อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 17 ธ.ค.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 17 ธ.ค.59

“...ไม่พบว่ามีใช้ในย่านเอเชียแปซิฟิก แต่นิยมใช้ในยุโรปหรืออเมริกา ตามองค์กรหรือหน่วยงานใหญ่ๆ เท่านั้น เพราะราคาแพงมาก”

สิงห์ชัยเดินรี่เข้ามาบอกว่าตนขอให้ทางการช่วยเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดแถวบ้านอรินหาเบาะแสพวกเอากล้องไปติด แต่ทางการแจ้งมาว่าให้ดูไม่ได้เพราะ...กล้องเสียทั้งหมด พอฤดีพึมพำนึกแล้วต้องเป็นแบบนี้ ชัยชนะยังมีข้อคิดที่น่าสงสัยอีกว่า

“กล้องยี่ห้อที่บ้านอริน ไม่ใช่ว่าใครก็ติดก็ใช้ได้ แต่ต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เพราะใช้งานยากกว่ากล้องยี่ห้อตลาดทั่วๆไป”



“สมแล้วที่เป็นเจ้าพ่อไอที” พอฤดียกนิ้วให้ ชัยชนะยิ้มรับเขินๆ

สรุปรวมความว่า พวกที่ทำต้องมีความเป็นสากล องค์กรต้องใหญ่กว่าพวกห้ามังกร เพราะระดับนั้นน่าจะใช้กล้องผลิตในจีนหรือเอเชียมากกว่า อรินยิ่งเครียดสงสัยว่าระดับนั้นจะอยากรู้อะไรในบ้านตน...ชัยชนะคิดว่าเป้าหมายไม่ใช่เขาแต่เป็นครูมะลิ

“คุณกำลังจะบอกว่า ทีมติดตามระดับสากลกำลังตามล่ามะลิ”

“คิดว่าเป็นอย่างอื่นได้ไหมล่ะ แต่ที่ผมยังคิดไม่ออก คุณมะลิดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย คุณเอ็มม่ากับนาธานก็เหมือนกัน น่าจะเป็นเหมือนลูกผู้ดีไฮโซของซามาร์มาเที่ยวเมืองไทยแค่นั้น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะไปเกี่ยวข้องจนโดนตามแบบนี้ได้ยังไง”

อรินถอนใจ ต้องมีอะไรบางอย่างที่พวกเรายังไม่รู้...ด้านจัสมินเองก็ครุ่นคิดจนคิ้วแทบชนกัน นาธานหวั่นใจจะเป็นเรื่องไม่ดี ชวนจัสมินไปอยู่ที่อื่น เอ็มม่าว่าถ้าเป็นโจรหน้าจีนที่ต้องการกระเป๋าแค่นั้น จะอยากรู้

ทำไมว่าเจ้าหญิงกินอยู่อย่างไร นาธานสงสัยหรือจะเป็นอรินที่อยากสืบว่าพวกเราเป็นใครแต่ทำหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง จัสมินไม่เชื่อ เธอมั่นใจในตัวอรินว่าไม่ใช่คนหลอกลวง นาธานเขม่นมองทำไมเข้าข้างขนาดนั้น จัสมินคาดเดา

“คนที่มาติดกล้องอาจจะติดตามผู้กองอรินมากกว่า แต่ทำเป็นมาติดในห้องนอนเรา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ”

“อาจจะใช่นะเพคะ เป็นตำรวจต้องมีศัตรูรอบตัวอยู่แล้ว ยิ่งห้าวแบบนี้คู่กรณีคงมีเพียบ”

นาธานฟังน้องสาวพูดแล้วยิ่งให้เป็นห่วง ถ้ายังไม่อยากกลับซามาร์ก็ไปจากที่นี่จะได้ไม่ซวยไปด้วย

เอ็มม่ารอฟังการตัดสินใจของเจ้าหญิง แต่เธอกลับบอกว่า...ไม่ได้ เพราะไม่อาจหนีเอาตัวรอด อ้างว่าท่านพ่อท่านแม่สอนเสมอ หรือใครจะแย้งว่าไม่จริง

“โห...ท่านรับสั่งแบบนี้ หม่อมกลับซามาร์ไม่ถูกเลย” นาธานโอดโอย

ทั้งจัสมินและเอ็มม่าหัวเราะออกมา ในใจจัสมินนึกเป็นห่วงอรินอย่างมาก

ooooooo

วันต่อมา อรินมาที่สถานกงสุลซามาร์ เข้าพบท่านกงสุลเพื่อขอข้อมูลประวัติของจัสมิน เอ็มม่าและนาธานอีกครั้ง ท่านกงสุลยังตอบเหมือนเดิมว่า ทั้งสามคนประวัติขาวสะอาด

“เป็นไปได้ไหมครับว่าอาจมีบางเรื่องที่ไม่ดี แต่ทางนี้ไม่ทราบเรื่อง”

“ซามาร์เป็นประเทศเล็กๆ การดูแลประชาชนของเราทั่วถึงครับ” กงสุลยืนยัน

อรินจึงขอถามอีกเรื่อง อยากรู้ชื่อซามาร์ของมะลิ และพ่อแม่เธอทำงานอะไร

“เท่าที่ทราบมาจากครอบครัวดีไม่เกี่ยวพันกับอาชญากรรมอะไรทั้งหลายแน่นอน เป็นเด็กสาวที่เรียนจบแล้วก็อยากมาเที่ยวประเทศไทยแค่นั้นครับ ส่วนชื่อจริง ซามาร์ของเราให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนตัวของประชาชนมาก ถ้าอยากทราบอะไรมากกว่านี้คุณคงต้องสอบถามกับคุณมะลิเอง ในส่วนของผมคงให้ข้อมูลได้เท่านี้”

อรินรู้ว่าไม่อาจได้ข้อมูลอะไรมากกว่านี้ ท่านกงสุลเดินออกมาส่งที่ห้องโถง สายตาอรินเหลือบไปเห็นว่ามีภาพพระราชาและพระราชินีของซามาร์แขวนอยู่ และมีรอยตะขอที่น่าจะมีรูปแขวนอีกรูป จึงถามว่ารูปอะไรที่เอาออกไป ท่านกงสุลยิ้มนิดๆ

“ผู้กองนี่ช่างสังเกตจริง...”

“อาชีพตำรวจยิ่งช่างสังเกตมาก ยิ่งมีโอกาสรอดตาย ไม่ทราบคำถามนี้ท่านพอตอบได้ไหมครับ”

“นี่เป็นรูปขององค์อิสราธิบดีกับอัมราภาชินี พระประมุขแห่งซามาร์ ส่วนรูปที่หายไปเป็นพระฉายาลักษณ์ของ...เจ้าหญิงจัสมิน ว่าที่องค์รัชทายาท”

“จัสมิน...แปลว่ามะลิ” อรินยังข้องใจทำไมรูปเจ้าหญิงถึงหายไป

ท่านกงสุลบอกว่าเอาไปซ่อมแซม เสร็จเมื่อไหร่ก็จะเอามาติดดังเดิม อรินพยักหน้ารับรู้ พอเขากลับออกไป ท่านกงสุลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่ออย่างโล่งใจ แต่หารู้ไม่ว่าอรินยังไม่คลายความสงสัย กลับมาถึงบ้านเอาแต่นั่งมองมะลิเหมือนอยากจะซักถาม จนกระทั่งเธอหันมาเห็นแววตาของเขาก็เป็นฝ่ายถามขึ้นเสียก่อนว่ามีอะไร

อรินบอกว่าวันนี้ตนไปสถานกงสุลซามาร์ ถามถึงประวัติเธอ จัสมินตกใจคิดว่าเขารู้ความลับของตนเสียแล้ว พูดเสียงอ่อยว่า

“งั้นคุณก็รู้หมดแล้วใช่ไหม”

“ใช่...รู้ว่าเธอมาจากครอบครัวดี เป็นลูกเศรษฐีที่มาเที่ยวไทย ประวัติขาวสะอาด ไม่เกี่ยวข้องกับวงการอาชญากรแน่นอน”

“ท่านกงสุลบอกแบบนี้เหรอคะ” สีหน้าจัสมินแจ่มใสขึ้น

“อืม แต่พอฉันถามถึงชื่อจริงเธอกลับให้มาถามเธอเอง บอกว่าที่ซามาร์สิทธิส่วนบุคคลสูงมาก โห... แม่คุณเอ๊ย อะไรจะสูงกันขนาดนี้ แค่ถามชื่อจริง กงสุลยังไม่ยอมบอก ตูล่ะเชื่อแล้ว ประเทศนี้ประชาชนใหญ่โตจริงๆ”

“แน่อยู่แล้ว” จัสมินยืดอกอย่างภูมิใจ

อรินเข้าประชิดบอกว่ารู้แบบนี้ยิ่งห่วง เธอสงสัยว่าจะห่วงทำไม เขาตอบทันใดว่า

“ถ้าเธอเป็นคนธรรมดา ประวัติขาวสะอาดแล้วพวกนั้นทำไมต้องติดตามขนาดเอากล้องมาติดดูถึงบ้าน มันต้องการอะไรกันแน่ เดาไม่ออกจริงๆ”

“เป็นไปได้ไหมคะที่มันจะตามดูคุณแต่ทำมาติดกล้องห้องเรา เบี่ยงเบนความสนใจไง”

อรินหาว่าดูหนังมากไป ตนมีศัตรูมากแต่พวกนั้นคงไม่ลงทุนติดกล้องหลายแสนเพื่อตามดู อย่างมากยิงสามโป้งก็ตายแล้วไม่ต้องลีลามาก

“ถามจริง ตอนอยู่ซามาร์เคยมีเรื่องกับใครไหม”

หญิงสาวส่ายหน้า เขาอยากรู้ต่อไปอีกว่าตั้งแต่มาถึงเมืองไทยเคยมีเรื่องกับใครไหม หรือมีไอ้หนุ่มคนไหนมาจีบแบบโรคจิตบ้างหรือเปล่า แต่เดาว่าน่าจะมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ยังไม่ได้บอก

อรินเอื้อมมือไปกุมมือจัสมิน สบตาถามอย่างอ่อนโยน จนป่านนี้ยังไม่เชื่อตนอีกหรือ ไม่ว่ามีเรื่องอะไรตนจะอยู่ข้างเธอเสมอ สาวเจ้าเสียงอ่อย

“ที่จริงก็มีเรื่องนึง แต่ไม่รู้จะสำคัญรึเปล่า”

จัสมินเปิดตู้หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาวางให้อริน เล่าว่าวันนั้นที่โจรขึ้นบ้าน มันต้องการกระเป๋าใบนี้ ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับการติดกล้องไหม อรินแปลกใจจะเอาไปทำอะไร ถ้าเป็นกระเป๋าเงินยังน่าเชื่อกว่า แต่เธอยืนยันว่าเพราะกระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของตน ถูกสลับกันที่สนามบิน โจรคนนั้นคือเจ้าของกระเป๋า อรินยกกระเป๋ารู้สึกหนักก็แปลกใจที่มันหนักผิดปกติ

“ของเลียนแบบคุณภาพไม่ค่อยดีเลยหนัก กระเป๋าของเราที่สลับไปรุ่นเดียวกัน เหมือนกันหมดทุกอย่าง แต่เบากว่านี้เยอะเลย”

อรินค้นทุกซอกทุกมุมของกระเป๋าอย่างฉงน ต้องมีอะไรแน่ๆ จัสมินบอกว่าตนค้นหลายรอบแล้ว เขาตัดสินใจเอามีดมากรีดก้นกระเป๋า หญิงสาวเสียดายของ...เมื่อกรีดออกก็เห็นมีห่อผ้าพันของไว้ หุ้มด้วยพลาสติกที่ซีลไว้อย่างดี จึงรีบแกะออกแล้วต้องตกตะลึง

“ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ธนบัตร!” อรินสบตาจัสมินที่ตาค้างอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน...

ooooooo

อรินกับจัสมินนำสิ่งที่พบเห็นไปที่ห้องพิสูจน์หลักฐาน พอฤดีใช้กล้องส่องดูชิ้นส่วนแม่พิมพ์แล้วบอกว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด เพราะมีส่วนของลายน้ำที่ผลิตปลอมได้ยากมาก จำได้ว่าตอนนั้นชิ้นส่วนนี้ถูกแย่งกันจากหลายแก๊ง แล้วของก็หายสาบสูญ แสดงว่าเหวยกังเป็นคนได้ไป

อรินฟังแล้วหน้าเครียด คิดว่าคนที่ลอบเข้าไปในบ้านที่มะลิอยู่คือเหวยกัง ชัยชนะฟันธงว่าใช่ โชคยังดีที่มะลิจำหน้าคนร้ายได้ ทำให้อรินพอมีความหวังขึ้น เอาภาพถ่ายที่ได้จากสนามบินเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่เธอเดินทางมาถึงให้ดู

จัสมินชี้ไปที่คนที่ถือกระเป๋าเหมือนกับตน

ทุกคนมองหน้า นี่หรือคือหน้าใหม่ของเหวยกัง ชัยชนะเอาภาพเหวยกังเข้าโปรแกรมสามมิติ เทียบกับภาพหน้าเดิม กะโหลกศีรษะซ้อนกันได้อย่างแนบสนิท

“โอ้โห อย่างกับหนังฝรั่งเลยแฮะ” สิงห์ชัยอุทานอย่างทึ่งจัด

“ดูเผินๆแล้วเหมือนคนละคน แต่พอเทียบส่วนกระดูกแข็งอย่างเบ้าตา จมูก คางแล้วใกล้เคียงกันมาก” ชัยชนะคลิกภาพค้างอธิบายว่าคนร้ายคงมีเวลาไม่มาก เลยศัลยกรรมแค่เนื้อเยื่อด้านนอกให้รูปลักษณ์ต่างแต่ข้างในยังคงเดิม...อรินจ้องมองภาพเหวยกังอย่างเคียดแค้น

ด้านเหวยกังเมื่อช่วยเฮียเปียวหนึ่งในหัวหน้าแก๊งห้ามังกรมาได้ ก็ได้รับการสนับสนุน เฮียเปียวไม่เห็นจี้หยกที่คอเหวยกัง ถามว่าหายไปไหน สีหน้าเขาเครียดลงก่อนจะบอกว่าหล่นหายก่อนไปช่วยเฮีย เฮียเปียวจึงเตือน

“ระวังตัวไว้ อย่าให้มีร่องรอยตามได้ ลื้อมันเป็นเสือชอบลุยเดี่ยว ประมาทเท่ากับตาย”

“คนอย่างอั๊วไม่ตายง่ายๆหรอก” เหวยกังยิ้มอย่างลำพองตน ไม่รู้เลยว่ามีกลุ่มองครักษ์คอยติดตามถ่ายภาพตัวเขาทุกระยะ
หยกที่เหวยกังทำหล่นไว้อยู่ในมืออัมราภาชินี กงสุลรายงานว่าเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งห้ามังกร มาเฟียจีนที่กำลังแผ่อำนาจอยู่ในขณะนี้ และเอารูปคนร้ายที่บุกบ้านอรินให้พระองค์ดู

“องครักษ์ได้ที่กบดานมาแล้ว ทรงจะให้จัดการอย่างไรต่อกระหม่อม”

“ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ทางการไทย”

ศรีวิจันทร์ข้องใจทำไมไม่ให้คนของเราจัดการ พระราชินีเห็นว่าต้องให้เกียรติประเทศไทย ไม่ควรใช้อำนาจก้าวก่ายหน้าที่ของทางการ จึงสั่งกงสุลรีบส่งข้อมูล

ooooooo

ค่ำนั้น อรินนั่งหน้าเครียดจนจัสมินเป็นห่วง เขากังวลเรื่องเหวยกังอยู่ใกล้ตัวมาก กุมมือจัสมินกำชับไม่ควรออกไปไหนหรือจะให้ดีควรกลับซามาร์เพราะที่นี่ไม่ปลอดภัย หญิงสาวส่ายหน้าสบตากล่าวเสียงหนักแน่นว่าจะไม่หนีเอาตัวรอดทิ้งเขาสู้คนเดียว ชายหนุ่มแย้ง

“มันเป็นหน้าที่ของฉันและยังมีทีมคนอื่นๆ”

“แต่ปัญหาเกิดขึ้นเพราะเรา ทั้งคนที่ตามเข้าบ้าน ทั้งกระเป๋า จะให้เรากลับไปโดยทิ้งปัญหาไว้ไม่ได้”

แม้อรินจะย้ำว่าเหวยกังเป็นมืออาชีพเป็นตัวอันตราย เธอยังยืนกรานว่าไม่กลัวขออยู่ต่อไป จนเขาต้องสารภาพว่า เขาเป็นห่วงเธอ จัสมินสบตากล่าว “เราก็ห่วงคุณ...เหมือนกัน”

ทั้งสองสบตากันอย่างซาบซึ้งแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อกันและกัน...จากนั้นจัสมินจะกลับเข้าห้องนอน อรินเดินมาส่งหน้าประตู มองไปยังจุดที่เคยมีกล้องวงจรปิดติดแล้วบอกเธอว่า จะพยายามแลกเวรเพื่อกลับมานอนบ้านทุกวัน

หญิงสาวปลื้มใจแต่ก็บอกเขาไม่ต้องห่วง อยากให้เขาพักผ่อนมากๆ ชายหนุ่มดึงมือเธอมากุมหน้าตาเฉย ขอบคุณที่ช่วยดูแลมัดหมี่อย่างดี ไม่มีเธอตนคงลำบาก ให้สู้กับโจรยังดีกว่ารบกับยายตัวแสบ

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 7 วันที่ 17 ธ.ค.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ