อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 18 ธ.ค.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 18 ธ.ค.59

หญิงสาวปลื้มใจแต่ก็บอกเขาไม่ต้องห่วง อยากให้เขาพักผ่อนมากๆ ชายหนุ่มดึงมือเธอมากุมหน้าตาเฉย ขอบคุณที่ช่วยดูแลมัดหมี่อย่างดี ไม่มีเธอตนคงลำบาก ให้สู้กับโจรยังดีกว่ารบกับยายตัวแสบ

“ไม่เป็นไร...เป็นหน้าที่เราอยู่แล้ว” จัสมินตอบเขินๆ

“และที่สำคัญ เธอดูแลฉันด้วย...” อรินขยับเข้าใกล้ชิด เธอเผลอสบตานิ่ง พอได้สติรีบผละออกเพราะไม่เคยใกล้ชิดกับชายใดมาก่อน แก้ตัวว่าง่วง แต่เขารั้งเธอไว้ให้คุยด้วยต่อ



“นอนได้แล้วค่ะผู้กอง” จัสมินทำตาดุปราม พอดีมัดหมี่งัวเงียพลิกตัว อรินจึงยอมถอย

จัสมินปิดประตูยืนพิงหัวใจเต้นรัว อมยิ้มอย่างมีความสุข...

เช้าวันใหม่ ชัยชนะเข้ามาที่บ้านอรินบอกว่า

มีสายส่งรูปกับที่อยู่ของคนร้ายมาให้เมื่อวาน ข้อมูลกับรูปพรรณชัดเจน ไม่รู้แหล่งข่าวที่ส่งมาโดยตรง อรินแปลกใจว่าข้อมูลระดับนี้แหล่งข่าวธรรมดาไม่น่าหามาได้ ชัยชนะพยักหน้า

“คงสายใหญ่พอตัว เพราะหัวหน้าบอกว่าทุกอย่างต้องเป็นความลับ...หัวหน้าขอกำลังไว้พร้อมแล้ว สิบโมงเราจะเริ่มแผน”

จัสมินใจหายที่คนร้ายอยู่ใกล้ตัวมาก อรินยิ่งเป็นห่วงเธอ กำชับปิดประตูล็อกบ้านให้ดีอยู่เงียบๆทำเหมือนไม่มีใครอยู่ เธอรับคำและรับปากจะดูแลมัดหมี่อย่างดี อดเตือนเขาอย่างห่วงใยไม่ได้ว่าให้ดูแลตัวเองด้วยอย่าเสี่ยงให้มากนัก ผู้กองหนุ่มสบตารับคำอย่างซาบซึ้งใจ

และแล้วอรินกับพวกก็บุกไปยังอพาร์ตเมนต์ที่เหวยกังกบดานอยู่ แต่เขารู้ตัวเสียก่อนคว้าเป้กระโดดหนีออกทางระเบียง อรินกับพวกเข้ามาเจอแต่กล่องข้าวที่ทิ้งเกลื่อน มีทั้งของใหม่ทำให้รู้ว่าเหวยกังเพิ่งหนีไป อรินวิ่งออกมาดูที่ระเบียงที่อยู่สูงถึงชั้น 5 เขากวาดตามองไปเห็นหลังเหวยกังไวๆ จึงรีบโดดตามลงไปไล่ล่า

พอฤดี ชัยชนะ และสิงห์ชัยรีบวิ่งตามออกทางเดิม อรินเห็นสายตาเยาะเย้ยของเหวยกังก่อนที่มันจะวิ่งข้ามถนนหนีไปได้ สิงห์ชัยวิ่งหอบแฮ่กรั้งท้ายมา

“นี่ผู้กองสิงห์สงสัยต้องให้หัวหน้าจัดคอร์สฟิตให้อีกสักทีแล้ว วิ่งช้าอย่างนี้ยังมาหอบอีก”

พอฤดีส่ายหน้าเอือมระอา ต่างจากอรินที่กำมือแน่นอย่างเจ็บใจที่คนร้ายหลุดมือไปได้

ด้วยไม่อยากจะเครียดเกินไป อรินจึงชวนทุกคนออกมาเดินเล่นศูนย์การค้าใกล้บ้าน จัสมินแซวว่าคิ้วเขาจะพันกันอยู่แล้ว ทำให้เขาหัวเราะออกมาได้ สิงห์ชัยดีใจที่อรินใจป้ำคิดจะขอถล่มสักวัน จัสมินตื่นตาตื่นใจที่ห้างเมืองไทยสวยไม่ต่างจากห้างแถบยุโรป

“ใช่ค่ะ นึกถึงตอนไปลอนดอน...โอ๊ย!” เอ็มม่าพลั้งปากโดนนาธานหยิกเตือน

ชัยชนะรีบถามว่าเธอเคยไปลอนดอนด้วยหรือ ตนก็ไปบ่อยพอๆกับไปฝรั่งเศสเพราะคุณแม่เป็นขาช็อป สิงห์ชัยเบ้ปากกับโรคคนรวย

จัสมินเดินมาถึงร้านที่ขายเครื่องประดับไม่หรูหรา เห็นสร้อยน่ารักๆเส้นหนึ่งก็ถูกใจหยิบมาทาบคอ พอคนขายบอกว่าราคาไม่แพงแค่ 550 ลดให้เหลือ 500 หญิงสาวลังเลไม่อยากสิ้นเปลืองจึงตัดใจ แต่อรินเข้ามาคว้าไว้แล้วจ่ายเงิน สิงห์ชัยเบ้หน้าอีกครั้งที่โดนตัดหน้าเสียก่อน อรินจัดแจงสวมที่คอจัสมิน เอ็มม่ามองด้วยสายตาอิจฉา

ชัยชนะเห็นสีหน้าเอ็มม่าก็เอ่ยถามว่าอยากได้อะไรตนจะซื้อให้ เธอสะบัดหน้าว่าไม่เอาแล้วเดินหนี ชายหนุ่มงงไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด...

ทุกเหตุการณ์ถูกองครักษ์บันทึกภาพไว้หมด...

ขณะที่จัสมินเดินเล่นต่อ ลมพัดผ้าพันคอของเธอปลิวหลุดลอยตกไปชั้นล่าง เธอรีบวิ่งมาเกาะราวระเบียง เห็นชายคนหนึ่งรับผ้าของเธอไว้ได้ พอเขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มมุมปาก เธอรีบวิ่งลงมา

“คุณนี่เอง จำได้ไหมคะที่ช่วยเราวันนั้น”

“จำได้ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง” ราชิดก้มหัวทักทาย

อรินเห็นแล้วเขม่นเข้ามาขอผ้าคืน แต่ราชิด

กลับพิจารณาผ้าก่อนจะส่งให้กับจัสมินเอง พร้อมกล่าวอย่างรู้จริง

“พาสมิน่าเนื้อดี เป็นลายเฉพาะของทางซามาร์”

“คุณรู้จักประเทศซามาร์ด้วย” จัสมินตื่นเต้น

นาธานกับเอ็มม่าเริ่มเอะใจถามเขาเป็นคนซามาร์หรือ ราชิดส่ายหน้าบอกว่าตนเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง ทั้งจัสมิน เอ็มม่า และนาธานรู้ทันทีว่าเขาเป็นชาวศิขริน...

ooooooo

จัสมินดีใจได้เจอเพื่อนบ้านที่มาเที่ยวเมืองไทยเหมือนกัน ราชิดบอกเป็นนัยๆว่ามาทำงานสำคัญมาก แล้วแนะนำตัวเองก่อนจะถามชื่อเธอ จัสมินบอกว่าตนชื่อมะลิ แล้วยื่นมือให้เขาจับตามธรรมเนียม อริน มองอย่างขวางหูขวางตา

ที่มุมหนึ่งในห้าง อัมราภาชินียืนแอบมองยิ้มเศร้าๆ ด้วยอยู่ใกล้ลูกสาวเพียงแค่เอื้อมแต่เข้าไปกอดไปคุยไม่ได้ ศรีวิจันทร์ชะเง้ออยู่ข้างๆเห็นว่าเจ้าหญิงดูซูบไป น่าจะเชิญองค์กลับซามาร์เลย องค์ราชินีห้ามไว้ก่อนตนจะหาวิธีชวนลูกกลับเอง

จัสมินนั่งคุยกับราชิดโดยมีนาธานและเอ็มม่านั่งอยู่ด้วย ชัยชนะและสิงห์ชัยยืนมองห่างออกไป ส่วนอรินหน้าเครียดยืนเฝ้ามัดหมี่เล่นเครื่องเล่นหยอดเหรียญอยู่... นาธานรู้สึกว่าชื่อราชิดคล้ายกลุ่มหัวหน้าก่อการร้ายจีโบ จัสมินหัวเราะนิดๆกระซิบ “โธ่นาธาน คนชื่อราชิดมีออกเยอะ ไปว่าเขาเหมือนหัวหน้าโจรได้ไง”

ราชิดกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “ที่จริงจีโบก็เป็นแค่ชนกลุ่มน้อยที่ต้องการดินแดนของตัวเองคืน ไม่เห็นก่อการร้ายตรงไหน ทางการซามาร์เองต่างหากที่จับตัวโมซันไปก่อน”

นาธานส่ายหน้าพูดน้ำเสียงเข้ม “ที่จับเพราะโมซันฆ่าคนบริสุทธิ์มากมาย ก่อวินาศกรรมหลายครั้ง สมควรได้รับโทษแล้ว”

“แต่ที่ทำไปก็เพราะปกป้องพวกพ้อง จีโบถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเพราะไม่มีสื่อในมือเหมือนประเทศใหญ่ๆ ที่คอยแก้ต่างให้รึเปล่า เลยถูกมองว่าเป็นฝ่ายผิดตลอด”

จัสมินแย้งว่า การฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยมันเป็นความผิดชัดเจน จะอ้างว่าช่วยพวกพ้องแล้วมาเรียกให้ปล่อยตัวไม่ใช่สิ่งถูกต้อง ราชิดแววตากร้าวขึ้นโต้ ถ้าซามาร์ไม่ต้องการสงครามก็ควรทำตามคำเรียกร้องของจีโบ ความผิดของคนบางครั้งควรมองข้ามไปบ้างเพื่อสันติภาพ หญิงสาวมองเขาอย่างพิจารณา ราชิดรู้สึกตัวว่าแรงไปรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มพูดกลบเกลื่อน

“ผมมองจากสายตาคนนอก ไม่มีอคติบดบังเหมือนคนในเท่านั้นเอง”

กลุ่มอรินเดินเข้ามา มัดหมี่เกาะแขนจัสมินบอกตนจะไปเรียนพิเศษก่อนให้รอกลับบ้านพร้อมกัน เธอพยักหน้ารับ ชัยชนะจะไปนวดหน้ารอถามมีใครสนใจบ้าง อรินส่ายหน้ารัว สิงห์ชัยรีบถามราคาอยากทำแต่กลัวแพง ชัยชนะจึงบอกว่าฟรี ตนซื้อคอร์สไว้แบ่งให้ได้

เอ็มม่ามองอย่างสนใจ เขารีบชวนเพราะอยากให้เธอไปด้วยอยู่แล้ว เอ็มม่าลังเลสบตาเจ้าหญิง จัสมิน พยักหน้าบอกว่าอนุญาตให้ไปเสริมความงามได้

“ขอบทัย เอ๊ย...ขอบใจครูมะลิ...รีบไปกันเลยผู้กอง” เอ็มม่ายิ้มร่า

จัสมินหันมากล่าวลาราชิด ขอตัวไปเดินเที่ยว เขาได้ที “ขอไปด้วยคนนะครับ หวังว่าชาวซามาร์จะได้ช่วยแนะนำเปิดหูเปิดตาให้ชาวศิขรินบ้าง”

หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ อรินกับนาธานมองแบบไม่สบอารมณ์...ด้านอัมราภาชินีและศรีวิจันทร์ซึ่งแต่งกายแบบที่ใครๆจำไม่ได้ คอยเดินตามเจ้าหญิงห่างๆพร้อมทั้งเหล่าองครักษ์ที่คุมเชิงอยู่ตามมุมต่างๆ อัมราภาชินีกำชับศรีวิจันทร์ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ให้ใครสงสัย

ชายหนุ่มทั้งสามพยายามเลือกเสื้อผ้าให้จัสมิน เธอได้แต่ยิ้มๆ แล้วสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นองค์อัมราภาชินีในกระจก จึงรีบชะเง้อมอง อรินถามว่าเห็นอะไรเกรงจะเป็นเหวยกัง

“ไม่ใช่ คงตาฝาด”

“อย่าบอกนะว่าเห็นหนุ่มซามาร์...เสน่ห์แรงเหลือเกิน” อรินประชด

“มีที่ไหนกัน คุณก็พูดไปได้” จัสมินค้อนทำหน้าดุใส่

ราชิดเห็นความผิดปกติจึงขอตัวสักครู่เดินออกไปด้วยสายตามุ่งมั่น...จัสมินเดินดูร้านค้าไปเรื่อยจนเห็นกระเป๋าใบหนึ่งก็ตื่นเต้น “ว้าว!ยี่ห้อนี้ออกวินเทอร์คอลเลกชั่นแล้วเหรอ ไวจัง”

“คราวที่แล้วก็เพิ่งซื้อ ออกมาอีกแล้วเหรอ” นาธานพลอยตื่นเต้นไปด้วย

อรินเห็นราคาแล้วร้องว่าแพง จัสมินอธิบายว่ามีภาษีนำเข้าจึงแพง ถ้าบินไปซื้อเองจะถูกกว่า อรินมองเธออย่างจับสังเกต พอมองออกไปนอกร้านรู้สึกเหมือนมีคนตาม อัมราภาชินีกับศรีวิจันทร์รีบหลบเข้าร้านเสื้อ เปลี่ยนชุดใหม่เดินออกมาอย่างไม่มีใครจำได้ ศรีวิจันทร์แอบขำ

“เขาถึงบอกไง แค่เปลี่ยนการแต่งตัวก็เหมือนคนละคน” อัมราภาชินีกล่าว

ศรีวิจันทร์ถามจะทำอย่างไรต่อ พระองค์ให้ตาม เธอรับคำเพคะแล้วนึกได้ร้องว้าย...ที่ใช้คำราชาศัพท์ องค์อัมราภาชินีส่ายหน้าขำๆนางข้าหลวงคนสนิทของตัวเอง

ส่วนราชิดรู้ว่ามีเหล่าองครักษ์ติดตามจัสมิน จึงหาทางเข้าไปดูหน้าใกล้ๆ จากนั้นก็ทำทีชวนทั้งสามคนเข้าร้านน้ำชาระดับหรู “ขออนุญาตเลี้ยงนะครับ สั่งได้ตามสบาย ขอบคุณเพื่อนบ้านเก่าแก่ที่ช่วยดูแลชาวศิขรินอย่างผม”

นาธานรับเมนูมาเปิดแล้วสั่งอย่างคุ้นเคย เอาชาอัสสัมและขอชาอิงลิชเบรกฟาสท์ให้จัสมิน อรินมอง

อย่างหมั่นไส้กระแอมเรียกความสนใจก่อนจะสั่งชาไข่มุกหวานๆ พนักงานก้มหัวบอกร้านเราไม่มีขาย เขานิ่วหน้าสั่งใหม่เอาโอเลี้ยงยกล้อ หรือชาเย็นก็ได้

“ต้องขอโทษนะคะ ไม่มีค่ะ”

จัสมินทำหน้าดุใส่ ชี้ให้สั่งในเมนู จะชามินท์ ชาเอิร์ลเกรย์ทานกับสโคนหรือชาผลไม้ก็ได้ นาธานแอบขำ อรินไม่สันทัดยักไหล่ “เลือกให้แล้วกันสั่งไม่เป็น เคยกินแต่กาแฟตาแป๊ะ ที่นี่อะไรไม่รู้เยอะไปหมด”

หญิงสาวค้อนใส่แล้วหันมาสั่งกับพนักงาน...

อัมราภาชินีนั่งอยู่ด้านหลังจัสมิน มีเพียงฉากเล็กๆกั้น ศรีวิจันทร์ชะโงกมองแล้วทูลว่า “อุ๊ย...คุณคนนั้นเองที่แท้เป็นชาวศิขริน มิน่าถึงได้มีผ้าชาตูสเพคะ”

“ดูท่าทางแล้วน่าจะมาจากสกุลชั้นสูงของศิขริน” อัมราภาชินีอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสลูกสาวเหลือเกิน ศรีวิจันทร์กระซิบให้อดทนไว้ ฟังพวกเขาคุยกันต่อไป

ราชิดเอ่ยถามกำหนดกลับซามาร์ จัสมินบอกคงอีกไม่นาน อรินแย้งจะรีบกลับทำไม พ่อแม่ก็ไม่ได้ตาม หญิงสาวจึงบอกว่าพวกท่านคงเป็นห่วง ถึงเวลาที่ตนควรกลับ นาธานเห็นด้วย

“นานอะไรยังไม่เดือนเลย อยู่ด้วยกันอีกสักพักสิ คิดถึงก็โทร.หายังไม่ค่อยได้เที่ยวไหนเลย พ่อแม่น่ะ แก่เอ๊ย...เป็นผู้ใหญ่แล้ว ดูแลตัวเองได้ ให้อยู่บ้านไปดีแล้ว” อรินท้วง

อัมราภาชินีปรายตามองอรินอย่างไม่พอใจ...เสร็จจากดื่มน้ำชา จัสมินมาเลือกซื้อหนังสือ อรินได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานด่วน จึงกำชับจัสมินเดินเล่นรอมัดหมี่ไปก่อน เดี๋ยวตนจะกลับมารับ บอกนาธานฝากดูแลด้วย เขาสวน “ไม่ต้องบอกหรอก จะไปไหนก็ไปเถอะ”

อรินออกไปแล้ว จัสมินไล่หาหนังสือตามชั้น เห็นเล่มที่อยู่สูงน่าสนใจ ก็เอื้อมจะหยิบ ราชิดเข้ามาหยิบส่งให้ แล้วชมว่าเล่มนี้ดีมาก ตนอ่านแล้วเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สเปน คนเขียนเป็นชาวบาสก์ เขียนกรณีความต้องการแยกตัวของแคว้นคาตาลันกับบาสก์จากสเปน

“เราเคยรู้มาบ้าง แต่ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด”

“ประวัติศาสตร์เรื่องการขอแยกดินแดนมีเกือบทั่วโลก ทั้งที่คาราคาซังอย่างแถบสเปน แล้วก็พวกที่ได้เอกราชแล้วอย่างลิทัวเนีย จอร์เจีย ยูเครน...” ราชิดชะงักเห็นจัสมินจ้องมองจึงถามมีอะไรทำไมมองแบบนั้น

“เราแค่สงสัย คุณดูมีความรู้ราวกับศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ลักษณะท่าทางคุณ ดูเหมือนพวกนักรบหรือทหารมากกว่า”

ราชิดอึ้งในความตาแหลมของเจ้าหญิง เสกลบเกลื่อนว่าอ่านมากก็รู้มาก แล้วชักชวนไปสนใจเล่มอื่นๆ นาธานบ่นว่าอ่านประวัติศาสตร์แล้วเวียนหัว ราชิดพลั้งปาก “ประวัติศาสตร์คือรากฐานความเป็นมา เช่นเดียวกับจีโบและซามาร์ สักวันอาจจะมีหนังสือที่เขียนถึงเอกราชของจีโบก็ได้”

จัสมินแปลกใจดูเขาสนใจจีโบมาก นาธานเสริมว่ากลุ่มก่อการร้ายอย่างนั้น อีกไม่นานคงล่มสลาย ถึงจะเคยปกครองตัวเองมาก่อน แต่ตอนที่ซามาร์เข้าไปรวมรัฐ จีโบก็ไม่เหลือผู้นำแล้ว ราชิดเสียงเข้ม “แต่ซามาร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแย่งการปกครองมาจากจีโบจริง”

“ซามาร์ปกครองทุกอย่างเท่าเทียม เรามีหลายรัฐในปกครองไม่ต่างกับศิขริน ปัญหาของชนกลุ่มน้อยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหาประชากร เราเชื่อว่าภายใต้การปกครองขององค์พระเจ้าอิสราธิบดี ทุกอย่างน่าจะสงบได้ในเร็ววัน” จัสมินสาธยาย

ราชิดถามถึงที่จีโบเรียกร้องให้ปล่อยตัวโมซัน เธอมีความเห็นอย่างไร นาธานตอบแทนว่า หากปล่อยจะทำให้จีโบเหิมเกริม องค์ราชาไม่ยอมเสี่ยงแลกแผ่นดินกับอะไรทั้งนั้น ราชิดแสยะยิ้มตากร้าว “ไม่มีใครรู้ สักวัน พระองค์อาจจะยอมแลกแผ่นดินที่รักเพื่อใครสักคนก็ได้”

จัสมินมองอย่างสงสัย พอดีสิงห์ชัยเดินเข้ามาบอกว่าอรินติดงานให้พวกเรากลับกันก่อน ตอนมัดหมี่เลิกเรียน ราชิดขอตัวแยกกลับ จัสมินมองไล่หลังอย่างอยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่

ซีนอนเห็นราชิดออกมาก็เข้าไปถามทำไมไม่จัดการรวบตัวเจ้าหญิง เขาให้มองไปรอบๆว่ามีองครักษ์เต็มไปหมดและยังมีตำรวจไทยที่คอยประกบ บอกไม่ต้องห่วงตนคิดจะใช้วิธีเกลี้ยกล่อมให้เจ้าหญิงมาอยู่ข้างจีโบ

แล้วเรียกร้องเอาดินแดนคืนเพื่อไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ซีนอนรับทราบจะส่งข่าวไปบอกพรรคพวก ราชิดย้ำให้ตามเรื่องโมซัน เขารายงานว่า ยังสบายดีอยู่ในคุกซามาร์ มีทหารคุ้มกันแน่นหนาทำให้การชิงตัวเป็นไปได้ยาก ราชิดเครียดเป็นห่วงน้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ อรินนึกครึ้มลงมือผัดข้าวด้วยตัวเอง จัสมินมองหน้าตาข้าวผัดไม่ค่อยน่ากิน เขาคะยั้นคะยอให้ชิม พอชิมแล้วรู้สึกเค็มเกิน ผู้กองหนุ่มโทษน้ำปลาเปลี่ยนยี่ห้อ หญิงสาวขำบอกคราวหลังให้ตนเป็นคนทำดีแล้ว เขาจึงกล่าวอย่างจริงใจว่าต่อไปศลิษาให้ทำอะไรไม่ต้องทำ

“ถึงไม่ใช่หน้าที่แต่เราเคยบอกคุณแล้วว่าจะช่วย เรารักษาคำพูด”

“เอาน่า ต่อไปนี้ไม่ถือว่าเธอเป็นลูกจ้าง แค่เป็นครูช่วยดูแลมัดหมี่พอ เรื่องอื่นเราช่วยกัน”

จัสมินรู้สึกดีใจที่เขาปกป้องตนจากศลิษา อรินเห็นสร้อยคอที่เธอห้อยก็ยิ้มถามชอบไหม หญิงสาวพยักหน้าขอบคุณเขาอีกครั้ง ต่างคนต่างอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด...

บ่ายวันนั้น อรินชวนจัสมินและมัดหมี่ขี่จักรยานเล่น โดยให้จัสมินซ้อนท้ายเขาและมัดหมี่ขี่คันเล็กตาม อรินแกล้งปั่นเร็วหนีมัดหมี่จนจัสมินต้องกอดเอวเขากลัวจะตก ทั้งสามหัวเราะอย่างสนุกสนาน

สิงห์ชัยเห็นแล้วแปลกใจว่าสองคนนี้ไปญาติดีกันตอนไหน เอ็มม่ามองด้วยสายตาอิจฉานิดๆ ส่วนนาธานสีหน้าหม่นไม่สบอารมณ์ จนทั้งสามขี่จักรยานกลับมา มัดหมี่เหนื่อยหอบ อรินยีหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู บอกให้ขี่เล่นอยู่ที่บ้านแล้วถีบรถออกไปอีก จัสมินร้องถามจะพาตนไปไหน เขาไม่ตอบบอกเดี๋ยวก็รู้ หญิงสาวจำต้องกอดเอวเขาแน่นท่ามกลางสายตาคนอื่นๆ

มาถึงลานกว้าง อรินเดินจูงรถคุยกับจัสมิน เธอตำหนิว่าเขาชอบแกล้งหลาน เขากลับสนุกได้หนีตัวป่วนมาอยู่กันสองคนบ้าง หญิงสาวค้อนกลบเกลื่อนความเขิน ทุกอย่างอยู่ในสายตาองครักษ์ที่ตามคอยบันทึกภาพส่งรายงานองค์ราชินีอยู่ห่างๆ

จัสมินเห็นโฆษณาสวนสนุกก็หยุดมองอย่างสนใจ อรินถามเคยไปไหมว่างๆจะพาไป สีหน้าเธอตื่นเต้นดีใจ

“เราไม่ได้ไปสวนสนุกนานมากแล้ว จำได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อพาเราไปนั่งม้าหมุนตัวใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ต้องอุ้มเราไว้”

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 18 ธ.ค.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ