อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 15 ม.ค.60

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 15 ม.ค.60

“เราแม่ลูกก็เอาแต่ใจพอกัน คุณอรินห้ามแล้วแต่แม่ก็ยังดื้อจะเข้ามา เพราะแม่ห่วงลูก เสี่ยงแค่ไหนแม่ไม่เคยกลัว ขอให้ได้อยู่ใกล้ลูก ปกป้องลูกด้วยชีวิตของแม่”

จัสมินน้ำตาร่วงพรูรู้สึกผิด พระองค์กุมมือปลอบเราต้องปลอดภัย วาเดียหมั่นไส้เข้าไปกระชากตัวจัสมินให้ไปอยู่อีกทาง ศรีวิจันทร์โวยไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง วาเดียด่ายายแก่ปากเสีย

“หนอย นังโจรปากร้าย พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างรึไง” ศรีวิจันทร์โกรธ



ราชิดเอ็ดวาเดียให้หยุด อย่าทำให้งานใหญ่เสียเพราะอารมณ์ วาเดียฮึดฮัดไม่พอใจ...ด้านนอกโกดังทหารหน่วยรบเล็งปืนสไนเปอร์ผ่านกระจกเข้าไปยังคนที่ถือธงจีโบ องค์อิสราส่องกล้องอยู่ยกมือห้ามไม่ให้ยิงพวกมันต้องการเจรจา อรินอาสาเข้าไป นาธานแย้งจะเข้าเอง องคมนตรีห่วงลูกสั่งให้รอฟังคำสั่งอย่างเดียว ชัยชนะเกรงพวกราชิดจะจับอรินไว้อีกคน แต่เขาไม่กลัวต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม เพราะตนปกป้องเจ้าหญิงไม่ดีเอง ทำให้ถูกจับไปได้

องค์อิสรากำชับ “อย่าวู่วาม นำสิ่งที่พวกจีโบต้องการมาบอกเรา อย่ารับปากอะไรเด็ดขาด”

“กระหม่อมจะทำให้ดีที่สุด”

“ระวังตัวด้วย ขอให้ความดีคุ้มครองท่านให้ทุกคนปลอดภัย” อิสราธิบดีอวยพร

และแล้วลูกน้องราชิดสองคนถือปืนจี้อรินเดินมาประจันหน้ากับราชิด โมซันกับวาเดียยืนคุมองค์ราชินีกับเจ้าหญิง

อรินมองสำรวจรอบห้องก่อนจะเอ่ยถามว่าได้ตัวโมซันแล้ว ทำไมไม่ปล่อยเจ้าหญิงและยังจับองค์ราชินีมาอีก ราชิดเสียงกร้าวให้กลับไปบอกองค์อิสราว่าจีโบ ต้องการดินแดนทางเหนือทั้งหมดคืน นับเขตตั้งแต่ภูผาสีเงินเป็นต้นไป จัสมินแย้งว่าภูผาสีเงินคือเขตปกครองของซามาร์มาเป็นร้อยปี จะเป็นของจีโบได้อย่างไร ราชิดยังเถียงข้างคูว่าบรรพบุรุษตนเคยครอบครองแล้วซามาร์มายึดไป จัสมินเชื่อว่าท่านพ่อไม่ยอมทำแบบนั้นแน่

“ถ้างั้น ซามาร์ก็จะไม่มีอัมราภาชินีและองค์หญิงจัสมินอีกต่อไป”

อรินขอแลกตัวประกันเป็นตน ราชิดเยาะตัวเขาไม่มีค่าอะไร...อรินโดนผลักกลับออกมา เขามารายงานองค์อิสราตามที่ราชิดบอก ยืนยันว่าองค์ราชินีกับเจ้าหญิงยังปลอดภัย แต่ข้างในสถานการณ์ตึงเครียดมาก เหตุการณ์พลิกผันได้ตลอด พวกมันคุ้มกันแน่นหนายากที่จะเสี่ยงลงมือทำอะไร องคมนตรีมองเวลาแล้วทูลว่าเหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงขอให้ตัดสินพระทัย

โมซันเริ่มเครียดกลัวจะถูกจับกลับไปขังอีก เห็นพวกซามาร์ไม่ตัดสินใจทำอะไรเสียที จึงบ้าคลั่งถือปืนวิ่งออกจากห้อง ราชิดวิ่งตามจะห้าม องค์ราชินีตามไปดู จัสมินจะวิ่งไปหา วาเดียไม่ให้ไปแต่เธอไม่สนไม่กลัวเกรงวิ่งไป วาเดียโกรธเข้าไปกระชากจะให้กลับเข้ามา

ระหว่างนั้นองค์อิสราส่องกล้องมองเห็นภาพจัสมินถูกกระชากหงายก็เข้าใจว่าโดนยิงจึงสั่งบุก เกิดการยิงใส่กันสนั่นอีกครั้ง อรินกับชัยชนะบุกเข้าไปจะช่วยสองพระองค์ ราชิดกับโมซันจึงลากแต่ละองค์หนีไปคนละทาง วาเดียตามราชิด

จัสมินสะดุดรากไม้ล้มลงข้อเท้าเจ็บ วาเดียหมั่นไส้ดึงแขนให้ลุก อรินตามมาทันเสียงกร้าวให้ปล่อยเจ้าหญิง ราชิดพุ่งเข้าจับเธอเป็นตัวประกันเอาปืนจ่อ ชัยชนะมาถึงยกมือห้ามอย่าทำอะไรเจ้าหญิง มีอะไรให้เจรจากัน ราชิดตวาดกลับจะไม่มีการเจรจาอีก อรินคำราม ถ้าจะเอาตัวเธอไปต้องข้ามศพตนก่อน...

อิสราธิบดีตามไปช่วยองค์ราชินีที่โมซันพาตัวไปโดยมีศรีวิจันทร์วิ่งตาม...นาธานตามมาช่วยคุ้มกันองค์อิสรา เขายิงปืนสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปฟลุคโดนจีโบตายไปหนึ่ง องค์อิสราชมว่าแม่นมาก สมแล้วที่เป็นองครักษ์เจ้าหญิงจัสมิน พลันพวกจีโบจะยิงใส่พระองค์ องคมนตรีร้องลั่นให้ระวัง พระองค์หลบแล้วยิงสวนโดนพวกมันล้มลง นาธานชี้ว่าองค์ราชินีถูกพาเข้าไปในห้อง

โมซันเริ่มหวาดกลัว ศรีวิจันทร์ใช้จังหวะนั้น ซัดมีดพกที่ติดตัวมาใส่ข้อมือโมซันที่ถือปืนหล่นอย่างไม่คาดคิด แล้วรีบมากดปุ่มเปิดประตู โมซันเจ็บปวดวิ่งเตลิดหนี ...องค์อิสราเข้ามาช่วยองค์อัมราภาชินี พระองค์ดีใจและไม่ลืมขอบใจศรีวิจันทร์ องคมนตรีกับนาธานวิ่งตามโมซันไป

ราชิดจะโยนระเบิดใส่อริน จัสมินเตะข้อมือ ระเบิดลอยไปตกห่างจากอรินและชัยชนะ เสียงระเบิดดังสนั่น ราชิดฉวยโอกาสลากจัสมินวิ่งหนี เธอพยายามบอกเขาว่า ทหารซามาร์ล้อมไว้หมดแล้ว มอบตัวเสียดีกว่า วาเดียตวาดให้เงียบ ราชิดเข่นเขี้ยวถ้าตนเป็นศพ เธอก็ต้องตายพร้อมกัน ราชิดคิดบางอย่างได้ ดึงผ้าคลุมผมเธอออกให้วาเดียคลุมแทนและให้วิ่งไปกับลูกน้องคนหนึ่ง ส่วนตัวเขาดึงจัสมินวิ่งไปอีกทาง

พออรินกับชัยชนะตามมา อรินตามไปช่วยจัสมิน ส่วนชัยชนะวิ่งตามไปจัดการราชิด แต่แล้วพออรินตามมาถึงก็รู้ว่าถูกหลอก เกิดการต่อสู้กับลูกน้องราชิดและวาเดีย ล้มทั้งสองลงได้อย่างง่ายดาย ทันใดได้ยินเสียงปืนที่องคมนตรีกับทหารตามไปยิงใส่โมซันบาดเจ็บหนีไปได้ก็ตกใจ

ด้านชัยชนะตามมาทันต่อสู้กับราชิดและรู้ว่าจัสมินอยู่ทางนี้ กระสุนปืนของทั้งสองหมด ราชิดจึงล็อกคอจัสมินใช้มีดขู่บังคับจะเอาตัวไป อรินตามมาทัน และองค์อิสรา องคมนตรี นาธานและทหารก็มาถึงล้อมไว้ องคมนตรีสั่งอย่ายิงเกรงจะโดนเจ้าหญิง ราชิดกราดเกรี้ยวใส่องค์อิสราว่าใช้วิธีหมาหมู่ไม่เลิก พระองค์สวนว่ายังดีกว่าเขาที่ใช้วิธีป่าเถื่อนเยี่ยงโจร

ระหว่างที่ทั้งสองโต้เถียงกัน อรินลอบอ้อมมาด้านหลังราชิด แย่งมีดแต่ปลายมีดตวัดโดนแขนเลือดไหล ก็ไม่หยุดตะลุมบอนกับราชิด จัสมินรีบวิ่งไปหาท่านพ่อ ชัยชนะเข้าช่วยอรินจับราชิดกดลงพื้น องค์อิสราบอกให้เอาตัวไปรอขึ้นศาล เขามองหน้าพระองค์อย่างเคียดแค้น...

เหตุการณ์สงบลง องคมนตรีขอประทานอภัยที่ทำให้ทุกพระองค์อยู่ในอันตรายสมควรพิจารณาตัวเอง องค์อิสราบอกเขาทำดีที่สุดแล้ว ทุกคนก็ปลอดภัย จัสมินเรียกหน่วยแพทย์มาทำแผลให้อรินอย่างร้อนรน องค์อิสรามองอย่างรู้แก่ใจว่าลูกสาวรักอรินมาก

ทหารคุมตัวราชิดผ่านไป องคมนตรีกล่าวว่าต่อไปซามาร์คงไร้เสี้ยนหนาม ราชิดสมควรรับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต องค์อิสราแทรก “ยังไม่มีการประหารอะไรทั้งนั้น คุมตัวกลับไป เรามีเรื่องต้องถามอีกมาก”

“ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรกระหม่อม” องคมนตรีหน้าตื่นสงสัย

“ทุกเรื่อง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพวกมัน”

ราชิดหยุดเดินหันมองกล่าวเสียงดังลั่นอย่างเจ็บแค้น “ซามาร์จงพินาศ จีโบไม่มีวันตาย”

องคมนตรีสั่งให้ทหารเอาตัวไป ราชิดหันไปกระชากปืนจากเอวทหารหันมาจะยิงใส่องค์อิสรา องคมนตรีเข้าขวางทำให้ราชิดชะงักสบตา แล้วองคมนตรีก็ลั่นกระสุนใส่หัวใจราชิดล้มลงตาเบิกโพลงอย่างคาดไม่ถึง

องค์อิสราตกใจไม่ได้อยากให้ราชิดตาย องคมนตรีขอประทานอภัยอ้างความจำเป็นต้องทำ อรินจับหน้าจัสมินให้มองไปทางอื่นไม่อยากให้เห็นภาพคนตาย

ooooooo

จัสมินนำขนมพื้นบ้านมาให้อรินชิม ชายหนุ่ม เห็นเป็นโอกาสเหมาะที่อยู่กันตามลำพัง แซวเจ้าหญิงว่าตนรู้แล้วเธอเก่งเหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือนองค์ราชินี

พูดเรื่องความเก่งกาจของทำให้อรินนึกแปลกใจว่าทำไมกลุ่มจีโบถึงมีอาวุธทันสมัยครบมือ พวกมันเอาเงินจากไหนมาซื้อหา จัสมินได้ฟังก็ฉุกคิดใครกันที่เป็นนายทุนให้

ภายในห้องทำงาน อิสราธิบดีนั่งดูเอกสารเกี่ยวกับจีโบและครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ตอนที่ราชิดถูกองคมนตรียิงใส่ สายตาเขาดูตกใจคาดไม่ถึง...พระองค์ทรงเรียกอรินเข้าพบ ปรึกษาเรื่องกลุ่มจีโบที่ปราบไม่สิ้นซากเสียที สงสัยเกลือจะเป็นหนอน จึงอยากให้เขาช่วยสืบ เพราะเขาเป็นคนนอก ทำงานง่ายกว่าคนใน พร้อมจัดอาวุธอุปกรณ์ให้ครบครัน

ชัยชนะทึ่งเมื่อเห็นรถบิ๊กไบค์คันสวยสองคัน ไม่ทันที่จะขี่ก็มีบิ๊กไบค์อีกคันมาต่อท้าย ชายที่ขี่มาถอดแว่นยิ้มถามว่าพร้อมกันหรือยัง สองหนุ่มตะลึงไม่คิดว่าองค์อิสราจะไปด้วย

“นึกว่าเราจะปล่อยให้สองคนไปกันเองหรือไง ป่าแถวภูผาสีเงิน ถ้าไม่ชำนาญเส้นทาง ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ...” อรินมองไปรอบตัว พระองค์ถามเขาหาอะไร เขาหาขบวนตามเสด็จ

องค์อิสราบอกจะไปสืบความลับใครจะเอาขบวนตามเสด็จไป สองหนุ่มเกรงจะไม่ปลอดภัย พระองค์บอกตนเอาตัวรอดได้ มันอันตรายมากไม่อาจปล่อยให้เขาสองคนไปเสี่ยงลำพังแล้วให้ตนสบายอยู่ในวัง กษัตริย์อย่างตนไม่รักตัวกลัวตาย ทั้งสองทึ่งในตัวพระองค์มาก

ในขณะที่โมซันได้เป็นหัวหน้ากลุ่มจีโบคนต่อไป มีคนนำเงินก้อนแรกมาให้เขาฟื้นฟูจีโบให้ผงาดอีกครั้ง โมซันไม่ต้องการเป็นหุ่นเชิดเหมือนราชิด ต้องการพบผู้สนับสนุนถ้าต้องการคบค้ากันอยู่ คนที่นำเงินมาถอนใจ นำความกลับไปรายงานเจ้านาย...

ที่ลานจอดรถ องคมนตรีขึ้นรถขับออกไป องค์อิสราจอดบิ๊กไบค์ซุ่มดูอยู่กับอรินและชัยชนะ พระองค์เฉลียวใจไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด พากันสะกดรอยตาม ขณะเดียวกันนาธานเห็นกลุ่มอรินตามรถพ่อจึงแอบขับรถตามไปห่างๆด้วยความสงสัย

องคมนตรีขับรถเข้ามาในป่าลึก แล้วเดินต่อไปยืนรอบางอย่าง องค์อิสรากับอรินและชัยชนะตามไปซุ่มดู นาธานก็ย่องตามไปอีกด้าน นึกแปลกใจว่าพ่อมาพบใคร... ไม่นานโมซันเดินเข้าไปแค่นหัวเราะเพิ่งรู้ว่าคนที่ส่งเงินเลี้ยงดูกลุ่มจีโบจะเป็นเขา องคมนตรีเสียงเข้ม ถ้าไม่ใช่เพราะตน พวกเขาคงแตกสลายไปนานแล้ว โมซันสวนอย่าหลงตัวเอง ไม่มีเขา จีโบก็อยู่ได้

“ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจีโบคนใหม่ ข้าย่อมอยากรู้จักท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร ให้เงินพวกเราแต่เจ้าฆ่าพี่ชายข้า” โมซันถลันเข้าหาพร้อมมีดพกในมือ

องคมนตรียืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน อรินตกใจจะออกไปช่วยแต่องค์อิสราห้ามไว้ นาธานห่วงพ่อลัดเลาะไปฟังใกล้ๆ เสียงองคมนตรีเข้มว่าคนตายไปแล้วจะพูดถึงทำไม ที่มานี่มีข้อเสนอ

“เราจะให้การช่วยเหลือด้านการเงินกับจีโบมากขึ้น แต่ต้องไม่มีการทำร้ายราชวงศ์อีก”

“อุดมการณ์ของจีโบคือต้องการดินแดนแถบภูผาสีเงินคืนมาทั้งหมด”

“เป็นไปไม่ได้ เรายินดีช่วยเหลือเจ้าทุกเรื่อง ยกเว้นการแบ่งแยกดินแดน”

นาธานผิดหวังในตัวพ่อมากถลันออกมาต่อว่า องคมนตรีตกใจเกรงโมซันจะทำร้ายลูก นาธานประกาศกร้าวจะจับโมซันส่งทางการและต้องการคำอธิบายจากพ่อ โมซันปราดเข้าล็อกคอนาธานเอามีดจ่อ องคมนตรีร้อนใจขออย่าทำร้ายลูกตน โมซันต่อรองให้คืนดินแดน

อรินขออนุญาตองค์อิสราจะออกไปช่วยทั้งสองคน ไม่ทันที่ท่านจะตอบเขาก็พุ่งออกไปเสียแล้ว

อรินมาทันเวลา ช่วยนาธานต่อสู้กับโมซัน จนกระทั่งโมซันพลาดล้มไปโดนไม้ปักทะลุอกตายสยอง องคมนตรีเป็นห่วงลูกชายรีบเข้ามาถามว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นองค์อิสราก็หน้าซีดเผือดสำนึกในความผิด

ooooooo

เมื่อกลับเข้าวัง องค์อิสราคุยกับองคมนตรีเครียดในห้องทำงาน ถามเหตุผล เขาอธิบายและยอมรับผลที่จะตามมาว่า ที่ตั้งกลุ่มจีโบขึ้นมาเพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้ศิขรินก่อปัญหาตามแนวชายแดนอีก ตนคิดว่าต้องยอมสูญเสียบ้างเพื่องานใหญ่ พระองค์อึ้งต่อเหตุผล

“เราว่าเหตุผลของท่านฟังไม่ขึ้น เพื่อไม่ให้ศิขรินรุกรานซามาร์ ถึงกับต้องเลี้ยงจีโบไว้ ทั้งที่จีโบก็คอยสร้างปัญหา คอยเสี้ยมให้คนตีกันเพื่อตัวเองอยู่ได้”

“แต่ถ้าไม่เลี้ยงจีโบไว้ แล้วมันไปร่วมมือกับศิขริน ซามาร์จะทำอย่างไร กระหม่อมทำทุกอย่างก็เพื่อซามาร์เพื่อราชวงศ์ทุกพระองค์”

องค์อิสรายอมรับไม่ได้เพราะการกระทำนี้ทำให้ทหารซามาร์ตายนับไม่ถ้วน องคมนตรียอมรับผิด พระองค์เห็นแก่ความดีที่เขาทำมา จึงให้พิจารณาตัวเอง...องคมนตรีหน้าเครียดกลับบ้าน ทั้งลูกๆและเมียรอฟังคำตัดสิน เขาบอกกับครอบครัวว่า ท่านกรุณาให้พิจารณาตัวเอง ตนจึงยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง อยู่กินเบี้ยหวัดไม่ต้องทำงานอีกต่อไป ทุกคนเข้ากอดปลอบ เขาขอโทษลูกเมีย แต่ก็ยังยืนกรานว่าสิ่งที่ตนทำถูกต้อง ตนไม่เสียใจ

จัสมินไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากองคมนตรี สงสารเอ็มม่ากับนาธาน แต่ก็ยังดีใจที่ทั้งสองยังทำหน้าที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งมาลาตียังเป็นครูของตนอยู่ อรินสบายใจขึ้นที่ถอนรากถอนโคนจีโบลงได้ หมดภารกิจของตนคงต้องกลับเมืองไทยเสียที จัสมินอึ้งพูดไม่ออก

วันต่อมา อิสราธิบดีเรียกอรินเข้าพบเพื่อขอบใจที่ช่วยปราบจีโบและช่วยเจ้าหญิงไว้ได้ ตนได้ส่งหนังสือ ขอบคุณอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานของเขาแล้วและว่าต่อไปจัสมินคงไม่มีโอกาสไปซุกซนที่ไหนอีก เพราะจากนี้ไปภาระหน้าที่เธอจะมีมากขึ้น อรินฟังอย่างขมขื่นใจ

“นี่แหละชีวิตของราชวงศ์ คนที่รักกันอาจไม่ได้จบที่การแต่งงานเสมอไปจริงไหมผู้กอง”

อรินก้มหัวรับด้วยหัวใจแตกสลาย...เย็นวันนั้นอรินคิดว่าจะเดินทางกลับไทย ชัยชนะยังไม่ยอมกลับจะอยู่รับเหรียญกล้าหาญหลังพิธีแต่งตั้งเจ้าหญิงรัชทายาทคืนนี้ก่อน อรินเหน็บเห็นแก่ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาโต้ว่ายังดีกว่าคนใจดำที่คิดหนีกลับ อรินสลดลง
ไม่ได้หนี ชัยชนะว่าไม่ได้หนีใครแต่กำลังหนีใจตัวเอง คนเราไม่ได้มีความรักกันได้บ่อย บางทีชั่วชีวิตอาจจะมีได้ครั้งเดียว หรือบางทีไม่เจอเลย เขาโชคดีได้พบผู้หญิงที่รักและก็รักเขา นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย

เย็นวันนั้น ชัยชนะแต่งสูทที่จัดไว้ให้มาร่วมงาน นาธานถามหาอริน เขาส่ายหน้า ท่านกงสุลเข้ามาทักทายแล้วถามหาอรินอีกคน ชัยชนะถอนใจบอกคงหลงทางอยู่ นาธานหลบออกจากงานเพื่อตามหาอริน พบเขายืนมองภูผาสีเงิน แสงอาทิตย์กำลังตกลับขอบฟ้า นาธานตำหนินี่เป็นวันสำคัญของเจ้าหญิง เธอต้องการกำลังใจจากเขา

อรินถอนใจเปลี่ยนไปแสดงความเสียใจเรื่ององคมนตรี นาธานกล่าวว่าครอบครัวตนเข้มแข็งพอที่จะยอมรับความจริง ไม่หนีเหมือนเขา ตนไม่อยากให้เขาวิ่งหนีใจตัวเอง นอกจากจะเสียใจแล้วยังทำให้หญิงที่รักต้องเสียใจไปด้วย

ระหว่างพิธี เจ้าหญิงจัสมินเธอคอยชำเลืองมองหาอรินสีหน้าเศร้า อรินก้าวเข้ามายืนข้างชัยชนะ พอเธอเห็นก็ยิ้มออก ชัยชนะเปรยไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจกับเธอดีเพราะต่อไปเธอจะไม่ได้เป็นตัวของตัวเองอีก เสียงองค์อิสรากล่าวดังขึ้น

“ต่อไปสองบ่านี้จะต้องรับภาระทั้งหมด พ่อขอฝากแผ่นดินซามาร์ไว้กับลูกด้วย อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง”

เจ้าหญิงถวายคำนับรับคำ นายกกล่าวมอบเครื่องราชให้ท่านกงสุล และเหรียญกล้าหาญแก่อรินและชัยชนะ โดยเจ้าหญิงจัสมินเป็นผู้มอบ จากนั้นพระราชากับพระราชินีก็เสด็จกลับเพื่อให้ดำเนินงานรื่นเริงกันต่อไป

เอ็มม่ากระซิบนาธานให้ขอเต้นรำกับเจ้าหญิง เขาส่ายหน้าบอกเจ้าหญิงจะทรงเลือกเอง และแล้วเจ้าหญิงก็มายืนตรงหน้าอรินเพื่อขอเต้นรำ ท่านกงสุลยิ้มให้

ระหว่างเต้นรำ จัสมินบอกอรินว่าประเพณีของซามาร์ ถ้าหญิงสาวถูกใจหนุ่มคนไหนก็จะมอบสายพัทราเพื่อเป็นสายสัมพันธ์ สายพัทรานี้ตนขอมอบให้เขาคนเดียว แล้วเธอก็คล้องที่มืออรินด้วยน้ำตาคลอเบ้า เขาสบตาเธออย่างขมขื่นใจ

เสร็จสิ้นงานคืนนี้ ชัยชนะกล่าวลานาธานและเอ็มม่า เธอขอให้เขาส่งรูปวันแต่งงานกับพอฤดีมาให้ดูบ้าง ชัยชนะรับคำและจะรอฟังข่าวดีจากเธอเช่นกัน เธอยิ้มเศร้าๆคิดว่าคงอีกนาน

“ถ้าคุณยอมปล่อยอดีตก็จะมีมือไปคว้าอนาคต... โชคดีครับคุณเอ็มม่า”

เอ็มม่าซาบซึ้งใจกับคำปลอบโยนนั้นของชัยชนะ... อรินกล่าวลาสองพี่น้อง นาธานถามว่าลาเจ้าหญิงหรือยัง ไม่ทันไรจัสมินเดินเข้ามาทุกคนถอยออกเหลือเพียงอรินยืนก้มหน้า เธอเอื้อมมือไปกุมมือเขาพาเดินมามุมหนึ่ง

“ที่นี่เป็นมุมชมวิวที่สวยที่สุด พอพระอาทิตย์ขึ้นจะเห็นภูผาสีเงินอยู่ตรงหน้า เป็นเวลาที่ดวงดาวกับภูผาสีเงินจะได้อยู่ด้วยกัน”

“พอเริ่มสาย ดวงดาวก็จะหายไป ทิ้งให้ภูผายืนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว”

จัสมินพูดถึงวันแรกที่พบเขาครั้งแรก เขากลับคิดว่าเป็นคนร้าย เขาแก้ตัวว่าที่วิ่งไล่เพราะไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้ ที่อยากจับเพราะตกหลุมรัก องค์หญิงยิ้มแววตาเศร้า อรินกล่าวจริงจัง

“ดาวของซามาร์ดวงนี้ หลงไปอยู่ที่ฟ้าเมืองไทย ตนไม่เคยลืมวันแรกที่เราเจอกันและทุกๆวันที่อยู่ด้วยกัน จะไม่มีวันลืมตลอดไป”

จัสมินน้ำตาร่วงอย่างสุดจะกลั้น “ทำไมโชคชะตาถึงทำกับเราสองคนอย่างนี้ ทำให้ได้พบ ได้รัก แล้วก็ต้องแยกจากกัน ทำไมถึงใจร้ายกับพวกเรานัก”

“อย่าร้องไห้...ครูมะลิของผมเคยเก่งมาตลอดนี่นา”

“เราโกรธโชคชะตา ใจร้ายเหลือเกิน”

“อย่าโกรธครับ ผมกลับขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ได้รู้จักความรักที่แท้จริง หลายคนชั่วชีวิตไม่เคยได้พบใครที่จะรักได้สุดหัวใจ แต่ผมกลับได้เจอ ได้เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่การครอบครอง บางทีรักแท้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้อยู่ด้วยกัน สิ่งสำคัญคือการที่ได้รัก ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขต่างหาก...ผมรักคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นครูมะลิหรือเจ้าหญิงจัสมิน ผมก็รักคุณ”

“ฉันก็รักคุณค่ะ ขอให้รู้ไว้คุณจะเป็นคนแรกและคนสุดท้ายที่ฉันรัก”

“อย่างน้อย...ผมก็ยังรู้ว่าสุดขอบฟ้าริมภูผาสีเงินยังมีใครบางคน คนที่ผมรักสุดหัวใจอยู่ตรงนั้น”

“แล้วจะอยู่ตลอดไป รออรินคนเดียว”

หนุ่มสาวสวมกอดอำลากันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผละออกจากกันและกล่าวคำพูดที่แสนสั้นแต่ยากลำบากด้วยหัวใจแตกสลายว่า...ลาก่อน

********อวสาน********

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 15 ม.ค.60
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ