อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 3 วันที่ 2 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 3 วันที่ 2 ม.ค.60

กมลชนกนั่งรถทองทิวออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นรถของตนบอกว่าคันนั้นไม่สมฐานะเดี๋ยวเจอสาวๆอายเขาแย่ ทองทิวบ่นว่านับวันเขาทำอะไรแผลงๆขึ้นทุกที กมลชนกตบไหล่เพื่อนบอกว่าทำใจร่มๆเดี๋ยวดีเอง

เมื่อไปถึงห้าง กมลชนกเดินไปแผนกขายเสื้อผ้าสตรีเลือกเสื้อผ้าสีสดหวานแล้วเข้าไปลองออกมาโพสให้ทองทิวดูชุดแล้วชุดเล่า พอออกมาเจอเชอร์รี่กับลูกพีช สองสาวระริกระรี้เข้าหาถามว่าหายไปไหนกำลังคิดถึงพอดี กมลชนกถามว่ามีธุระอะไรหรือ สองสาวบอกว่าอีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมกำลังหาคนเติมเงินให้

กมลชนกบอกว่าตอนนี้ตนกำลังแย่ถูกแม่ตัดออกจากกองมรดก พอรู้ว่าทั้งสองเติมเงินให้ไม่ได้สองสาวก็แสดงท่าทีรังเกียจผลักกระเด็นแล้วชวนกันไป บ่นว่าอย่าเสียเวลากับคนไร้เครดิตอย่างนี้เลย



ทองทิวที่ถือถุงช็อปปิ้งเดินตามกมลชนกบ่นว่าผู้หญิงสมัยนี้สุดบรรยายจริงๆ กมลชนกบอกว่าคิดได้อย่างนี้แสดงว่าเลิกบ้าผู้หญิงแล้วสิ ทองทิวบอกว่าเฉพาะสองคนนี้เท่านั้น

กมลชนกบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่ว่าใครสุดท้ายก็เห็นแก่เงิน ทองทิวแย้งว่ายกเว้นน้องสาวตน ยืนยันว่านั่นของจริง

“จะจริงหรือไม่ ฉันจะรู้ได้จากน้องแก ไม่ใช่แก” กมลชนกจ้องหน้าจริงจังแล้วเดินไป ทองทิวถามว่าจะไปไหน กมลชนกบอกว่าไปบ้าน แต่เป็นบ้านที่ตนซื้อจากอาม่าอยู่ข้างบ้านเขา ทองทิวโวยว่าทำไมต้องลงทุนมากขนาดนั้น ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดจะมาโทษกันไม่ได้นะ

“ฉันรู้น่า เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถพาไปดู แล้วค่อยกลับมาเอารถแกอีกที” แล้วสั่งคนขับรถไปเลย

ooooooo

กมลชนกพาทองทิวไปที่บ้านอาม่า ซึ่งมีลุงเชฟ ผู้ช่วยกับเด็กรับใช้อยู่ บอกทองทิวว่าลุงเชฟคือผู้มี

พระคุณของตนทองทิวไหว้ ทักว่าไม่ได้เจอกันเสียนาน ลุงเชฟถอนใจเฮือกใหญ่บ่นว่างานเยอะแล้วยังต้องมาเลอะกับคุณมลอีก...

กมลชนกพาทองทิวเดินดูทางหนีทีไล่รอบบ้าน ทองทิวอุทานทึ่งว่า “เฮ้ย...นี่แกทำได้ยังไงวะ”

“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเงินได้หรอก ไม่ว่าผู้หญิงอย่างแขหรือผู้หญิงอย่างอาม่า เหมาไปได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนก็เห็นแก่เงินด้วยกันทั้งนั้น...” กมลชนกทำตาวาวบอกว่า “คราวนี้ถึงทีน้องแก”

ทองทิวถามว่าจะทำอะไรน้องตน การจะรักผู้หญิงสักคนทำไมต้องทำอะไรตั้งมากมาย มันจำเป็นไหมเนี่ย?

“จำเป็นสิเงินหกล้านกับการซื้อบ้านหลังนี้ เพื่อเอาไว้เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่จะทำให้ฉันสบาย ไม่ต้องเหนื่อย” ทองทิวตกใจที่ใช้เงินถึงหกล้าน เขาบอกว่าเงินไม่มีความหมายสำหรับตนถ้ามันจะทำให้ได้เรียนรู้ใครสักคนอย่างจริงจังด้วยตัวเอง “และที่สำคัญมันทำให้ฉันสะดวกในการส่งอาหาร แล้วกลางคืนฉันก็จะแว่บมานอนหนีร้อนมาพึ่งแอร์เย็นๆที่นี่” ทองทิวตาวาวขอเอี่ยวด้วยคน กมลชนกจัดให้แต่ขอให้ทำตัวเป็นเทพอุ้มสมตนกับทองตราไม่ให้กีดกันเหมือนที่ผ่านมา

ทองทิวอ้างว่าทองตราไม่ชอบคนโกหก กมลชนกชี้ว่าถ้าเขาไม่บอกและตนไม่ถูกจับได้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง ทองทิวบอกว่าความลับไม่มีในโลก “เอาน่า แกมีหน้าที่คอยกันแม่แกกับยัยกำไลให้ฉันหน่อยแล้วกัน”

“เออ...ไอเดียดี...ใช้ได้ งั้นวันนี้เราก็ต้องไปฉลองบ้านใหม่กันยันเช้าอีกสิวะ” ทองทิวเปรี้ยวปาก

วันนี้ ขณะที่กมลชนกกำลังจะออกไปซื้ออาหารกับทองตรา กาญจนาก็โทร.เข้ามือถือเขารีบกลับเข้าห้องปิดประตูรับโทรศัพท์ เขารีบบอกแม่ว่าอาเทวาบอกแล้วว่าแม่อยากพบ กาญจนาถามว่าเอาเงินไปทำอะไรตั้งหกล้าน เขาบอกว่าเอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เก็งกำไร ซื้อไว้ทำประโยชน์ทางจิตใจแล้วจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังทีหลัง พอถูกคาดคั้นก็บอกว่ามีธุระต้องทำเอาไว้ว่างเมื่อไหร่จะกลับไปอธิบายให้ฟัง

กาญจนาบ่นว่าตนเหนื่อยมากแล้ว เมื่อไหร่เขาจะเลิกใช้ชีวิตไปวันๆ แล้วคิดทำอะไรให้มันจริงจังเสียที

“คุณแม่ของขึ้นอีกแล้ว งั้นแค่นี้นะครับ” พูดแล้วตัดสายเลย พอออกจากห้องเจอกำไลพอกหน้าขาววอกยืนอยู่ ถามว่าเมื่อกี๊คุยกับใครเสียงดังมากนึกว่าทะเลาะกันเสียอีก เขาบอกว่าคุยกับแม่ แม่หูไม่ดีเลยต้องเสียงดังนิดหน่อย ถามว่าได้ยินอะไรบ้างล่ะ

“ได้ยินแว่วๆว่าซื้ออะไรแล้วจะกลับไปไหน แต่เจ๊...คุณนายเคยสอนกำไลว่าห้ามพูดเสียงดัง ห้ามเถียงบิดามารดามันไม่ดี” เขาถามว่าแล้วเธอเชื่อเขาไหม “ก็เพราะเชื่อไงกำไลเลยต้องมานั่งเถียงกับคุณนายแทน”

กมลชนกมองกำไลขำๆ บอกว่ามีอะไรจะให้หยิบถุงเสื้อส่งให้ บอกว่าซื้อมาฝาก กำไลดีใจจนเกือบเป็นลม

“เฮิ๊ก...ของชิ้นแรกในชีวิตที่ได้จากผู้ชาย....” แล้วมองกมลชนกตาเยิ้ม เขิน บิดตัวไปมาจนแทบจะเป็นเกลียว

ooooooo

ทองม้วนจับตาดูนายมลอย่างระแวง เห็นเขามาตามหาทองตราเพื่อไปตลาดก็ถืออีโต้เข้ามาขู่ว่าถ้าคิดจะเกาะแกะลูกสาวฉัน ตาย!

ขณะนั้น ทองตราเดินมาเจอถามว่ามีอะไรกันทองม้วนวางปังตอบอกว่าตนกำลังสาธิตการใช้มีดอย่างถูกวิธี นายมลก็ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าคุณนายท่านเป็นห่วงว่าถือมีดผิดท่าจะเป็นนิ้วล็อก ทองตรายิ้ม ถามว่าจะไปตลาดกับตนไหวไหม เขารีบบอกว่าตนหายดีแล้ว ทองม้วนหมั่นไส้ปรามว่าตอนนี้หายดีแต่ต่อไปอาจหายไปจากโลกนี้ ถ้าทำอะไรลูกตน จำไว้!!

“ค่ะคุณนาย จำขึ้นใจค่ะ” กมลชนกเสียงอ่อย ทองตราชวนรีบไปกันเถอะ

ขณะเดินกลับจากซื้อของ ทองตราขอบใจนายมล ที่ทำให้พ่อมีความสุข ถามว่าพ่อบอกหรือว่าอยากกินต้มโคล้ง กมลชนกได้ช่องคุยว่าคนเป็นพ่อครัวทำอาหารแล้วคนกินมีความสุขคนทำก็มีความสุขด้วย รำพึงรำพันความรักที่ตนมีต่อคุณพ่อเธอว่า อาจเป็นเพราะตนขาดความรักและท่านก็เมตตาตนมาก ทำเอาทองตราปลื้มถามถึงพ่อเขาบ้าง เขาตีหน้าเศร้าบอกว่าพ่อเสียไปแล้ว เธอเอามือแตะมือเขาด้วยความเห็นใจ ถามว่าแล้วแม่ล่ะ

“แม่อยู่บ้านนอก” เธอถามว่าทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียวได้ยังไง “ก็เพราะจนเลยต้องทิ้งท่านไว้กับญาติๆว่างเมื่อไหร่ค่อยกลับไปเยี่ยม” กมลชนกจับจุดความใจอ่อนมีเมตตาของทองตราได้ คร่ำครวญชีวิตรันทดเรียกความสงสาร เธอบอกว่า

“นายรู้ไหม ว่าการได้อยู่ดูแล ได้ทำอะไรให้คนที่เรารัก มันมีความสุขมากจริงๆ ก็เหมือนที่ฉันพยายามจะทำให้พ่อกับแม่อยู่นี่ไง”

กมลชนกชะงักกึกนึกถึงคำพูดของพ่อขณะสอนทำข้าวต้มกุ้งขึ้นมาทันที มองหน้าเธออย่างซึ้งใจจนทองตรา ถามว่ามองหน้าตนทำไม รีบไปกันได้แล้ว

พอกลับถึงบ้าน รณยุทธิ์ถามทองตราว่าวันนี้ไม่ไปช่วยนายมลทำอาหารหรือ ทองม้วนถามเสียงขุ่นว่าลูกเราเป็นเจ้านายจะไปทำกับข้าวกับลูกจ้างได้ไง รณยุทธิ์เลยเปลี่ยนเป็นให้กำไลไปช่วย กำไลบอกว่าตนไม่ค่อยชอบทำอาหาร

กมลชนกใจคอไม่ดีรีบตัดบทว่า ตนเป็นพ่อครัวทำเองได้อยู่แล้ว คุณตราไม่ต้องมาช่วยคุณนายก็จะได้สบายใจด้วย แล้วทำท่าร่าเริงท่องสโลแกนประจำตัว “รอแป๊บก็แซ่บแล้วค่ะ” แต่ทองม้วนก็ทั้งกล่อมทั้งบังคับให้กำไลไปเรียนทำกับข้าวกับเขาจนได้

กำไลเข้าครัวเห็นมะพร้าวน้ำหอมวางอยู่ก็ตื่นเต้นถามว่าจะเอาไปทำอะไร เขาบอกว่าทำเครื่องดื่มสูตรใหม่ใส่ไว้ในลูกมะพร้าวเท่ไหมล่ะ กำไลจะขอดูเผื่อหัดทำบ้างก็ถูกไล่ให้ไปไกลๆเลยสูตรนี้ตนหวง ตนจะได้รีบทำกับข้าว

ลุงเชฟทำอาหารเสร็จก็กดปุ่มอุปกรณ์ไฮโดรลิกส่งข้ามกำแพงมา ครู่เดียวอาหารก็ถูกจัดใส่จานชามพร้อมเสิร์ฟกำไลโผล่มาบอกว่า เมื่อกี๊ตนเห็นอะไรแว้บๆตรงกำแพง กมลชนกบอกว่าจะมีอะไรนั่นมันกำแพงแล้วก็ม่านชัดๆ เมื่อกำไลยืนยันว่าเห็นจริงๆ เขาเลยบอกว่าอาจเป็นผีเจ้าที่ท่านคงไม่ชอบให้กำไลทำตัวขี้สงสัย กำไลหน้าเหวอหุบปากทันที

“มาช่วยกันยกกับข้าวไปเร็ว” กมลชนกทำเสียงเข้ม กำไลยกกับข้าวไป เห็นมะพร้าวอีกลูกที่วางอยู่ก็ตาวาว...

ooooooo

รณยุทธิ์เห็นต้มโคล้งก็ชวนทองม้วนดูบอกว่าของไทยๆสมุนไพรเยอะหอมเชียว ทองม้วนตักชิมทันที

“โอ๊ย...แซ่บซี๊ดมากเลยค่ะคุณ”

“นายมลเขาทำอาหารอร่อยทุกอย่างจริงๆเลยนะเนี่ย” รณยุทธิ์หัวเราะมีความสุขมาก ทองตราเห็นพ่อแม่มีความสุขก็ยิ้มปลื้ม กมลชนกยกมะพร้าวน้ำหอมมาวางไว้ข้างหน้าทองทิว บอกว่านี่ของคุณทิวลองชิมดูแล้วจะติดใจ ทองทิวสั่นหัวถามว่ายังไม่กินข้าวจะกินมะพร้าวได้ไง

“ทิวไม่กินเดี๋ยวแม่กินเอง เห็นเขาว่ากินน้ำมะพร้าวดีทำให้ไม่เป็นอัลไซเมอร์” แล้วคว้าลูกมะพร้าวไปดูดอึกใหญ่รวดเร็วจนกมลชนกห้ามไม่ทัน พลันทองม้วนก็ร้องลั่น “อ๊าย...นี่มันเหล้าไม่ใช่มะพร้าวนี่นา”

ครู่เดียวทองม้วนก็หน้าแดง โวยวายว่าเอาเหล้ามาใส่ในมะพร้าวได้ไง รู้ไหมว่าทำตนศีลขาดหลุดลุ่ยหมดแล้ว ทองทิวออกรับแทนว่าตนเป็นคนเอาเหล้ามาให้นายมลทำน้ำผลไม้สูตรนี้เอง
กมลชนกบอกว่าเป็นน้ำผลไม้สูตรเมาปลิ้น พูดไม่ทันขาดคำทองม้วนก็ยกมะพร้าวขึ้นดูดอึ้กๆจนหมด พูดลิ้นไก่สั้นว่า

“ไหนๆ ศีลก็ขาดแล้ว ขออนุญาตฟาดสักวันเถอะนะ” ชมว่าน้ำผลไม้สูตรนี้ทำได้ถูกใจจริงๆ ถามว่ามีอีกไหม กมลชนกบอกว่ายังมีอีกลูกเดี๋ยวตนไปเอามาให้ “ไม่ต้อง... เดี๋ยวฉันไปเอาเอง...” ว่าแล้วลุกเดินโซเซไปห้องครัว

ooooooo

พักใหญ่ ทองม้วนกับกำไลก็เมานั่งง่อกแง่กโงนเงนมีลูกมะพร้าววางอยู่ข้างๆ ทั้งสองกอดคอแข่งกันคุยขโมงโฉงเฉง จนข้างนอกนึกว่าทะเลาะกัน พอเข้าไปดูเห็นเมาแอ๋ทั้งคู่ ทองตราบอกแม่ว่า แม่เมาเหล้าแล้วพอเถอะ

“ม่ายอาว...ม่ายมาว...จาอาวอีก...” ทองม้วนงอแง ทองตราเรียกนายมลให้ตามตนมา พอกมลชนกตามไป ทองทิวมองพ่อกับแม่สลับกันไปมา เขายิ้มกริ่มเมื่อปิ๊งไอเดียเจ๋ง...

ทองตราเรียกนายมลไปหยิกลงโทษถามว่าทำอะไรลงไปรู้ไหม ต่อไปไม่ว่าจะเป็นผลไม้อะไรก็ห้ามเอาเหล้าเอาของมึนเมามาเป็นส่วนผสมเด็ดขาด ถามว่าเข้าใจไหม ถ้าเข้าใจแล้วพรุ่งนี้ให้ไปกับตน กมลชนกถามว่าไปไหนหรือ เธอมองหน้าถามว่ากลัวเอาไปฆ่ารึไงเขาส่ายหน้าอ้อนว่า

“ขอแค่มีคุณตราไม่ว่าจะพาไปขึ้นเขาลงหวยที่ไหนมลก็ไปได้ทุกที่”

“นายนี่ นับวันทะลึ่งขึ้นทุกวันจริงๆ” ทำเสียงดุแต่แอบเขิน

ฝ่ายทองทิวเห็นแม่เมาเหล้าปั่นปิ๊งไอเดียจะพาพ่อไปเปิดหูเปิดตา เขากวักมือเรียกกมลชนก พอมาถึงก็โอบไหล่ทำท่าตุ๊ดตุ้งติ้งบอกให้ช่วยขับรถพาพ่อไปเปิดหูเปิดตาหน่อย กมลชนกถามว่าคุณลุงเนี่ยนะจะไปปาร์ตี้ อย่าเลยให้ตนไปแทนดีกว่า รณยุทธิ์เองก็ปฏิเสธว่าไม่ไปแล้วเดินหนี

“โอกาสมีก็ไม่รีบไขว่คว้าแล้วห้ามมาบ่นเสียดายทีหลังนะพ่อ” ทองทิวยั่วตามหลัง

แต่พอรณยุทธิ์เดินไป คิดถึงวันที่ทองทิวไปเคาะประตูเรียกนายมลที่ห้องพัก คิดถึงที่ทองทิวเรียกนายมลไปช่วยยกของที่รถกันอย่างสนิทสนม ก็ผวาบอกตัวเองว่า “ฉันจะปล่อยให้ผู้สืบพันธุ์หนึ่งเดียวของฉันต้องมีอันเป็นไปได้รึ”แล้วเปลี่ยนใจหันกลับไปหาทองทิวทันทีบอกว่าตกลงพ่อจะไป แล้วไปแต่งตัว

กมลชนกทักท้วงทองทิวว่าบ้าหรือที่จะพาคนดีอย่างพ่อไปในที่แบบนั้น เพราะวิถีชีวิตของเขากับเรามันต่างกัน และพ่อเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างอาเทวาด้วย

“เอาน่า อย่าบ่นนักเลยวะ แกโทร.ตามอาเทวามาสิจะได้เป็นเพื่อนพ่อฉันได้” ทองทิวสนุก แต่กมลชนกหนักใจ

พอไปเจอกันที่ผับหรู ทองทิวให้เทวาคอยดูแลแนะนำพ่อ แล้วทั้งเทวาและทองทิวก็ออกไปล่าเหยื่อปล่อยให้กมลชนกดูแลรณยุทธิ์ที่รู้สึกอึดอัดกับเสียงอึกทึกแสบแก้วหู ยิ่งเมื่อถูกสาวตู้มมานัวก็เกิดอาการกระสับกระส่ายใจเต้นรัว

รณยุทธิ์รู้สึกอาการไม่ดีกวักมือเรียกนายมลบอกว่า ตนไม่ไหวใจมันสั่นรีบพาไปจากที่นี่ก่อนที่จะต้องพาไปที่เมรุ

เมื่อพาออกมานั่งพักข้างนอก ทองทิวเดินมาหาบอกพ่อว่ามาอีกทีสองทีก็ชิน รณยุทธิ์บอกว่าตนยอมแพ้ยอมรับว่าเรามากันคนละทางจริงๆ ขอนั่งพักเดี๋ยวแล้วค่อยกลับ กมลชนกจึงคอยพัดและบีบนวดให้อย่างห่วงใย

ooooooo

รุ่งขึ้น ทองม้วนยังเมานอนสลบอยู่ ส่วนรณยุทธิ์นอนพักดีขึ้นแต่ยังเพลีย ทองทิวเห็นสภาพพ่อแล้วรู้สึกผิด

นอนพักมีแรงขึ้น รณยุทธิ์ลุกขึ้นบอกทองตราว่าให้แม่เขานอนพักก่อน ส่วนตัวเองจะไปประชุมที่วัดหน่อย ทองทิวรู้สึกผิดเอ่ยขอโทษพ่อ ทองตรามองสงสัยว่าพี่ชายพูดเหมือนเป็นคนทำให้พ่อป่วย รณยุทธิ์รีบแก้ว่า

“ไม่มีอะไร พ่อป่วยของพ่อเอง ไปทิว ไปกินข้าวกินปลาได้แล้วลูก”

พอมาเจอกันที่เก้าอี้สนาม กมลชนกตำหนิทองทิวว่าตนเตือนแล้วไม่ยอมฟังแถมยังทำเอาพ่อเกือบตาย บอกว่าถ้าคนดีๆอย่างคุณลุงเป็นอะไรไปตนคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต เห็นทองทิวหน้าเจื่อน ก็เตือนสติเพื่อนว่า

“ทิว...แกโชคดีที่มีพ่อดีมาก รักแกมาก แกต้องรักพ่อแกให้มากกว่านี้ ไม่งั้นแกก็ต้องมานั่งเสียใจภายหลังเหมือนฉัน” ทองทิวถามว่าทำไม “ฉันไม่เคยทำอะไรให้พ่อภูมิใจ ไม่เคยสนใจ ใส่ใจพ่อ” ทองทิวปลอบว่าอย่าโทษตัวเองสิ “แต่มันเป็นเรื่องจริง ฉันรักพ่อแต่ปาก จนเสียพ่อไปฉันถึงได้รู้ว่าฉันคิดผิด ฉันรู้สึกผิดต่อพ่อ แกอย่าทำอย่างฉันนะทิว”

ฝ่ายทองตรายังเฝ้าดูแลแม่ที่หลับหมดสภาพอยู่อย่างเป็นห่วง โดยมีกำไลนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ โทษตัวเองว่าไม่น่าชวนคุณนายกินมันเลย พอทองม้วนลืมตาขึ้น กำไลโผกอดยิ้มทั้งน้ำตา นาทีนี้ทั้งกำไลและทองม้วนต่างรู้ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน

ทองตราบอกว่าเดี๋ยวกินข้าวแล้วจะพาแม่ไปหาหมอ ทองม้วนบอกว่าไม่ต้อง พักอีกเดี๋ยวก็หาย มองหน้าลูกสาวเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า “ยัยตรา...แม่ขอโทษทีหน้าทีหลัง แม่ไม่ทำอีกแล้ว เข็ดจนตาย”

ทองตรากับกำไลช่วยกันพยุงทองม้วนขึ้นนั่งแล้วป้อนข้าวต้มให้ ทองม้วนยังรู้สึกพะอืดพะอมแต่ก็ฝืนกิน

ooooooo

ดูแลและให้แม่พักผ่อนแล้ว ทองตราพากมลชนก ไปสถานสงเคราะห์ผู้พิการทางสายตา กมลชนกมองไปรอบๆอย่างตื่นตา ทองตราถามว่าเคยมาไหม เขาส่ายหน้า เธอจึงพาเขาเดินไปดูการทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้พิการ

เธอให้เขาอ่านหนังสือให้ผู้พิการฟัง แนะนำว่า “นายต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจนเข้าใจไหมและเสียงของนายจะเป็นเหมือนแสงสว่างนำทางให้เขาเหล่านั้น” เธอเอาหนังสือคุณภาพแห่งชีวิตให้เขาทดลองอ่าน เขาอ่านเร็วเกินไป จึงแนะนำให้อ่านช้ากว่านี้ แล้วสอนวิธีใส่หูฟังเพื่ออัดเสียง

กมลชนกอ่านอย่างตั้งใจ พออ่านเสร็จถามทองตรา ว่าเป็นยังไงบ้าง เธอให้กำลังใจว่ามาครั้งแรกอ่านได้ขนาดนี้ก็ถือว่าใช้ได้แต่ยังเร็วอยู่ เขาถามว่าเราอ่านคู่กันได้ไหม เธอบอกว่าได้แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขาถามอีกว่าเธอมาที่นี่บ่อยหรือ

“ตอนเด็กพ่อพามาบ่อยแต่พอโตก็พยายามหาเวลามาหรือไม่ก็แนะนำให้เพื่อนมา” เขาถามว่าทองทิวล่ะ “ตอนเด็กพ่อก็พามาด้วยกันแต่พอโตพี่ชายฉันเขาก็ไม่ค่อยได้มา เขาก็อ้างแต่งานเหมือนนาย”

“เหรอครับ...”

“พ่อพามา เพราะอยากให้เรารู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน และได้ทำอะไรให้กับสังคมให้กับคนอื่น จะได้ไม่เห็นแก่ตัว ตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจ แต่พอได้มามันทำให้ฉันรู้ว่า การได้ให้และได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำมันทำให้คนอื่นมีความสุขเรายิ่งสุขมากกว่าแล้วนายล่ะรู้สึกยังไง”

กมลชนกบอกว่าตนรู้สึกดีและมีความสุขจริงๆ เธอบอกคราวหน้าถ้ามีเวลาก็แวะมาอีก เขาอ้อนว่าอยากมากับเธอ ทองตราเขินจนหลบตาถามว่าทำไมล่ะ เราไม่ได้เป็นแฝดอินจันตัวติดกันสักหน่อย

“ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าใจมันสั่งมามั้งครับ...เอ๊ย...ค่ะ”

“เว่อร์ไปไหมเจ๊ แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าฉันมีเวลาแล้วนายยังไม่ลาออกไปไหน ฉันจะมาเป็นเพื่อนนายเอง”

เมื่อมานั่งคุยกันในสวนหย่อม กมลชนกถามเธอว่า วันก่อนเธอบอกให้ตนหาจุดหมายในชีวิตมันคืออะไร

ทองตราบอกว่าคือสิ่งที่เราคาดหวังไว้และต้องไปให้ถึง จุดหมายของตนคือครอบครัว ตนจะทำทุกอย่างให้พ่อกับแม่ได้อยู่สุขสบาย กมลชนกชมว่าคนสวยและเก่งอย่างเธอคงหาสามีรวยๆได้ไม่ยาก

“นี่นาย...” ทองตราหน้าตึงทันที “ฉันมีสมองมีสติ ปัญญาพร้อมที่จะทำมาหากินด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปหาสามีเพื่อที่จะไปเกาะเขากิน” กมลชนกรีบขอโทษตนไม่ได้หมายถึงเธอจะไปเกาะใครกิน “ฉันก็แค่อยากจะบอกให้นายรู้ไว้ว่าฉันจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างอนาคตด้วยตัวเอง แล้วนายล่ะ”

กมลชนกส่ายหน้า เธอแนะว่าลองหาดูว่าอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับตัวเองบ้าง รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เขาเปิดโอกาสให้คนมีฝีมือไปประกวดอะไรตั้งมากมาย แนะนำให้เขาไปลองประกวดพ่อครัว ประกวดเชฟดู ถ้าชนะได้รางวัลก้อนใหญ่จะได้กลับไปดูแลแม่ตัวเอง

กมลชนกยิ่งฟังก็ยิ่งซึ้ง ถามว่าถ้าตนไปแล้วคุณตราไม่คิดถึงหรือ แล้วจะไปหาพ่อครัวที่ไหนมาแทน

“ฉันยินดีถ้านายจะไปจากที่นี่ เพื่อไปมีอนาคตที่ดีกว่า ขนาดฉันก็ยังไปหาสมัครงานเพื่ออนาคตที่ดีของฉัน นายก็คงไม่ต่างกัน”

กมลชนกตื่นเต้นถามว่าเธอไปสมัครที่ไหน ช่วยพาตนไปสมัครหน่อยได้ไหม เธอบอกว่าสมัครทางอินเตอร์เน็ต พรุ่งนี้ก็ต้องไปสอบสัมภาษณ์แล้ว ถ้าเขาจะสมัครก็จะพาไป แต่อย่าลืมกลับไปหาจุดหมายในชีวิตให้เจอ แล้วตนจะเชียร์สุดใจให้เขากลับไปอยู่กับแม่

“ครับผม” กมลชนกซึ้งและดีใจมาก แต่พอถูกว่าเก๊กแมนอีกแล้ว เขาก็รีบเปลี่ยนเป็นแต๋ว “ค่ะ คุณตรา”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 3 วันที่ 2 ม.ค.60

ละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย กนกเรขา
ละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ บทโทรทัศน์โดย เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศ
กำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา
ผลิตโดย : บริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์
ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มออกอากาศตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560
ที่มา ไทยรัฐ