อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 17 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 17 ม.ค.60

ยุคสมัยรัชกาลที่ 6 เรือนปั้นหยาเป็นเรือนไม้ร่มรื่นสวยงามสะอาดสะอ้านตกแต่งเรียบๆ บ่งบอกถึงความเป็นผู้ดีมีชาติตระกูลของผู้อยู่อาศัย

ณ เรือนปั้นหยาหลังงามแห่งนี้ ภายในห้องโถง ประดับภาพเสด็จในกรมฯ อุ้มท่านหญิงหลงหรือหม่อมเจ้าหญิงอุรวศีวัยเด็ก ภาพคู่กับหม่อมสลวยและลูกๆทั้งในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว

เย็นวันหนึ่งหม่อมต่วน หม่อมเอกของเสด็จในกรมฯสั่งบ่าวตัดกิ่งไม้แห้งเอาไปเผานอกกำแพง โดยอ้างว่าไม่อยากให้ควันคลุ้งเข้ามาในห้องตน แต่แล้วการเผาครั้งนี้ก็ลามไปไหม้เรือนปั้นหยาอย่างน่าสะพรึงกลัว



ลูกหลานจางวางสมผู้เป็นตาของอุรวศี ซึ่งบ้านอยู่ไม่ห่าง มาช่วยกันดับไฟ อุรวศีร้องเรียกแม่ด้วยความเป็นห่วงจะวิ่งเข้าไปช่วยในเรือน จันคนสนิทดึงเธอไว้ไม่ให้เข้าไป

“เชื่อตาเถิดท่านหญิง อย่าเสด็จเข้าไปเลยมันอันตรายกระหม่อม” จางวางสมห่วงหลาน

อุรวศีร้องไห้เรียกแม่ไม่ขาดปาก ขณะเดียวกัน หม่อมต่วนมองมาจากตำหนัก ยิ้มหยันที่จะได้หมดเสี้ยนหนามตำใจเสียที ไฟลุกโชนจนน้ำที่ขนกันมาดับไม่เป็นผล อุรวศีขอร้องตาให้ปล่อยตนไปช่วยแม่ แล้วยังหันไปพูดกับจันว่าแม่ของเธอก็ติดอยู่ในนั้นไม่ห่วงหรือ จันน้ำตาร่วงห่วงจับใจแต่ไฟโหมหนักเกินกว่าจะเข้าไปได้ อุรวศีอาศัยช่วงที่ทั้งสองลังเล สะบัดตัวออกวิ่งฝ่าเข้าไปในเรือน ทั้งจางวางสมและจันตกใจมาก

ทุกคนในตำหนักตื่นตระหนกที่ไฟไหม้เรือนปั้นหยา แปลกบ่าวของหม่อมต่วนวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่าหญิงหลงกับหม่อมสลวยติดอยู่ข้างใน แต่หม่อมต่วนนิ่งเฉยแววตาโหด

ภายในเรือนปั้นหยาที่ไฟกำลังโหม สร้อย ผินและรำเพยสำลักควันพากันร้องขอความช่วยเหลือ รำเพยเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอุรวศี เป็นคนรับใช้ประจำตัวของสร้อย นางข้าหลวงของเสด็จพระองค์หญิง พี่สาวเสด็จ ในกรมฯ อุรวศีได้ยินเสียงทั้งสามคนก็พยายามจะเข้าไปช่วย ทันใดคานเรือนก็พังถล่มลงมา พร้อมเสียงร้องตื่น ตระหนกของทุกคน ในขณะที่หม่อมต่วนหัวเราะสาแก่ใจ...

ooooooo

สองปีก่อน...ในปี พ.ศ.2454 ห้องทรงพระอักษรตำหนักเสด็จในกรมฯ หม่อมเจ้าหญิงอุรวศีแต่งชุดไว้ ทุกข์แบบชาววัง คือนุ่งผ้าพื้นม่วงห่มผ้าสีนวลเข้ามา จันถืออุปกรณ์ทำความสะอาดเดินตามหลัง เพราะต้องการทำความสะอาดห้องของเสด็จพ่อ เมื่อไม่มีใครทำก็คิดจะทำเอง

อุรวศีเดินดูรอบห้อง เห็นหนังสือเรื่องท้าวแสนปมก็หยิบขึ้นมาปัดฝุ่น นึกถึงคำสอนของเสด็จพ่อทุกคำที่สอนให้รักการอ่านและรักหนังสือ เธอมักจะอ่านเรื่องนี้บ่อยครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ

“ดีแล้วที่หญิงชอบอ่านหนังสือ ถึงจะเพียงอ่านเล่นเอาสนุก แต่มันก็มีประโยชน์สอนใจเราได้ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเห็นประโยชน์ในหนังสือแต่ละเล่มแค่ไหน”

ทันใดเสียงหม่อมเจ้าหญิงติโลตตมาดังขึ้น โวยวายว่าเข้ามาขโมยของ อุรวศีและจันตกใจหันมอง หม่อมเจ้าหญิงอทริการ้องให้บ่าวไพร่มาจับขโมย อุรวศีถอนใจเพราะโดนหาเรื่องบ่อยจนเบื่อ สองสาวผู้กล่าวหาคือพระธิดาเสด็จในกรมฯที่เกิดกับหม่อมต่วน

หม่อมสลวยถูกเรียกมาฟังความผิดลูกสาวที่ตำหนัก อุรวศีเถียงอย่างสุภาพว่าของในห้องพระอักษรยังมีอะไรที่มีค่าเหลืออยู่ให้ขโมย ติโลตตมาอ้างว่าเธออาจจะเลยไปขโมยที่ห้องอื่น

“คนบนตำหนักทุกคนเป็นคนของหม่อมใหญ่ทั้งสิ้น อีกทั้งอยู่กันเต็มตำหนัก เป็นพี่หญิงกลางจะเข้าไปขโมยของหรือไม่ล่ะคะ”

ติโลตตมาเถียงไม่ออกเมื่อโดนย้อนอย่างสุภาพ หม่อมต่วนเห็นลูกพลาดก็ออกโรงช่วยเหลือ

“แต่ถึงยังไง ก็ไม่ควรเข้ามาในตำหนักโดยไม่บอกกล่าว”

“ตำหนักนี้เป็นของเสด็จพ่อ หญิงเข้าออกตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีใครมาสั่งห้าม”

“แต่เวลานี้ ตำหนักเป็นของฉันตามพินัยกรรมของเสด็จท่าน และฉันไม่ต้องการให้คนอื่นเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต” หม่อมต่วนประกาศกร้าว

“แต่หญิงหลงก็เป็นลูกของเสด็จพ่อเหมือนกันนะคะแม่ ทำแบบนี้...” หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสีแย้งเพราะสงสารน้องสาวคนละแม่ แต่โดนอทริกาผู้พี่กำราบเสียงเขียว

“อยู่เฉยๆเถอะน่าหญิงเล็ก เดี๋ยวนี้กล้าขัดคำสั่งแม่แล้วรึ”

หม่อมสลวยตัดบท “ถ้าหม่อมต้องการเช่นนั้นก็ตามใจเถิดค่ะ เป็นอันว่าหมดเรื่องแล้ว ฉันกับลูกหญิงขอตัวกลับก่อนนะคะ”

อุรวศีทำหน้าไม่พอใจที่แม่ยอมหม่อมต่วนอยู่เรื่อย

“ก่อนจะกลับ ฉันขอบอกแม่สลวยไว้ก็แล้วกันว่าฉันจะก่อกำแพงกั้นระหว่างตำหนักกับเรือนปั้นหยาของหล่อน และเรือนไทยของแม่เรี่ยม นับแต่นี้จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก”

อุรวศีเหลืออดโมโหที่หม่อมต่วนคิดจะกั้นกำแพงกีดกัน หม่อมสลวยจับแขนลูกกลัวมีเรื่อง แล้วบอกหม่อมต่วนว่า

“สุดแท้แต่หม่อมเถิดค่ะ เสด็จท่านยกตำหนักนี้ให้หม่อมแล้ว ฉันกับพี่เรี่ยมก็พอใจกับเรือนที่อยู่แล้วเช่นกัน ลาล่ะค่ะ”

หม่อมต่วนยิ้มสะใจ อุรวศีมองแม่ที่ยอมท่าเดียวไม่คิดสู้ ถอนใจเดินออกมาอย่างไม่พอใจ

ooooooo

หม่อมต่วนมีโอรสและธิดากับเสด็จในกรมฯถึงห้าองค์ หม่อมเจ้าอธิป หม่อมเจ้าหญิงอลัมพุษา หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา หม่อมเจ้าหญิงอทริกาและหม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี ส่วนหม่อมเรี่ยมเป็นหม่อมคนที่สอง มีธิดาคือหม่อมเจ้าหญิงเมรา สองแม่ลูกไม่มีปากเสียงกับใคร

ส่วนหม่อมสลวยเป็นหม่อมคนที่สามมีโอรสคือหม่อมเจ้าวิสสุกรรมและหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี ที่เสด็จในกรมฯรักมากที่สุด จึงเป็นที่อิจฉาริษยาของหม่อมต่วนอย่างมาก...หม่อมต่วนไม่ค่อยเลี้ยงลูกเอง ส่งไปอยู่ในวังกับเสด็จพระองค์หญิง ซึ่งเป็นเสด็จป้าของลูกๆ และวันนี้ก็จะไปส่งลูกทั้งสามกลับเข้าวัง แล้วจะเลยไปถือศีลค้างคืนที่วัด จึงกำชับแปลกให้เฝ้าห้ามอุรวศีเข้ามาในตำหนักเด็ดขาด อรุณวาสีไม่เห็นด้วยเพราะอย่างไรเสียอุรวศีก็เป็นน้องร่วมบิดา

หม่อมต่วนตวาดสวนทันที “ไม่ใช่น้อง จำไว้นะหญิงเล็ก หญิงมีพี่สี่คนคือชายใหญ่ หญิงใหญ่ หญิงกลางและหญิงนิดเท่านั้น คนอื่นแม้จะมีเลือดเสด็จพ่ออยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ก็มีเลือดไพร่สถุลของแม่มันติดมาด้วย อย่านับพี่นับน้องให้แม่ได้ยินอีก”

จันมารายงานอุรวศีว่าหม่อมต่วนกับลูกๆออกไปแล้ว ส่วนแปลกก็กินข้าวอยู่ในครัว อุรวศีจึงให้จันรีบเอาอุปกรณ์ตามไปที่ห้องทรงพระอักษร...แต่พอมาถึงเห็นคนงานกำลังขนหนังสือใส่ลังไม้ ก็ตกใจรีบเข้ามาถามเสียงเข้มว่าทำอะไรกัน

“กระผมมาขนย้ายหนังสือตามพระบัญชาเสด็จเสนาบดี” อนลในชุดโจงกระเบนสีน้ำเงินแก่กับเสื้อคอกลมสีขาวเข้ามาอธิบายด้วยใบหน้าเปรอะเปื้อนฝุ่น พอเห็นหน้าอุรวศีก็ตะลึง จับจ้องไม่ละสายตาราวต้องมนต์

อุรวศีเห็นหน้าอนลก็นึกถึงกลอนจากเรื่องท้าวแสนปม...รุงรังดั่งหนึ่งอนาถา แต่ดวงตามิใช่ตาไพร่ จ้องดูไม่หลบตาไป นี่มิใช่คนทรามต่ำช้า...แล้วเผลอยิ้มพึมพำว่า ท้าวแสนเปื้อน ก่อนจะวางหน้าเฉยถามว่าเขาจะขนหนังสือไปไว้ที่ไหน อนลสะดุ้งหลุดจากความตะลึง

“เอ่อ หม่อมท่านถวายหนังสือทั้งหมดในห้องทรงพระอักษรให้เสด็จ หม่อมท่านสั่งให้คนมาขนย้ายวันนี้”

อนลไม่รู้ว่าเธอเป็นหม่อมเจ้าหญิงจึงไม่ได้พูดคำราชาศัพท์ จันไม่พอใจจะต่อว่า แต่อุรวศีปรามและบ่นไม่คิดว่าจะทำขนาดนี้ อนลคิดว่าเธอเป็นเพียงนางข้าหลวง พยายามชวนคุยถ้าเธอสนใจหนังสืออยากจะเก็บเล่มไหนไว้ก็เลือกได้เลย

อุรวศีเดินผ่านเขาไปเพื่อเลือกหนังสือ อนลได้กลิ่นน้ำปรุงก็อดสูดกลิ่นอย่างชื่นใจไม่ได้ ยิ่งสร้างความประทับใจแก่เขาอย่างมาก...อุรวศีเลือกเก็บหนังสือท้าวแสนปมแต่เผลอทำอีกเล่มหล่น อนลเก็บขึ้นมาเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องศกุนตลาแล้วยื่นให้ อุรวศีรับไว้อย่างระมัดระวังไม่ให้ปลายนิ้วสัมผัสกัน

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 17 ม.ค.60

อ่านละครย่อเรื่อง เพชรกลางไฟ
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ