อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 20 ธ.ค.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 20 ธ.ค.59

บ่ายวันนั้น สองอาหลานซ้อมศิลปะการต่อสู้ โดยอรินถือเป้าให้มัดหมี่เตะต่อย จัสมินอยู่ห่างออกมา มองทั้งสองอย่างขำๆ อรินเห็นเข้ามาดึงเธอให้ไปเป็นคู่ซ้อมมัดหมี่แทน เธอเข้าไปกระซิบบางอย่างกับ มัดหมี่ก่อนจะหันมามองเขายิ้มๆ อรินนึกรู้ถอยตัวตั้งรับ หนูน้อยพุ่งเข้าเตะต่อยเขา จัสมินยุให้ขี่คอ และตัวเธอก็ช่วยรุมต่อยอรินอย่างสนุกสนาน

อรินรวบตัวมัดหมี่จี้เอว มัดหมี่ดิ้นดันเขาไปชนจัสมิน ทั้งสองหันมาสบตากันนิ่งใจเต้นตึกตัก พลันเสียงศลิษาเรียกอรินดังขึ้น ทั้งสองสะดุ้งถอยห่างจากกัน มัดหมี่วิ่งมาหลบหลังจัสมินด้วยความกลัว อรินรีบถามเธอมาได้อย่างไร สายตาศลิษามองอย่างจับผิดก่อนจะบอกว่า



“เห็นรั้วไม่ได้ล็อกเลยเดินเข้ามา ขอโทษที่มาขัด จังหวะกำลังสนุกกันนะคะ”

จัสมินหลบตาอย่างรู้สึกผิด...อรินกับศลิษาเข้ามาในห้องนอน หญิงสาวสวมกอดเขาทางด้านหลังออดอ้อนขอย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไม่ใช่ไปๆมาๆ ตนไม่เรียกร้องให้รีบจัดงานแต่ง จะรอนานแค่ไหนก็ไม่ว่า ขอแค่ได้อยู่กับเขาก็พอ อรินอึดอัดใจอย่างมาก อ้างว่ามันไม่เหมาะเธอ จะเสียชื่อ

“ษาไม่แคร์ชื่อเสียง ษายอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคุณไป”

ศลิษาบีบน้ำตาให้น่าสงสาร อรินขยับตัวห่างออกตัดสินใจจะคุยเรื่องของเขากับเธออย่างจริงจัง ศลิษาหวั่นใจว่าเขาจะสารภาพว่าหมดรักตน...

ในขณะที่จัสมิน เอ็มม่า นาธาน มัดหมี่ ชัยชนะและสิงห์ชัยนั่งกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ศลิษาเดินลงมาดวงตาแดงช้ำ จากการร้องไห้ ปรี่เข้าจับมือจัสมินสะอึกสะอื้นตัดพ้อ

“มะลิ ฉันขอได้ไหม เธอเลิกยุ่งกับรินเถอะ ถือว่าเห็นแก่ฉัน” อรินตามลงมาปรามว่าพูดอะไรแบบนั้น ศลิษาไม่หยุดกุมมือขอร้อง “ฉันคบกับรินมาสิบปี ใครๆก็รู้ แต่พอเธอเข้ามาเขาก็เปลี่ยนไป ทำไมล่ะมะลิ เธอกับรินรักกันมากจนต้องทำร้ายฉันเลยเหรอ”

“พอเถอะ หยุดนะษา” อรินพยายามดึงแฟนสาวออกจากจัสมิน

“หรือไม่จริง คุณพูดสิคะว่าไม่ได้ชอบมะลิ” ศลิษาพยายามพูดให้จัสมินอับอายต่อหน้าทุกๆคน เมื่ออริน อึกอักๆ เธอยิ่งรุกหันไปต่อว่านาธาน “คุณก็ด้วย เป็นแฟนกันทำไมไม่ดูแล ทำไมต้องให้มะลิมาแย่งคนของฉัน”

นาธานหน้าเจื่อนไม่รู้จะเถียงอะไร ศลิษาสะอื้นรำพันอีกว่า ตนมีอรินเพียงคนเดียว มาแย่งเขาไปไม่เห็นใจผู้หญิงด้วยกันบ้างหรือ รู้ไหมว่าตนเสียใจแค่ไหน ความใกล้ชิดทำให้ลืมผิดชอบชั่วดีเลยหรืออย่างไร...นาธานได้สติเสียงกร้าว “หยุดพูดได้แล้ว เธอกำลังดูหมิ่นครูมะลิ”

“ฉันแค่พูดที่ฉันรู้สึก ขอร้องล่ะมะลิอย่าเอารินไปจากฉัน ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” จัสมินเบือนหน้าหนี

เจ็บปวดน้ำตาคลอ สบสายตาขอโทษของอรินที่มองมา เธอรีบปาดน้ำตาที่จะไหล ศลิษายังไม่หยุดคาดคั้น “รับ ปากได้ไหมมะลิ หรือต้องให้ฉันตายลงไปต่อหน้าเธอ ถึงจะพอใจ”

จัสมิน กล้ำกลืนความเศร้ายืดตัวอย่างทระนง “วางใจเถอะ เรื่องที่คุณคิดจะไม่เกิดขึ้นแน่ เราไม่คิดแย่งคนของใครอย่างที่คุณกล่าวหา เราเป็นแค่ครูที่มาอาศัย อีกไม่นานก็จะไป ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด” พูดจบก็เดินเลี่ยงออกไป

อรินขยับจะตาม ศลิษาโผกอดทางด้านหลังร่ำไห้สะอึกสะอื้น พร่ำว่าตนรักเขาคนเดียว ทำให้ผู้กองหนุ่มรู้สึกผิดอย่างมากที่ทำร้ายจิตใจผู้หญิงถึงสองคน เอ็มม่ามองการกระทำของศลิษาอย่างหมั่นไส้ แต่พอมองตามหลังจัสมินไปกลับแอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจนิดๆ

ศลิษายังสะอึกสะอื้น อรินนั่งปลอบ เธอแอบยิ้มสมใจกอดเขารำพัน เป็นเพราะตนรักเขามาก อย่าทำให้ตนเสียใจแบบนี้อีก มะลิยืนยันแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา ตนจะถือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด อีกสามวันตนจะย้ายเข้ามาอยู่กับเขา คงไม่มากไปใช่ไหม อรินขมขื่นใจ รู้สึกผิดจนไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

สิงห์ชัยกับชัยชนะคุยกันว่า เพื่อนเราคงไม่พ้นต้องจัดงานแต่งงาน เพราะสาวเจ้ายื่นไม้ตายมากระซวกแบบนี้ สิงห์ชัยยิ้มโอ่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงครูมะลิ ตนจะปลอบใจเธอเอง ไม่แน่อาจได้จัดงานแต่งพร้อมกัน

นาธานตวาดกร้าว “หยุดพูดจาสามหาวดูหมิ่นองค์...ครูมะลิได้แล้ว”

สิงห์ชัยสะดุ้ง “ดุจริงวุ้ย แค่แซวเล่นๆไม่มีอารมณ์ขันเลยเหรอ เอาฮาน่ะรู้จักไหม”

“แต่ฉันไม่คิดว่าผู้กองอรินจะแต่งงานกับคนอย่างคุณศลิษา ผู้หญิงแบบนั้นไม่เหมาะสมจะเป็นแฟนเลยด้วยซ้ำ” เอ็มม่าโพล่งขึ้น

สิงห์ชัยหันมาถามแล้วใครเหมาะสม เอ็มม่านิ่ง ชัยชนะเชื่อว่า ใครก็ช่างไม่สำคัญเท่ากับว่า ใครที่อรินรักต่างหาก ตนไม่คิดว่าคนอย่างอรินจะยอมแต่งงานง่ายๆ ถ้าเขาไม่อยากแต่ง ถึงใครบังคับอย่างไรก็ไม่มีทาง...เอ็มม่ากับนาธานเครียดหนักขึ้น

ooooooo

สองพี่น้องคุยกันลำพัง เอ็มม่ายอมรับว่ายังไม่อยากกลับซามาร์ นาธานรู้ว่าน้องสาวมีใจให้อริน จึงเตือนสติว่าเรามีหน้าที่ ตนเป็นองครักษ์ เธอเป็นนางข้าหลวง และพวกเราก็อยู่ที่นี่นานเกินพอแล้ว เอ็มม่ายอมรับว่าห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้

จัสมินนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ในห้องนอน มัดหมี่ไม่รู้ว่าครูเป็นอะไรเข้ากอดปลอบแบบไร้เดียงสา...อรินเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาขอคุยกับจัสมิน แต่เธอปัดว่าไม่มีอะไรต้องคุย

“ต้องคุย ขอเวลาแค่แป๊บเดียวก็ได้” อรินเว้าวอน

จัสมินยอมเดินออกมาหน้าห้อง พอปิดประตู อรินก็รวบมือเธอมากุมไว้ ขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น หญิงสาวขอร้องอย่าทำให้ตนรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เขารีบบอกว่าเธอไม่ผิด ตนเองที่ผิด น้ำตาเธอไหลอาบแก้ม เขาเอื้อมมือจะเช็ด เธอเบี่ยงหน้าหนี เขากำมือปล่อยตกลงข้างตัวอย่างเจ็บปวด

จัสมินกลับเข้าห้องปิดประตูยืนพิงปล่อยน้ำตารินไหลอย่างสุดกลั้น มัดหมี่เห็นแล้วเบะปากร้องไห้ตาม...อรินเอาหน้าผากแนบประตูหลับตาข่มความเจ็บปวดเสียใจ

จัสมินตัดสินใจถอดสร้อยคอที่อรินซื้อให้ออกวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง ออกมาคุยกับเอ็มม่าและนาธานว่าตนพร้อมจะกลับซามาร์ เอ็มม่าใจหายไม่อยากจากอริน แต่อ้างว่าทำไมรีบกลับยังไม่ได้เที่ยวไหนกันเลย นาธาน นึกได้หยิบโบรชัวร์สวนสนุกออกมาบอกน้องสาวและเจ้าหญิงว่า

“ที่นี่ไง ก่อนไปหม่อมพาเสด็จไปเที่ยวสวนสนุกให้สบายพระทัยก่อนดีกว่า”

เอ็มม่าถามไปแค่สามคนหรือ นาธานตอบว่าใช่จะต้องให้มีคนอื่นอีกทำไม แล้วชี้ชวนให้จัสมินเห็นดีด้วยเพราะพวกเราอาจไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีก เธอครุ่นคิดตัดสินใจ

และแล้วรุ่งเช้า ขณะที่จัสมินมัดผมผูกโบให้มัดหมี่ ชมหนูน้อยว่าสวยแล้วเตือนอย่าดื้ออย่าซน เชื่อฟังคุณอา ให้ดี มัดหมี่แปลกใจครูพูดเหมือนจะไปไหน เธอกลบเกลื่อนไม่มีอะไร พอดีรถโรงเรียนมารับ จัสมินกอดและหอมแก้มหนูน้อยเป็นการสั่งลา ยืนโบกมือส่งจนรถแล่นไปลับตา กลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

อรินเดินลงมาบอกเธอว่าวันนี้จะกลับบ้านเร็ว เธอจึงบอกว่าดีจะได้มาดูแลมัดหมี่ อรินเข้ามาชิดใกล้ถามอย่างห่วงใยว่าเธอดีขึ้นหรือยัง

“เราไม่ได้เป็นอะไร” จัสมินมองอรินราวจะเก็บภาพเขาไว้เป็นครั้งสุดท้าย “ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยดูแลเรามาตลอด ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง”

“พูดแปลกๆ ขอบคงขอบคุณอะไร...ไม่ต้องขอบคุณหรอก เดี๋ยวฉันไปก่อน กลับมาแล้วค่อยคุยกันนะอ้อ แล้ววันนี้ข้าวเย็นไม่ต้องทำ จะพาไปกินข้างนอกกัน”

อรินหอบงานออกไป

จัสมินน้ำตาร่วงเผาะ พยายามหักใจ...สายวันนั้นเธอหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าปิดล็อกบ้าน เดินออกมาสมทบกับนาธานและเอ็มม่าซึ่งสะพายเป้คนละใบยืนรออยู่ จัสมิน หันกลับไปมองบ้านอรินอย่างอาลัยอาวรณ์ เอ็มม่ามีท่าทีหงุดหงิดไม่อยากไป

ข้างกำแพง ซีนอนเฝ้ามองอย่างหมายมั่นจะเอาตัวเจ้าหญิงไปให้ได้ เมื่อเห็นทั้งสามคนเดินออกจากซอย เหวยกังวิ่งมาอีกทาง ชนเข้ากับซีนอน ทั้งสองมองกันตาขวาง ซีนอนไม่ให้สอดมือมายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นเป้าหมายของตน

เหวยกังไม่ยอมบอกเธอเป็นคนที่ตนต้องการ เมื่อตกลงกันไม่ได้ทั้งสองกระโจนเข้าห้ำหั่นกันจนลืมมองว่า จัสมินกับพวกได้โบกแท็กซี่ขึ้นไปแล้ว ฝ่ายองครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ ส่งข่าวพรรคพวกว่า

“ภูผากำลังเคลื่อนย้าย ไม่ทราบที่หมาย ติดตามอย่างใกล้ชิด”

ooooooo

ออกมาถนนนอกเมือง ทั้งสามนั่งรอที่ป้ายรถเพื่อเข้าไปสวนสนุก นาธานเห็นน้องสาวและเจ้าหญิงซึมเศร้าก็พยายามชวนคุยให้ครึกครื้น เปิดคลิปเครื่องเล่นให้ดูกันว่ามีอะไรน่าเล่นบ้าง แต่สองสาวก็ยังทำหน้าเซ็ง

“เซ็งกันหมดแบบนี้เที่ยวไม่สนุกหรอก จะเปลี่ยนใจกลับกันไหม เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน”

เอ็มม่าตาวาวมองเจ้าหญิงว่าอย่างไร แต่เธอกลับยืนกราน “ไม่กลับ เราพูดคำไหนคำนั้น”

“สมควรแล้วท่าน อยู่ไปก็มีแต่อันตรายไม่ปลอดภัยต่อองค์เป็นอย่างยิ่ง เชื่อหม่อมเถอะ ไม่มีพวกเราเขาก็อยู่ได้”

เอ็มม่าผิดหวังหาเรื่องท้วงว่าเราออกมาไม่ได้ลาใครสักคน จัสมินพูดด้วยทิฐิ “ไม่จำเป็น อาจดูเสียมารยาท บอกหรือไม่บอกก็มีค่าเท่ากัน ไว้ถึงซามาร์จะทำจดหมายขอบคุณส่งกลับมา”

“หม่อมเห็นด้วย เขาก็ไม่เคยแคร์เราอยู่แล้ว เราจะแคร์เขาทำไม” นาธานสนับสนุน พอเห็นว่ารถยังไม่มาก็เสนอให้ไปแท็กซี่แทนจะได้ถึงเร็ว

แต่จัสมินไม่อยากให้สิ้นเปลือง เก็บเงินไว้ไม่รู้ต้องจ่ายอะไรอีก นาธานเห็นว่าไม่ต้องประหยัดแล้ว เรามีเงินพอเที่ยวสวนสนุก จากนั้นก็กลับไปที่สถานกงสุล ถึงที่นั่นก็จบกันเสียทีการผจญภัยแสนลำบากและแสนเซ็ง จัสมินฟังนิ่งๆถอนใจเบาๆ แววตาหม่นหมองอาลัย...

นาธานมองด้วยความรู้สึกเจ็บปวดน้อยใจ จนกระทั่งรถมาถึงก็ดีใจที่กำลังจะได้ไปจริงเสียที เหล่าองครักษ์ที่แอบตามก็ตามขึ้นประตูหลัง พร้อมรายงานผ่านสายหูฟังว่า...ภูผาขึ้นรถแล้ว

ในขณะที่อรินสอบปากคำลูกน้องแก๊งห้ามังกรที่จับมาได้ เอารูปเหวยกังให้ดูถามเสียงดุดันว่าใช่คนที่ไปผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าไหม แต่ผู้ต้องหากวนประสาท อรินยิ่งหงุดหงิดจากเรื่องศลิษาก็อารมณ์เสียแทบจะซ้อม ชัยชนะต้องมาห้ามและขอสอบสวนเอง อรินเดินออกมาสงบสติอารมณ์

ชัยชนะใช้หลักการหลอกล่อแกมขู่ให้ผู้ต้องหายอมสารภาพเพื่อลดโทษประหาร

พอฤดีเอากาแฟเย็นมาให้อรินย้อมใจให้เย็นลง สิงห์ชัยปลอบอย่าเครียด อรินบอกไม่ได้เครียดแต่โมโห สิงห์ชัยเหน็บ “เห็นหงุดหงิดตั้งแต่เช้าแล้ว สงสัยอารมณ์บ่จอยจากเรื่องสาวๆ”

อรินมองตาขวางกำหมัดหักนิ้วไปมา สิงห์ชัยรีบไปหลบหลังพอฤดีโผล่หน้าทำตาปริบๆ อรินไล่จะไปไหนก็ไป เขาจึงชวนพอฤดีไปหาอะไรกิน อยู่แถวนี้ไม่ปลอดภัย อรินนั่งหงุดหงิดในหัวเต็มไปด้วยเรื่องของจัสมิน

พลันเสียงศลิษาดังขึ้น เขาเงยหน้ามองเห็นเธอยืนตรงหน้า เธอถามใจลอยคิดถึงใคร ยืนอยู่ตั้งนานแล้ว เขาจึงถามแก้เก้อว่ามาทำไม

“มาทานข้าวเที่ยงด้วย ไปกันยังคะ อุตส่าห์ฝ่ารถติดมาหาเลยนะ”

“ถ้าอุตส่าห์ก็อย่าลำบากเลย ผมเคยบอกแล้วไม่อยากให้มาที่ทำงาน คุณก็ไม่เคยเชื่อ”

ศลิษาเปลี่ยนท่าทีออดอ้อนบอกเมื่อคืนนอนไม่หลับ อยากมาขอโทษ ผู้กองหนุ่มถอนใจตำหนิเธอชอบทำอะไรตามใจชอบ ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกคนอื่น หญิงสาวกระเง้ากระงอดก็มาขอโทษอยู่นี่ เขาถามหลายปีที่คบกัน เคยนับคำขอโทษบ้างไหม เธอตีหน้าเศร้า

“สัญญานะต่อไปจะปรับปรุงตัวเอง จะเชื่อคุณ อยากให้ทำยังไงแล้วคุณสบายใจบอกมา จะทำให้ทุกอย่าง”

อรินจึงบอกให้เธอกลับไปก่อน ตนต้องทำงาน ศลิษาทำหน้าเศร้าจะกลับไปรอที่บ้าน...ชัยชนะเดินมา อรินรีบถามว่าผู้ต้องหาบอกอะไรบ้าง “ก็พูดมาหลายอย่าง แต่เรื่องเหวยกังมันเองก็ไม่แน่ใจแต่ก็อาจเป็นไปได้ เพราะมีไม่กี่คนหรอกที่จะได้เข้าประชุมกับพวกหัวหน้าทั้งห้าคน”

หัวหน้าเข้ามาบอกอรินว่าเรื่องนี้ตนดำเนินต่อเอง ให้เขาเอาแฟ้มงานไปคืนกองพิสูจน์หลักฐาน อรินนึกได้ว่าลืมไว้ที่บ้านจึงจะรีบกลับไปเอา ชัยชนะเห็นเพื่อนเครียดๆอาสาขับรถให้

ooooooo

พอมาถึงบ้าน อรินและชัยชนะแปลกใจที่บ้านปิดเงียบทั้งสองหลัง สำรวจดูก็พบว่าเสื้อผ้า ข้าวของของเอ็มม่าและนาธานหายไป ส่วนของจัสมินหายไปบางส่วน แต่มีสร้อยคอวางทิ้งไว้บนโต๊ะ อรินฉุกคิดถึงคำพูดของเธอเมื่อเช้าแล้วใจหายรู้ว่าเธอจากไปแล้วจริงๆ

ชัยชนะโทร.ขอให้พอฤดีช่วยมาเอาเอกสารที่บ้านไปคืนกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วตอนเย็นให้ช่วยรับมัดหมี่กลับจากโรงเรียนและอยู่เป็นเพื่อนแกจนกว่า

อรินจะกลับ หญิงสาวอึกอักเลี้ยงเด็กไม่เป็น แต่พอเจอคำหวานของชัยชนะว่านึกถึงใครไม่ออกนอกจากเธอก็แอบดีใจรับคำ

พอฤดีหันมาชวนสิงห์ชัยไปเป็นเพื่อนรับเด็ก เขารีบถามสวยไหม อายุต่ำกว่ายี่สิบหรือเปล่า เกรงจะติดคุก พอเธอบอกว่าอายุหกขวบ เขาก็เดาออกทันทีว่าใครรีบปฏิเสธบอกติดงาน

ในสวนสนุกมีเครื่องเล่นตื่นตาตื่นใจทำให้จัสมิน และเอ็มม่าคลายความเศร้าลงได้บ้าง นาธานชี้ชวนให้เล่นเครื่องนั้นเครื่องนี้ สองสาวกลับเลือกเครื่องเล่นที่หวาดเสียว เขาส่ายหน้าไม่ขอเล่น จัสมินสบประมาทว่าราชองครักษ์แห่งซามาร์กลัวเครื่องเล่นในสวนสนุก เขาอ้างไม่ได้กลัวแค่ห่วงความปลอดภัยพระองค์

สองสาวไม่รอช้าเข้าไปจับแขนคนละข้างลากไปขึ้นเครื่องเล่นจนได้ นาธานหลับตาร้องตะโกนด้วยความกลัว สองสาวกรี๊ดสนุกลืมความเศร้าไปชั่วขณะ

คลิปความสนุกสนานของจัสมินปรากฏสู่สายตาอัมราภาชินี พระองค์แปลกใจทำไมผู้กองไม่มาด้วย

ศรีวิจันทร์ก็แปลกใจเช่นกัน พระองค์ทรงยิ้มบอกข้าหลวงคนสนิทว่า

“นี่คือเหตุผลที่เราปล่อยให้ลูกอยู่ที่นี่ เพราะถ้ากลับซามาร์จะไม่มีชีวิตวัยรุ่นที่สนุกสนานแบบนี้อีกแล้ว... ตอนนี้ให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาอยากเป็นเถอะ ถึงแม้จะช่วงสั้นๆแต่ก็จะเป็นความทรงจำที่ดี ต่อไปชีวิตจะมีแต่หน้าที่และความรับผิดชอบ”

ศรีวิจันทร์มองความร่าเริงสนุกสนานของเจ้าหญิงแล้วเห็นด้วย เมื่อเธอต้องขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เวลาส่วนพระองค์แทบจะไม่มีอีก พระราชินีรู้ว่าลูกจะต้องมีแต่ความรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศซามาร์เท่านั้น ศรีวิจันทร์ทำท่าหวาดเสียวไปกับการเล่นเครื่องเล่นของเจ้าหญิง องค์ราชินีมองปราม เธอรู้สึกตัวรีบสำรวม กิริยา แต่แล้วพระองค์ก็แอบยิ้มนึกสนุกไปด้วย

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 8 วันที่ 20 ธ.ค.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ