อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

“รออีกแป๊บนะคะหมอ พิมพ์ชลกำลังกลับแล้ว คืนนี้จะเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของเราทั้งคู่”

แต่แล้ว! พิมพ์ชลก็ฝันสลายเมื่อเข้าคอนโด เห็นดาราวรรณกอดกันกลมกับนพดล! ถุงอาหารหล่นจากมือหันวิ่งเตลิดไปเหมือนคนเสียสติ

ก่อนพิมพ์ชลจะเข้าไปในคอนโดฯ ดนุภพพานพดลไปพบดาราวรรณและกันยิกาที่นั่งรออยู่อีกมุมหนึ่ง สองน้าหลานโผเข้ากอดกันน้ำตาท่วม

เป็นจังหวะที่พิมพ์ชลเดินเข้ามาเห็นเต็มตา!



พิมพ์ชลวิ่งเตลิดร้องไห้อย่างคับแค้นใจ ยิ่งคิดยิ่งแค้นดาราวรรณ โทษว่าทำให้พ่อตนตายแล้วยังมาแย่งผู้ชายที่ตนรักอีก คำรามอย่างแค้นแสนสาหัสว่า

“ฉันจะไม่ยกโทษให้พวกแก ฉันจะไม่ให้พวกแกกดหัวฉันไว้ในซอกหลืบลับๆของพวกแกอีกต่อไป ฉันจะเอาคืน...เอาคืน...ฉันจะเอาคืน! ได้ยินไหม!!”

ooooooo

นพดลดีใจสุดชีวิตที่ได้เจอน้าเล็กกับน้องบุษ ต่างมองกันไม่วางตาให้สมกับที่จากกันเป็นสิบปี กันยิกาพูดทั้งน้ำตาว่า ตนคิดถึงพี่มาก ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงพี่เลย

“พี่ก็คิดถึงบุษ...สิบกว่าปีที่พี่ต้องทนทรมานกับความสงสัยว่าน้องยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ปลอดภัยไหมมีชีวิตลำบากแค่ไหน”

“บุษรอดมาได้เพราะน้าเล็กค่ะ น้าเล็กทำหน้าที่แทนพ่อแม่ บุษโตขึ้นมาอย่างสุขสบาย แล้วก็มีความสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง มีสติปัญญาแล้วก็เข้มแข็งอดทนเพราะน้าเล็ก น้าเล็กทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อพวกเราจริงๆ ค่ะพี่ปราการ”

“ขอบคุณมากครับน้าเล็ก”

“น้าก็ขอบคุณหลานทั้งสองที่สู้ชีวิตกันมาจนได้มาเจอกันพร้อมหน้าพี่น้อง...หลานน้าสองคนทั้งเก่งทั้งดี เกินกว่าที่น้าคิดฝันมาก ต่อไปนี้โชคจะต้องเข้าข้างเราบ้างเราจะเป็นฝ่ายมีชัยชนะต่อพวกคนเลว น้ามั่นใจ”

ดนุภพปลื้มปีติกับการได้พบกันของพี่น้องน้าหลาน ให้ชื่นชมกันแล้ว ถามขึ้นอย่างอยากรู้มากว่า

“ผมอยากรู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นกับพ่อแม่ผม” ดาราวรรณบอกว่ายิกาอยู่ในเหตุการณ์ ยิกาเห็นทุกอย่าง ดนุภพถามตื่นเต้นว่า

“คุณเห็นตัวฆาตกรด้วยเหรอ”

กันยิกาเล่าราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆว่า

“ฉันไม่มีวันลืมหน้าเหี่ยวย่นน่ากลัวเหมือนค้างคาวผีอายุร้อยปีหรอก...มันแก่ยิ่งกว่าอะไรที่เราเคยเห็น หนังเหี่ยว หัวโล้นหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ถือไม้เท้า...”

“หา! บุษหมายถึง...คุณลุงคนนั้นหรือ” นพดลถามเครียด

ooooooo

เรื่องราวเมื่อเกือบยี่สิบปีถูกรื้อฟื้นจากความทรงจำที่ไม่มีวันลืม...

เวลานั้นปราการและกันยิกายังเด็ก กันยิกากำลังวาดรูปดรออิ้งปราการด้วยดินสอถ่าน วาดไปบ่นหน้ามุ่ยไป...

“ไม่อยากให้พี่ปราการไปเรียนเมืองนอกเลย พี่ไม่อยู่แล้วบุษจะวาดรูปใคร”

“วาดเจ้าหัวตั้งกับเจ้าซื่อบื้อสิ เสาร์อาทิตย์ก็ให้พ่อรับพวกมันมาเล่นบ้านเรา” กันยิกาเบ้หน้าว่าสองคนขี้เหร่จะตาย ตนไม่วาดให้เสียมือหรอก “โธ่...สงสารมันออก สองคนนั้นเขาเป็นเด็กกำพร้า หัวตั้งน่ะพ่อแม่ตายตั้งแต่แบเบาะ ส่วนซื่อบื้อพ่อแม่ก็แยกกันไปคนละทางไปมีครอบครัวใหม่ เขาไม่โชคดีเหมือนเรา เราต้องสงสารเขาสิ”

ขณะนั้นเอง มีรถหรูแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ปราการหันไปมองอย่างสนใจ เห็นชายสองคนรีบลงจากรถมาเปิดประตู

ชายแก่หลังค่อมถือไม้เท้าก้าวลงจากรถเดินเชื่องช้า ย่องแย่ง ในมือถือกล่องกำมะหยี่

กันยิกาจับมือพี่ชายกลัวๆถามว่าใครน่ะอย่างกับผีดิบ นพดลจุ๊ปากให้พูดเบาๆ เขาคงเป็นแขกของคุณพ่อ เห็นบอดี้การ์ดของพ่อออกไปต้อนรับพาเข้าบ้าน

ขณะชายแก่เดินผ่านกันยิกากับปราการ เขามองกันยิกาอย่างใจดีมาก ยิ้มหน้าย่นจนน่ากลัว หยุดดูภาพที่กันยิกาวาดรูปปราการชมว่า

“วาดรูปเก่งนี่หนู...เหมือนเชียว” กันยิกาขอบคุณกลัวๆ ชายแก่เอื้อมสองมือที่สั่นเทาจับแก้มกันยิกาชม “หน้าตาสวยเชียว ลูกคุณใหญ่เหรอเนี่ย...”

ชายแก่มองกันยิกาอยู่นานอย่างพอใจมาก แต่ไม่สนใจปราการเลยสักนิดเดียว แล้วจึงเดินตามบอดี้การ์ดเข้าบ้าน

ooooooo

กันยิกากับปราการย่องไปแอบดูที่ระเบียงห้องรับแขก เห็นพ่อกับแม่นั่งคุยกับชายแก่หน้าเครียด มีบอดี้การ์ดของทั้งสองฝ่ายยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง

พอชายแก่เปิดกล่องกำมะหยี่ให้พ่อกับแม่ดู ทั้งสองหน้าซีด เครียด บอดี้การ์ดที่เป็นพ่อของพิมพ์ชลยืนมองชายแก่อย่างไม่ไว้ใจ บอดี้การ์ดของชายแก่มองมาที่ระเบียง กันยิกากับปราการผลุบหัวลงแทบไม่ทัน

ดึกแล้ว ดาราวรรณกลับจากงานเลี้ยง เห็นกันยิกายังไม่นอน ถามว่าดึกดื่นแล้วยังมานั่งเล่นนังเหมียวอยู่อีก ไปนอนเสีย

“บุษรอน้าเล็กค่ะ” ดาราวรรณถามว่ารอทำไม “คุณพ่อกับคุณแม่มีเรื่องอะไรไม่รู้ค่ะ เข้าห้องทำงานแล้วคุยอะไรซุบซิบๆ เครียดกันมากเลย”

ดาราวรรณจูงกันยิกาไปที่ห้องทำงานของพี่สาวพี่เขย เคาะประตูแล้วเข้าไป ทั้งสองเอากล่องกำมะหยี่ซ่อนเกือบไม่ทัน กันยิกาถามว่าในกล่องมีอะไรหรือ แม่บอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไม่มีอะไร บอกให้ไปนอนได้แล้ว ดาราวรรณถามว่ามีอะไรกัน พ่อก็ตัดบทให้พาหลานไปนอนเสีย

ดาราวรรณข้องใจ มาที่ห้องทำงานของพ่อกับแม่ เห็นทั้งสองกำลังรีบเก็บเอกสาร เธอตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เราต้องหนียัยเล็ก หลังจากส่งปราการไปเมืองนอกแล้วพวกเราก็จะต้องหายตัวไปจากที่นี่กันให้หมด” แม่บอกตื่นกลัว เธอถามว่าหนีใคร หนีทำไม พ่อจึงเปิดกล่องกำมะหยี่ ชี้เพชรเม็ดใหญ่ตรงกลางให้ดู บอกว่า

“เพชรเม็ดนี้...ชื่อเพชรเพลิงสุริยา!” ดาราวรรณตาโตอุทานว่าเพชรเพลิงสุริยา เพชรคุณสมบัติดีขนาดนี้ ใครเป็นเจ้าของต้องมีบุญบารมีมาก พ่อบอกว่า “เพชรเพลิงสุริยาเป็นสมบัติเจ้านายพระองค์หนึ่ง ซึ่งได้รับมรดกจากต้นตระกูลของท่าน แต่แล้วท่านก็ถูกลอบฆ่า เพชรถูกขโมยไป เปลี่ยนมือไปอยู่กับคนนั้น...คนนี้ แต่ทุกคนก็มีจุดจบเดียวกันคือถูกฆ่าเพื่อปล้นเอาเพชรเม็ดนี้ไป”

“นั่นหมายความว่าคนที่เอาเพชรเม็ดนี้มาให้พี่ ก็ต้องปล้นฆ่าใครเขามาอีกทีน่ะซิ!” ดาราวรรณตกใจ

“มันเป็นเพชรเปื้อนเลือด มีคนมาจ้างให้พี่ดัดแปลงทำสร้อยขึ้นมาใหม่เพื่อพรางตา ให้ผู้คนจำเพชรเม็ดนี้ ไม่ได้”

“แล้วคุณพ่อ คุณแม่จะทำให้เขาไหมคะ” กันยิกาที่แอบฟังอยู่ตกใจถามโพล่งขึ้น

รุ่งขึ้น ขณะที่สาวใช้กำลังช่วยขนกระเป๋าเดินทางหลายใบของปราการเพื่อส่งเขาไปเรียนต่อที่เมืองนอก พ่อกำลังคุยมือถือหน้าเครียดแต่เสียงเยือกเย็นที่อีกมุมหนึ่งโดยมีแม่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

“ผมทำไม่ได้จริงๆ ต่อให้คุณจ้างผมแพงแค่ไหนผมก็ทำไม่ได้ ตระกูลผมสืบทอดฝีมือทำเครื่องประดับเพชรต่อๆกันมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด ไม่ว่าเพชรจะราคาถูกแพงหรือน้ำงามเกรดแค่ไหนเรายินดีทำงานให้ลูกค้า ยกเว้นเพชรที่ถูกขโมยมา เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด เอาเป็นว่า ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็มารับเพชรคืนไปได้เลยครับ ผมต้องวางสายแล้ว พอดีผมมีธุระครับ”

พอพ่อวางสาย แม่ก็กอดพ่อไว้แน่นเหมือนมีลาง สังหรณ์ไม่ดี บอดี้การ์ดมองอย่างเป็นห่วง ส่วนดาราวรรณกับกันยิกาสบตากันอึ้ง ใจคอไม่ดี

ooooooo

วันนี้ปราการจะเดินทางไปเรียนที่ชิคาโกแล้ว ดนุภพเจ้าหัวตั้งกับเอกราชเจ้าซื่อบื้อมาส่งพี่ปราการที่บ้าน พ่อบอกทั้งสองให้อุ่นใจว่า

“หัวตั้ง ซื่อบื้อ ถึงปราการไม่อยู่แล้วแต่ลุงจะคอยส่งขนมของกินของใช้จำเป็นให้พวกเราที่โรงเรียนเหมือนเดิมนะ”

ดนุภพบอกว่าตนคงไม่ต้องรบกวนคุณลุง คุณป้าอีกแล้ว อากำลังจะมารับไปอยู่ด้วยกันที่อัมสเตอร์ดัมเพราะอาได้งานที่นั่น พ่ออวยพรให้โชคดี แม่ลูบผมดนุภพหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ

“แล้วผมล่ะ ไม่อยากเจอผมอีกเหรอครับคุณป้า”

“เจ้าซื่อบื้อ ถ้าแกไม่ได้ไปไหน ยังไงๆฉันกลับมาเราทุกคนก็จะได้เจอกันอยู่แล้วไง” ปราการปลอบ

เมื่อทุกคนขึ้นรถแล้ว ปราการโบกมือให้หัวตั้งกับซื่อบื้อที่ยืนส่งอยู่

ooooooo

ส่งปราการไปเรียนเมืองนอกไม่นาน...ดึกคืนหนึ่ง พ่อกับแม่เข้ามาในห้องนอนบุษบากรอย่างร้อนรนพร้อมกระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพายคนละสองใบ ปลุกบุษบากรให้ตื่น เราต้องรีบไปแล้ว พ่ออุ้มบุษบากรออกไปอย่างระแวดระวัง

แต่ไม่ทันออกจากบ้านก็ถูกชายลึกลับสองคนไล่ตาม แม่ถามว่ายายเล็กล่ะ พ่อบอกว่ายังไม่กลับ

สามพ่อแม่ลูกวิ่งไปทางประตูบ้านก็เจอชายลึกลับอีกสองคนดักอยู่ พ่อตัดสินใจอุ้มบุษบากรเข้าไปในห้องข้างหน้าปิดประตูล็อก พ่ออุ้มบุษบากรซ่อนไว้ในตู้กล กำชับว่า

“ไม่ต้องห่วงพ่อนะลูก บุษรีบเข้าไปก่อน แล้วไม่ว่าจะได้ยินเสียงหรืออะไร อย่าออกมาเด็ดขาด อยู่นิ่งๆ เงียบๆ อย่าให้ใครรู้ว่าลูกอยู่ในนี้ เข้าใจที่พ่อบอกนะ”

เก็บลูกไว้ในห้องลับแล้ว พ่อเร่งแม่ให้รีบออกห่างจากห้องนี้ให้มากที่สุดแล้วลูกจะปลอดภัย พ่อมองตู้อีกครั้งก่อนไป

บุษบากรในวัย 6 ขวบ ซุกตัวสั่นอยู่ในห้องลับ กัดปากแน่นไม่กล้าร้อง...

พอพ่อกับแม่ออกจากห้องก็ผงะเมื่อเจอชายแก่ยืนรออยู่พร้อมสมุน ชายแก่แบมือยื่นมาตรงหน้า

“เพชรกูอยู่ไหน”

“วางอยู่บนโต๊ะ ห้องทำงานผมโน่นไง ไปเอาซิ”

ชายแก่ให้สมุนไปเอา ครู่เดียวสมุนก็กลับมาพร้อมกล่องกำมะหยี่ ชายแก่เปิดกล่องหยิบสร้อยดู ขอบใจที่พ่อไม่เล่นสกปรกเอาเพชรปลอมมาเปลี่ยน

พ่อบอกว่าตนทำอาชีพสุจริตไม่ใช่พวกปลอมเพชรขาย แม่ขอร้องว่าได้ของคืนแล้วก็กลับไปเสีย อย่าทำอะไรครอบครัวเราเลย ชายแก่พูดเลือดเย็นว่าจะกลับไปทำไมยังไม่ได้ทำลายหลักฐานพยานเลย แล้วสมุนทั้งสี่ก็เข้าล็อกพ่อกับแม่ไว้ทันที

“จะทำอะไร ปล่อยพวกเราเถอะ พวกเราสัญญาจะไม่พูดเรื่องเพชรเพลิงสุริยา”

“สัญญาเหรอ สันดานมนุษย์ ถ้าลองสัญญาเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะผิดสัญญาได้ทุกเมื่อ” ชายแก่เย้ย แล้วสั่งเหี้ยม “เก็บมัน!”

พ่อกับแม่ถูกดันตัวกลับเข้ามาในห้อง บุษบากรมองผ่านช่องประตูตู้กลออกไป เห็นชายแก่หลังค่อมหน้าตาอัปลักษณ์ ตะคอกพ่อกับแม่ว่า

“พวกแกไม่ยอมร่วมมือกับฉัน พวกแกก็อย่าอยู่ไปบอกเรื่องนี้กับใครอีกเลย” แล้วดึงมีดปลายแหลมยาวออกจากไม้เท้าเสียบที่อกแม่ แล้วดึงมาแทงพ่อทะลุหัวใจ บุษบากรยกมือปิดปากไม่กล้าร้องเมื่อเห็นพ่อกับแม่ทรุดเลือดทะลัก!

ก่อนสิ้นใจ พ่อกับแม่ยังเหลือบมองมาที่ตู้ลับ ตายตาค้าง ชายแก่มองตามสายตาพ่อกับแม่เดินไปที่ตู้ลับเพ่งมองไม่เห็นอะไรจึงกลับออกไป
บุษบากรช็อก ตาเบิ่งค้าง!

น้าเล็กกลับมาเห็นสภาพสยดสยองที่พี่สาวกับพี่ชายถูกฆ่าจมกองเลือด เธอรีบหาหลานสาวทันที เปิดตู้ลับเจอบุษบากรยังช็อก จับตัวเขย่าเรียก พอรู้สึกตัวก็ร้องกรี๊ดปัดป้องร้องขอความช่วยเหลือ ขวัญกระเจิง

ดาราวรรณกอดเรียกหลาน บอดี้การ์ดชาติวิ่งเข้ามาเร่งให้รีบไปจากที่นี่ ตรงเข้าอุ้มบุษบากรวิ่งออกไป ดาราวรรณห่วงพี่สาวกับพี่เขย บอดี้การ์ดชาติบอกว่าเราคงต้องปล่อยไว้อย่างนี้ เร่งให้รีบไปก่อนที่ทุกคนจะมาไม่ว่าตำรวจหรือพวกมัน แล้วพาวิ่งไปขึ้นรถที่จอดซุ่มอยู่...

ดาราวรรณเล่าสภาพที่หนีตายถูกสมุนชายแก่ไล่ยิง บอดี้การ์ดชาติถูกยิงก่อนสิ้นใจเขาบอกให้ตนพาหลานหนี ให้ทำตัวหายไปจากโลกนี้เหมือนตายไปแล้ว ให้เปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่ อย่าไปหาญาติพี่น้องอย่าติดต่อใคร และฝากดูแลลูกสาวชื่อนิดาที่อยู่โรงเรียนประจำที่พัทยาด้วย เพราะเธอไม่มีแม่...

ooooooo

ทุกคนเงียบกริบ หน้าเครียด เมื่อดาราวรรณเล่าเหตุการณ์ที่ตนและบุษบากรหนีตายจบแล้ว เล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงว่า

“หลังจากหนีรอดมาได้ น้าถึงได้ติดต่อไปหาปราการที่อเมริกาให้หลานหนีไปไง”

“ผมจำได้ครับ วันที่ผมได้รับอีเมลจากน้า บอกว่าพ่อแม่ถูกฆ่าแล้ว ให้ผมหนีไปให้ไกล...วันนั้นผมแทบบ้าจับต้นชนปลายไม่ถูก โชคดีที่นอล่ากับจอร์ชครอบครัวที่ผมอยู่ด้วยช่วยเหลือทุกอย่าง ผมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนพดลแล้วย้ายจากอิลลินอยส์ไปอยู่ฟลอริดา ผมสอบ
ชิงทุนเรียนหมอจนจบ หลังจากทำงานใช้ทุนที่เรียนจนหมด ผมก็ขอกลับมาทำงานที่เมืองไทยแล้วก็พยายามตามหาทุกคน มีแต่หัวตั้ง...เอ๊ย...ดนุภพที่พยายามส่งข่าวหาผมตลอดเวลา จนผมมั่นใจว่าได้เจอน้าเล็ก วันนั้นผมถึงติดต่อกลับไป”

ดนุภพบอกว่าตนรอเขาเสมอและก็ติดตามคดีฆาตกรรมคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นจนถึงตอนนี้ ดนัยเทพเสริมว่าทีแรกเรียนวิชาเคมีอยู่ดีๆก็เบนเข็มไปเรียนเรื่องการออกแบบเครื่องเพชร...คิดดูแล้วกัน

นพดลถามว่าตอนนี้นิดาลูกสาวบอดี้การ์ดชาติอยู่ที่ไหน ดาราวรรณอึ้งไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพิมพ์ชลแอบปลื้มนพดลอยู่

“พิมพ์ชลน่ะเหรอ อยู่สิคะ ตั้งแต่น้าเล็กไปรับออกจากโรงเรียนพาหนีไปด้วย พวกเราสามคนก็อยู่ด้วยกันมาตลอด”

กันยิกาตอบแทนดาราวรรณ นพดลสะดุดกึกถามว่าเมื่อกี๊บุษเรียกนิดาว่าอะไรนะ “อ๋อ...ลืมไปค่ะ นิดาเปลี่ยนชื่อใหม่ว่าพิมพ์ชล เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับพี่นี่คะ”

“ว่าไงนะ?!” นพดลตะลึง ลุกไปทันที ดนุภพกับดนัยเทพแปลกใจว่านพดลเป็นอะไรทำไมต้องช็อกขนาดนั้น

ดาราวรรณเอ่ยขึ้นอย่างอึดอัดว่าโลกมันกลม เพราะพิมพ์ชลแอบรักนพดลโดยที่ไม่รู้ว่านพดลคือปราการคนกันเอง

“กรรม!” กันยิกาอึ้งไปอีกคน

นพดลรีบขึ้นไปที่ห้อง เจอแม่บ้านหิ้วถุงมาถามว่าเป็นของเขาใช่ไหม เห็นวางอยู่ตรงหน้าห้องของในถุงหกเรี่ยราด ตนจึงช่วยเก็บให้ นพดลรับถุงไปอย่างไม่แน่ใจ พอเปิดดูของในถุงก็เอะใจว่าแล้วพิมพ์ชลหายไปไหน?

พิมพ์ชลกลับไปที่บ้านกันยิกา เจออิสริยา นีน่ากับซาร่าสองเพื่อนแสบมาถามหากันยิกา พิมพ์ชลถามว่าจะทำอะไรกันยิกา อิสริยาฉอดๆใส่ว่า

“ฉันจะมาเอาคืนที่มันตามจองเวรจองกรรมฉันไม่หยุด ฉันจะบอกให้มันเลิกยุ่งกับคุณเทวัญได้แล้วไม่งั้นตาย!”

พิมพ์ชลถามว่ากันยิกาตายหรือเธอจะเป็นฝ่ายตายเอง นีน่าสะอึกเข้าไปจะตบ อิสริยาพูดเยาะว่า

“ตบอีคนนี้ฝากไปถึงอีคนนั้น ก็โอนะ”

พิมพ์ชลได้โอกาสหาพวกทันที บอกว่าอย่ามาทำอะไรคนที่มีเจ้ากรรมนายเวรคนเดียวกันเลยเพราะตนก็มีคนที่จะตบเป็นคนเดียวกับเธอ แล้วทำเป็นไม่สนสะบัดจะเดินหนี อิสริยารีบกระชากพิมพ์ชลลากไปคุยกันข้างบ้าน

คุยกันไม่นานอิสริยาก็เอามือถือของพิมพ์ชลไปกดเบอร์มือถือของตนไว้ในเครื่องแล้วส่งคืน บอกว่า “เข้าใจนะ” ย้ำว่าต่อไปถ้ามีการเคลื่อนไหวอะไรให้โทร.หาตนตามเบอร์นี้

พอแยกกัน ซาร่ากับนีน่าถามว่าเชื่อใจขี้ข้านกสองหัวนี่ได้หรือ เกิดมันหักหลังเธอขึ้นมาล่ะ?

“มันไม่หักหลังฉันหรอก ดูก็รู้ว่ามันอิจฉาเจ้านายมันจะตาย แล้วยัยกันยิกาคงจะข่มเหงกดหัวมันมานานมันก็เลยแค้นอยากจะเอาคืน หึๆปล่อยหนอนบ่อนไส้ไว้ในบ้านนังกันยิกาแบบนี้ สนุกแน่ๆ” อิสริยายิ้มร้าย

ooooooo

นพดลกลับไปหาพวกดาราวรรณ บอกว่าตนฝากพิมพ์ชลซื้อของเลยรีบกลับไป กลัวเธอกลับเข้ามาเจอน้าเล็กกับน้องบุษแล้วจะเข้าใจผิดกัน
ดาราวรรณบอกว่าไม่เจอดีแล้ว ตนไม่อยากให้พิมพ์ชลรู้อะไรเลย นพดลทำหน้างง กันยิกาชี้แจงว่าเรากำลังตามหาไอ้ฆาตกร ชีวิตพวกเราเสี่ยงมาก พิมพ์ชล เสียพ่อเพราะตนเป็นต้นเหตุ เราจะให้ชีวิตเธอต้องมาเสี่ยงอันตรายอีกคนไม่ได้

“พี่ชาติพ่อของพิมพ์ชลเขาตายไปเพื่อพวกเรา น้าสัญญากับศพเขาว่าจะเลี้ยงลูกสาวเขาให้ดีที่สุด มีชีวิตที่ดี ปลอดภัย สงบสุขไม่ต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการแก้แค้นของเรา”

ดนุภพถามว่านพดลรักพิมพ์ชลหรือ ดนัยเทพหนักใจว่าถ้ารักกันแล้วจะปิดบังกันได้ยังไง

“รักเขาก็ต้องกันเขาออกไปให้ไกลจากงานใหญ่ของเราให้มากที่สุด” ดาราวรรณารวบรัด เห็นนพดลอึ้งก็สรุปว่า “ทำตามที่น้าบอกนะปราการ เคยทำตัวยังไงกับพิมพ์ชลก็ทำตัวอย่างนั้นต่อไป”

กันยิกาย้ำว่าตนกับน้าเล็กก็จะทำตัวเป็นคนแปลกหน้าไม่รู้จักเขา นพดลถามว่าแล้วเราจะเจอกันอีกเมื่อไรดนุภพบอกว่าเร็วๆนี้ เราต้องนัดเจอกันในที่ปลอดภัย ดนัยเทพเตือนให้รีบสลายตัว ทุกคนจึงออกไปอย่างระแวดระวัง

พอทุกคนไปแล้ว นพดลตรงไปที่เครื่องโทรศัพท์ โทร.หาพิมพ์ชลทันที ปรากฏว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว เขาถามว่าทำไมอยู่ๆก็กลับบ้าน เธออ้างความไม่เหมาะสมเพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน ถ้าทางโรงพยาบาลรู้หมอจะเดือดร้อน หน้าที่การงานก็จะเสียหาย

“ขอบคุณมากครับพิมพ์ชลที่ห่วงผม ผมก็ดีใจนะครับที่คุณตัดสินใจกลับบ้าน บางทีคุณอาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะครับ” เธอถามว่าคิดมากเรื่องอะไร? “เรื่องคนที่บ้านไงครับ เขาอาจจะเป็นห่วงคุณมาก เขาก็เลยเข้มงวดกับคุณเกินไป ผมอยากให้คุณเปิดใจ ลองมองให้ลึกๆคุณจะเห็นความหวังดีของเขา”

พิมพ์ชลหน้าเครียด ทำเป็นขอบคุณที่หมอเตือนสติบอกว่าตนจะเชื่อหมอ จะมองเขาให้ลึกๆอีกครั้ง เขาอาจจะหวังดีกับตนจริงๆ แต่พอวางสายแล้วกำมือแน่นจิกตาแค้น!

ooooooo

เทวัญ โรมัน และรสลินลักลอบไปที่เจดีย์ภูเขาทองในยามวิกาล รสลินบอกว่าเจดีย์ใหญ่มากอย่างนี้คงต้องหากันทั้งคืน เทวัญสวนทันควันว่าต่อให้หาสักกี่คืนก็ต้องหาให้เจอ ตนต้องเอาเนตรปฐพีมาครอบครองให้ได้!

โรมันทบทวนบทกลอนที่คิดว่าเป็นการบอกใบ้ เริ่มจาก “ที่องค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแฉก” ก็แยกกันไปหาองค์ฐานที่รานร้าว เทวัญไปเจอช่องแยกที่ฐานเจดีย์ทำเป็นอุโมงค์ให้ลงไปในช่องด้านใน เขาลงไปทันที โรมันกับรสลินมาเจออุโมงค์ที่เทวัญเพิ่งลงไป ตัดสินใจลงอุโมงค์ตามเทวัญไป

เทวัญบอกว่าเนตรปฐพีต้องอยู่ในนี้แน่ โรมันกับรสลินรีบส่องไฟหาตามซอกหลืบ หาไปทบทวนคำกลอนตีความคำใบ้ไป เมื่อหาไม่เจอเทวัญสบถอย่างหงุดหงิด แต่โรมันมั่นใจว่า

“แต่ตามคำใบ้ที่เราได้มา ผมว่าที่นี่ไม่ผิดหรอกครับ”

ทั้งสามช่วยกันตีคำใบ้ จนมาถึงซุ้มพระฝั่งตะวันตกของเจดีย์ที่ประดิษฐานอยู่ตามองต่ำ ทำมุมที่แผ่นกระเบื้องชิดขอบผนังของทางเดินประทักษิณพอดี

“ร้าวถึงเก้าแฉก...ยอดทรุด...น้ำตากระเด็น...เป็นคำใบ้ทั้งหมดชี้มาที่ตรงนี้” โรมันตีคำใบ รสลินดีใจบอกเทวัญว่าเพชรเนตรปฐพีกำลังจะเป็นของพ่อแล้ว...

เทวัญพอใจมาก มองไปที่กำแพงประทักษิณ เห็นกระเบื้องแผ่นหนึ่งแยกออกจากพื้นเหมือนสามารถเปิดได้ เทวัญแงะกระเบื้องแผ่นนั้นออก ทุกคนตกใจงุนงง เมื่อกระเบื้องหลุดออกยังมีช่องเล็กๆแค่พอสอดมือลงไปได้

ทุกคนมองหวังจะได้เห็นเพชรเนตรปฐพี กลับเห็นแต่ดอกกุหลาบขาววางอยู่!

“ไอ้กุหลาบขาว!!!” เทวัญคำรามแทบคลั่ง ขยี้ดอกกุหลาบขาวอย่างแค้นใจขณะนั่งรถกลับ เทวัญอาฆาตแค้นว่ากุหลาบขาวมาตัดหน้าเราไปได้ยังไง

“ถ้ามันตามเพชรเนตรปฐพีอยู่เหมือนกัน

แสดงว่ามันไม่ใช่โจรปล้นเพชรล่ารางวัลที่หาเงินจากการเอาเพชรไปคืนเจ้าของธรรมดาๆแล้วล่ะครับ” โรมันวิเคราะห์ รสลินฉุกคิดได้ โพล่งขึ้นว่าเรามีผู้ต้องสงสัยแล้วเธอเล่าว่า

“รสยังไม่มีโอกาสบอกพ่อว่าวันที่รสไปเด็ดปีก

ยัยเหยี่ยวข่าวเสาวนุช ไอ้ดนุภพมันตามมาช่วยยัยนักข่าว คนขายเพชรอะไรจะตีลังกายิงปืนได้แม่นอย่างกับพวกนักต่อสู้มืออาชีพ พ่อค้าเพชรอยู่กับเพชร แถมยังมีความสามารถแบบที่สู้กับนักฆ่าได้ มันก็น่าคิดนะคะว่ามันรู้เรื่องเพชรมากแค่ไหน เช่น รู้ข้อมูลเพชรเหนือเพชรต่างๆ เท่ากับที่พวกเรารู้”

“ไอ้ดนุภพ ไอ้กุหลาบขาว!!” เทวัญคำราม บี้ดอกกุหลาบขาวในมือจนแหลกลาญ

ooooooo

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 7 วันที่ 15 ธ.ค.59

ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทประพันธ์โดย : จันทริกา
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ปวิตา ขาวสำอางค์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย นาคสุริยะ, กีรติ นาคอินทนนท์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ