อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 14 ธ.ค.59

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 14 ธ.ค.59

ดนุภพเห็นท่าแม่เสือสาวเอาเรื่องแน่ จึงขอโทษลูกค้าวันนี้ขอปิดร้านก่อนเวลา พูดเอาใจว่าเชิญโอกาสหน้าแล้วจะลดราคาให้พิเศษเป็นการชดเชยที่ทำให้ทุกท่านเสียเวลาในวันนี้ ลูกค้าจึงทยอยกันออกจากร้าน ดนุภพเดินไปส่งที่ประตู

กันยิกาอยู่ในร้าน เธอใส่กำไลเต็มแขน หยิบแหวนในถาดที่ดนุภพเอามาให้ลูกค้าเลือกใส่ทั้งสิบนิ้ว แล้วกรีดมือมองอย่างพอใจ ดนุภพเดินกลับมาถามว่า เธอจะเหมาทั้งร้าน แน่ใจหรือว่ามีปัญญาจ่าย เธอหันมองบอกว่าแหวนสองวงนี้เพชรเกรดต่ำมาก ขอจ่ายแทนด้วยไอ้นี่!

พริบตานั้นเธอสะบัดมีดสั้นออกจากแขนเสื้อทั้งสองข้างลงฝ่ามือแล้วขว้างมีดพร้อมแหวนใส่เขา รวดเร็วปานสายฟ้า



ดนุภพเบี่ยงตัวหลบ มีดพุ่งไปปักแหวนทั้งสองวงติดผนังด้านหลังเขา การ์ดเห็นอาวุธก็ตกใจ ถูกกันยิกาเย้ยว่า

“เตือนแล้วว่าให้ตรวจอาวุธดีๆ อย่าให้มีอะไรหลุดรอดสายตาไปได้”

ooooooo

ดาราวรรณกับดนัยเทพยืนเผชิญหน้ากัน หยอกหยิกจิกกัดกันไปมา ดนัยเทพถูกดาราวรรณด่าอย่างเจ็บแสบว่า

“เบื้องหน้าเป็นไฮโซ เบื้องหลังเป็นโจร หึ! เพชรที่อยู่ในร้านจิวเวลลี่ของคุณก็คงเป็นของที่ขโมยมาสินะทำมาหากินแบบนี้ ไม่ละอายแก่ใจบ้างเหรอ”

ดนัยเทพชี้แจงว่า เธอเข้าใจผิด เพชรในร้านก็ส่วนเพชรในร้าน ส่วนเพชรที่กุหลาบขาวออกปล้นนั้น ล้วนเป็นเพชรที่ถูกขโมยมาทั้งสิ้น ยืนยันว่า “กุหลาบขาวเอาไปคืนเจ้าของเหมือนกับที่แมวตาเพชรทำเดี๊ยะเลย”

ดาราวรรณไม่เชื่อเยาะเย้ยว่าจะบอกว่าพวกเขาอาหลานเป็นโจรผู้ผดุงความยุติธรรมเหมือนคู่ตนกับแมวตาเพชรหรือ?

“ทุกคนมีเหตุผลในการเลือกทางเดินทั้งนั้น แต่บางทีมันก็เลือกไม่ได้ถ้าโชคชะตาขีดเส้นไว้ให้เราเดิน”

ดาราวรรณทำหน้าเหม็นเบื่อประโยคเฝือๆนั้น ดนัยเทพหน้าสลดบอกว่า “แล้วคุณจะเข้าใจหลานผม ถ้าคุณเคยสูญเสีย”

ดาราวรรณชะงักกึก ย้อนถามว่าทำไมตนจะไม่เคย ดนัยเทพทอดสายตาไปที่แม่น้ำ เล่าด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า

“เจ้าดนุภพน่ะ เคยสูญเสียสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวถึงสองครั้ง เมื่อสูญเสียไปแล้ว ก็เอามันกลับคืนมาไม่ได้ ที่พวกเราทำไปก็แค่สนองความต้องการของตัวเอง ได้สุขใจที่เห็นเพชรกลับคืนสู่เจ้าของ ได้กลับไปเจอครอบครัวของมันอีกครั้ง”

ดาราวรรณฟังแล้วน้ำตารื้น ถามว่า “ที่พวกคุณทำเพื่อนำเพชรกลับคืนสู่ครอบครัว แต่สำหรับฉันกับยิกา เราทำเพื่อให้เพชรนำเรากลับไปสู่ครอบครัวของเรา”

“ดาราวรรณ...เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวคุณ?” ดนัยเทพเห็นน้ำตาก็สะเทือนใจไปกับเธอด้วย เมื่อเธอเล่าให้ฟัง เขาสรุปว่า “จากที่คุณพูด ผมเดาเอาว่า การที่ยิกาต้องกลายเป็นแมวตาเพชรก็เพื่อตามหาครอบครัวที่พลัดพรากจากกัน”

“ยิกากำลังตามหาพี่ชายที่ต้องหนีไปหลังจากพ่อแม่ถูกฆ่า” ดนัยเทพตกใจถามว่าใครเป็นคนฆ่า? “ฉันกับยิกาก็อยากจะรู้ว่ามันเป็นใคร มันเอาเพชรมาให้พ่อแม่ของยิกาโมดิฟายเป็นเครื่องประดับอย่างอื่นเพื่อที่จะหลบเลี่ยงกฎหมาย แต่พ่อแม่ยิกาไม่ยอมทำตามที่มันสั่งเพราะรู้ดีว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรที่ถูกปล้นฆ่ามาอย่างนองเลือด มันก็เลยแค้น บุกมาที่บ้านจะฆ่าปิดปากเราทุกคน แต่ฉันกับยิกาถูกบอดี้การ์ดพาหนีรอดมาได้”

ดาราวรรณเล่าอีกว่า มันตามล่าเราและพี่ชายของกันยิกาที่เรียนอยู่ต่างประเทศ จนเราต้องพลัดพรากกันทิ้งบ้านทิ้งตัวตนทำตัวหายสาบสูญจากโลกนี้เป็นสิบๆปี เธอเล่าด้วยความแค้นว่า

“แล้ววันนี้ ถึงเวลาแล้ว เราถึงกลับมาตามล่าหาเพชรเพชฌฆาตเม็ดนั้น ถ้าใครครอบครองอยู่ มันต้องเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ยิกาแน่ๆ”

ฟังดาราวรรณแล้ว ดนัยเทพเอะใจถามว่านั่นคือครอบครัวนักเจียระไนเพชรเมื่อเกือบยี่สิบปี ถ้าอย่างนั้นกันยิกาก็คือลูกสาวของครอบครัวที่หายสาบสูญไป ดาราวรรณตกใจที่ตนพลั้งปากเล่าให้คนแปลกหน้าฟังมากเกินไป

“ตรงข้าม...ผมไม่ใช่คนแปลกหน้า! ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเลย ผมเป็นอาของเพื่อนรักปราการ แล้วผมก็ยังรู้ด้วยว่าคุณคือน้าเล็กของปราการ”
ดาราวรรณตะลึง! ดนัยเทพดึงเธอไปกอดหมุนไปรอบๆ ร้องอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

“เยส! ดีใจจริงๆที่ผมเป็นคนหาคุณพบ ยิ่งกว่าค้นพบบ่อเพชรเสียอีก!”

ooooooo

ที่ร้านขายเพชรไวโอลิน กันยิกายังเผชิญหน้ากับดนุภพอย่างตึงเครียด เธอถูกการ์ดสองคนรุมจับฐานมีอาวุธ แต่ก็ถูกเธอเล่นงานหงายไปคนละทาง

“เจ็บแค้นผมไปลงที่ลูกน้องผมทำไมครับ อยากเอาคืนมาลงที่ผมนี่” ดนุภพก้าวเข้ามา

กันยิกาชูมือสองข้างที่ใส่แหวนเพชรทั้งสิบนิ้วและใส่กำไลเพชรเต็มแขน บอกว่าถ้าอยากได้ของคืนให้ตามมาเอาแล้วจะเดินออกไป ดนุภพรีบคว้าตัวไว้

กันยิกาเล่นบทบู๊ทันที เขาไม่กล้าตอบโต้เกรงเครื่องเพชรจะเสียหายจึงโดดไปหลังเคาน์เตอร์ พอหันดูอีกทีกันยิกาก็วิ่งออกจากร้านไปแล้ว

ดนุภพวิ่งตามไปขู่ว่าถ้าจับได้จะไม่เอาคืนแค่เพชร กันยิกากระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่หนี ดนุภพโดดขึ้น

บิ๊กไบค์ไล่ตามทันที รถสองคันไล่ตามกันฉวัดเฉวียนเอาเป็นเอาตาย ฝีมือขั้นเทพทั้งคู่ เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและน่าหวาดเสียว

กันยิกาหลบเข้าลานจอดรถ ดนุภพไล่ตาม เธอจึงขี่วนขึ้นตึกไป เสียงมอเตอร์ไซค์กระหึ่มลั่นไปจนถึงชั้นบนสุดซึ่งไม่มีรถจอดอยู่เลย ดนุภพตามขึ้นมาไม่เห็นกันยิกาก็ลงจากรถมองหา ทันใดนั้นเสียงกันยิกาก็ดังขึ้นจากข้างหลังเขา

“ไอ้โจรปล้นเพชรเห็นแก่ตัว ไอ้นักล่ารางวัล จะทำอะไรก็เรื่องของแก แต่อย่ามาเกะกะขัดขวางอุดมการณ์ของฉัน”

“อะไรคืออุดมการณ์ของแมวตาเพชรเหรอถ้าไม่ใช่เงินรางวัล ชื่อเสียง คุณถึงได้ใช้เสน่ห์ความสวยของคุณปูทางพาตัวเองเข้าสู่วงสังคมไฮโซผู้หลงใหลคลั่งไคล้เพชรได้อย่างแนบเนียน”

กันยิกาถอดแหวนเพชรที่นิ้ววงหนึ่งยื่นไปนอกตึก ดนุภพตาเหลือกร้องลั่น เธอปล่อยแหวนจากมือไปอย่างเลือดเย็นบอกว่าแค่นี้ยังไม่เท่าไหร่อย่าเพิ่งร้องแล้วถอดอีกวง จ้องหน้าเขาน้ำตาคลอ ระบายความแค้นที่อัดอั้น...

“สังคมไฮโซคลั่งเพชรจอมปลอม ทุกคนอยากมี อยากได้ อยากครอบครองเพชรล้ำค่า โดยไม่สนว่ามันจะต้องปล้นฆ่าคนสักกี่คน ฆ่าได้แม้กระทั่งคนบริสุทธิ์อย่างพ่อแม่ฉันอย่างเหี้ยมโหดที่สุด!”

เห็นน้ำตาและฟังเรื่องสะเทือนใจ ดนุภพสลดถามว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร ถูกตวาดกลับมาว่า “คนที่คุณฆ่าไง!”

“ผมไม่เคยฆ่าใคร ผมไม่ใช่คนฆ่าพ่อแม่คุณ กุหลาบขาวไม่เคยฆ่าใคร”

กันยิกาไม่สนใจ ถอดแหวนเพชรหย่อนลงไป

อีกวง ดนุภพเขยิบเข้าหาขอให้หยุดก่อน แต่เธอกลับถอดกำไลเพชรที่ข้อมือยื่นออกไปนอกตึกอีก

“ยิกา!! เดี๋ยวๆพ่อแม่คุณเป็นใคร พ่อแม่คุณอาจเป็นคนที่ผมรู้จัก ยิกา!!”

“เรียกอยู่ได้รำคาญ” กันยิกาเขวี้ยงกำไลเพชรไปกลางอากาศ มองหน้าเขาถามว่า “ทีแบบนี้หน้าซีด เสียดายรึไง”

“เดี๋ยวก่อน! ตอบผมมาพ่อแม่คุณถูกฆ่าตายยังไง เหมือนที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าใช่ไหม ถูกเหล็กแหลมแทงทะลุถึงหัวใจ” กันยิกาบอกว่าอย่าหลอกถามให้ยาก ตนไม่บอก “ไม่อยากตอบ ถ้างั้น...คุณมีพี่ชายอยู่คนนึงใช่ไหม”

กันยิกาปกปิดว่าเกิดมาตนไม่เคยมีพี่ชาย เขาแกล้งบ่นว่า “ผมก็อุตส่าห์หวังว่า คุณคือน้องสาวของพี่ปราการ”

“พี่ปราการ! คุณรู้จักชื่อนี้ได้ยังไง ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้นะ คุณรู้จักได้ยังไง?” กันยิกาน้ำตาปริ่มขึ้นมาทันที

“ผมไม่ใช่แค่รู้จัก แต่พี่ปราการเป็นเพื่อนรักของผม พ่อแม่ของพี่ปราการมีพระคุณกับผมมาก ช่วยเหลือเมตตาเด็กกำพร้าอย่างผมเหมือนเป็นพ่อแม่คนที่สองของผมเลย”

กันยิกานิ่งยังไม่เชื่อ ดนุภพย้ำว่า “ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคุณมีพี่ชายชื่อปราการ! แล้วถ้าคุณคือน้องบุษ คุณต้องจำผมได้ นายหัวตั้งที่ชอบแกล้งคุณไง”

“นายหัวตั้ง!”

กันยิกาจำได้ทันทีว่า ในวัยเด็กผมเขาใส่เจลจนหัวตั้งและชอบแกล้งตน ครั้งหนึ่งเธอวาดรูป เขามาดูติว่ายังไม่สวย แล้วคว้าไปบอกว่าจะเติมให้สวย เขาเติมรูปแมวดำที่เธอวาดให้คาบดอกกุหลาบขาวในปาก พอดูเธอโวยวายอย่างขัดใจ

“อี๋ย์...ดอกกุหลาบขาวเห่ยมากเลย ไม่เอา ไม่เข้ากับรูปแมวตาเพชรเลย ลบออกเดี๋ยวนี้...”

เขาไม่ยอมลบออก เลยถูกไล่ตี ปราการมองทั้ง สองที่เจอกันทีไรเหมือนขมิ้นกับปูนทุกที ทั้งขำทั้งเอ็นดู

เมื่อจำอดีตได้ กันยิกาดีใจมากบอกว่าเหมือนได้เจอคนในครอบครัวอีกครั้ง ดนุภพบอกว่าถ้าปราการรู้จะดีใจขนาดไหนที่ตนเจอน้องสาวที่เขากำลังตามหา กันยิการบเร้าให้รีบพาไปพบพี่ชาย ดนุภพเล่นตัวถามว่า

“ถ้าผมบอกคุณแล้ว ผมจะได้รางวัลอะไรตอบแทนจากแมวตาเพชรล่ะ?”

กันยิกาโผกอดและจุ๊บเขาทีหนึ่งทันที...

ฝ่ายดาราวรรณกับดนัยเทพ พอต่อกันติดดาราวรรณก็ถามถึงปราการด้วยความเป็นห่วงและคิดถึง บอกว่าตนอยากเจอหลานชายพาไปพบได้ไหม ดนัยเทพกระตือรือร้นจะพาไปทันที

“เดี๋ยวค่ะ!!” ดาราวรรณเรียกไว้ พอเขาหันมา เธอโผกอดอย่างซึ้งใจขอบคุณที่ทำให้ตนได้พบหลานชายที่หายไปเป็นสิบปีแล้ว

“ผมยินดีและดีใจมากที่ได้ช่วยให้คุณหลุดจากทุกข์มีความสุขเสียที ไปเถอะครับผมอยากให้คุณได้เจอหลานแล้ว”

ดนัยเทพโอบไหล่ดาราวรรณเดินไปด้วยกันอย่างแนบชิด...

ooooooo

เมื่อพาเสาวนุชไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ได้ เอกราชจึงติดต่อนพดลให้ไปรักษาเธอที่คอนโดตน

นพดลตรวจรักษาแล้วจัดยาให้ กำชับให้กินยาตามเวลา ถ้ามีอาการอะไรให้เอกราชโทร.บอกเพราะเธอบอบช้ำมาก ดีที่กระดูกไม่หัก ขณะเอกราชเดินไปส่งนพดล เสาวนุชจิกตาคำรามแค้น...

“ไอ้พวกหมาหมู่ ฉันไม่ยอมเจ็บตัวฟรีหรอก แกรู้จักเสาวนุชน้อยไป!”

เอกราชขอโทษนพดลที่ตามตัวมาช่วยกะทันหัน นพดลบอกว่าตนเรียนหมอมาไม่ได้เพื่อรักษาคนไข้

ในโรงพยาบาลอย่างเดียว ตนอยากช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อน อยากรักษาชีวิตทุกคนไว้ให้รอดจากความตาย ทดแทนที่ตนไม่ได้อยู่ช่วยเหลืออะไรพ่อแม่ตัวเองในวันที่ท่านถูกฆ่า

“ผมเข้าใจพี่ ผมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามทุกวิถีทางที่จะจับคนร้ายที่ฆ่ามหาราชามาคัสให้ได้ ผมมั่นใจ ถ้าจับคนร้ายได้ มันต้องเชื่อมโยงกับคดีพ่อแม่พี่แน่”

“หรือมันอาจจะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ฆ่าพ่อแม่ฉันก็ได้ วิธีที่มันลงมือฆ่าเป็นคนคนเดียวกัน มีอะไรโทร.มานะ”

“ขอบคุณมากครับพี่ปราการ”

ส่งนพดลแล้ว เอกราชเดินกลับห้องบอกเสาวนุชว่าเธอต้องพักที่ห้องนี้อีกนาน เดี๋ยวตนจะแวะไปเอาข้าวของมาให้ เธอต้องทำให้เหมือนตายไปแล้วจริงๆ เสาวนุชถามเขินๆว่า ตนต้องอยู่กับเขาที่นี่หรือ

“ไม่อยู่กับฉันแล้วจะอยู่กับใคร นี่คือมาตรการพิทักษ์พยาน ฉันทำตามหน้าที่ ไม่ต้องคิดมากหรอก”

เธอบอกว่าไม่อยากรบกวนเขา เอกราชย้ำว่ามันเป็นหน้าที่ เสาวนุชน้อยใจถามว่าที่เขาไปช่วยตนก็ทำตามหน้าที่หรือ

“ผมเป็นตำรวจก็ต้องปกป้องประชาชนทุกคน”

“ดี...รู้เอาไว้แบบนี้ก็ดี...” เสาวนุชเสียงแผ่ว...ปร่า...

เอกราชถามว่าเธอไปที่ผับวีโว่ทำไม เธอเล่าว่าตนไปทำข่าว วรุฒเป็นคนบอกว่าเขาไปตรวจค้นผับวีโว่ตนจึงตามไป ขณะที่วรุฒบอกนั้นจ่าฉิวก็ยืนอยู่ด้วย เอกราชถามว่าแล้วดนุภพล่ะ?

“คุณดนุภพเขาโทร.หาฉัน ฉันเป็นคนบอกให้เขาตามไปเอง เดชะบุญนะที่เขาตามฉันไป ไม่งั้นฉันก็ไม่รอดหรอก งานนี้เห็นชัดๆว่า ผู้กองวรุฒร่วมมือกับคนที่ต้องการจะเก็บฉัน ล่อฉันไปที่ผับวีโว่ แค้นจริงๆเลย”

ฟังเสาวนุชเแล้ว เอกราชพุ่งเป้าจะสืบเรื่องนี้จากวรุฒ

ooooooo

คืนนี้ขณะนพดลจะไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ด้านหลังโรงพยาบาล มีเสียงไลน์เข้า พอเปิดดูเขาตกใจ

เป็นไลน์จากพิมพ์ชลคร่ำครวญชีวิตกำพร้าที่โดดเดี่ยวถูกกีดกันชีวิตนี้มีแต่หมอเท่านั้นเป็นที่พึ่งและความหวัง บอกว่าขณะนี้ตนอยู่ที่ดาดฟ้าตึกโรงพยาบาลอยากเจอหมอเป็นครั้งสุดท้าย ส่งไลน์แล้วก็ยิ้มมั่นใจว่า หมอจะทนดูตนจากไปต่อหน้าต่อตาได้ก็ให้มันรู้ไป

เวลาเดียวกัน ดนุภพและดนัยเทพพาสองน้าหลานมาถึงโรงพยาบาลอย่างตื่นเต้น ดนุภพย้ำกับสองน้าหลาน

ว่าอย่าเผลอเรียกปราการ เพราะเขาเปลี่ยนชื่อเป็นนพดลแล้ว ดาราวรรณสะดุดหูเพราะชื่อตรงกับหมอนพดลที่พิมพ์ชลปลื้ม

ดนัยเทพกับดนุภพคุยกันว่านอกจากที่โรงพยาบาลแล้วก็ไม่รู้จะไปหาปราการได้ที่ไหน ดนุภพจึงโทร.เข้ามือถือ

เป็นเวลาที่นพดลกำลังรอลิฟต์อย่างร้อนใจจะรีบขึ้นไปหาพิมพ์ชลที่ไลน์บอกว่ากำลังจะโดดตึกฆ่าตัวตาย พอมีสายเข้าเขานึกว่าเป็นพิมพ์ชลพึมพำอย่างร้อนใจว่า “พิมพ์ชล ผมกำลังมาหาคุณแล้ว อย่าทำอะไรลงไปนะ”

แต่พอกดดูกลายเป็นดนุภพโทร.มาเขาไม่มี

แก่ใจจะรับสายใคร พอลิฟต์ขึ้นถึงชั้นสุดท้ายก็วิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าทันที

ดนุภพบอกทุกคนว่าปราการไม่รับสาย ดนัยเทพให้โทร.ถามเจ้าหน้าที่ว่าปราการอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่าดาราวรรณบอกว่าตนจะโทร.ถามเด็กที่บ้านดูเผื่อเขาอยู่เวรดึกอาจเจอกับหมอนพดลก็ได้

พิมพ์ชลเห็นดาราวรรณโทร.มาก็บ่นหัวเสียว่าโทร.มาทำไมตอนนี้ ชอบขัดจังหวะชีวิตตนทุกทีเลย ก็พอดีนพดลขึ้นมาถึงเขาร้องเรียกพิมพ์ชล เธอตัดสายจากดาราวรรณทันที นพดลวิ่งเข้าไปกอด ดึงเธอออกจากขอบตึก

“คุณอย่าทำร้ายตัวเองนะ ผมมาหาคุณแล้ว”

“หมอ...” พิมพ์ชลร้องไห้ดีใจกอดเขาแน่น

พิมพ์ชลถูกดุว่าทำไมโง่อย่างนี้ เห็นชีวิตตัวเองไม่มีค่าเลยหรือไง เธอยิ่งดราม่าคร่ำครวญไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว

“ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายตัวเองหรอก รู้ไหมว่าสำหรับผม การมีชีวิตอยู่มันสำคัญแค่ไหน ต่อให้โดดเดี่ยวหนาวเหน็บไม่มีใครมองเราก็ต้องอดทนอยู่สู้ต่อไป เพื่อสักวันเราจะได้เจอคนที่เรารัก แล้ววันนั้นมันจะมีค่าที่สุดสำหรับเรา”

พิมพ์ชลกอดเขาแน่นบอกว่าตอนนี้ตนเจอคนที่รักแล้ว นพดลอึ้งกับการรวบหัวรวบหางของเธอซ้ำรำพันว่าถ้าไม่มีเขาตนก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร นพดลกอดเธอไว้บอกว่าจะไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้นจะดูแลเธอเอง ให้มาอยู่กับตนที่นี่เลย

พิมพ์ชลแอบยิ้มสมหวัง บอกตัวเองว่าหมอเป็นของตนแล้ว ไม่มีใครมาแยกหมอไปจากตนได้อีกแล้ว นพดลจูงมือเธอลงลิฟต์มาที่ตึกจอดรถ
ดาราวรรณผิดหวังมากเมื่อโทร.หาพิมพ์ชลแล้วเธอไม่รับสาย สองน้าหลานกับสองอาหลานช่วยกันเดินหานพดลในโรงพยาบาล ดนุภพเดินมาทางลิฟต์เห็นหลังนพดลแว้บๆ แต่เรียกไม่ทันเห็นเขาเดินหายไปทางลานจอดรถ พอวิ่งตามไปเห็นนพดพขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้ว ตะโกนเรียกก็ไม่ได้ยิน...

สองน้าหลานเสียใจมากที่จะได้เจอปราการอยู่แล้วแต่ก็คลาดกันและไม่มีใครรู้ด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหน

กันยิกาผิดหวังร้องไห้ ดนุภพปลอบว่าเดี๋ยวก็ได้เจอ อย่าร้องไห้ตนจะหาให้ได้ว่าปราการพักอยู่ที่ไหน

นพดลพาพิมพ์ชลขึ้นไปที่ห้อง พูดออกตัวว่าห้องอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ถ้าเธอยังร้องไห้อยู่ก็จะไม่พาเข้าห้อง

“เราต้องสัญญากันก่อนถ้าก้าวเข้าในห้องนี้แล้ว คุณต้องไม่ร้องไห้ให้ผมเห็นอีก”

“สัญญาค่ะ หมอจะไม่เห็นน้ำตาพิมพ์ชลอีกแล้ว เราจะอยู่กันด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข”

พิมพ์ชลมีความสุขมาก เธอจับมือหมอเดินเข้าห้องราวกับจูงมือกันเข้าเรือนหอ เธอพยายามทำให้เหมือนชีวิตครอบครัว จะทำอาหารกินกัน แต่ในห้องไม่มีอะไรสำรองเลย จึงออกไปร้านสะดวกซื้อข้างคอนโด

ooooooo

ระหว่างที่พิมพ์ชลลงไปซื้อของนั่นเอง นพดลได้รับโทรศัพท์จากดนุภพ เขาแปลกใจว่าดนุภพรู้เบอร์โทร.ที่อยู่ตนได้อย่างไร ดนุภพตัดบทถามว่า

“เอางี้ พี่อยากรู้เรื่องนั้นหรืออยากรู้เรื่องน้องบุษกับอาเล็กมากกว่ากันผมจะได้ตอบได้ถูก” นพดลดีใจมากถามว่าได้ข่าวน้องบุษกับอาเล็กแล้วหรือ

“ถ้าอยากรู้รายละเอียด จะให้ผมขึ้นไปหาพี่บนห้องหรือว่าพี่จะลงมาหาผมเดี๋ยวนี้”

นพดลชะงักบอกว่าข้างบนไม่สะดวกเพราะมีเพื่อนอยู่ด้วยเป็นฝ่ายรีบลงไปหา ชวนไปคุยกันที่มุมลับตา

ฝ่ายพิมพ์ชลไปหาซื้อของคิดเมนูสเต๊กอกไก่กับสลัดผลไม้ฉลองวันแรกกับนพดลอย่างมีความสุข ซื้อเสร็จเดินมาถึงคอนโดเห็นไฟที่ห้องยังปิด เธอยิ้มอิ่มเอมพึมพำ

“รออีกแป๊บนะคะหมอ พิมพ์ชลกำลังกลับแล้ว คืนนี้จะเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของเราทั้งคู่”

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 14 ธ.ค.59

ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทประพันธ์โดย : จันทริกา
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ปวิตา ขาวสำอางค์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย นาคสุริยะ, กีรติ นาคอินทนนท์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ