพัธนินทร์มากกว่า จนต้องแอบดูไลน์ของเขา พัธนินทร์มาเห็นพอดีก็แย่งมือถือคืน แหวลั่นอย่างเหลืออด

“ศันสวมรอยเป็นพัธ ศันทำแบบนี้อีกแล้ว”

“ศันแค่อยากรู้...ใช่ผู้หญิงที่พัธคบหรือเปล่า”

“ศันไม่ควรทำแบบนี้”

“ทำมากกว่านี้แล้วได้พัธคืน...ศันก็ทำค่ะ”

พัธนินทร์พยายามสงบสติอารมณ์อย่างยากลำบาก ก่อนจะสบตาเธอนิ่ง

“รู้ไหม...นิแนะนำให้พัธมองหน้าศันแล้วถาม

ตัวเองว่าพัธยังคิดถึง ยังโหยหาศันไหม”

“แล้วพัธคิดถึงศันบ้างไหมคะ ยังต้องการศันอยู่รึเปล่า”

“ถ้าถามพัธเมื่อนาทีก่อน...พัธจะตอบว่าไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้พัธตอบได้ว่า...ไม่!”

ศันสนีย์ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องสะเทือนใจ อมีนาก็มีอาการตะลึงไม่ต่างกันเมื่อจู่ๆก็ถูกผู้ชายบอกเลิกกลางอากาศ รจนาเห็นลูกสาวตีโพยตีพายก็พยายามเตือนสติ แต่อมีนาก็คร่ำครวญไม่หยุด

“มีนดีไม่พอเหรอคะคุณแม่”

“ความรักไม่มีดีพอหรอกลูก มีแต่พอดี เขาคงไม่เหมาะกับมีน”

“โดนพี่ชินภัทรเสือกไสไล่ส่งก็รู้สึกแย่แล้ว มาโดนผู้ชายคนนี้ทิ้งอีก ชีวิตมีนตกต่ำสุดๆ จนก็จน ผู้ชายก็ไม่เอา”

“อย่าให้ผู้ชายเป็นตัววัดคุณค่าเราสิลูก”

“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีนรู้สึก...ไม่เป็นที่ต้องการ”

รจนาสงสาร อยากให้ลูกสาวอยู่บ้าน แต่อมีนาก็ปฏิเสธ อยากออกไปข้างนอกเพื่อปลดปล่อย รจนาต้องยอมแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็ไม่เคยทัดทานความต้องการของลูกสาวได้สักครั้ง...

วันเดียวกันที่สุราษฎร์ฯ...อาภายืนมองลูกชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง แต่เจ้าตัวกลับไม่ยี่หระ ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่เกือบตายเพราะฝ่าไฟไหม้ไปช่วยอดีตเพื่อนรัก

“แม่นึกแล้วว่าต้องมีเรื่อง ตั้งแต่แกโทร.มาบอกว่าเอารถไปทิ้งไว้สนามบิน เพราะความหุนหันพลันแล่นของเราเกือบทำตัวเองตาย แม่ไม่ขอแล้วนะชินภัทร แม่สั่ง...ต่อไปนี้มีปัญหาอะไรต้องใจเย็น ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด”

ชนิกาได้ที พยักหน้าเห็นด้วยกับแม่สามี

“แม่สั่ง ภรรยาขอ คราวนี้คุณต้องฟังนะคะ”

“คุณแม่ครับ คุณภรรยาครับ ขอเป็นเรื่องๆนะครับ บางเรื่องเย็นไม่ไหว”

“ไม่มีข้อยกเว้น ชินภัทรต้องใจเย็นกับทุกเรื่อง!”

ooooooo

อมีนาเจ็บใจมากที่ถูกหักอก ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเที่ยวกับผู้ชายไม่เลือกหน้าตลอดคืน กว่าจะกลับบ้านก็เช้าวันต่อมา รจนาโกรธมาก คาดคั้นเสียงเข้มให้ลูกสาวบอกความจริงว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง แต่สาวเปรี้ยวก็ไม่ยอมตอบแถมขอตัวดื้อๆ ทิ้งรจนาให้มองตามด้วยความหนักใจที่ลูกสาวคนเดียวทำอะไรไม่คิด...

เหตุการณ์ไฟไหม้จนชินภัทรเกือบตายทำให้อาภาเป็นกังวล เมื่อแวะไปเยี่ยมปานธงจึงตัดสินใจพูดบางอย่าง

“ป้าใจหายหมดรู้ไหม เรากับชินภัทรน่ะเกือบตายทั้งคู่เพราะใช้อารมณ์แก้ปัญหา”

“ผมขอโทษครับป้า ผมยอมรับครับว่าผมผิด แต่ชินภัทรก็มีส่วนผิด”

อ่านละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ตอนที่ 10 วันที่ 2 ม.ค.60

ละครเรื่อง คนละขอบฟ้า บทประพันธ์โดย ตุณย์
ละครเรื่อง คนละขอบฟ้า บทโทรทัศน์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง คนละขอบฟ้า กำกับการแสดงโดย อดุลย์ ประยันโต
ละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ