อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ม.ค.60

เทวาข้องใจว่าทำไมกาญจนาถึงได้ให้ความหวังแขไขไฉไลกับพ่อมากขนาดนั้น กาญจนาบอกว่าเขามาดีเราก็ต้องมีน้ำใจให้ กมลชนกบอกว่าราคาที่เสนอก็สูงกว่าราคาประเมินหลายเท่า เทวาบ่นว่าเขี้ยวเกินไป

“พูดถึงเรื่องเขี้ยว ฉันล่ะนึกถึงคุณนายทองม้วนว่าที่แม่ยายเอ็มดี ทั้งงกทั้งเค็มทั้งเขี้ยวแถมจุ้นจ้านอย่าบอกใคร แล้วถ้าแต่งไปจะทนเขาไหวรึ” กาญจนากังวล กมลชนกแก้ต่างให้ว่าคุณนายเป็นคนปากร้าย ขี้งกไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับใครจิตใจดี กาญจนาประชดว่า “จ้า...ก็อย่าโลกสวยจนเกินไป แล้วก็กรุณาเก็บไปคิดและเตรียมใจไว้ให้ดีถ้าคิดจะเอาจริง”

ถูกแม่ประชด กมลชนกก็หันมองเทวาหาตัวช่วย แต่เทวาก็ทำได้แค่นั่งเงียบยักคิ้วแผล็บๆเท่านั้น



ทองตราเข้าไปหากาญจนาท้วงติงเรื่องรถประจำตำแหน่งที่ซื้อให้ บอกว่าไม่มีความจำเป็นและสิ้นเปลืองเปล่าๆ กาญจนาไม่รู้เรื่องแต่ก็พอเดาได้ บอกว่าไม่เป็นไรให้ถือว่ากมลชนกตอบแทนน้ำใจที่เธอตั้งใจทำงานก็แล้วกัน

พอทองตราไป กาญจนาก็พูดกับเทวาอย่างชื่นชมว่า “คนจะดีเขาดีมาจากข้างในจริงไหม”

กมลชนกเดินแผนรุกทองตราต่อเนื่อง วันนี้ก็ให้เธอออกไปซื้อของให้คนสำคัญแต่ไม่บอกว่าเป็นใคร พาไปซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงในห้าง ให้เลือกตามที่เธอเห็นดีและไซส์ขนาดเธอ

ทองตราคิดว่าเขาจะซื้อไปง้อแขไขไฉไล ชมว่าทำถูกแล้ว ผู้หญิงงอนก็ต้องรีบง้อ หรือจะให้ตนไปชี้แจงก็ยินดีเป็นกาวใจให้ กมลชนกชมว่าเธอช่างเป็นคนดีจริงๆ เธอบอกว่า “ก็ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเข้าใจผิดกันเพราะฉันนี่คะ”

เมื่อซื้อเสื้อผ้าได้แล้ว กมลชนกไปจ่ายเงินและให้ที่อยู่ให้ทางร้านช่วยส่งไปตามนี้ด้วย

แขไขไฉไลกับเบสมาพบกันที่ล็อบบี้โรงแรม ต่างไม่พอใจความสัมพันธ์ของกมลชนกกับทองตรา เบสพูด เครียดว่ายังไงตนก็ไม่ยอม เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ แขไขไฉไลก็ไม่ยอม ฉะนั้นเราต้องร่วมมือกันจัดการปัญหานี้

แต่พอเบสเห็นแขไขไฉไลเอาจริง ก็เป็นห่วงทองตรา กันเธอออกมาบอกว่าเธอเป็นคนดี ที่เป็นเช่นนี้เพราะถูกกมลชนกบังคับ ถูกติงว่ามันก็พอกันแหละของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แล้วก็ช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงดี

แขไขไฉไลแกล้งโทร.ถามกมลชนกว่าอยู่ไหน เขาบอกว่าอยู่ห้าง เธอรู้สึกดีที่เขาไม่โกหกบอกว่าตนก็อยู่ห้างเดียวกัน เดี๋ยวจะไปหา

ooooooo

พอไปเจอกัน แขไขไฉไลก็วิ่งเข้าไปกอดแขนกมลชนก บอกว่าวันนี้เจอเบสแล้วยังบังเอิญเจอแฟนเบสอีก พยายามจับคู่ให้เบสกับทองตรา ทองตราอึดอัดเลยบอกว่าวันนี้ตนนัดแบมบี้กับมินนี่ไว้ ถามเบสว่าจะไปไหม เบสตอบรับทันที

พอดีแบมบี้กับมินนี่เดินมาเจอกัน แบมบี้พุ่งไปกอดแขนกมลชนกนึกว่าเป็นนายมล พอทองตราบอกว่าไม่ใช่นายมล แบมบี้หน้าเหวอร้อง “มายก๊อด ถอดบล็อกเจ๊มลมาเด๊ะเลย” แล้วแบมบี้กับมินนี่ก็ไหว้ชดช้อย เอ่ย “สวัสดีค่ะคุณกมลชนก”

แขไขไฉไลมองงงถามว่านี่มันอะไรกัน เบสจะ อธิบายก็ถูกกมลชนกตัดบทชวนแขไขไปกันเถอะ ตนจะรีบไปส่งเธอแล้วจะกลับมาทำงาน กำชับทองตราว่าอย่ากลับบ้านดึก เดี๋ยวคนที่บ้านเป็นห่วง

ทั้งสี่ชวนกันไปที่ร้านอาหาร คุยกันประสาเพื่อนเก่า เบสบอกว่าตนเจอกับทองตราบ่อย ถามทั้งสองว่าทองตราเล่าให้ฟังหรือยังว่าเรากลับมาเป็นแฟนกันแล้ว มินนี่ถามว่าขี้ตู่หรือเปล่า แบมบี้ก็ว่าเบสมโนไปเองหรือเปล่า ทั้งแบมบี้และมินน่ีเชียร์ทองตรากับเอ็มดีของเธอจนเบสหน้าเจื่อน ทองตราตัดบทว่าจะนินทาเจ้านายตนไปถึงไหน ชวนกินกันดีกว่า

กินเสร็จแบมบี้กับมินนี่ไปส่งทองตราที่บ้าน นายมลเอาน้ำมาเสิร์ฟ แบมบี้ดีใจวิ่งเข้าไปนัวเนีย แต่ยังคุยติดพันเรื่องเจ้านายของทองตรา บอกให้นายมลนั่งก่อน เขา ถือโอกาสนั่งฟังพวกเธอคุยกัน แบมบี้และมินนี่เชียร์ทองตรากับกมลชนกสุดๆ

ไม่นานก็มีแมสเซนเจอร์มาส่งของ ทองม้วนรับ เปิดดูแล้วเอามาให้ทองตรา เธองงมากเพราะเป็นเสื้อผ้าที่ไปซื้อกับกมลชนกคิดว่าเขาส่งผิดคน รีบลุกไปโทร.ถาม

กมลชนกที่นั่งอยู่รีบปลีกตัวไปรับสถานการณ์ ทองตราโทร.ถามกมลชนกว่าส่งผิดหรือเปล่า เขายืนยันว่าไม่ผิด เธอบอกว่าตนไม่ขอรับเพราะราคาแพงเกินไปไม่เหมาะกับตน

“คุณกำลังจะทำให้ผมเสียความตั้งใจ ผมตั้งใจจะซื้อชุดนี้ให้ผู้หญิงของผมแต่คุณกลับปฏิเสธ ในฐานะผมเป็นเจ้านาย ผมขอสั่งให้คุณรับ แล้วพรุ่งนี้ช่วยใส่มาทำงานด้วยนะครับ”

เจอไม้นี้ ทองตราก็พูดไม่ออกวางโทรศัพท์เซ็งๆ กลับไปที่ห้องรับแขก ทุกคนรุมถามว่าตกลงเป็นของใคร พอเธอเล่าให้ฟัง รณยุทธบอกให้คืนเขาไป ถูกทองม้วนด่าว่าจะบ้าหรือ ทุกคนลงความเห็นว่ากมลชนกชอบเธอให้เธอรับไว้พิจารณาและตัดนายเบสออกไปได้เลย ทองม้วนหว่านล้อมเสียงอ่อนโยนว่า

“เอาน่าลูก รับไว้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่า คิดมากสิ”

นายมลกลับมานั่งฟังอีก เห็นใครๆก็ลุ้นให้ทองตรารับกมลชนกไว้พิจารณาก็เศร้าใจ

“ฉันว่าตอนนี้แกยังไม่มีใคร แล้วคนในครอบครัวก็เห็นตรงกันหมดว่าคุณกมลชนกเขาเหมาะสมกับแก คราวนี้ก็อยู่ที่แกว่าจะเปิดใจรับเขาได้ไหม” แบมบี้พูดเป็นการเป็นงานจนทองตรานิ่งไป

ส่งแบมบี้กับมินนี่กลับแล้ว ทองตราเดินกลับมา เจอนายมลเดินเข้ามาหาบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก มีครอบครัวดี มีงานดี แถมยังมีเจ้านายดีอย่างหาที่ติไม่ได้อีกด้วย ได้ยินว่าเขาดีมาก รวยมาก ผู้หญิงที่ไหนได้เป็นคู่ชีวิตถือว่าโชคดีมาก ถ้าเขาสนใจเธอจริงๆ ตนก็ยินดีด้วยเพราะอีกหน่อยเธอจะได้สบาย

ทองตราบอกนายมลว่าชีวิตคู่ไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิด สิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้

นายมลบอกว่าแต่ความรวยก็ทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกินและทุกคนก็ชื่นชมเขา ตนดีใจกับเธอด้วย

“แต่ทุกคนไม่ถามฉันสักคำว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา”

“ระหว่างคนที่เรารัก กับคนที่รักเรา คุณตราควรเลือกใครล่ะครับ”

ทองตราบอกว่ามันเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ นายมลรำพึงรำพันความสิ้นหวังของตน ถามทองตราว่าตนจะมีโอกาสร่ำรวยอย่างเจ้านายเธอไหม มันคงเป็นแค่ความฝันสำหรับตน ทองตราปลอบว่า

“นายจะท้อแท้สิ้นหวังได้ยังไง ทุกคนเกิดมาเท่ากันมีมือมีเท้ามันสมองเหมือนกัน อยู่ที่นายจะมุ่งมั่นหาโอกาสให้ตัวเองขนาดไหนต่างหาก”

“ถ้าผมขอโอกาสอีกสักสิบปี ยี่สิบปี คุณตราจะยังรอผมได้ไหมครับ” ทองตราตะลึงอึ้ง กมลชนกยังรำพึงรำพันต่อ “ความฝันกับความจริง ยังไงมันก็เป็นเหมือนเส้นขนานไม่มีทางจะบรรจบกันได้หรอกจริงไหมครับ ได้ยินเรื่องดีๆของคุณตราวันนี้แล้วผมดีใจและทำให้ผมเห็นทางออกของชีวิตตัวเองแล้วล่ะครับ ผมควรจะไปจากที่นี่เสียที เพราะนับวันผมก็เหมือนฝุ่นละอองไม่มีค่าอะไรเลย”

ทองตราตกใจถามว่าเขาจะลาออกหรือ จะไปไหน ไปทำอะไร กมลชนกยิ่งคร่ำครวญ บอกว่าเธออย่าสนใจตนเลย แต่ตอนนี้ “ผมบอกได้อย่างเดียวว่าความทรงจำของผมทุกอย่างที่นี่ จะเป็นกำลังใจให้ผมตลอดไปครับ ถ้าคุณตราไม่รังเกียจ ผมขออนุญาตคุณตราอย่างนึงได้ไหมครับ”

ทองตรามองนิ่ง กมลชนกเอื้อมไปจับมือเธอ มองหน้าเว้าวอนก่อนก้มลงจูบอย่างอ่อนโยน แผ่วเบา ทองตราได้แต่นิ่ง ไม่ขัดขืน เขาค่อยๆปล่อยมือเธอ บอกว่า

“ดึกมากแล้ว คุณตราเข้าบ้านเถอะครับ”

ทองตราค่อยๆเดินจากไป เขามองตามตาละห้อย เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งก่อนเดินเข้าบ้านไป...

เข้าห้องนอนแล้ว ทองตรานั่งที่เตียง คิดถึงคำพูดของนายมลเมื่อครู่นี้ คิดถึงกมลชนกที่พาไปซื้อเสื้อผ้าที่เธอแขวนไว้ในห้อง ยิ่งคิดยิ่งว้าวุ่น ตัดสินใจลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ส่งไลน์ไปให้นายมล...

“จะทำอะไร คิดและตัดสินใจให้ดี ว่ามันจะดีและมั่นคงกว่าเดิม อย่าใช้อารมณ์”

พอกมลชนกอ่านไลน์ก็ยิ้มอิ่มเอมใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา ขณะทองม้วนออกมาเล่นโยคะที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทองม้วนหากำไลไม่เห็น คิดว่าเป็นนายมลจึงเดินไปเปิดประตู

พอเปิดประตูเล็กเห็นหน้านายมลก็เปิดฉากด่าทันทีว่า ไม่มีมือเปิดเองรึไง หรือคิดว่าตนเป็นคนใช้!

“สวัสดีครับคุณแม่ ผมกมลชนกครับ” เอ่ยพลางยกมือไหว้ ทองม้วนอึ้ง เหวอ รีบปรับอารมณ์และสีหน้า ยิ้มแหยทัก ขอโทษที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นนายมลคนครัว กมลชนกยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจครับ”

ทองม้วนถามว่ามาหายัยตราหรือ เขาบอกว่าใช่และตั้งใจจะมากราบคุณพ่อกับคุณแม่ด้วย ทองม้วนยิ้มแก้มแทบแตก ผายมือเชิญเข้าบ้าน เดินต้อนหน้าต้อนหลังปลื้มกับมาดแมนแฮนด์ซั่มของเขาจนแทบจะอุ้มเข้าไปเลย

ทองตราใส่ชุดที่กมลชนกซื้อให้ตามคำสั่งของเขาเดินมา ทองม้วนถลาไปเอามือปิดตาพาเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกบอกให้ทายซิว่าใครมา เธอทายว่าไม่ใช่เบสก็ต้องเป็นแบมบี้กับมินนี่

“ผิดทุกข้อ” ทองม้วนเอามือออก ทองตราเห็นก็พึมพำว่านายมล ทองม้วนหัวเราะคิกคัก “เห็นไหมแม้แต่หนูก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าคุณกมลชนกเป็นนายมลเหมือนแม่เลย ไหนๆก็มาแล้วเดี๋ยวอยู่กินอาหารเช้าด้วยกันก่อนนะลูก”

“ครับคุณแม่”

ทองตราเดินงงๆไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับกมลชนก ทองม้วนจึงขอตัวไปในครัว พอดีทองทิวกับรณยุทธเดินเข้ามา กมลชนกไหว้รณยุทธ ส่วนทองทิวเดินไปกอดเพื่อน แซวว่าจะมารับน้องตนขออนุญาตหรือยัง เห็นไหมว่ามีขาใหญ่คุมอยู่ พลางชายตาไปที่พ่อ รณยุทธพูดสบายๆว่า

“ไม่เป็นไร เพราะยังไงผมก็รู้สึกว่าคุ้นเคยกับคุณดี เหมือนรู้จักกันมานานมาก...”

ทองตรามองหน้าพ่องงๆ กมลชนกยิ้มเจื่อน ทองทิวเลยตัดบทชวนไปกินอาหารเช้ากันดีกว่า

ooooooo

ทองตรายังกังวลเรื่องนายมลจะลาออก สั่งกำไลว่าถ้าเจอนายมลให้คอยดูเขาไว้ให้ดีอย่าให้ไปไหน กำไลถามว่าทำไมต้องคอยดู ทองตราตัดบทว่าอย่าถามมาก ตนสั่งอะไรก็ทำตามนั้น เข้าใจไหม

เมื่อทองตรานั่งรถไปกับกมลชนก ทองม้วนเพ้อกับรณยุทธว่าคู่นี้สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก รณยุทธขัดคอว่าแม่ม้วนคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้ง เลยถูกเอ็ดว่าตนแค่พูดให้ฟังไม่ได้ขอความเห็น มองตามรถยิ้มปลื้มเพ้อ...

“ว้าว...ลูกกมลชนกของฉัน...หล่อ...หรู...รวย มาแรงแซงทุกคนจริงๆ”

เมื่อไปถึงโรงแรม กมลชนกเดินยิ้มกริ่มเข้าไปกับทองตรา เขามองเธอในชุดที่ซื้อเมื่อวาน ชมว่าวันนี้เธอสวยจริงๆ ขณะกำลังจะพูดต่อก็ชะงักค้าง เมื่อน้องเอยหญิงสาวสวยกรี๊ดกร๊าดวิ่งเข้ามากอดแขนเขาแล้วหอมแก้มซ้ายขวา ถามว่าหายไปไหนนานรู้ไหมว่าน้องเอยคิดถึง

“ขอบคุณครับ” กมลชนกยิ้มแหยเขิน ทองตราลอบมอบอย่างกระอักกระอ่วนใจ

น้องเอยเกาะแขนกมลชนกแจเดินไปรอลิฟต์ด้วยกัน ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวอีกคนกรี๊ดกร๊าดเข้ามาทัก ชวนคืนนี้ไปดูหนังรอบค่ำด้วยกัน เลยเกิดศึกชิงหนุ่มกันที่หน้าลิฟต์ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ของตัว จนกมลชนกต้องบอกให้พอแล้ว สองสาวก็หยุดทันที พอดีลิฟต์มา กมลชนกรีบเข้าไป สองสาวเบียดแย่งกันตามไป ทองตราได้แต่มองอย่างเหนื่อยใจ

เมื่อขึ้นถึงห้องทำงาน ทองตราจำต้องกันสองสาวไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกแล้วขอตัวไปทำงาน ทองตรายังกังวลเรื่องนายมล ไลน์ไปบอกว่า “อย่าเพิ่งไปไหน ให้รออยู่ที่บ้าน เย็นนี้ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

กมลชนกบอกให้ทองตราไปกันสองสาวให้กลับไปเสีย เธอบอกว่าตนเป็นแค่เลขาไม่มีอำนาจทำอย่างนั้นและนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา อย่าให้ตนเข้าไปยุ่งเลยมันไม่เหมาะ

“ผมจะทำให้คุณเหมาะ และมีอำนาจ เพราะนี่มันคืองาน คือหน้าที่ของคุณ” แล้วเขาก็เอากล่องแหวนเพชรออกมาบอกเธอว่า “คุณช่วยบอกกับทุกคนว่าเราเป็นคู่หมั้นกันด้วยการสวมแหวนวงนี้” ทองตราติงว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา “แต่มันใช่สำหรับตอนนี้ แล้วผมก็รู้ตัวดีและมีสติทุกอย่าง ผมถึงได้บอกให้คุณช่วย จะได้ตัดปัญหาเรื่องผู้หญิงออกไป ผมจะได้ทำงานจริงจังเสียที”

ทองตราอึดอัดใจ กมลชนกออดอ้อนขอให้เธอช่วยเพราะตนหงุดหงิดใจทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอจึงตกลง เขาดีใจมาก จับมือเธอสวมแหวนเพชรให้ที่นิ้วนางทันที เสร็จแล้วเอ่ยตาเชื่อม

“ขอบคุณนะครับคุณตรา ที่ยอมทำเพื่อผม ขอบคุณจริงๆ”

“ฉันทำเพราะมันเป็นหน้าที่ค่ะ” ทองตราตอบหน้า นิ่งแล้วเดินออกไป กมลชนกมองตามยิ้มเจ้าเล่ห์

ขณะทองตราออกไปบอกสองสาวให้กลับไป เธอไม่เพียงไม่กลับแต่ยังวิ่งแข่งกันเข้าไปแย่งเกาะกอดกมลชนกนัวเนีย

ทันใดนั้น แขไขไฉไลผลักประตูเข้ามาเห็นสองสาวนัวเนียกมลชนกก็หึงลมออกหูไล่ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับผู้ชายของตน กมลชนกบอกให้ใจเย็นๆ เพราะนี่คือลูกค้าของตน

สองสาวไม่ยอมเป็นลูกค้าแต่จะเป็นเจ้าของ เลยทะเลาะกันเองจนจะตบตีกัน ทองตราตวาดให้หยุด ที่นี่เป็นที่ทำงาน

“นี่เธอคิดว่าเป็นใครทำตัวใหญ่เสียเหลือเกิน กะอีแค่เลขาหน้าห้อง” แขไขไฉไลมองเหยียด

ทองตรารวบรวมความกล้าหน้าทน เพราะคิดว่านี่เป็นสิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ ทำหน้าเข้มโต้ว่า

“ฉันไม่ได้เป็นแค่เลขา แต่ฉันเป็นคู่หมั้นคุณกมลชนก เชิญทุกคนออกไปจากห้องคู่หมั้นฉันเดี๋ยวนี้!”

สองสาวเผ่นแน่บ แขไขไฉไลมองทองตรานิ่งก่อนเดินเชิดออกไปอย่างแค้นใจ

สองสาววิ่งออกจากห้อง ก็ไปหาเทวาที่มุมลับตาในโรงแรม รับค่าจ้างบอกว่ามีงานอีกก็เรียกได้ แล้วเริงร่าแยกกันไป

แขไขไฉไลไปฟ้องกาญจนาว่าเลขาของกมลชนกบอกว่าเป็นคู่หมั้นของเขาจริงหรือ กาญจนางงๆแต่แก้ปัญหาได้อย่างเฉียบขาดชัดเจนว่า

“เรื่องนี้แม่ไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย ก็เคยบอกแล้วไง ว่าถ้าเขารักใครและคนคนนั้นเป็นคนดี แม่ก็รักด้วย”

แขไขไฉไลหน้าแตกเลยกลับไปด้วยความแค้นยิ่งขึ้น ลงไปนั่งหน้าถมึงทึงที่ล็อบบี้ จนไววิทย์ถามว่าเจ็บมากใช่ไหม ทนไหวไหม บอกว่าถ้าเรื่องรักมันไปไม่ได้อย่างที่หวังอยากจะถอดใจพ่อก็ไม่ว่า แต่ขอให้เราเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากันจะได้ไหม

“แขจะไม่มีวันถอดใจ เขาหมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้แล้วแขก็ต้องได้ทุกอย่างไม่ว่าคนหรือเงิน อีกไม่นานเขาจะได้รู้ว่า คนอย่างแขถ้าเอาจริงมันเป็นยังไง ใครจะเจ็บกว่ากัน”

“งั้นเราก็เดินหน้าต่อไปลูก”

สองพ่อลูกพยักหน้าให้กัน เธอบอกให้พ่อกลับไปก่อนตนมีธุระต้องทำต่อ แล้วกดโทรศัพท์หาเบสทันที

เบสมาเร็วทันใจ พอได้ฟังแขไขไฉไลเล่า เบสไม่เชื่อ มั่นใจว่าเป็นแผนของกมลชนกมากกว่าเพราะเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย เธอเสนอว่าอย่างนี้เราก็ต้องจับโกหกเขาให้ได้ พอดีเห็นกมลชนกเดินอารมณ์ดีออกมาจึงสะกดรอยตาม

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ม.ค.60

ละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย กนกเรขา
ละครเรื่อง พ่อครัวหัวป่าก์ บทโทรทัศน์โดย เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศ
กำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา
ผลิตโดย : บริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์
ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ