อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

ทันใดเสียงแตรรถดังลั่นเข้ามา ทำให้ทุกคนแตกกระเจิง อรินลงจากรถพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อน จัสมินจะลงตาม นาธานและเอ็มม่าช่วยกันห้ามไว้
รถองครักษ์ตามมาจอดห่างๆ ทุกคนเตรียมพร้อมคุ้มกันเจ้าหญิงโดยไม่มีใครสังเกตเห็น...เฮียเปียว

ลงจากรถอย่างเยือกเย็น กำลังจะไปที่รถลูกน้อง อรินวิ่งมากระชากตัวไว้กดลง ร้องบอกทุกคนว่าได้ตัวนักโทษแล้ว ให้คุมสถานการณ์ไว้



ไม่คาดคิด มอเตอร์ไซค์แล่นฝ่าเข้ามาด้วยความเร็ว อรินจำต้องโดดหลบ เฮียเปียวล้มกลิ้งไปอีกทาง เหวยกังเปิดหมวกกันน็อกครึ่งหน้าบอกให้เขาขึ้นรถ อรินถลาเข้าจะจับตัว ถูกเหวยกังชักมีดพกปาใส่จึงต้องหลบ แต่ได้เห็นสายตากร้าวที่คุ้นตามาก

ooooooo

ค่ำคืนนั้นในโรงแรมหรู ราชิดสวมชุดสูทเนี้ยบคล้องผ้าพาดคอทิ้งปลายลายปักสวยสง่าเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับศลิษาที่อยู่ในชุดเซ็กซี่ไม่เบา เธอได้สั่งอาหารและเครื่องดื่มไว้พร้อม หวังพิชิตใจเขา ราชิดยิ้มทำทีปลาบปลื้มในสิ่งที่เธอทำให้

“ที่ชวนมาทานที่นี่ เพราะไม่อยากให้คนที่โรงแรมษามาวุ่นวายกับเรื่องของเรา”

ราชิดสะดุดหูคำว่าเรื่องของเรา เธอยิ้มเขินหมายถึงที่มาดินเนอร์ด้วยกัน แล้วขอบคุณที่เขายอมมา

“ยินดีครับ และหวังว่านี่จะไม่ใช่มื้อสุดท้ายของเรา”

ศลิษายิ้มกว้างดีใจรับรองว่าจะต้องมีอีกหลายมื้อแน่นอน ห่างออกมาที่โต๊ะมุมห้อง อัมราภาชินีสวมวิกผมสั้นแต่งตัวเป็นชาวไทยไม่ต้องการให้ใครจำได้ นั่งอยู่กับศรีวิจันทร์ที่แต่งตัวโก้ไม่เบา พระองค์ฉงนเมื่อเห็นแฟนสาวของผู้กองอรินมาทานอาหารท่าทางสนิทสนมกับชายอื่น

ศลิษาเห็นผ้าพาดคอของราชิดก็เอื้อมมือไปลูบไล้ชมว่าเบามือแทบไม่มีน้ำหนัก เขาบอกว่าเป็นผ้าชาตูสทำจากเส้นใยของกวางหิมะแถบภูผาสีเงิน หญิงสาวทึ่งไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เธอทิ้งสายตาเย้ายวนหวังว่าสักวันจะได้ไปเยี่ยมเยียน ราชิดยิ้มนิดๆกลบเกลื่อนแววตาแข็งกร้าว

อัมราภาชินีเห็นแววตาเขาแล้วคิดว่าชายคนนี้เหมือนพยายามใกล้ชิดศลิษาโดยที่ไม่ได้ชอบเธอจริง ศรีวิจันทร์พยายามชะเง้อมองอย่างอยากรู้อยากเห็น

เมื่อทั้งสองเดินออกมาที่ล็อบบี้ มือถือราชิดดังขึ้น ศลิษาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขารับสายฟังสักครู่ก่อนจะตอบเสียงเข้ม

“อย่าเพิ่งลงมือ ข้ามีแผนและคนที่จะทำได้ดีกว่านั้น”

อัมราภาชินีจับตามองเห็นเขาขยับผ้าพาดคอก็สะดุดตา ขณะกำลังเดินสวนกัน สายตาสบกันอย่างไม่ตั้งใจ เธอก้มหัวยิ้มน้อยๆไม่ให้มีพิรุธ ศลิษาเดินมาพอดีเขาจึงหันไปยิ้มรับ...

ooooooo

หลังจากเกิดการปะทะกับพวกเหวยกัง อรินกลับมาบ้านนั่งพิจารณามีดในมือ ครุ่นคิดถึงสายตาเยาะหยันขณะที่เหวยกังปามีดใส่ จัสมินด้อมๆมองๆอยู่หลังประตู เขาเงยหน้ามาสบตาเธอพอดี เธอยิ้มแหยๆที่โดนจับได้ ถามเขาเป็นอะไรหน้านิ่วคิ้วผูกปม ชายหนุ่มได้ยินแล้วอมยิ้ม ท้วงว่า

“คิ้วผูกโบต่างหาก...ก็อารมณ์ไม่ดี”

“เราเห็นก็อารมณ์ไม่ดีอยู่ตลอด” จัสมินตั้งใจหยอกเย้า อรินเกือบขำแต่เก๊กวางฟอร์มบอกคนร้ายหนีไปได้จะให้ยิ้มแป้นดีใจหรือ หญิงสาวค้อนมาประชดกันได้ ขู่เครียดแบบนี้ระวังไข้จะกลับไม่รู้ตัว เขายิ้มหน้าบานอย่างมั่นใจ

“ไข้กลับก็ไม่กลัวเดี๋ยวก็มีคนเอายามาให้ คอยดูแลดีอยู่” จัสมินทำไก๋ถามว่าใคร “ไม่รู้ คนไหนใจดีก็คนนั้นแหละ...เธอเป็นนางพยาบาลคนแรกของฉันเลยนะ”

“จริงน่ะ...แล้ว...”

“เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดูแลตอนฉันไม่สบาย อ้อ ยกเว้นมีอีกคนลืมไป”

“ว่าแล้วต้องเป็น...”

“แม่ฉันเอง” จัสมินอ้าปากค้าง เขาถามขำๆ “ทำไม นึกว่าใคร”

“เปล่า เราก็เพิ่งเคยดูแลคนเจ็บคนนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน”

อรินปลื้มปริ่มสบตาขอบคุณอย่างจริงใจ หญิงสาวเขินรีบเปลี่ยนเรื่องหันมาถามถึงมีดคนร้ายว่ามันมีอะไรพิเศษถึงนั่งมองอยู่นาน ชายหนุ่มหน้าเครียดทันที

“เป็นมีดที่คล้ายกับของคนร้ายคนหนึ่ง แต่ไม่น่าใช่” จัสมินถามว่าสำคัญมากหรือ “ใช่ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ฉันก็จะหามันให้เจอ” อรินพูดอย่างมุ่งมั่น มือกำมีดแน่นโดยไม่รู้ตัว

ไม่ต่างจากอัมราภาชินีที่เดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิดหลังจากได้เห็นชายคนที่อยู่กับศลิษาแล้วสงสัยว่าเป็นใคร ทำไมถึงใช้ผ้าชาตูสที่ทำจากขนอ่อนของกวางหิมะซึ่งมีเฉพาะในเขตภูผาสีเงินเท่านั้น และตอนนี้ก็เลิกทำกันมายี่สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่องค์อิสราธิบดีให้ความคุ้มครองกวางหิมะ

ฉะนั้นคนที่จะมีผ้าแบบนี้ได้ต้องเป็นมรดกตกทอดเท่านั้น ดูลวดลายแล้วเหมือนเป็นของพวกราชสำนักหรือผู้นำแคว้นไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา...ศรีวิจันทร์มองท่านเดินไปมาจนมึนหัวต้องหยิบยาดมมาสูดดม

ด้านศลิษาที่พยายามเย้ายวนให้ราชิดหลงเสน่ห์ ชวนไปดื่มต่อที่ร้านเปิดใหม่ เขากล่าวอย่างสุภาพว่าไม่ค่อยชอบดื่ม ขอเป็นโอกาสหน้า เธอรีบถามว่าเมื่อไหร่เขาโค้งให้ตอบว่าเมื่อถึงเวลา แล้วขอตัวเดินแยกไป หญิงสาวถอนใจอย่างเซ็งๆที่อ่อยขนาดนี้เหยื่อยังไม่ยอมติดเบ็ด

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกัน อรินกับจัสมินนั่งมองดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนพื้นหญ้าเคียงคู่กัน หญิงสาวเปรยว่าพระจันทร์ที่นี่ใหญ่สู้ที่ซามาร์ไม่ได้ ชายหนุ่มรู้ดีเพราะซามาร์อยู่บนที่ราบสูงต้องเห็นใหญ่กว่าอยู่แล้ว เธอรับว่าใช่แต่ที่ว่าสวยกว่าเพราะดวงจันทร์ใหญ่สุกสว่างเคียงคู่ภูผาสีเงิน

“ภูผาสีเงิน...ฉันเคยไปทำงานที่ซามาร์ แต่ยังไม่เคยเห็น เห็นแต่ผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางนางจะซนมาก”

“คุณจำเราได้ด้วย!” จัสมินตื่นเต้นคิดไม่ถึงว่าอรินจะจำตัวเองได้

ชายหนุ่มพึมพำว่าใครจะลืม แล้วคิดถึงใบหน้าสาวงามที่หันมาสบตาทำให้ตะลึง พอเห็นหญิงสาวจ้องตาแป๋วก็นึกได้

“เมื่อกี้ถามว่า จำเธอได้ด้วยหมายความว่าเธอก็จำฉันได้เหรอ”

“ใครจะลืมคนที่ว่าเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น” จัสมินค้อนเล็กๆ

อรินถามวันนั้นเธอมีพิรุธหนีใคร หญิงสาวจึงบอกว่าหนีเขา ชายหนุ่มร้องเอ๊ย “ไม่เอ๊ยล่ะ ทำเป็นลับๆล่อๆตามเรา แล้วใครจะไม่หนีนึกว่าเป็นโจรที่ไหน จะไปรู้ได้ไงว่าเป็นตำรวจไทย”

“หล่อแบบเนี้ยนะเป็นโจร โห...แม่คุณเอ๊ย คิดได้ไง”

“ได้หรือไม่ได้ก็คิดไปแล้วล่ะ”

ทั้งสองหันมาสบตากันใกล้จนแทบหน้าชนกัน ต่างผงะถอยห่างเขินๆ อรินกลบเกลื่อนเสชวนคุยถามถึงภูผาสีเงินเป็นอย่างไร จัสมินตั้งสติได้เล่าว่าที่นั่นสวยมากเป็นเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี ขาวงดงามจนเป็นสีเงินระยิบระยับ ไม่ว่าใครมองก็ต้องตกหลุมรัก...อริน มองใบหน้าเธอยามเล่าถึงบ้านอย่างเอ็นดู บอกเธอว่าอยากเห็น หญิงสาวคิดว่าสักวันคงได้ไป

“สักวัน...เราคงได้ไปยืนดูภูผาสีเงินด้วยกัน...สัญญานะ” อรินวาดฝันสบตาเธอหวานซึ้ง

จัสมินเคลิ้มเกี่ยวก้อยให้สัญญา อรินรวบมือเธอมากุม มองเธอด้วยสายตาเผยความในใจ หญิงสาวค่อยๆ ดึงมือกลับอย่างรู้สึกผิด ทำให้เขารู้สึกตัวสีหน้าเศร้าลง แต่ยังชวนเธอคุยไม่ปล่อยเวลาให้หลุดลอยไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศลิษากลับมาด้วยท่าทางหงุดหงิดเพราะผิดหวังจากราชิด เจออรินกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน ทำให้เธอยิ่งเหวี่ยงวีน

“งานๆๆ วันหยุดยังทำ ไม่ให้พักกันบ้างไง เอ๊ะ ทำไมดูหน้าเซียวๆซีดๆจังคะ ไปทำอะไรมา”

อรินบอกว่าตนไม่สบายหยุดมาหลายวัน วันนี้เลยจะเข้าไปเคลียร์งาน ศลิษาไม่พอใจที่เขาไม่โทร.บอกให้มาดูแล เขาไม่อยากแก้ตัวตัดบทจะเดินไป จัสมินถือถุงยาวิ่งออกมา

“คุณลืมยา มีหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น ทานให้ครบทุกมื้อด้วย”

อรินรับถุงยายิ้มให้อย่างอ่อนโยนพร้อมบอกว่าคืนนี้คงค้างที่ทำงาน ฝากดูแลมัดหมี่ด้วย ศลิษาเห็นแล้วไม่พอใจ พออรินขับรถออกไปก็แหวใส่จัสมินทันที

“เอาใจใส่กันออกนอกหน้าเชียวนะ เฮอะ เป็นแค่คนใช้ไม่เจียม”

“เสียแรงที่เป็นคนไทยแต่ชอบใช้ภาษาไทยผิดๆ เราเป็นครูสอนเปียโนไม่ใช่คนรับใช้”

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ