อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 2 วันที่ 21 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 2 วันที่ 21 ม.ค.60

เช้าวันใหม่ อุรวศีมาส่งหม่อมสลวยที่จะไปงานศพญาติพร้อมจางวางสมที่ขนมโหรีไปช่วยในงานด้วย หม่อมสลวยล่ำลากำชับลูกให้หลีกเลี่ยงหม่อมต่วน ถ้ามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้ไปพึ่งใบบุญเสด็จป้า แต่อุรวศีกลับบอกว่าไม่ต้องห่วงและตนจะหมั่นมาดูแลยายบ่อ

หม่อมสลวยดึงลูกเข้ามากอดทำให้อุรวศีแปลกใจเพราะแม่ไม่เคยทำแบบนี้ แถมย้ำว่าแม่รักลูกมากไม่ว่าแม่จะทำอะไรลงไปก็ขอให้รู้ว่าแม่ทำเพื่อลูกๆ แม่รักลูกทั้งสองยิ่งกว่าชีวิต...

บุญทันยืนรอหม่อมสลวยไปลงเรือ อุรวศีเดินจะกลับเรือน จันวิ่งถือผ้าหลายพับมาบอกว่าหม่อมลืม อุรวศีเอาไปให้แม่เอง แต่แล้วต้องชะงักไม่พอใจ เมื่อเห็นแม่คุยกับบุญทันท่าทีสนิทสนม บุญทันเห็นอุรวศีเดินเข้ามาก็ถอยห่างอย่างนอบน้อม หม่อมสลวย ตกใจถามลูกว่ามีอะไร



“แม่ลืมผ้าที่จะเอาไปฝากญาติๆน่ะจ้ะ หญิงเจอจันระหว่างทางเลยเอากลับมาให้แม่”

หม่อมสลวยขอบใจและบ่นว่าตัวเองไม่น่าขี้ลืม อุรวศีถามว่าแม่คุยกับใคร หม่อมสลวยอึกอักหลบตาบอกว่าญาติห่างๆนานๆเจอกันที แล้วร่ำลาลูกอีกครั้งก่อนจะรีบเดินไปลงเรือ อุรวศีมองตามอย่างแคลงใจ กลับมาที่เรือนปั้นหยา จึงตะล่อมหลอกถามผินจนพอจะรู้ว่าบุญทันเป็นคนรักเก่าของแม่ ตอนนี้เป็นพ่อค้าใหญ่... พอดีหญิงเมรามาชวนเอาขนมจ่ามงกุฎไปให้อธิป ไปคนเดียวก็เกรงจะน่าเกลียด อุรวศีไม่อาจปฏิเสธได้จึงต้องไปเป็นเพื่อน

ที่กระทรวงมหาดไทยมีข้าราชการมากมายดูคึกคัก อนลเดินคุยมากับสุรคม เขาสมน้ำหน้าที่เปิ่นเทิ่นเห็นท่านหญิงเป็นนางข้าหลวง อนลบ่นอุบว่าแค่นี้ก็อายจะแย่ยังซ้ำเติม

“แต่ยังโชคดีที่เจอหญิงหลงเข้า เจอองค์อื่นคงไม่ได้มาเล่าให้ฉันขำเล่นอย่างนี้หรอก” อนลเพิ่งรู้ว่าเธอชื่อหญิงหลง “ฉันเดาว่านะ เสด็จวังนี้มีพระธิดาหกพระองค์ เสกสมรสไปแล้วหนึ่ง อีกสามอยู่ในพระบรม มหาราชวัง เหลือแค่หญิงเมกับหญิงหลงสองคน หญิงเม ก็เจอกับนายที่งานเลี้ยง ก็คงเป็นหญิงหลงพระธิดาองค์เล็ก ของเสด็จนั่นแหละ”

“เอ่อ แล้วไม่ทราบว่าท่านหญิงหลงมีพระนามจริง ว่าอะไรหรือกระหม่อม คราวหน้าคราวหลังหม่อมฉันจะได้ไม่เปิ่นเทิ่นมันเทศอย่างนี้อีก”

“อุรวศี...น่าจะใช่กระมัง เสด็จท่านทรงตั้งนามพระธิดาทุกพระองค์ตามชื่อนางฟ้าในวรรณคดี อลัมพุษา ติโลตตมา อทริกา เมรา อรุณวาสีแล้วก็อุรวศี แต่ฉันเคยเจอหญิงหลงครั้งเดียวตอนเด็กๆ จำได้ว่าร้องไห้โยเย น้ำหู น้ำตาไหลตลอด ไม่รู้ว่าโตขึ้นแล้วจะเหมือนเดิมรึเปล่า”

“ไม่เหมือนหรอกกระหม่อม แต่ที่เหมือนคือพระนาม สมพระนามมาก...นางฟ้า”

สุรคมเห็นอนลเพ้อฝันก็เรียกให้รู้สึกตัว เผอิญดวงแขถือปิ่นโตและกระติกน้ำเดินนำพระยารัชปาลีและพระยาไกรเข้ามาหาอนลก่อน สุรคมยิ้มแซวๆ ก่อนจะเลี่ยงไปไม่อยากเป็นก้างขวางคอ อนลเรียกไว้ไม่ทัน ดวงแขยิ้มแย้มบอกว่าไปช่วยแม่เขาทำอาหารจึงเอามาให้เขาชิม ท่านพระยาทั้งสองเดินมาสมทบทำให้อนลปลีกตัวไปไม่ได้ จำต้องเดินนำดวงแขไปหาโต๊ะที่จะจัดวางอาหาร ทั้งสอง พระยายิ้มให้กันอย่างชื่นชมว่าคู่นี้ช่างเหมาะสมกันดี

ooooooo

บนโต๊ะม้านั่งในกระทรวงมุมหนึ่ง ดวงแขจัดวางอาหารมากมายจนอนลอึ้ง เธอว่าไม่รู้เขาชอบอะไรจึงทำมาหลายๆอย่าง แล้วถามปกติเขาทานกลางวันตรงนี้หรือ เขาส่ายหน้าจะทานในห้องทำงานหรือไม่

ก็ในโรงอาหาร แต่วันนี้ไม่อยากให้เธอถูกคนอื่นๆมองจะไม่งาม

“พี่อนลนี่เป็นเจนเทิลแมนจังเลยค่ะ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าผู้ชายฝรั่งจะให้เกียรติผู้หญิงเป็นเจนเทิลแมน คงจะเป็นเหมือนพี่นลนี่เอง” ดวงแขยิ้มปลื้ม

อนลไม่อยากแก้ตัวอะไร ก็พอดีอธิปเดินคุยยิ้มกรุ้มกริ่มมากับเมรา ที่เอาขนมมาฝากแล้วตัวเขาติดงานต้องเข้าพระราชวังจึงต้อนรับได้ไม่เต็มที่ พอเห็นสุรคมเดินผ่านก็วางอำนาจเรียกเสียงดัง ทำให้อนลกับดวงแขได้ยินหันมอง

สุรคมเข้ามาหา อธิปวางมาดข่มน้องต่างมารดา “น้องหญิงเมรากับน้องหญิงหลงจะกลับวัง แต่ไม่ได้เอารถม้ามาด้วย เธอไปส่งน้องหญิงทั้งสองที่วังแทนฉันที”

“แต่ชายมีงานราชการต้องทำ...”

“ฉันบอกให้ไปก็ไปเถอะน่า เธอเป็นแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อย งานการเธอแม้แต่ไพร่ยังทำแทนได้เลย จะสำคัญอะไรนักหนา”

สุรคมหน้าเสียไม่พอใจแต่ไม่กล้าเถียง...ดวงแขเอ่ยถามอนลว่าสองคนนั้นเป็นพี่น้องกันแน่หรือ อนลไม่ตอบขอตัวเดินไป เมราเกรงใจรีบบอกอธิปว่าตนกลับกันเองได้ แต่อธิปไม่ยอมต้องการข่มน้องให้รู้ว่าตน

เหนือกว่า อนลเดินเข้ามาอาสาไปส่งท่านหญิงเอง อธิปไม่วายพูดข่มอีกว่าให้ดูคนอื่นยังมีน้ำใจมากกว่า สุรคมเสียหน้าแต่ก็ขอบใจอนล เมรายิ้มอย่างเกรงใจ

“ถ้าเช่นนั้นรอสักครู่นะ น้องฉันไปห้องสมุดของกระทรวง...อ้าว มาพอดี”

ทุกคนหันมอง อนลกับสุรคมตะลึงเมื่อเห็นอุรวศีที่เดินมาอย่างสง่างาม สุรคมนึกเสียดายที่ไม่ได้ไปส่ง อุรวศีวางท่านิ่งๆไม่แสดงท่าทีอะไร อนลร้อนใจอยากรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับจดหมายขอโทษของตน

ขณะกำลังจะขึ้นรถม้า สุรคมตามมาขอโทษพี่หญิงเมราที่ไม่อาจไปส่งได้ เมรารีบบอกว่าไม่เป็นไร ไม่สบายใจด้วยซ้ำที่อธิปใช้เขา สุรคมได้โอกาสคุยกับอุรวศี “พี่ไม่ได้เจอหญิงหลงเสียนานพอๆกับที่พี่ไม่ได้ไปวังของหญิง หากมีโอกาสพี่คงได้แวะไปพูดคุยกับหญิงบ้างนะคะ”

“เชิญเจ้าพี่เสด็จได้ทุกเวลาเลยค่ะ หญิงยินดีต้อนรับ”

สุรคมยิ้มปลื้ม ยึดถือคำของอุรวศีไว้ในใจ...รถม้าผ่านย่านร้านค้า อนลแอบมองอุรวศีที่นั่งมองวิวทิวทัศน์ เหมือนตัวเขาเป็นอากาศธาตุ จนมาถึงหน้าตำหนัก อนลลงมายื่นมือให้เมราจับเพื่อลงจากรถม้า แต่พอยื่นมือให้อุรวศี เธอมองเขาตาเขียวแล้วลงด้วยตัวเอง เมรากล่าวขอบใจ ที่มาส่ง อุรวศีบอกลาเมรา อนลแปลกใจที่ทั้งสองไม่ได้ อยู่ตำหนักเดียวกัน เมรายิ้มๆ อธิบายว่า

“เราอยู่เรือนอื่นแยกออกไป ไม่มีวาสนาได้อยู่บนตำหนักใหญ่หรอก ต่อไปแม้แต่จะเดินเฉียดยังไม่ได้เลย”

อนลจึงขอไปส่งให้ถึงเรือน เมราให้ไปส่งอุรวศีแทนเพราะเรือนตนอยู่แค่นี้ อุรวศีหน้าตึงปัดไม่ต้อง เขาหน้าเสียถามเบาๆอย่างนอบน้อมว่า ยังทรงโกรธตนอยู่หรือ

“ทำไมฉันต้องโกรธด้วย มิใช่เรื่องสำคัญ ฉันลืมไปเสียนานแล้ว...ท้าวแสนเปื้อน” อุรวศีเชิดใส่เดินไป อนลยืนมึนสักพักก็ยิ้มขำคำที่เธอเรียกตัวเขา

กลับมาบ้าน อนลไม่เป็นอันทำอะไรนั่งเหม่อลอยคิดถึงแต่อุรวศี แต่พอเหลือบมองไปนอกหน้าต่างเห็นเกื้อกับอนึกเดินผ่านสวนไปกลางค่ำกลางคืนก็แปลกใจไปไหน กันอีก

ooooooo

ในบ้านจางวางสมมีลูกหลานซ้อมรำกันอยู่ อุรวศีมาดูแลยายซึ่งไม่ค่อยสบาย สีหน้าแสงมีความสุขที่หลานรักมาดูแล แม้ปากจะบอกว่าไม่ต้องลำบากมา แต่ก็สั่งคนทำอาหารของโปรดให้เสวยตลอด ระหว่างนั้นอุรวศีได้ยินเสียงคนเล่นจะเข้อย่างไพเราะก็แปลกใจที่ยังมีคนเล่นอยู่อีก

แสงบอกว่าลูกศิษย์คนใหม่ของจางวางสม แม้จางวางจะไม่อยู่แต่ก็ยังหมั่นมาซ้อม ถ้าโปรดจะให้มาเล่นถวาย ท่านหญิงยิ้มอย่างเกรงใจเพราะไม่ใช่ลูกหลานของตา แสงคิดว่าน่าปลื้มใจมากกว่าที่ได้เล่นถวายท่านหญิง...และ แล้วอุรวศีก็มาอยู่ในหอนั่ง มีคนช่วยกันยกจะเข้มาวาง ข้างหน้าไม่ห่าง แสงพับเพียบอยู่ข้างๆบนพื้นที่ต่ำกว่าท่านหญิง พออนลเดินเข้ามา

อุรวศีเบิ่งตาพึมพำกับตัวเอง “ฉันเชื่อแล้วว่าโลกกลม...”

แสงได้ยินไม่ถนัดถามท่านตรัสอะไร อุรวศียิ้มๆบอกยายไม่มีอะไร อนลยิ้มแป้นก้มคำนับแล้วสบตา “เป็นบุญของกระหม่อมเหลือเกิน ที่ได้เล่นจะเข้ถวายฝ่าบาท”

อุรวศีนั่งนิ่งราวรูปปั้นจ้องตอบเขม็งเหมือนจะจับผิดทำนองเล่นได้แค่ไหนกันเชียว แต่แล้วพออนลเล่นเพลงลาวแพนไปได้ช่วงหนึ่งก็หยุด ขอเปลี่ยนเพลงว่าแล้วก็บรรเลงเพลงสีนวล เนื้อเพลงเป็นการแสดงความคิดของชายคนหนึ่งที่มีต่อหญิงที่รัก เป็นการสื่อความหมายในใจตัวเองออกมา อุรวศีรู้สึกได้เขินอายอย่างบอกไม่ถูกจนต้องหลบสายตา ในขณะที่แสงและคนอื่นๆฟังเพลินไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

บ่ายคล้อย อุรวศีจะกลับเรือน บอกแสงว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ แสงจับมือหลานรักบอกยายไม่เป็นอะไรแล้วอย่าลำบากมา แต่เธอยืนกรานว่าจะมาดูแลยายทุกวันจนกว่าแม่จะกลับ อนลอาสาเดินไปส่ง เธอตาเขียวใส่ “ไม่ต้อง ฉันนัดให้จันมารับแล้ว...นั่นไงมาแล้ว”

พอจันเห็นอนลก็หลบตาทำเป็นไม่รู้จักเกรง ท่านหญิงตำหนิ อนลมองตามหลังอุรวศีตาละห้อยไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้เจออีก

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 2 วันที่ 21 ม.ค.60

อ่านละครย่อเรื่อง เพชรกลางไฟ
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ