อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 6 วันที่ 12 ธ.ค.59

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 6 วันที่ 12 ธ.ค.59

รสลินเอารูปจากกล้องวงจรปิดให้เทวัญดู เทวัญคำรามเบาๆ ว่านักข่าวคนเดิมอีกแล้ว คราวนี้จัดชุดใหญ่ให้ไม่เหลือซาก!! รสลินเอาไลน์ที่โรมันส่งมาเปิดให้เทวัญดูอีก เป็นรูปมังกี้ถูกมัดมือปิดตาอยู่บนเก้าอี้

“เยี่ยม! เนตรปฐพีใกล้มือเราเข้าไปทุกทีแล้ว รีบบอกทุกคนให้ไปจัดการทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง”

พอรสลินรับคำ กันยิกาก็เดินสวยเข้ามา เทวัญถามว่าแล้วริย่าล่ะ กันยิกาบอกว่าท่าทางจะท้องผูกยังอยู่ในห้องน้ำ ชวนคุยเรื่องเพชรเพลิงสุริยากันต่อดีกว่า แต่ถูกรสลินกันท่าบอกเทวัญว่า



“คุณเทวัญมีธุระด่วนที่สุด ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!!”

กันยิกามองรสลินอย่างไม่พอใจ แต่เทวัญลุกขึ้นจับมือกันยิกาพูดเอาใจว่า

“เสร็จธุระแล้ว ผมจะกลับมาเล่าเรื่องเพชรที่น่าอัศจรรย์ทั้งหลายให้คุณยิกาที่เป็นดุจเพชรกลางใจของผม ฟังจนจุใจ รอผมนะครับ” เทวัญจูบมือกันยิกาแล้วเดินไป

รสลินหันสั่งสาวใช้ให้ส่งกันยิกา มองด้วยสายตาเย้ยหยัน แล้วเดินออกไปอีกคน

กันยิกาเซ็งที่ถูกขัดจังหวะเรื่องข้อมูลเพชรเพลิงสุริยาจนได้

อิสริยาถูกซ้อมจนสะบักสะบอม หน้าบวม ปากเจ่อ ท้องระบมเพราะถูกถีบ กระย่องกระแย่งมาที่ห้องรับแขก ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ เจอแต่สาวใช้บอกว่าเทวัญออกไปธุระและรสลินสั่งให้ตนส่งแขก ผายมือเชิญเธอออกไป

“นังกันยิกา แกมั่นใจใช่ไหมว่าจะจองเวรกับฉัน!” อิสริยาคำรามทั้งที่บอบช้ำแทบยืนไม่ติด

ooooooo

ที่ร้านเพชรไวโอลิน ดนัยเทพถือไอแพดเดินเข้ามาหาดนุภพในห้องทำงานของเขา ถือไอแพดเข้ามาให้ดู

“นี่ ดนุภพฟังนะว่าอาไปอ่านเจออะไรเข้าให้!”

ดนุภพถือรูปเพชรสองรูปที่ตัวเองสเกตช์ขึ้นตามมโน ยื่นให้ดนัยเทพดูบอกให้เลือกดูซิแบบไหนใกล้เคียง เพชรเนตรปฐพีที่สุด

“ฉันจะไปรู้ได้ไง เกิดมาเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นว่ารูปร่างหน้าตาเพชรเป็นยังไง ฉันว่านะ...ในโลกนี้คงมีไม่เกินสิบคนที่เคยยลโฉมเพชรเนตรปฐพี”

“ไม่เคยเห็น แล้วถ้าเราเจอเพชร เราจะรู้ได้ไงว่ามันใช่เนตรปฐพี ถ้าเราไม่มโนภาพมันไว้ก่อนว่าน่าจะ เป็นยังไง”

ดนัยเทพบอกว่ามันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นได้ทั้งสองแบบและมีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ใช่ทั้งสองแบบ ดนุภพให้ตั้งสมมติฐานไว้ทั้งสอบแบบ ดนัยเทพให้อ่านคอลัมน์ที่เสาวนุชเขียนไว้ แต่ดนุภพมัวแต่ดูรูปเพชร ดนัยเทพจึงอ่านให้ฟัง

“ผู้ที่ควรจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆ่ามหาราชามาคัส ไม่ใช่แขกที่อยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับ แต่น่าจะเป็นแขกคนสำคัญที่ควรมาร่วมงานเลี้ยงแต่กลับไม่มาร่วมงาน”

“ผมอยากได้เบอร์โทร.นักข่าวคนนี้” ดนุภพสนใจขึ้นมาทันที และดนัยเทพก็ยื่นให้ทันทีเหมือนกัน ดนุภพคว้ากระดาษจดเบอร์โทร.ชม “รู้ใจผมจริงๆเลยอา”

ดนุภพโทร.หาเสาวนุชทันที เธอไม่คุ้นเบอร์ ดนุภพ แนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเอกราชที่อกหักเหมือนกับเธอ เสาวนุชจึงนัดไปเจอกันที่วีโว่ผับที่วรุฒหลอกว่าเอกราชกำลังไปค้นที่นั่น แล้ววางสายเลย

ดนัยเทพมองดูแผนผังเพชรที่ดนุภพติดไว้ มีเพชรที่อยู่ในความสนใจครบ ขาดแต่ช่องเพชรเนตรปฐพี เขาบอกหลานชายว่า

“เพชรเนตรปฐพี มันชื่อว่าเนตรปฐพี เพราะมันอาจจะเคยทำหน้าที่เป็นดวงตาของอะไรบางอย่าง แกว่าไหม?”

ooooooo

เสาวนุชถูกวรุฒหลอกว่าเอกราชไปค้นวีโว่ผับ เธอไปที่นั่นไม่เจอเอกราช แต่ถูกรสลินกับลูกน้องรอเล่นงานอยู่ เธอผลักประตูผับเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ เดินเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เสาวนุชถูกหลอก พอรู้ตัวก็วิ่งหนีถูกลูกน้องรสลิน ไล่ตาม และรสลินที่ใส่หน้ากากก็โผล่มาดักหน้า กางกรงเล็บ บีบคอจนเสาวนุชหายใจไม่ออก แต่ก็พยายามสู้ มือหนึ่งดึงมือรสลินที่บีบคออีกมือก็ต่อย แต่รสลินปัดป้องได้อย่างง่ายดาย เสาวนุชถูกทุ่มไปที่โต๊ะจนลงไปกอง แต่ก็พยายามผงกหัวขึ้นมอง เห็นรสลินกับลูกน้องสองคน เดินมาก้มลากคอเธอไป

ดนุภพมาถึงหน้าผับ เขาแปลกใจที่ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย เห็นสภาพผับก็บ่นว่ามันปิดไปแล้วชัดๆ จึงโทรศัพท์หาเสาวนุช มีเสียงสัญญาณดังแว่วๆ เขาชะเง้อมองไปตามเสียง ได้ยินครู่เดียวก็เงียบไป เขาโทร.ใหม่ มีแต่เสียงบอกว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ ได้เวลานี้”

ดนุภพเชื่อว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่

ที่ห้องชั้นบนภายในผับ เสาวนุชถูกลากไปซ้อมจนสะบักสะบอม มือถือถูกรสลินกระทืบแตกยับ รสลิน กระชากผมให้เสาวนุชเงยหน้าขึ้น ตะคอก

“เป็นนักข่าวดีๆไม่เร้าใจเหรอ ถึงริอ่านทำตัวเป็นนักสืบ สาระแนเกินวิชาชีพ แกก็ควรถูกปลิดชีพแบบวิสามัญ ฆาตกรรม แต่ก่อนจะตาย ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดว่ามันเป็นยังไง”

แม้จะอยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่เสาวนุชก็ถ่มน้ำลายเปื้อนเลือดใส่รสลิน ก็ถูกตบสวนอย่างแรงจนหน้าหัน ตะคอก...

“รสชาติมันเป็นอย่างนี้!”

เสาวนุชถูกตบตีต่อยเตะจนหมดสติ ลูกน้องคนหนึ่ง บอกว่าสลบไปแล้ว

“หน้าที่ของพวกแก ฝังกลบ” รสลินสั่ง พอลูกน้องจะลากไป เธอกำชับ “เอาไปจัดการที่ไกลๆ ให้มันหายสาบสูญไปเลย”

“เฮ้ย! พวกแกทำอะไร!!” ดนุภพขึ้นมาเจอพอดี

รสลินที่ยืนอยู่ด้านหลังชักปืนยิงดนุภพทันที เขากลิ้งตัวหลบไปใต้โต๊ะสนุ้กเกอร์ รสลินยังตามยิง ดนุภพยิงตอบโต้ แต่เห็นชายสองคนลากร่างเสาวนุชลงไปข้างล่าง เขาเป็นห่วงเสาวนุชรีบตามไปทันที

รสลินถูกยิงสวนก็กลิ้งหลบจนเจ็บศอก เธอมองลีลาของดนุภพ พึมพำ...

“ไอ้พ่อค้าเพชร แกเก่งเกินกว่าจะเป็นคนขายเพชรธรรมดาซะแล้ว!”

ดนุภพวิ่งตามลงมาข้างล่าง แต่ลูกน้องรสลินลากร่างเสาวนุชออกไปแล้ว เขาจะยิงแต่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ได้แต่สบถ “โธ่เว้ย!!” แล้ววิ่งไปหลบหลังประตูเล็งปืนหารสลิน แต่ไม่เห็นใครแล้ว

“ฝีมือพวกไหนนี่ มาอุ้มนักข่าวแบบนี้??!” ดนุภพ รีบล้วงมือถือออกมาโทร.ทันที

ooooooo

เอกราชกำลังประชุมอยู่ที่สำนักงานตำรวจ ได้รับโทรศัพท์จากดนุภพ เขาเห็นชื่อแล้วบอกเพื่อนตำรวจที่ประชุมด้วยกันว่า

“กุหลาบขาว ยังไงก็ตัดมันทิ้งไม่ได้ มันคือคนที่อยู่กับมาคัสคนสุดท้าย” เพื่อนติงว่ากุหลาบขาวไม่เคยฆ่าใคร “แต่ผมบอกแล้วว่าตัดประเด็นไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น” แล้วรับสายดนุภพถามทีเล่นทีจริงว่า

“ว่าไงครับคุณชายดนุภพ จะโทร.มาขอมอบตัวคดีอะไรล่ะ” พูดพลางเหลือบมองหมวดเอที่รู้กันเรื่องดนุภพ

“แกอยู่ไหนเนี่ย ไม่มาที่ผับเหรอ” เอกราชถามว่า กลางวันแสกๆจะไปทำไม “งั้นแกรีบมาที่ผับวีโว่ด่วนเลย นักข่าวเสาวนุชถูกใครก็ไม่รู้อุ้มตัวไป ฉันช่วยไม่ทัน”

“ว่าไงนะ...เสาวนุชถูกอุ้ม!” เอกราชลุกพรวดทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ หมวดเอพบหลักฐานเป็นเป้กับกล้องถ่ายรูปของเสาวนุชที่ถูกกระทืบตกอยู่ที่พื้น เอกราชถามดนุภพว่าเขาเห็นหน้าคนร้ายไหม

“เห็นสองคนอีกคนที่เป็นมือปืนไม่เห็นหน้า มันซุ่มยิงฉันมาจากในห้องนี้”

เอกราชฟังแล้วบ่นว่า ป่านนี้เสาวนุชจะเป็นอย่างไรบ้าง รถคนร้ายป้ายทะเบียนก็ไม่มี สั่งสกัดทั่วเมืองแต่ไม่เห็นแม้แต่เงา ดนุภพถามว่าเสาวนุชไปเอามาจากไหน ว่าเขามาตรวจที่นี่ เอกราชเชื่อว่ามีคนจงใจหลอกเธอแน่

“ข่าวที่เสาวนุชทำไปสะเทือนใครเข้าบ้างล่ะ” ดนุภพฉุกคิดถึงคอลัมน์ที่ดนัยเทพอ่านให้ฟัง เล่าให้เอกราชฟังว่า “คืองี้ฉันเพิ่งอ่านเจอคอลัมน์ที่นักข่าวเสาวนุช เขียนวิเคราะห์คดีที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าตายว่า คนที่ควรตกเป็นผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นแขกคนสำคัญที่ไม่มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับในคืนเกิดเหตุ”

“ยัยบ้าเอ้ย...ทำไมปากมากยังงี้ รนหาที่” เอกราชบ่น ดนุภพดักคอว่าพูดเหมือนรู้ว่าแขกสำคัญหมายถึงใคร “ถึงฉันรู้ก็บอกไม่ได้ ความลับทางคดีเว้ย”

ถูกเพื่อนตัดบทแบบนี้ ดนุภพก็ได้แต่เหลือบมองขวางๆ

ooooooo

ขณะเดียวกัน เทวัญไปที่ห้องลับแห่งหนึ่งที่อานุภาพถูกมัดมือมัดปากนั่งสลบคอพับอยู่บนเก้าอี้ โดยมีโรมันกับลูกน้องเดินเข้าไปด้วย เทวัญบอกให้โรมันฉีดยาให้อานุภาพฟื้น

โรมันเปิดกระเป๋าที่มียาสีต่างๆเป็นสิบหลอดอยู่ในนั้น เขาหยิบหลอดสีฟ้าออกมาจัดการฉีดเข้าที่หลังของอานุภาพอย่างคล่องแคล่ว กดยาจนหมดหลอด ครู่เดียวอานุภาพก็สะดุ้งรู้สึกตัว มองไปรอบๆจึงเห็นว่าใครเป็นใคร

“ที่แท้ก็มหาเศรษฐีพันล้านคุณเทวัญนี่เอง เป็นบุญตาของอานุภาพจริงๆที่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วคุณก็ไม่ต่างอะไรกับโจร”

“โจร!! แกเปรียบเทียบกระจอกเกินไป ฉันไม่เคย ปล้นเพื่อเงินเลยสักครั้งเดียว เพชรเท่านั้นที่ฉันต้องการ แล้วตอนนี้เพชรที่ฉันอยากจะได้ก็คือเพชรอมตะเม็ดที่ 3 ...เนตรปฐพี!”

“แปลว่าเพชรเพลิงสุริยากับละอองทะเลอยู่ในมือ แกแล้วสินะ ตำนานที่เล่าขานกันมาเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย ...” อานุภาพนึกๆแล้วโพล่งขึ้น “แกนี่เองที่เป็นคนฆ่าคนทำเครื่องเพชรครอบครัวนั้นกับมหาราชามาคัส”

เทวัญตวาดให้หุบปาก อย่าพูดอะไรที่ตนไม่ได้ถาม บอกมาว่าเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร อานุภาพบอกว่า ตนไม่รู้ เทวัญบอกว่ารู้ไม่รู้เขาก็ต้องตาย เลือกเอาว่าจะตายแบบไหน จะให้โอกาสอีกครั้งบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ใคร

พออานุภาพบอกว่าไม่รู้ เทวัญก็สั่งตาย ให้เลือกเอาว่าจะตายแบบไหน อานุภาพนิ่ง โรมันจึงเลือกให้เอาหลอดสีเขียว แล้วเอามาฉีดแขนอานุภาพทันที เขาร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน ครู่เดียวเส้นเลือดก็ปูดโปนขึ้นทั่วตัว ราวกับจะแตกออกมา เทวัญหัวเราะสะใจ ให้บอกมาว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน ไม่อย่างนั้นจะเจอเข็มที่สอง

อานุภาพกัดฟันทนความเจ็บปวด จ้องหน้าเทวัญนิ่ง เทวัญสั่งให้โรมันเปลี่ยนยาเป็นหลอดสีส้มที่ฉีดเข้าไปแล้วหัวใจเหมือนถูกบีบจนจะแตก แต่อานุภาพก็ยังไม่บอกอยู่ดี เทวัญสั่งให้เร่งยาอีกดูซิว่าจะทนได้แค่ไหน

ในที่สุด อานุภาพบอกว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหนตนไม่รู้ แต่รู้จักคนที่รู้ว่าเพชรอยู่ที่ไหน

“หยุดฉีด!” เทวัญสั่งทันที แล้วเอาผ้าไปซับเลือดที่หน้าให้ พูดอย่างอ่อนโยนห่วงใยว่า “ดูซิ...เลอะเทอะหมดเลย หายใจลึกๆนะมังกี้ แล้วค่อยๆบอกฉันมา คนที่รู้ว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหนมันเป็นใคร แกพาฉันไปหามันเดี๋ยวนี้”

ooooooo

ที่วีโว่ผับ เอกราชเดินนำดนุภพแยกออกมาคุยกัน ถามว่าเสาวนุชบอกหรือว่าให้เขาตามมาที่นี่ สองคนรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ดนุภพถามว่าเขาจะสนใจทำไมในเมื่อเสาวนุชชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเธอ หรือว่าหวงก้าง?

เอกราชปรามว่าอย่าพูดอย่างนั้น เพราะเธอไม่เคยอยู่ในสายตาตนเลยแม้แต่นิดเดียว ดนุภพตัดบทว่าถึงยังไงก็เชื่อว่าเขาต้องช่วยเสาวนุชสุดความสามารถ เอกราชเงียบไปอย่างหนักใจ ได้แต่หวังว่า

“ตอนนี้ฉันหวังอย่างเดียวว่ายัยนั่นจะหาทางเอาตัวรอด แล้วหาวิธีส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาถึงฉัน”

ความจริงขณะนั้นคือ เสาวนุชในสภาพหมดสติถูกสมุนของเทวัญนำตัวขึ้นรถไปในป่ารกร้างห่างไกลหมู่บ้านหมายเอาไปเผานั่งยางที่นั่น

ระหว่างทางเสาวนุชรู้สึกตัว พยายามช่วยตัวเองแต่ไม่ได้ผล จนถึงป่ารกมันจอดรถ เธอรีบลงนอนเหมือนสลบ พอมันจะมาเอาตัวลงไปก็เอะใจว่าเมื่อกี้ไม่ได้หันหัวมาทางนี้ อีกคนบอกว่าสงสัยรถกระเทือนแล้วหมุนๆเลื่อนมาเอง

มันช่วยกันหามร่างเสาวนุชลงไปกองกับยางรถยนต์แล้วไปเอาน้ำมันที่รถ เสาวนุชลืมตาขึ้นมองหาทางหนีทีไล่ พอมันเอาแกลลอนน้ำมันมาพร้อมไฟแช็กก็ตกใจ เมื่อเสาวนุชหายไปแล้ว มันมองหาเห็นเธอวิ่งกระเซอะ กระเซิงไปในป่าตรงหน้า มันชักปืนออกวิ่งตามทันที ตะโกนบอกกันว่า

“เร็วๆ จับมันให้ได้นะเว้ย ไม่งั้นนายเอาเราตายแน่”

เสาวนุชวิ่งหนีสุดชีวิตจนเกือบตกหน้าผา เธอตกใจร้องเสียงดัง สมุนทั้งสองได้ยินวิ่งไปตามเสียงร้องจนมันเองก็เกือบตกหน้าผาเหมือนกัน เหลียวมองเห็นแต่รองเท้าผ้าใบข้างหนึ่งหล่นอยู่ มันชะโงกดูเหวลึกข้างล่างที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบ บอกกันว่านักข่าวนั่นคงตายแล้ว

มันหยิบรองเท้าผ้าใบข้างนั้นเขวี้ยงลงหน้าผาแล้วพากันกลับ ส่วนศพปล่อยให้สัตว์ป่ามาแทะกินทำลายหลักฐานก็แล้วกัน

เสาวนุชแอบอยู่หลังพุ่มไม้ พอเห็นพวกมันไปแล้วก็ซมซานออกจากป่าเดินไปด้วยรองเท้าผ้าใบเพียงข้างเดียว จนค่ำไปเจอปั๊มหลอดมีมอเตอร์ไซค์มาเติมน้ำมัน เธอคอยจนมอเตอร์ไซค์ไป จึงค่อยๆเดินเข้าไปในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเพราะหนามเกี่ยว เจ้าของปั๊มหันมาเห็นตกใจผงะ

เสาวนุชขอยืมโทรศัพท์โทร.หาตำรวจ เจ้าของปั๊มรีบหยิบโทรศัพท์ให้ เธอโทร.หาเอกราช โทร.แล้วก็ลุ้นให้เขารับสาย แต่พอเอกราชรับสาย เธอกลับร้องไห้จนพูดไม่ออก

เอกราชได้ยินแต่เสียงร้องไห้ จนเสาวนุชบอกว่า “ผู้กอง...นี่ฉันเองนะ” แล้วร้องไห้พูดไม่ออกอีก โชคดีที่เอกราชจำเสียงได้ รีบถามว่าเธออยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง

“พวกมันจะเผานั่งยางฉัน ช่วยฉันด้วยผู้กอง ฮือๆๆ”

“คุณอยู่ไหนเสาวนุช ผมจะรีบไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้” เอกราชว้าวุ่นร้อนใจเป็นห่วงเธอแทบเป็นบ้า

ooooooo

อานุภาพพาเทวัญไปที่ศาลเจ้าเก่าแห่งหนึ่ง โดยมีโรมันและสมุนอีกห้าคนคอยคุ้มกันไป อานุภาพเดินกะปลกกะเปลี้ยเข้าไปด้านในสุดที่มีเพียงผ้าม่านเก่าๆ มีอักษรจีนเต็มไปหมดราวกับผายันต์กั้นไว้

“ท่านซินแสหม่าอี้อยู่ในห้องนี้ ท่านกำลังป่วยหนัก” อานุภาพบอก

เทวัญเปิดผ้าม่านเข้าไป เจอชายแก่ผมขาวในชุดจีนสีดำ ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนอยู่บนเตียงไม้ มีผู้ดูแลสองคน โรมันเข้าไปกระชากคนดูแลผลักออกไป คนดูแลถามว่า พวกแกเป็นใคร จะมาทำอะไร แต่พอโรมันชักปืนออกมาขู่ก็ลนลานถอยไป

เทวัญประสานมือคารวะซินแสแบบจีน เอ่ยเสียงนุ่ม แต่หน้าเหี้ยม

“ซินแสหม่าอี้ ขอโทษที่มารบกวน รู้ว่าซินแสกำลังป่วยหนักมาก ฉันขอแค่คำตอบสั้นๆว่า เพชรเนตรปฐพีอยู่กับใคร ที่ไหน แล้วฉันก็จะไปไม่รบกวนนานหรอก”

พอซินแสได้ยินคำว่าเนตรปฐพี ก็พยายามลืมตามอง หายใจพะงาบๆ แต่พยายามพูด

“นะ...นะ...เนตร...ปะ...ปะ...ปฐพี”

“ใช่ เนตรปฐพี เพชรแห่งอมตะ บอกมาซินแส เพชรอยู่ที่ไหน” เทวัญดีใจที่สื่อกันได้ ซินแสพยายามจะพูด แต่ส่งเสียงเอ้ออ้าได้สองสามคำก็คอพับ “คร่อกกก...”

เทวัญร้องเรียกซินแส บอกว่าตนยังไม่ตาย เขาก็ตายไม่ได้ สั่งให้โรมันฉีดยาอะไรก็ได้ที่ทำให้ตาแก่นี่ฟื้นขึ้นมา พอโรมันฉีดยาเข้าไป ซินแสก็รู้สึกตัว ทุกคนลุ้นระทึก เทวัญเข้าไปคว้าคอเสื้อถาม

“ซินแส ก่อนจะไปที่ชอบที่ชอบ บอกฉันมาก่อน เพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน?!”

“ยะ...ยะ...อยู่...คร่อกกก...” ซินแสคอพับไปอีก เทวัญเซ็งสั่งโรมันให้ฉีดยากระตุ้นอีก โรมันหยิบยาฉีดบอกว่า “นี่ยากระตุ้นหลอดสุดท้ายแล้วนะ ถ้าคราวนี้หมดลมอีกก็หมดโอกาสแล้วนะเว้ย ฟื้นซิ...ฟื้น!”

ซินแสฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เทวัญรีบถาม

“เนตรปฐพีอยู่ที่ไหน บอกมา...บอกมา...จะให้ความลับตายไปพร้อมกับแกไม่ได้นะ”

“ยะ...ยะ...อยู่นี่...คร่อกกก...” ซินแสชี้มือไปที่หมอนข้างเตียงแล้วมือตกหมดลม

เทวัญควานมือไปที่หมอนข้างเตียงที่มือซินแสพาดอยู่ เจอกล่องยาเส้นเก่าๆ รีบเปิดออกดู มีม้วนผ้าเก่าๆ อยู่ในนั้นผืนหนึ่ง เทวัญหยิบผ้าซึ่งมีขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่คลี่ออกดู

“ลายแทงที่เก็บเพชรเนตรปฐพี! ในที่สุด ฮ่ะๆๆ” เทวัญดีใจสุดๆ แต่พอคลี่ผ้าออกก็อึ้ง เพราะเป็นคำกลอนภาษาไทย เขียนไว้ว่า...

“ที่องค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแฉก เผยอแยกยอดทรุดก็หลุดหัก โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก เสียดายนักนึกน่าน้ำตา กระเด็น กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น”

เทวัญอ่านกลอนจบรีบพลิกดูด้านหลังก็ว่างเปล่า ระหว่างเทวัญอ่านกลอนนั้น อานุภาพก็พยายามจำสุดชีวิต

เทวัญบ่นหงุดหงิดว่านี่หรือลายแทง มันกลอนอะไรก็ไม่รู้ อานุภาพรีบทวงว่าเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ปล่อยตนเสีย เทวัญอ้างว่าสิ่งที่ตนต้องการไม่ใช่กลอนบ้าๆ แบบนี้ อานุภาพพยายามบอกว่ามันต้องเป็นรหัสลับแน่ๆ

“ไอ้ลิงแก่!! ฉันเพื่อนเล่นแกหรือ” เทวัญเดือดดาลซ้อมอานุภาพจนแน่นิ่ง

ขณะนั้นโรมันกดดูคอมพิวเตอร์เอะอะขึ้นว่าได้ ความแล้ว! เทวัญหันขวับถามว่าอะไร

“กลอนนี้คือนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ ของต้องอยู่ที่เจดีย์นี้ครับท่าน” เทวัญถามว่าภูเขาทองวัดสระเกศหรือ “ไม่ใช่ครับ เจดีย์ชื่อภูเขาทอง อยู่ที่วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เลยปทุมธานีออกไปอีก น่าจะเป็นอยุธยาครับ เราอาจต้องตามรอยนิราศสุนทรภู่ ไปหาเจดีย์ที่ว่านี้ให้เจอก่อน”

เมื่อต้องตามรอยสุนทรภู่ไปหาเจดีย์ภูเขาทอง เทวัญก็ก้มดูอานุภาพ ปรากฏว่าไม่หายใจแล้ว บอกโรมันว่า

“มันตายแล้ว...”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 6 วันที่ 12 ธ.ค.59

ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทประพันธ์โดย : จันทริกา
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ปวิตา ขาวสำอางค์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย นาคสุริยะ, กีรติ นาคอินทนนท์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ