อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 1 วันที่ 27 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 1 วันที่ 27 ม.ค.60

อนาวินทร์ สัตยารักษ์ หรือวิน หนุ่มหล่อผิวขาวคมคาย ทายาทคนเดียวของตระกูลสัตยารักษ์ กำพร้าแม่ตั้งแต่คลอด ซ้ำพ่อมาเสียชีวิตตั้งแต่เด็กอีก เขาจึงอยู่ในการเลี้ยงดูของปู่เล็กหรืออาทิตย์แต่นั้นมา

ปู่เล็กรักวินมาก แต่เพราะต้องทำงานหนักจึงไม่มีเวลาใกล้ชิดอบรมหลานชายนัก วินจึงเป็นเด็กขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ขี้เหงาเอาแต่ใจ

ปู่เล็กป่วยด้วยโรคหัวใจจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล วันนี้ปู่เรียกให้วินมาหาหลังจากที่ไม่ได้พบกัน ถึงสองเดือน สั่งให้วินไปซื้อดอกเบญจมาศสีเหลืองที่ไร่อุ่นรักตามแผนที่ที่ปู่เขียนไว้ให้ วินหัวเสียมากถามว่าเรียกมาเพื่อให้ไปซื้อดอกไม้แค่นี้หรือ นึกว่าปู่จะคิดได้แล้วเสียอีก



“แกนั่นแหละที่ควรจะคิดได้ เมื่อไหร่จะเลิกเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเสียที หัดนึกถึงคนอื่นเค้าบ้าง”

“แล้วที่ปู่ทำกับผม ปู่ปลดผมจากผู้ช่วยประธานบริษัทมาเป็นเด็กฝึกงาน ปู่ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางหรือไง ผมเป็นหลานปู่นะ”

ปู่เล็กบอกว่าเขายังไม่พร้อมจะเป็นผู้นำของสัตยาอสังหา วินย้อนถามประชดว่าแล้วการที่ปู่ให้ตนไป ซื้อดอกเบญจมาศสีเหลืองให้ มันช่วยให้ตนเป็นผู้นำสัตยาอสังหาได้ตรงไหนไม่ทราบ?!

“ไม่ต้องมาถาม นี่คือคำสั่งถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ แกก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ได้ครับ ท่านประธานบริษัท” วินจ้องหน้าเน้นเสียงประชดแล้วผลุนผลันออกไปยืนระงับอารมณ์อยู่หน้าห้อง...

ป้านุ่มคนรับใช้เก่าแก่ที่เลี้ยงดูวินมาตั้งแต่เล็ก รักและเอ็นดูวินเหมือนลูกตามออกมาด้วยความเป็นห่วง วินระบายอารมณ์กับป้านุ่มว่า ตนไม่เข้าใจ แค่ดอกเบญจมาศสีเหลืองที่ไหนก็มีทำไมไม่ให้คนไปซื้อตามตลาดหรือโทร.สั่งเอาก็ได้

“คุณวินไปดูที่ไร่อุ่นรักให้คุณท่านเถอะนะคะ เอาใจคุณท่านหน่อย ดอกเบญจมาศสีเหลืองหมายถึงความโชคดี คุณท่านจะได้หายไวๆแล้วคุณวินอาจได้พบอะไรดีๆด้วย” ป้านุ่มหว่านล้อมอย่างอ่อนโยน ห่วงใย

อนาวินทร์จึงตะบึงรถสปอร์ตหรูสีแดงไปราวกับพายุมุ่งไร่อุ่นรักตามแผนที่ที่ปู่เขียนให้

เมื่อวินออกไปแล้ว ปู่เล็กนอนตะแคงหันหลังให้ประตู ได้ยินเสียงเปิดประตูมีคนเดินเข้ามา ปู่เล็กนึกว่าเป็นป้านุ่ม

“ดอกเบญจมาศสีเหลือง หมายถึงความโชคดี แม่นุ่ม...วันหนึ่งเจ้าวินมันจะเข้าใจใช่ไหม ว่าที่ฉันให้มันไปวันนี้...ก็เพื่อให้มันได้เจอสิ่งที่ดีที่สุด”เมื่อไม่มีเสียงตอบ ปู่หันมอง “อ้าว...แกเองเหรอ”

ที่แท้ผู้ที่เข้ามาคือการันต์ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบ ยืนมองปู่เล็กหน้านิ่งเงียบ ปู่ถามว่า “แกจะเอาอะไรกับฉันอีก”

การันต์ถามว่าทำไมปู่ไม่ยอมเซ็นเอกสารให้สักที ปู่บอกว่ากรรมการฝ่ายตรวจสอบขอดูก่อน การันต์โต้ว่าเป็นข้ออ้างเพื่อเตะถ่วงโครงการของตน ถามเสียงแข็งว่า “บอกมา! ปู่ไม่ไว้ใจอะไรผม”

ปู่ถามว่าเขาหมดความเกรงใจกันแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าตนเกรงใจปู่มาตลอดชีวิตแล้วตนได้อะไรดีขึ้นมาบ้าง ปู่ย้อนถามว่าที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้ยังไม่เรียกว่าดีขึ้นอีกหรือ

“หึ...ทุกอย่างที่ได้มา ผมทำของผมเองทั้งนั้น!” ปู่ถามว่าเขาคิดว่าตนไม่ได้ให้อะไรเขาเลยหรือ “ถึงให้...ก็เทียบไม่ได้กับอนาวินทร์หรอกครับ! คนที่ไม่ต้องทำอะไร แต่ก็ได้มากกว่าผมทุกครั้ง ทุกเรื่อง!”

“นี่คิดอย่างนี้ได้ยังไง ฉันเพิ่งรู้นะว่าแกคิดอย่างนี้กับเจ้าวิน”

“ก็ปู่นั่นแหละที่ทำให้ผมคิด! ปู่เคยให้ความยุติธรรมอะไรกับผมบ้าง? รู้บ้างไหมว่า...ผมต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนเพื่อจะเอาชนะใจปู่ แต่ผมไม่เคยทำสำเร็จ เพราะในใจปู่มีแต่คนชื่ออนาวินทร์คนเดียว คนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า...โลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีการันต์ เพราะที่ไหนที่มีอนาวินทร์ การันต์ก็จะเป็นได้แค่ฝุ่นชิ้นเล็กๆลอยใน อากาศ...”

“การันต์...” ปู่ครางอย่างสะเทือน การันต์ร้องไห้พูดไปสะอื้นไปอย่างไม่อาจหยุดได้ว่า

“ปู่เก็บผมมาเลี้ยงทำไมครับ? ปู่ไปดึงผมมาจากกองขี้เลนทำไม? หลอกให้ผมดีใจทำไมว่าผมจะมีความสุข แล้วความจริงก็คือ ผมเป็นได้แค่ไอ้หมาหัวเน่าตัวนึงเท่านั้น”

ปู่เล็กบอกว่าไม่เคยคิดว่าเขาจะแอบรู้สึกในใจได้ถึงขนาดนี้ เขาบอกว่าเพราะปู่ไม่เคยสนใจตน ปู่เอาตนมา ให้ตนแทบทุกอย่างก็จริง การันต์หยุดสะอื้นถามเสียงสะท้านว่า

“แต่ทำไมให้สายตาแบบที่ปู่มองวินกับผมไม่ได้... ทำไมละครับ...กะอีแค่การมองให้เหมือนกัน ทำไมปู่ถึงทำไม่ได้” การันต์ร้องไห้โฮอย่างอัดอั้น ก่อนแข็งใจพูดต่อ “ถ้าผมรู้ว่าปู่จะไปเอามาเลี้ยง เพื่อให้ผมมาเจ็บปวดพ่ายแพ้ขนาดนี้...ผมจะไม่มีวันมากับปู่เลย!”

“ฉันไม่เคยคิดจะเลี้ยงแกให้เจ็บปวดบ้าๆอย่างนั้นไม่เคยมีในสมองฉัน...”

การันต์โต้ทั้งน้ำตาว่าปู่จะพูดยังไงก็ได้ แต่ไหนๆ วันนี้เราก็เปิดใจกันแล้ว ตนจะบอกให้ก็ได้ว่าที่ปู่คิดว่าตนโกงบริษัทนั้น ตนทำจริง! แต่ไม่ได้ทำเพราะอยากได้เงิน ตนทำเพราะอยากเห็นคนที่ปู่รักพินาศ! ปู่อยากประคบประหงมมันนัก มันไม่เคยต้องพยายามอะไรแต่ก็ได้ทุกอย่าง ตนอยากลองดูว่า ถ้าวันหนึ่งบริษัทที่มันคิดว่าเป็นของตายของมันเกิดพังยับเยินขึ้นมา มันจะทำยังไง พูดแล้วการันต์หัวเราะหยันทั้งน้ำตา

“ไอ้คนอกตัญญู! ไอ้ชาติชั่ว!...โอ๊ย...” ปู่เจ็บแน่นหน้าอกจนร้องคราง พยายามเอื้อมมือไปที่ออดเรียกพยาบาลแต่เอื้อมไม่ถึง ครางออกมาเบาๆ “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...”

แต่การันต์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงกลับถอยห่างยืนดูปู่เล็กที่กำลังทรมานด้วยใบหน้าเรียบเฉย เลือดเย็น

ในวินาทีที่ปู่เล็กจะหมดสติ พยาบาลเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี ถามว่าคนไข้เป็นอะไร การันต์ไม่ตอบ พยาบาลรีบเข้าไปดูอาการ เขาจึงถอยออกมา และเมื่อพยาบาลเข็นเตียงปู่ไปห้องไอซียู การันต์ก็หันกลับเดินจากไป

ในห้องไอซียูปู่เล็กหัวใจหยุดเต้น หมอสั่งให้เตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจ ร่างปู่เล็กกระตุกเมื่อกระแสไฟฟ้าทำงาน

ooooooo

ฝ่ายอนาวินทร์ ขับรถมาตามแผนที่ที่ปู่เล็กเขียนให้จนมาถึงทางเข้าไร่อุ่นรัก เป็นถนนเล็กๆสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ดูร่มรื่นสบายตา แต่ความสวยงามของธรรมชาติไม่ได้ทำให้อนาวินทร์อารมณ์ดีขึ้นเลย

พุดชมพูสาวห้าวเจ้าของไร่อุ่นรัก กลับจากส่งดอกไม้ขับรถกระบะมาเจอหญิงชาวบ้านสองคนขี่จักรยานอยู่ข้างหน้าเธอบีบแตรเบาๆขอทาง ขณะผ่านก็โผล่หน้าต่างไปขอโทษ หญิงชาวบ้านถามว่าจะรีบไปไหน เธอบอกว่า

“รีบกลับบ้านค่ะ เมื่อกี๊แม่เพิ่งโทร.มาตามให้กลับไปช่วยทำขนมเดี๋ยวไม่ทัน เขาจะมารับตอนบ่าย พุดไปก่อนนะคะ”

พอพุดชมพูหรือที่เรียกกันในหมู่คนกันเองว่าพุด ขับรถผ่านหญิงชาวบ้านไปครู่เดียว ก็มีเสียงรถกระหึ่มตะบึงมาซ้ำบีบแตรไล่เสียงดังมาก พุดชมพูดบ่นหงุดหงิดว่าจะบีบอะไรนักหนาเนี่ย รถสปอร์ตหรูขับมาราวกับอยู่ในสนามแข่ง จนหญิงชาวบ้านสองคนตกใจจักรยานไถลลงข้างทาง รถคันนั้นตะบึงผ่านไปอย่างไม่สนใจ

พุดชมพูมองกระจกหลังเห็นเหตุการณ์ก็โกรธด่า “ไอ้บ้าเอ๊ย ขับรถแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย” พอรถคันนั้นขับมาจ่อท้ายรถกระบะก็บีบแตรไล่ลั่นไปหมด ซ้ำตะโกนด่า “ขับรถขวางทางอยู่ได้”

“เชอะ เป็นเจ้าถนนมาจากไหนกัน จ้างก็ไม่หลบให้หรอก” พุดชมพูเหยียดปากหมั่นไส้ เสียงแตรรถไล่อีก คราวนี้พุดชมพูจงใจขับรถขวาง รถคันนั้นพยายามจะแซง เธอพึมพำ “แน่จริงก็ไปให้ได้สิ”

“อยากลองดีใช่ไหม ด๊ายยย!” อนาวินทร์คำราม กำพวงมาลัยแน่น

อาศัยรถดีคล่องตัวกว่า อนาวินทร์พยายามจะแซง รถกระบะไม่เพียงไม่หลีกยังกีดขวางและกันไม่ให้แซงอย่างจงใจ ถูกรถสปอร์ตปาดหน้าแล้วเบียดในระยะใกล้ พุดชมพูตกใจหักหลบตกข้างทาง จะถอยขึ้นก็ไม่ได้จะไปต่อก็ติดพุ่มไม้เลยด่า

“ไอ้บ้าเอ๊ย ขับรถภาษาอะไร!”

“สมน้ำหน้า เล่นกับใครไม่เล่น” อนาวินทร์แซงลิ่วไปอย่างสะใจ ขับไปได้ไม่นานก็เจอป้าย “ไร่อุ่นรัก” เขาถอนใจที่เจอเสียที

บ้านพุดชมพูอยู่ด้วยกันสามคน คือภัทราผู้เป็นแม่และจิตราน้องแม่ ทั้งแม่ น้าและพุดชมพูนอกจากทำไร่อุ่นรักแล้วยังทำขนมส่งขายด้วย

จิตราได้ยินเสียงรถแปลกๆเข้ามาจอดหน้าบ้านจึงออกไปดู เธอตะลึงเมื่อเห็นหนุ่มหล่อลงจากรถหรู ถามว่ามีธุระอะไรหรือ อนาวินทร์พูดรัวเร็วอย่างเร่งรีบว่า

“ผมอยากได้ดอกเบญจมาศสีเหลืองไปจัดงานที่กรุงเทพฯ เอาแบบสวยที่สุด ดีที่สุด จัดใส่รถให้ด้วย ราคาเท่าไรก็บอกมา” จิตราฟังไม่ทันถามงงๆคะ?? อนาวินทร์พูดใหม่ช้าๆอย่างหงุดหงิดทีละคำ “ผมอยากได้ดอกเบญจมาศ ขอแบบดีที่สุดช่วยจัดใส่รถให้ด้วย ด่วน!”

จิตราร้องโห...ยังงงๆ ก็ถูกเร่งจนต้องรีบบอกว่าให้รอเดี๋ยว แล้วเดินเข้าบ้านไป อนาวินทร์ยิ่งเซ็ง

ภัทรากำลังพูดโทรศัพท์บอกทางมารับขนมกับลูกค้า จิตราเข้ามาพอดีเลยให้บอกทางแทน ตนจะได้ไปมูนข้าวเหนียวเดี๋ยวลูกค้าจะมาเอา จิตรารับโทรศัพท์ไปบอกทางเลยลืมอนาวินทร์เสียสนิท เขารอไม่ไหวเดินเข้ามาถามว่าดอกไม้ได้หรือยัง จิตราขอโทษให้รออีกแป๊บ แล้วบอกทางต่อ

อนาวินทร์หงุดหงิดมาก ภัทราไปรับหน้าพอรู้ว่าจะมาซื้อดอกไม้ก็ขอให้รอ “เจ้าพุด” กลับมาก่อนเพราะเรื่องดอกไม้นี่ตนไม่รู้เรื่องวันๆทำแต่ขนม

จิตราคุยโทรศัพท์เสร็จบอกว่าเขาจะมาเอาขนมบ่ายสอง ภัทราให้เร่งมือกันหน่อยบ่นว่าเจ้าพุดก็ไม่อยู่ช่วยด้วย บอกอนาวินทร์ให้นั่งรอก่อน เขากระแทกตัวนั่ง บ่นหงุดหงิด

“ชักช้าน่ารำคาญ ปู่จะให้มาทำไมก็ไม่รู้ไร่บ้าบอนี่”

เวลาเดียวกันนี้ ปู่เล็กอยู่ในอาการวิกฤติ หมอพยายามช่วยเต็มที่ ทรงรบทนายหนุ่มที่รับช่วงงานต่อจากทรงศักดิ์ผู้เป็นพ่อถามป้านุ่มว่าทำไมจู่ๆอาการของคุณท่านถึงกำเริบได้อย่างนี้

“ป้าก็ไม่ทราบค่ะ เมื่อเช้าคุณท่านเรียกคุณวินมาหา ก็มีปากเสียงกันนิดหน่อย แต่คุณท่านก็ดูปกตินะคะ พอคุณท่านหลับป้าถึงออกไปทานข้าว ไม่นึกว่า...”

ป้านุ่มพูดไม่ออกทำท่าจะร้องไห้ ทรงรบปลอบให้ทำใจดีๆไว้ก่อน ถามว่าอนาวินทร์ทราบเรื่องหรือยัง ป้านุ่มส่ายหน้า ทรงรบจึงโทร.ถึงอนาวินทร์ เป็นเวลาที่เขากำลังหงุดหงิดที่ต้องนั่งรอ มองโทรศัพท์เห็นชื่อก็บ่น

“ทรงรบ! จะโทร.มาทำไมตอนนี้ น่ารำคาญ” แล้วกดตัดสายทิ้งปิดโทรศัพท์เลย

ทรงรบบอกป้านุ่มว่าอนาวินทร์ไม่รับสายและปิดเครื่องแล้ว ป้านุ่มภาวนาขอคุณท่านอย่าเพิ่งเป็นอะไรเลย

ooooooo

พุดชมพูขับรถกลับมาถึงบ้านเห็นรถสปอร์ตสีแดงจอดอยู่จำได้ก็อารมณ์ขึ้นจะเข้าไปด่า พอดีได้ยินเขาถามภัทราว่าเมื่อไหร่คนชื่อ “เจ้าพุด” จะมาสักที ตนรอนานแล้ว ทำงานแบบนี้แย่ น่าจะไล่ออกได้แล้ว

“ที่จริงเจ้าพุดมันควรจะมาถึงตั้งนานแล้วล่ะ ถ้าไม่บังเอิญดวงซวยไปเจอไอ้พวกขับรถซิ่งไร้มารยาท สงสัยคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังรถแข่งอยู่ล่ะมั้ง” พุดชมพูพูดแทรกขึ้น อนาวินทร์ถามว่านี่หรือเจ้าพุด “ใช่ มีธุระอะไร”

อนาวินทร์บอกว่าตนมาซื้อดอกไม้ เธอรวนว่าซื้อดอกไม้อะไรมาเอาป่านนี้ เขาโต้ว่าตนมานานแล้วเธอนั่นแหละที่มัวไปมุดหัวอยู่ไหน พุดชมพูของขึ้นทันที เสียงแข็งว่า “ฉันไม่ขาย” แล้วเดินออกนอกบ้านไปเลย อนาวินทร์ไม่พอใจลุกพรวดตามไป ภัทรากับจิตราจับต้นชนปลายไม่ถูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

อนาวินทร์ตามออกมาจึงรู้ว่าเธอคือคนที่มีเรื่องกันเมื่อครู่นี้ เลยถูกพุดชมพูด่าว่าขับรถห่วยเบียดรถตนตกข้างทาง อนาวินทร์ก็หาว่าเธอขับรถไม่มีมารยาทขับช้า แถมเกะกะขวางทาง ตนบีบแตรขอทางก็ไม่ยอมหลบ

ทั้งสองเลยถกเถียงกันเรื่องรถจนภัทราออกมาขอร้องให้ใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยจากัน อนาวินทร์จึงหยุดทะเลาะขอซื้อดอกเบญจมาศสีเหลืองเอาที่สวยที่สุด ดีที่สุดราคาเท่าไหร่ว่ามา พุดชมพูถามว่าที่ว่าเยอะๆน่ะเท่าไหร่

“เอาทั้งไร่ เอาเดี๋ยวนี้ จัดใส่รถให้ด้วย”

“ไม่มี” พุดชมพูกระชากเสียง อนาวินทร์ถามว่าไม่มีได้ยังไงเห็นดอกออกเต็มไร่ “ดอกไม้พวกนี้มีคนสั่งไว้หมดแล้ว ฉันต้องตัดไปส่งเขาพรุ่งนี้”

อนาวินทร์ต้องหาดอกไม้ให้ได้ตามที่ปู่สั่ง ถามว่าคนอื่นเขาให้ราคาเท่าไหร่ตนให้สองเท่า จิตราตาโตบอกว่าหกพัน เขาบอกทันทีว่าตนให้ห้าหมื่นเลย

ภัทราชี้แจงว่าดอกไม้พวกนี้ต้องสั่งล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แต่ก็อะลุ้มอล่วย บอกพุดชมพูว่าแบ่งขายให้เขาหน่อยเท่าที่แบ่งได้ก็แล้วกัน พุดชมพูไม่กล้าขัดแม่ แต่เขาต้องไปตัดเองเพราะคนงานกลับไปหมดแล้ว ถามท้าๆว่าทำได้ไหม

อนาวินทร์อึ้ง คิดถึงที่ปู่เล็กบอกว่า “ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เขาตัดสินใจยอมไปตัดเองแต่ตัดไม่เป็นเหลือก้านไม่ถึงฟุต พุดชมพูถามประชดว่าตัดแบบนี้จะเอาแต่ดอกไปลอยน้ำเล่นหรือ

“หนวกหูน่า ถ้าไม่ช่วยตัด ก็ไม่ต้องพูดมาก” เขาเสียงขุ่นมองหน้าตาขวาง

ooooooo

ขณะที่อนาวินทร์ง่วนกับการตัดดอกไม้นั้น อาการของปู่เล็กก็วิกฤติลงทุกที วินาทีก่อนลมหายใจสุดท้ายของปู่ อนาวินทร์ก็ถูกกรรไกรตัดดอกไม้บาดมือ เลือดของเขาหยดลงกลางดอกไม้พอดี!

เมื่อตัดดอกไม้จนพอแล้วอนาวินทร์หอบกลับไปที่บ้าน พุดชมพูถามเย้ยว่าตัดตั้งนานได้แค่นี้หรือ ไหนบอกว่าจะเอาให้เต็มท้ายรถไง เขาตัดบทว่าราคาเท่าไหร่ เธอบอกว่าแปดร้อยแต่ตนตัดไว้ให้แล้วพลางชี้ให้ดู

อนาวินทร์มองไปเห็นดอกเบญจมาศมัดเป็นช่อๆสิบกว่าช่อ เขามองเธอเคืองๆไม่ขอบคุณแม้แต่คำเดียว

พออนาวินทร์ได้ดอกไม้กลับไปแล้ว ครู่เดียวโทรศัพท์ของพุดชมพูก็ดังขึ้น เป็นสายจากทรงรบ เธอรับสายแล้วหน้าเครียด ภัทรากับจิตราเห็นแล้วใจคอไม่ดี

ขณะอนาวินทร์ขับรถกลับ เขาเปิดโทรศัพท์วางไว้ข้างตัว ได้รับโทรศัพท์จากป้านุ่มถามว่าถึงไหนแล้ว

“กำลังกลับครับ นี่ผมได้ดอกเบญจมาศมาเต็มเลย หวังว่าคงถูกใจปู่”

“คุณวิน คุณวินไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วนะคะ” เขาถามว่าทำไม “คุณท่าน...คุณท่านเสียแล้วคะ” เสียงป้านุ่มสั่นเครือ อนาวินทร์ใจกระตุกวูบ ชาไปทั้งตัวรถชะลอความเร็วลงทันทีแล้วจอดข้างทาง

อนาวินทร์นิ่งค้าง หายใจไม่เป็นจังหวะ ช็อก!

เขานึกถึงเมื่อหนึ่งปีก่อนนี้... เขาเรียนจบโทวิศวะจากอังกฤษกลับมา ทั้งปู่และหลานต่างดีใจมากที่เขาเรียนจบตามที่รับปากกับปู่ไว้ วันนั้นเขาคิดถึงพ่อกับแม่ เขาบอกปู่ว่า ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ท่านคงจะดีใจกับตนด้วย

“นี่ไงพ่อ-แม่” ปู่เล็กชี้ที่ตัวเอง “วินลืมแล้วหรือว่าปู่นี่ไงที่เป็นทั้งพ่อและแม่ของวิน”

“ไม่ลืมครับ” เขากอดปู่อย่างซาบซึ้ง “ถ้าไม่มีปู่ ก็คงไม่มีอนาวินทร์ในวันนี้”

“ถ้าปู่ไม่มีวิน ปู่ก็คงไม่มีวันนี้เหมือนกัน วินคืออนาคตของปู่ อนาคตของสัตยาอสังหา...ต่อไปนี้เราจะไม่จากกันไปไหนแล้วนะลูก”

“ครับ ผมจะอยู่กับคุณปู่ ผมจะไม่ทำให้ปู่ผิดหวังครับ”

ปู่เล็กยิ้ม กอดอนาวินทร์ไว้อย่างแสนรัก...

คิดถึงวันนั้นแล้ว อนาวินทร์น้ำตาไหลพราก เขารักปู่มาก มากพอๆกับเกลียดสิ่งที่ปู่เคยทำไว้กับเขาเช่นกัน...

อนาวินทร์หยิบช่อดอกเบญจมาศที่ตัดกับมือข้างตัวมาดูน้ำตาไหลพราก ดอกไม้ของเขามาสายไปเสียแล้ว...

ooooooo

ที่วัด...พิธีรดน้ำศพของปู่เล็ก แม้จะจัดอย่างกะทันหันแต่ก็มีแขกมาร่วมงานไม่น้อย ทิพนาถอดีตพยาบาลที่มาดูแลอนาวินทร์หลังแม่ตาย และต่อมาก็กลายเป็นแม่เลี้ยงของอนาวินทร์ เมื่อพ่อตายเธอรักษาสถานะแม่หม้ายตราบจนปู่เล็กเสีย

ทิพนาถร้องไห้หนัก นั่งอยู่กับการันต์ที่เก้าอี้เจ้าภาพ หลังเก้าอี้เจ้าภาพวิเชียรกับชัชวาลหุ้นส่วนนั่ง แถวต่อมาคือทรงศักดิ์กับทรงรบ และชวกรเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกับอนาวินทร์เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ที่ชำเลืองมองทิพนาถเป็นระยะ

การไม่ปรากฏตัวในงานศพปู่เล็กของอนาวินทร์เป็นที่สงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ของแขกในงานมาก ทิพนาถถามการันต์ว่าอนาวินทร์หายไปไหน การันต์ก็ไม่รู้เพราะโทร.ไปหลายครั้งก็ไม่รับสาย

จนถึงเวลารดน้ำศพ ทิพนาถจึงไปรดน้ำก่อนตามด้วยแขกในงาน ทรงศักดิ์กับทรงรบเข้าไปเป็นกลุ่มแรกๆ

ทรงศักดิ์คุกเข่ารดน้ำ พูดเบาๆพอได้ยินกับทรงรบว่า

“คุณอาทิตย์...ผมขอขอบพระคุณท่านที่เมตตาผมมาตลอด หากผมเคยล่วงเกินอะไรไปขออโหสิกรรมให้ผมด้วย ส่วนเรื่องที่ท่านยังห่วงค้างคาใจอยู่ ผมกับลูกชายจะจัดการต่อให้เอง ท่านไม่ต้องห่วง ขอให้ท่านพักผ่อนอย่างสงบเถิด”

ทรงรบคลานเข่าเข้าไปรดน้ำศพต่อจากพ่อ เขาเอ่ยเหมือนย้ำสัญญาว่า

“ขอให้ดวงวิญญาณขอท่านไปสู่สุคติ ผมจะพยายามทำงานที่ท่านฝากฝังไว้ ให้สำเร็จครับ”

แม้จะมีความมุ่งมั่น แต่แววตาของทรงรบก็หนักใจเพราะตระหนักแก่ใจดีว่า งานนั้นไม่อาจสำเร็จได้ง่ายนัก...

ooooooo

อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นในสภาพค่อนข้างยับเยินเพราะเพิ่งกลับจากไปซื้อดอกไม้และเสียใจกับการสูญเสียปู่อย่างหนัก ทุกสายตาในศาลามองไปที่เขา มีทั้งที่มองอย่างตำหนิและซุบซิบกัน

อนาวินทร์ไม่สนใจใครทั้งสิ้น เขาถือช่อเบญจมาศที่ตัดมากับมือเข้าไป ทรบรบรีบเอาสูทดำที่เตรียมไว้ไปให้ แต่เขาเหมือนไม่รับรู้อะไร ตรงไปหน้าที่ตั้งศพปู่เล็ก ยืนนิ่ง

แขกที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะวิเชียรกับชัชวาลมองสมเพชกระซิบกันว่าดูซิเพิ่งจะโผล่มา...งานศพปู่ตัวเองแท้ๆ แต่ปล่อยให้การันต์หลานบุญธรรมจัดงานแทน ใช้ไม่ได้จริงๆ คนอย่างนี้หรือจะขึ้นมาดูแลบริษัทเรา

ทรงศักดิ์ได้ยินการซุบซิบกันนั้น ก็ถอนใจอย่างหนักใจ...วิเชียรยังซุบซิบกับการันต์ว่า

“งานหนักหน่อยนะการันต์ เสาหลักอย่างคุณอาทิตย์ล้มลง ลุงมองไม่เห็นใครเลยที่จะไว้วางใจให้ดูแลบริษัทต่อไปได้ นอกจากหลาน”

“ครับ” การันต์นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนรับคำเบาๆ มองอนาวินทร์ด้วยสายตาที่คิดว่า...นี่คือคู่แข่งคนสำคัญที่สุดของตน...

ooooooo

อนาวินทร์เข้ามาถึงที่ตั้งศพปู่เล็ก ป้านุ่มขยับจะเข้ามาปลอบแต่ทิพนาถเข้าถึงก่อนถามอย่างห่วงใยว่าหายไปไหนมาเขาตามหากันให้ควั่ก โทร.ไปก็ไม่รับ แม่เป็นห่วง อนาวินทร์ไม่ตอบแต่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆคุณปู่ถึง...

ทิพนาถถอนใจอ้างว่า ป้านุ่มบอกว่าตอนเที่ยงๆอาการคุณปู่กำเริบขึ้นมา เขาหันไปถามป้านุ่มว่าเพราะตนหรือ?

“ไม่ใช่นะคะ คุณวินอย่าโทษตัวเองนะคะ”

อนาวินทร์ยื่นกุญแจรถให้บอกว่าดอกไม้อยู่ในรถป้าช่วยที แล้วตัวเองก็เดินไปคุกเข่าตรงหน้าปู่ มองปู่นิ่ง... นาน ค่อยๆรดน้ำศพอย่างโศกเศร้าแล้วกราบที่เท้าของปู่ พึมพำ...

“ทำไม...ทำไมปู่ไม่รอผม...”

การันต์เข้ามาจับไหล่ปลอบให้ทำใจดีๆ ทิพนาถ เข้ามาอีกข้าง กอดอนาวินทร์ไว้อย่างปลอบใจ

แขกในงานมองทิพนาถซุบซิบกันว่า สร้างภาพแอบดีใจที่พ่อสามีตายมากกว่า มรดกอย่างน้อยก็ต้องร้อยล้าน

ทรงศักดิ์กับทรงรบได้ยินทุกอย่าง ส่วนชวกรที่นั่งอยู่แถวนี้ได้ยิน แอบยิ้มที่มุมปาก

หลังจากที่แขกกลับไปหมดแล้ว คนในครอบครัวจึงช่วยกันเอาดอกเบญจมาศสีเหลืองที่อนาวินทร์เอามาจัดประดับจนดูเหลืองอร่ามไปทั้งศาลา อนาวินทร์ยังคงนิ่งอยู่หน้าโลงศพของปู่ ทิพนาถและการันตร์เข้ามาปลอบ เขาบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ทิพนาถจึงขอกลับไปก่อนเพราะวิ่งวุ่นมาตั้งแต่บ่ายแล้ว

การันต์จะไปส่ง ทิพนาถบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนให้เพื่อนไปส่ง การันต์พยักหน้าอย่างรู้กันแล้วลุกไป

ทิพนาถออกไปพบชวกรที่แอบคบกันอยู่ ชวกรเรียกหยอกทิพนาถว่า เศรษฐีนีร้อยล้าน เธอปรามเขินๆ ว่าพูดอะไรตอนนี้ น่าเกลียด ชวกรบอกว่าตนได้ยินเขาคุยกัน อ้อนว่า “ได้แล้วพี่ก็อย่าลืมผมนะ”

“ใครจะลืมกรได้ลงล่ะจ๊ะ ไปฉลองกันดีกว่า” ทิพนาถจับคางเขา แล้วโอบเอวเดินออกไป

ooooooo

คนในครอบครัวช่วยกันจัดดอกไม้เสร็จก็พากันกลับ แต่อนาวินทร์ยังนั่งอยู่หน้าโลงศพปู่ มือกำดอกเบญมาศที่ตัดมา มองรูปเหมือนจะขอให้ปู่มารับดอกไม้จากตน ร้องไห้พร่ำถาม...

“ทำไม...ทำไมปู่ไม่รอผม ที่ปู่สั่งผม ผมทำให้แล้วไง ดอกเบญจมาศพวกนี้ ผมตัดมาให้ปู่ด้วยมือของผมเอง ปู่ตื่นขึ้นมาดูสิ ตื่นขึ้นมาว่ามาด่าอะไรผมอีกก็ได้ แต่อย่าทิ้งผมไป...”

ขณะน้ำตาไหลพรากนั้น อนาวินทร์ได้ยินเสียงคนเดินมา ทรงรบนั่นเอง เขาบอกให้เข้มแข็งไว้ อนาวินทร์เช็ด น้ำตา วางดอกเบญจมาศไว้ที่พื้นลุกขึ้น ทรงรบขอให้เขากลับไปพักเสียเพราะหลังจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ

พออนาวินทร์ลุกเดินไป ก็มีเสียงผู้หญิงร้องเรียกทรงรบมาจากข้างหลัง เขาหันมองเป็นพุดชมพูนั่นเอง

“คุณทรงรบ! ขอโทษนะคะที่มาช้า พอรับโทรศัพท์เสร็จพุดก็ออกมาทันที เสียดายที่มาไม่ทัน...” ทรงรบบอกว่าไม่เป็นไรเพราะท่านเสียกะทันหัน พุดชมพูดถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆปู่เล็กถึง....

“พักหลังนี้ท่านเครียดมากน่ะครับ ดูเหมือนปัญหาที่บริษัทจะรุนแรงกว่าที่ท่านคิดไว้ ก็อย่างที่คุณพุดทราบว่าท่านพักอยู่โรงพยาบาลมาระยะหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆอาการท่านก็ทรุดหนัก”

พุดชมพูกราบศพปู่เล็ก เห็นดอกเบญจมาศช่อหนึ่งวางอยู่ที่พื้น เธอหยิบขึ้นดู มองไปรอบๆเห็นดอกเบญจมาศประดับอยู่เต็มไปหมดก็แปลกใจ มันเหมือนดอกที่ตัดจากไร่อุ่นรัก แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ทรงรบถามว่ามีอะไรไหม เธอบอกว่าไม่มี เขาจึงเชิญเธอตามสบาย ขอตัวออกไปรออยู่ด้านนอก

พุดชมพูนั่งมองรูป คิดถึงปู่เล็กเมื่อแปดปีก่อน เวลานั้นเธออายุ 17 ปี ในงานศพพ่อของเธอที่จัดเป็นงานเล็กๆ เมื่อแขกกลับไปหมดแล้ว เธอเข้าไปกอดปู่เล็กร้องไห้โฮ ปู่กอดตอบปลอบว่า พ่อเขาไปสบายแล้ว ถามว่าเรื่องที่ไร่เป็นยังไงบ้าง

ภัทราบอกว่ายังไม่รู้จะทำยังไง เพราะเงินที่พ่อกู้มาจากธนาคารเพื่อสร้างเรือนเพาะชำกับขยายแปลงปลูกก็หมดไปกับการรักษาพ่อแล้ว ตนไม่รู้เรื่องพวกนี้และสุขภาพไม่ดีจะทำต่อก็คงไม่ไหว พุดชมพูบอกว่าตนจะทำไร่ดอกไม้ของพ่อให้สำเร็จ ตนจะทำให้ความฝันของพ่อเป็นจริง จะเลี้ยงแม่กับน้าจิตราเอง

“เข้มแข็งมากหลานปู่ ปู่จะช่วยให้ฝันของหนูเป็นจริง” บอกภัทราว่าเรื่องเงินไม่ต้องห่วงต้องใช้เท่าไหร่ ก็มาเอาที่ตน

วันนั้น พุดชมพูกราบแทบเท้าปู่เล็กด้วยความซาบซึ้ง แต่มาวันนี้เธอกลับต้องมากราบศพของปู่... เธอบอกปู่ว่า

“ปู่เล็กคะ พระคุณของปู่ที่เมตตากับพุดมันช่างมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน พุดคงตอบแทนไม่หมด พุดขอโทษปู่ด้วยที่ยังใช้หนี้ปู่ไม่ครบ แต่พุดจะจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดนะคะ ถึงเราจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่พุดก็รักและเคารพปู่เหมือนปู่แท้ๆ พุดขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ปู่ช่วยเหลือพุดกับแม่มาตลอดนะคะ”

ทรงรบถามว่าดึกแล้วเธอจะกลับยังไง หรือจะค้างที่กรุงเทพฯก่อน พุดชมพูต้องกลับไร่คืนนี้เลย เพราะสองสามวันนี้มีนัดส่งดอกไม้ลอตใหญ่ ถามว่าทำไมเขายังไม่กลับอีก ทรงรบบอกว่ารอเจอเธอ เพราะมีเรื่องสำคัญจะขอร้อง

ooooooo

อนาวินทร์กลับถึงบ้าน เขาเดินเข้าไปในบ้านที่เงียบ เศร้า ผ่านรูปปู่เล็กที่ตั้งโชว์ เขาหยุดมอง คิดถึงอดีตเมื่อ 19 ปีก่อน ตอนนั้นเขาในวัย 7 ขวบนั่งรถไปกับพ่อ รถประสบอุบัติเหตุ พ่อปกป้องเขาจนท่านบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต

เวลานั้น อนาวินทร์รู้สึกสูญเสียหมดทุกอย่าง แต่ปู่เล็กเข้ามาโอบอุ้มปลอบให้เข้มแข็งถึงวันนี้เขาไม่มีพ่อแล้วแต่ยังมีปู่

อนาวินทร์เอารูปปู่มากอดร้องไห้ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง วันนี้...ไม่มีใครจะปลอบเขาอีกแล้ว...

นับแต่วันที่ปู่เสีย อนาวินทร์ไม่เคยลงไปที่โต๊ะอาหารเลย ป้านุ่มยกอาหารมาให้ที่ห้องนอนอ้อนวอนเขาให้กินอะไรบ้าง บอกเขาว่า “ไม่ว่าจะยังไง คุณวินก็ยังมีป้านุ่มอีกคน ป้ารู้ว่าคุณวินเป็นคนเข้มแข็ง” ปะเหลาะจนเขายอมกินอาหาร

ที่ไร่อุ่นรัก...คืนนี้ พุดชมพูนั่งดูรูปปู่หอมปู่แท้ๆของตนกอดกับปู่เล็กเพื่อนสนิท แล้วเปิดลิ้นชักหยิบจดหมายของปู่เล็กที่เขียนมาแสดงความยินดีกับเธอเมื่อสองปีก่อน ตอนหนึ่งปู่เล็กเขียนว่า

“...ที่เขียนมานี่ ปู่ก็อยากแสดงความยินดีที่พุดเรียนจบปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ได้อย่างที่ตั้งใจ ที่จริงปู่รู้อยู่แล้วว่าพุดต้องเรียนสำเร็จได้แน่ ถึงแม้จะต้องแบ่งเวลามาดูแลไร่ดอกไม้ด้วยก็เถอะ พุดเป็นคนเก่งและขยันตั้งใจ เหมือนปู่หอมของพุดนั่นแหละ พูดแล้วก็คิดถึงเพื่อนเก่านะ...ไว้ปู่จะเขียนมาใหม่นะ ด้วยรัก...จากปู่เล็ก”

พุดชมพูบอกแม่ว่าเราน่าจะเลื่อนการขยายไร่ออกไปก่อนเอาเงินส่วนนี้ไปใช้หนี้ปู่เล็กให้หมด ซึ่งภัทราก็เห็นด้วย

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 1 วันที่ 27 ม.ค.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ