อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 19 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 19 ม.ค.60

“ถ้าจะยึดถือข้อนั้น ฉันก็คงไม่เถียงเธอหรอกแม่นางงามสามโลก แต่ในความเป็นลูกแล้ว ฉันเชื่อว่าพระองค์ชายรักลูกเท่ากันทุกคน และคงไม่สบายพระทัยที่เห็นเธอดูถูกน้องตัวเองอย่างนี้...พูดเรื่องทรัพย์สมบัติขึ้นมาก็ดีแล้ว พระองค์ชายทำพินัยกรรมไว้แล้ว ขอให้เป็นไปตามนั้นนะแม่ต่วน อย่าให้มีเรื่องอื้อฉาวฟ้องร้องแย่งสมบัติกันเหมือนคนอื่นให้อับอายขายขี้หน้าล่ะ”

หม่อมต่วนรับคำแต่แอบยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย...เหตุที่เสด็จประชดเรียกติโลตตมาว่านางงามสามโลก เพราะมีเรื่องเล่าว่า อสูรสองพี่น้องได้พรจากพระพรหมให้ไม่มีใครฆ่าได้ เว้นแต่จะฆ่ากันเอง ทั้งสองจึงกร่างเที่ยวฆ่าคนไปทั่ว พระพรหมเลยสร้างนางฟ้าชื่อติโลตตมาให้มีความงามเหนือใครในสามโลกขึ้นมา ทำให้อสูรสองพี่น้องหลงรักถึงขั้นแย่งชิงและฆ่ากันเอง...



และแล้วหม่อมต่วนก็แปลงสารพินัยกรรมว่าเสด็จในกรมฯยกเรือนปั้นหยากับที่ดินให้หม่อมสลวยแต่ไม่ได้ระบุถึงเครื่องเรือน จึงให้แปลกพาบ่าวมาขนย้ายออกไป อุรวศีไม่ยอมและจะเอาเรื่อง หม่อมสลวยห้ามไว้บอกเขาอยากได้อะไรก็เอาไปให้หมด เราหาใหม่ได้

จางวางสมซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าวงมโหรีหลวง และเป็นพ่อของหม่อมสลวยก็ให้คนยกเครื่องเรือนจากบ้านตัวเองไปที่เรือนปั้นหยาแทน แสงซึ่งเป็นแม่บอกลูกสาวว่าอยากได้อะไรก็ขนไปเลย บ้านเรามีมากมาย

“ขอบพระคุณพ่อกับแม่มากจ้ะ นี่ถ้าหญิงเข้าใจฉันอย่างนี้บ้างก็คงดี”

“ท่านหญิงยังเยาว์นักเลยไม่ทราบว่าหม่อมต่วนร้ายกาจแค่ไหน มีทั้งทรัพย์สมบัติทั้งอำนาจบารมี พวกเราจะเอาอะไรไปสู้ได้”

“หญิงเป็นลูกพ่อมากกว่าลูกแม่ คิดถึงแต่ความถูกต้องเป็นธรรม ช่างมิรู้เลยว่าทำไมแม่ถึงต้องทน จะพูดก็พูดไม่ได้ เหมือนน้ำท่วมปาก”

ระหว่างนั้นบุญทันผ่านมาเห็นกำลังขนของก็ทักถาม พอเห็นหน้าหม่อมสลวยก็ชะงักยืนอึ้งพูดไม่ออก ทั้งสองเคยเป็นคนรักเก่ากันมาก่อน ตอนนี้บุญทันกลายเป็นเศรษฐีค้าซุงแต่ยังไปมาหาสู่กับจางวางสมและที่มาวันนี้จะบอกเรื่องงานศพแม่ ต่างสบตากันด้วยหัวใจที่ยังโหยหากันอยู่...ทั้งสองมีโอกาสได้พูดคุยกัน จึงรู้ว่าบุญทันยังไม่มีครอบครัวตั้งแต่ผิดหวังจากเธอ

ooooooo

บ่ายวันที่จะมีงานเลี้ยง อนึกเดินมาหาเกื้อเพื่อคุยเรื่องจดหมายที่เคยส่งมาจากยุโรป เกื้อชะงักสั่งถึกให้ไปชงชาร้อนๆมาให้ พอถึกเดินไป เกื้อก็หันมาบอกหลานชายว่างานนี้ใหญ่เกินไป อนึกรีบบอกว่าไม่นานจะมีคนมาร่วมมากขึ้น เพราะสิ่งที่เราจะทำมันจำเป็นกับบ้านเมือง

เกื้อยังลังเลแต่อนึกรบเร้าว่าพวกตนต้องการความรู้ของเขาและสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ถูกต้องทุกอย่าง เพื่อนๆตนนับถือเขาทั้งนั้น เกื้อเครียดลังเลใจ

ด้านอุรวศีมาปรับทุกข์กับพี่หญิงเมรา แต่เธอกำลังจะออกไปงานเลี้ยงกับหม่อมเรี่ยม ซึ่งสนิทกับคุณหญิงนวมจึงได้รับเชิญ เมรารู้ทั้งรู้ว่าเป็นการดูตัวแต่ก็ยอมเพราะคิดว่า เจ้าพระยารัชปาลีกำลังรุ่งเรืองในกระทรวงมหาดไทย ถ้าตนมีคู่ที่ดีแม่จะได้หมดห่วง อุรวศีไม่ชอบเรื่องแบบนี้ถึงกับยืนกรานว่า ไม่มีคู่เราก็อยู่ได้ เมรายิ้มอย่างเอ็นดูน้องสาวต่างมารดา

“เด็กหนอเด็กช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว เรื่องที่เราจะอยู่สุขสบายเหมือนแต่ก่อนคงไม่มีทาง เท่าที่ท่านแบ่งทรัพย์สมบัติมาให้แม่เธอกับแม่พี่ก็บุญหนักหนาแล้ว หากพี่อยู่เฉยไม่ทำอะไรก็คงไม่แคล้วเป็นอย่างท่านหญิงแดง”

“หญิงยอมเป็นอย่างท่านหญิงแดง กระเดียดกระจาดขายห่อหมกไปตามบ้านคนยังดีกว่า”

แต่เมรากลับเห็นว่าเงินทองทำให้ดูมีเกียรติมากกว่า ผู้หญิงเราจะมีคู่ต่ำกว่าก็ไม่ได้ รับราชการให้มีเกียรติเองก็ไม่ได้ อุรวศีไม่คิดอย่างนั้น เพราะคงไม่ทนอยู่กับคนที่ไม่รักตลอดชีวิต ถือคติที่ว่า หากไร้ชายที่พึงเชยไม่มีคู่เสียเลยจะดีกว่า เมราคร้านจะเถียงด้วยจึงขอตัว

บรรยากาศงานเลี้ยงยามค่ำที่บ้านรัชปาลีคึกคักแขกที่มาส่วนใหญ่เป็นคนในกระทรวงมหาดไทย พระยารัชปาลีหมายมั่นให้อนึกสนิทสนมกับดวงแขลูกสาวพระยาไกรเพชรรัตน์เพื่อนสนิท แต่ดวงแขกลับสนใจอนลมากกว่า

หม่อมเจ้าสุรคมซึ่งสนิทกับอนลมาร่วมงานพร้อมพี่ชายหม่อมเจ้าอธิป ทั้งสองเป็นโอรสเสด็จในกรมฯ แต่คนละมารดา

หม่อมต่วนและลูกๆมางานพอเห็นคุณหญิงนวมคุยอยู่กับหม่อมเรี่ยมและหญิงเมราก็ไม่สบอารมณ์ พอดีอธิปกับสุรคมเข้ามาทัก อธิปเป็นคนเจ้าชู้มองสาวๆด้วยสายตากรุ้มกริ่ม เคยเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ก็ทักว่า นี่ถ้าอุรวศีมาด้วยอีกคนก็คงเหมือนกินรีห้าพี่น้องในลักษณวงศ์ พูดแล้วชักอยากเป็นพระลักษณวงศ์เสียจริง ติโลตตมากับอรุณวาสีไม่ค่อยพอใจเดินหนี ต่างกับอทริกาที่หัวเราะคิกคักชอบใจถูกชมว่าสวย อธิปมีท่าทีสนใจเมรา ส่วนสุรคมมีโอกาสคุยกับอรุณวาสี

“นี่เจ้าพี่กลับจากยุโรปนานหรือยังคะ”

“เพิ่งกลับมาค่ะ พี่เพิ่งเริ่มงานที่กระทรวงมหาดไทยได้สองวันเอง”

อรุณวาสีเข้าใจแล้วว่าเขาถึงมางานนี้ แต่สุรคมกลับบอกว่าที่มาเพราะเป็นเพื่อนกับอนล พูดจบก็มีเสียงจะเข้ดังขึ้นเป็นเพลงลาวดวงเดือน ทั้งสองหันมองเห็นว่าคนเล่นคืออนลนั่นเอง...

ขณะเดียวกันที่เรือนปั้นหยา อุรวศีกำลังเล่นซอสามสายเป็นเพลงลาวดวงเดือนเช่นกัน หม่อมสลวยนั่งฟังยิ้มปลื้มที่ลูกมีความสุข แต่พอเล่นจบลูกสาวกลับบ่นว่าที่เล่นเพราะกลุ้มใจ จะมีกำแพงมากั้นให้ตนขาดออกจากวังทั้งที่ตนก็เป็นลูก หม่อมสลวยยิ้มแหยๆก่อนบอกลูกว่า ตนจะไปร่วมงานศพญาติที่ปากน้ำโพหลายวัน อยากให้ลูกไปอยู่กับเสด็จป้าในวังจนกว่าคนงานก่อกำแพงจะแล้วเสร็จ แต่อุรวศีไม่อยากไปอ้างว่ามีผินกับจันอยู่ด้วย ไม่อยากมีปัญหากับพี่ๆทั้งสาม

ooooooo

อนลคิดถึงแต่ใบหน้าหญิงงามที่เจอที่ตำหนักไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ไปขนของจะได้พบเธออีกไหม...และแล้วรุ่งเช้าพอเขาพาคนงานมาขนโต๊ะเก้าอี้ กลับเจอแต่จันและได้รู้ความจริงว่าหญิงงามที่เขาเจอเป็นหม่อมเจ้าหญิง อนลตกใจมากที่เสียมารยาทกับเธอวันก่อน

ถึงแม้จะรู้สึกอกหักเฉียบพลันเพราะหญิงสาวที่สนใจกลับมีศักดิ์ที่ต่างชั้นกว่ามาก และเกรงว่าเธอจะคิดว่าตนสามหาว จึงเขียนคำขอโทษเป็นบทกลอนฝากจันไปให้ โดยให้เงินเป็นค่าขนม

ระหว่างนั้นเมรากำลังสอนอุรวศีถักแท็ตหรือที่เรียกอีกอย่างว่าถักลูกไม้ คนรับใช้เข้ามารายงานว่าอธิปมาขอพบ เมราหน้าขรึมลงแต่ก็ออกไป อุรวศีแปลกใจเดินตามไปด้วย

พออธิปเห็นสองสาวก็ยิ้มกรุ้มกริ่มสนใจอุรวศี แต่เธอยิ้มตามมารยาทไม่ได้ปลื้มอะไร เมราชวนเขาอยู่ทานข้าวแช่ด้วยกัน เขารับคำทำตาเจ้าชู้ แถมพูดทีเล่นทีจริงว่าอยากเป็นพระลอมีทั้งพระเพื่อนพระแพง

อุรวศีโมโหที่พูดจาเหมือนดูถูกจึงตอกกลับว่า เขาอยากเล่นเรื่องพระลอหรือแต่ตนว่าอย่างเขาน่าจะเล่นเรื่องเงาะป่ามากกว่า อธิปหน้าตึงโดนจี้ใจเพราะในบรรดาพี่น้องตนหน้าตาขี้เหร่สุด เมรารีบไกล่เกลี่ยว่าน้องพูดเล่น แล้วทำให้เขาใจเย็นลง

บ่าวถือถาดใส่ขันเงินบรรจุน้ำผสมน้ำอบมาวางพร้อมผ้าซับพระพักตร์จีบอย่างประณีต อธิปหยิบผ้าจุ่มน้ำบิดหมาดๆเช็ดหน้า รู้สึกสดชื่นอารมณ์ดีขึ้น แต่อุรวศียังขุ่นเคือง

หลังจากอธิปกลับไป เมราบอกน้องร่วมบิดาว่าตนจะรับไมตรีอธิปถ้าเขาปูสะพานมาจริง อุรวศีตกใจไม่รู้ว่าพี่สาวเห็นรูปทองอะไรในกายเขา เมราตัดสินใจพูดความจริงว่า อธิปเป็นโอรสองค์ใหญ่จึงได้ทั้งวังและสมบัติของเสด็จลุงมากที่สุด หน้าที่การงานก็สูงกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน อุรวศีไม่สบายใจที่พี่สาวคิดแต่เรื่องภายนอกไม่ได้สนใจความรักเลย สำหรับตนยังยืนยันคำเดิม...แม้แผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า

“เธอจ๋า พูดราวกับว่าผู้หญิงอย่างเราเสน่หาใครได้ง่ายๆ ท่านอธิปพอพระทัยพี่ มีเงินทองมากพอให้พี่ใช้ได้สบาย พี่จะอยากได้สิ่งใดมากกว่านี้ล่ะน้อง อีกอย่างถ้าพี่ไม่รีบทำอะไร ต่อไปจะยิ่งลำบาก แม้แต่สวนที่เราใช้เดินถึงกันนี่ก็เถอะ หม่อมใหญ่ก่อกำแพงเสร็จเมื่อไหร่ก็คงไปมาหาสู่กันอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว ประสาอะไรกับเรื่องอื่น”

สิ่งที่เมราพูดทำให้อุรวศีอึ้ง แม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ยอมรับว่าต่อไปตนคงลำบากกว่านี้แน่ พอเดินกลับเรือนปั้นหยาก็ต้องตกใจที่เห็นหม่อมต่วนยืนกางร่มสั่งคนงานก่อกำแพงชิดมาทางตัวเรือนก็เข้ามาต่อว่าไม่ทำตามพินัยกรรม ผินเดินนำหม่อมสลวยเข้ามาพอดี หม่อมต่วนพูดเสียงดังให้ได้ยินกันทุกคน

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 19 ม.ค.60

อ่านละครย่อเรื่อง เพชรกลางไฟ
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ