อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 18 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 18 ม.ค.60

อุรวศีเดินผ่านเขาไปเพื่อเลือกหนังสือ อนลได้กลิ่นน้ำปรุงก็อดสูดกลิ่นอย่างชื่นใจไม่ได้ ยิ่งสร้างความประทับใจแก่เขาอย่างมาก...อุรวศีเลือกเก็บหนังสือท้าวแสนปมแต่เผลอทำอีกเล่มหล่น อนลเก็บขึ้นมาเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องศกุนตลาแล้วยื่นให้ อุรวศีรับไว้อย่างระมัดระวังไม่ให้ปลายนิ้วสัมผัสกัน

อนลอยากพบเจอเธออีกจึงพูดขึ้นว่า วันนี้ขนหนังสือหมดแต่ต้องกลับมาขนโต๊ะเก้าอี้และตู้ เธอจะกลับมาดูอีกไหมเผื่ออยากเก็บชิ้นไหน อุรวศีหน้าเสียที่หม่อมต่วนทิ้งของเสด็จพ่อหมด



อุรวศีไม่ตอบกล่าวขอบใจแล้วกลับออกไป จันมองหน้าอนลอย่างไม่ชอบใจที่ไม่ใช้ราชาศัพท์กับเจ้านายตน ทิ้งค้อนก่อนจะเดินตาม...

อนลเป็นบุตรพระยารัชปาลีและคุณหญิงนวม เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีพี่ชายชื่ออนึกไปเรียนอังกฤษเสียนาน วันนี้จะเดินทางกลับ ทั้งครอบครัวเตรียมไปรอรับที่ท่าเรือ พระยารัชปาลีรักลูกชายคนโตมากจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ลูกรักเรียนจบกลับมา

แต่พอเห็นอนึกกอดสาวแหม่มเอาหน้าแนบกันก็ตกใจจะโวย คิดว่าลูกพาเมียแหม่มกลับมา ครั้นได้ยินอนึกอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมฝรั่งเวลาล่ำลา ก็โทษภรรยาว่าตื่นตูมไปก่อน คุณหญิงหน้างอที่มาโทษกัน ตนแค่ตกใจจะเป็นลม อนลยิ้มขำๆชวนทุกคนกลับไปคุยต่อที่บ้าน

คล้องคนรับใช้เห็นอนลเหม่อแอบยิ้มบ่อยๆก็เลียบเคียงถามว่าทำไมดูอารมณ์ดีแปลกๆ เขาจึงย้อนถามคล้องว่าเชื่อในรักแรกพบไหม คล้องมองเจ้านายอย่างเอะใจ

ooooooo

อุรวศีนั่งนึกถึงวันที่เสด็จพ่อป่วยหนัก เธอรีบเข้าไปหา ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันก่อนแล้ว ใบหน้าท่านซูบเซียวดูอ่อนเพลีย ติโลตตมาและอทริกาค่อนขอดว่าไม่รู้กาลเทศะถึงมาสาย

“เสด็จพ่อ หญิงขอประทานอภัยเพคะ หญิงได้ยินมาว่ามีหมอฝรั่งชำนาญการรักษาโรคไต จึงลองไปหาดู ไม่คิดว่าพระอาการเสด็จพ่อ...” อุรวศีพูดไม่ออกร้องไห้ออกมาแทน

เสด็จในกรมฯลูบหัวลูกสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู หม่อมต่วนยิ่งหมั่นไส้ที่จะตายอยู่แล้วยังรักแต่ลูกคนเล็กมากที่สุด...เสด็จทรงพยายามพูดกับทุกคนว่าเรื่องทรัพย์สมบัติได้ทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนจะได้ตามศักดิ์และสิทธิ์ที่สมควร หม่อมเรี่ยมปล่อยโฮเพราะรักเสด็จมาก เธอเป็นเมียแรกอยู่กับเสด็จมานานที่สุด แต่ต้องมาเป็นหม่อมรองเพราะหม่อมต่วนเป็นเมียแต่ง

“แม่ต่วน...ฉันไม่ขออะไรแม่ต่วนมากหรอกนะ ขอเพียงความเป็นธรรมให้แก่ทุกคนที่จะพึ่งใบบุญ

แม่ต่วนต่อไปในภายภาคหน้า แม่ต่วนให้ฉันได้หรือไม่” เสด็จมองหน้าหม่อมต่วนนิ่ง

หม่อมต่วนหลบสายตาอย่างยำเกรง รับคำ แต่ในใจแฝงเลศนัย เสด็จยื่นมือหาหม่อมสลวย เธอคลานเข่าเข้าจับ “ขอบใจที่อยู่กับฉันมา 20 กว่าปี แล้วก็ขอโทษที่ทำให้แม่สลวยต้องลำบาก”

หม่อมสลวยไม่คิดว่าท่านจะพูดเรื่องนี้ในเวลาแบบนี้ กล่าวว่าเป็นบุญของตนที่ได้รับใช้เสด็จ...ท่านหันมองลูกๆทุกคนพยายามพูดทั้งที่น้ำเสียงแหบพร่า

“หญิงใหญ่เสกสมรสไปแล้วพ่อก็หมดห่วง ส่วนหญิงกลาง หญิงเล็กและหญิงนิด ก็มีพระบารมีของพี่หญิงคอยปกป้องไม่ต้องห่วงอะไรอีก หากชายใหญ่กับ ชายวิสสำเร็จการศึกษากลับมาเมื่อไหร่ ก็คงเป็นหลักให้ทุกคนได้ เหลือก็แต่...” ทรงมองอุรวศีด้วยความเป็นห่วง “จำคำพ่อไว้นะหญิง หาใช่แต่เพียงชาติกำเนิดแต่เพียงอย่างเดียวไม่ แต่เป็นเกียรติอันเกิดจากการกระทำในสิ่งที่ถูกที่ควร และละเว้นไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร หากหญิงยึดถือตามนี้ หญิงก็จะรักษาทั้งเกียรติและก้าวข้ามอุปสรรคทั้งปวงไปได้”

อุรวศีรับคำและพยายามกลั้นเสียงสะอื้นบอกเสด็จป้ากำลังมา แต่เสด็จในกรมฯรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว ลูบหัว ลูกสาวคนเล็กครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยมือตกลงสิ้นพระชนม์ เสียงร้องไห้ดังระงม ขณะนั้นเองหม่อมต่วนลุกไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบภาพหม่อมพิณซึ่งสวยสมกับเป็นนางเอกละครออกมาเข่นเขี้ยว

“ถึงกับเก็บรูปนังแพศยานี่ไว้ใกล้องค์จนสิ้นพระชนม์เลยรึ” ว่าแล้วก็ปาทิ้งแตกกระจายท่ามกลางความตกใจของทุกคน...

เสียงหม่อมสลวยเรียกทำให้อุรวศีหลุดจากความคิดคำนึงถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน หม่อมสลวยรู้ว่าลูกไม่พอใจที่ตนอ่อนข้อให้หม่อมต่วนมาตลอด จึงพยายามอธิบาย

“ฟังแม่นะหญิง หม่อมต่วนมีทั้งทรัพย์สมบัติและบารมีมากมายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่ยังได้ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ของเสด็จไปอีก แล้วหญิงจะให้แม่เอาอะไรไปสู้ล่ะลูก”

“ก็เอาความเป็นธรรมสิคะ การกีดกันไม่ให้ลูกเข้าไปในบ้านพ่อ หญิงยังมองไม่เห็นว่ายุติธรรมตรงไหน พูดให้ใครฟังเขาก็ต้องเข้าข้างเราทั้งนั้น”

“เข้าข้างแต่ก็ไม่มีใครออกหน้าช่วยเราหรอก เชื่อแม่เถิด เราได้เรือนปั้นหยากับเครื่องเพชรและเงินทองก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว รอแต่ชายวิสกลับมารับราชการ พวกเราก็สบายแล้ว อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับหม่อมต่วนอีกเลย ชีวิตจะสงบสุขกว่า”

อุรวศีประชดว่าต่อไปตนคงต้องทำหนังสือเป็นทางการขอเข้าตำหนักของเสด็จพ่อตัวเอง หม่อมสลวยอ่อนใจที่ลูกสาวเป็นคนแข็งเหลือเกิน

ooooooo

คุณหญิงนวมเห็นลูกชายเหม่อลอยก็แซวว่าใจลอยไปหาสาวที่ไหน อนลแก้ตัวพัลวันว่าวันๆทำแต่งานอยู่ที่กระทรวงไม่มีเวลาไปสนใจใคร คุณหญิงได้ทีบอกลูกรักว่า ในงานเลี้ยงต้อนรับอนึก ถ้าเขาสนใจหญิงคนไหนให้บอก อนลเกรงแม่จับผิดพอเห็นคล้องเดินมาก็ได้โอกาสเลี่ยง

“เจ้าคล้องไปเรียนคุณอาเกื้อเรื่องที่คุณพ่อจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพี่นึกหรือยัง”

คล้องทำหน้างุนงง แต่พอเห็นอนลยักคิ้วหลิ่วตาก็รับลูกว่ายังเลย อนลทำทีตำหนิแล้วอาสาว่าตนจะไปบอกเอง ว่าแล้วก็รีบเดินออกไป นวมรู้ทันว่าลูกหลบเลี่ยงไม่ยอมให้พูดเรื่องแต่งงาน

เกื้อเป็นน้องชายพระยารัชปาลี มีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกันเพียงเดินตัดสวนไป เกื้อป่วยเป็นโปลิโอตั้งแต่เด็ก ขาลีบข้างหนึ่งต้องใช้ไม้ช่วยพยุง อายุเขาห่างจากพี่ชายสิบกว่าปีเพราะเป็นลูกหลง จึงดูไม่แก่ราวกับเป็นพี่ชายของอนลก็ว่าได้ มีทรัพย์สมบัติมากพอเลี้ยงตัวไปจนตาย เกื้อมีความรู้มากจากการอ่านหนังสือ มีอาชีพแปลหนังสือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส มีถึกเป็นคนรับใช้ประจำตัว...พออนลมาถึงรู้จากถึกว่าเกื้อมีแขกจึงฝากให้บอกเรื่องที่พ่อจะจัดงานเลี้ยง

พอดีเกื้อเดินออกมาส่งทับ อนลยกมือไหว้ สมัยนั้นยังไม่มีการกล่าวคำว่าสวัสดี เพิ่งมาเริ่มสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม...อนลพอจะรู้ว่าทับเป็นใครไม่ค่อยอยากให้มาสนิทสนมกับอาของตน เกื้อทักอนลคงมาเรื่องงานเลี้ยงเพราะรู้ว่าตนไม่ไป ตนไม่ชอบพบปะญาติๆเพราะไม่ชอบให้ใครมาทักหรือสมเพชความพิการของตน อนลหน้าเสียที่อามีปมด้อยขนาดนี้ เกื้อเห็นสีหน้าหลานก็เปลี่ยนเรื่องชวนไปเลือกหนังสือที่ทับเอามาฝากหลายเล่มให้เอาไปอ่าน

ด้านหม่อมต่วนรีบเข้ามาขอรับลูกๆทั้งสามออกจากวังเพื่อไปงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายพระยารัชปาลี เสด็จพระองค์หญิงป่วยบ่อยร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็รู้ทันว่าหม่อมต่วนต้องการพาลูกๆไปให้เขาดูตัว พอเห็นสีหน้าแววตาของอรุณวาสีก็เอ่ยถามว่าอยากไปกับเขาเหมือนกันหรือ เธอมองหน้าแม่อย่างกลัวๆ เสด็จรำคาญเอ่ยขึ้น

“ความกล้าสักนิดก็ไม่มี แล้วใครเขาจะอยากช่วย...จะหาคู่ให้ลูกก็ตามใจเถอะแม่ต่วน แต่อย่าประเจิดประเจ้อนักล่ะ นึกถึงพระองค์ชายบ้าง แล้วหญิงเมกับหญิงหลงไปหรือเปล่า”

หม่อมต่วนหน้าเครียดทูลว่าไม่ได้ไป อทริกาบ่นจะเอาไปทำไมให้ขายขี้หน้า เสด็จเอ็ดเสียงเข้ม

“ขายขี้หน้าตรงไหน หญิงเมกับหญิงหลงเป็นลูกน้องชายฉัน ศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าเท่ากับเธอ กิริยามารยาทก็ต้องถือว่าแม่เขาอบรมมาดีมากด้วยซ้ำ” เสด็จปรายตาเหน็บหม่อมต่วน

ติโลตตมาไม่พอใจที่เอาพวกตนไปเปรียบกับสองคนนั้น เพราะแม่ตนเป็นหม่อมใหญ่ได้ทรัพย์สมบัติมากกว่า เสด็จโต้อย่างเอือมระอา

“ถ้าจะยึดถือข้อนั้น ฉันก็คงไม่เถียงเธอหรอกแม่นางงามสามโลก แต่ในความเป็นลูกแล้ว ฉันเชื่อว่าพระองค์ชายรักลูกเท่ากันทุกคน และคงไม่สบายพระทัยที่เห็นเธอดูถูกน้องตัวเองอย่างนี้...พูดเรื่องทรัพย์สมบัติขึ้นมาก็ดีแล้ว พระองค์ชายทำพินัยกรรมไว้แล้ว ขอให้เป็นไปตามนั้นนะแม่ต่วน อย่าให้มีเรื่องอื้อฉาวฟ้องร้องแย่งสมบัติกันเหมือนคนอื่นให้อับอายขายขี้หน้าล่ะ”

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 18 ม.ค.60

อ่านละครย่อเรื่อง เพชรกลางไฟ
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ