อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค.60

พุดชมพูบอกแม่ว่าเราน่าจะเลื่อนการขยายไร่ออกไปก่อนเอาเงินส่วนนี้ไปใช้หนี้ปู่เล็กให้หมด ซึ่งภัทราก็เห็นด้วย

หลังงานศพปู่เล็ก อนาวินทร์ประคองโกศของปู่เล็กเข้าบ้าน ทิพนาถบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยให้ไปคุยกันที่ห้องทำงานของคุณปู่เล็ก ซึ่งทนายมารออยู่แล้ว

ทิพนาถเอ่ยเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วว่า ที่เรียกประชุม วันนี้เพื่อจะถามเรื่องพินัยกรรมเพราะงานศพก็เรียบร้อยไปแล้ว ถามว่าทนายมีแผนจะเปิดพินัยกรรมเมื่อไร



ทรงรบบอกว่าเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทิพนาถถามว่าเร็วที่สุดนั้นเมื่อไหร่? เพราะมรดกมีทั้งทรัพย์สินและบริษัท ตนกลัวว่าการบริหารจัดการจะขาดช่วง

“ผมเข้าใจครับ แต่ว่าผมยังบอกเวลาที่แน่นอนไม่ได้จริงๆ ผมกำลังรอคำตอบจากคนสำคัญคนนึงครับ ถ้าเขาไม่มาจะไม่มีการเปิดพินัยกรรมเด็ดขาด”

“คนสำคัญ? ใครมันจะสำคัญกับการเปิดพินัยกรรมของคุณปู่มากกว่าฉัน!” อนาวินทร์จ้องหน้าทรงรบอย่างคาดคั้น

ooooooo

ที่บ้านไร่อุ่นรัก ทั้งภัทรา พุดชมพู และจิตราต่างงุนงงที่ทรงรบให้พุดชมพูไปฟังการเปิดพินัยกรรมของปู่เล็กด้วย

พุดชมพูคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนที่ปู่เล็กเรียกเธอไปคุยและให้ดูเอกสารงานก่อสร้างของสัตยาอสังหา ปู่บอกว่าที่ต้องเรียกเธอมาหา เพราะสงสัยว่าสัตยาอสังหากำลังมีการทุจริตเกิดขึ้นภายใน ปัญหาที่ทรงรบเล่าให้ฟังคือ

“เท่าที่ทราบตอนนี้ก็คือมีคนยักยอกเงินในบัญชีบริษัทไปครับ รวมๆก็หลายสิบล้านบาท”

“ไม่ใช่แค่นั่นน่ะสิความลับในบริษัทหลายอย่างยังรั่วไปถึงบริษัทคู่แข่งด้วย” ปู่เล็กเสริม พุดชมพูถามว่าแปลว่าคนทำจะต้องเป็นระดับผู้บริหาร ปู่พยักหน้าช้าๆ พูดอย่างเจ็บปวดสะเทือนใจว่า “บริษัทที่ปู่สู้อุตสาห์สร้างมากับมือกำลังจะถูกทำลายโดยคนที่ปู่ไว้ใจ”

คิดทบทวนแล้ว พุดชมพูเครียด ภัทราบอกว่าเธอควรไป ถ้าปู่อยากให้ไปฟังก็แสดงว่าปู่ต้องมีเหตุผลแน่ๆ

ฝ่ายอนาวินทร์ไม่เชื่อและไม่พอใจมากที่ตนเป็นหลานแท้ๆกลับไม่มีสิทธิ์เปิดพินัยกรรม ทิพนาถก็ว่ามันตลกเพราะอนาวินทร์เป็นหลานแท้ๆแต่ทำไมคนอื่นมีความสำคัญกว่าเขาอีก

เกิดการโต้แย้งกันอย่างหนัก แต่เมื่อทนายยืนยันต้องทำตามพินัยกรรม อนาวินทร์ฉุนขาดลากมือทรงรบให้พาไปหาคนคนนั้นเลย พอไปถึงอนาวินทร์แปลกใจ ที่เป็นบ้านที่ไร่อุ่นรัก พอเข้าไปเรียกก็ไม่มีคนจึงออกไปที่ไร่เจอพุดชมพูเขาถามหาเจ้าของไร่ เธอบอกว่าอยากเจอก็ไปตามหาเอาเอง

อนาวินทร์ถามคนนี้ก็ชี้ไปโน้น พอไปถามคนโน้นก็ชี้ไปอีกทาง เขาเดินตามหาร้อนจนเหงื่อท่วม พุดชมพูแอบดูอยู่อย่างสะใจ พอดีทรงรบมาเจอ ขณะกำลังทักกันอนาวินทร์ก็ย้อนมาถามหาเจ้าของไร่อีก พอรู้จากทรงรบว่าพุดชมพูเป็นเจ้าของไร่ อนาวินทร์โกรธแทบเป็นบ้าที่ถูกหลอกให้เดินหาจนทั่วไร่

เมื่อไปนั่งคุยกันและทรงรบแจ้งธุระที่มา พุดชมพูบอกว่าตนไม่ไป ทรงรบขอร้อง เธอบอกว่าทีแรกก็จะไปแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วเพราะเกลียดคนบางคนที่พูดจาไม่เข้าหู อนาวินทร์ด่าว่าเรื่องมาก พอดีจิตราเอาของว่างมาให้ พุดชมพูหันไปมอง อนาวินทร์อาศัยทีเผลอของเธอ จู่โจมเข้าอุ้มพาดบ่าพาไปโยนใส่รถ สั่งทรงรบให้ขับออกไปเลย

ภัทราและจิตราตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังใจชื้นเมื่อทรงรบรับปากจะดูแลพุดชมพูเอง เสร็จธุระจะรีบพามาส่งทันที

ระหว่างขับรถกลับ ทรงรบโทรศัพท์บอกคนที่บ้านให้เตรียมพร้อมไว้ อีกชั่วโมงตนจะไปเปิดพินัยกรรม ส่วนพุดชมพูก็เอะอะโวยวายทั้งตะโกนให้ปล่อยตน ทั้งด่าทุบตีอนาวินทร์จนเขากอดเธอไว้ขู่ว่าถ้าไม่หยุดโวยวายจะจูบ เธอจึงจำต้องหยุดปล่อยให้เขากอดไว้อย่างนั้นจนหลับไปทั้งคู่

พอถึงบ้านสัตยารักษ์ ทรงรบแนะนำพุดชมพูแก่ทิพนาถ ทรงศักดิ์ และการันต์ แล้วเริ่มอ่านพินัยกรรมทันที

พออ่านรายละเอียดการจัดสรรทรัพย์สินที่มีอยู่ อันดับแรกคือ นางสาวทิพนาถ แพรทองศรี ได้รับกรรมสิทธิ์ถือครองหุ้นของสัตยาอสังหาจำนวน 3 เปอร์เซ็นต์ บ้านพักตากอากาศชายทะเลและเงินสดจำนวน 50 ล้านบาท เธอถามว่าแค่นั้นเหรอ

ทรงรบบอกว่าใช่แล้วอ่านอันดับที่สองคือนายการันต์ สัตยารักษ์ ได้รับกรรมสิทธิ์ถือครองหุ้นของสัตยาอสังหาจำนวน 3 เปอร์เซ็นต์ และเงินสดอีก 30 ล้านบาท

อันดับสุดท้ายคือ “นายอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ได้รับกรรมสิทธิ์ถือครองหุ้นของสัตยารักษ์อสังหาทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีอยู่รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆทั้งหมดของข้าพเจ้า”

เมื่ออ่านครบสามคนแล้ว ทุกคนมีทีท่าพอใจ ทรงรบ อ่านต่อไปว่า

“โดยมีเงื่อนไขดังนี้คือ...ข้อหนึ่ง นายอนาวินทร์ จะได้รับมรดกทั้งหมดนี้ก็ต่อเมื่อไปทำงานที่ไร่อุ่นรักของนางสาวพุดชมพู ฤชุตา เป็นเวลา 1 ปีเสียก่อน หรือข้อสอง หากนางสาวพุดชมพูไม่ยินยอมรับนาย อนาวินทร์เข้าทำงาน นายอนาวินทร์ต้องยกมรดกครึ่งหนึ่งให้กับการกุศลทันที หากไม่เป็นไปตามสองข้อนี้ นายอนาวินทร์จะไม่ได้รับมรดกใดๆทั้งสิ้น”

“อะไรนะ??!!” อนาวินทร์ร้องเหมือนถูกผีหลอก ในขณะที่ทรงรบยังคงอ่านพินัยกรรมต่อไปอย่างสงบ

“โดยในระหว่างนี้ ขอให้นางสาวพุดชมพูปฏิบัติหน้าที่รักษาการประธานสัตยาอสังหา พร้อมทั้งกำกับดูแลบ้านสัตยารักษ์โดยให้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง และข้าพเจ้าขอยกเว้นหนี้สินที่เหลือทั้งหมดที่นางสาวพุดชมพูมีต่อข้าพเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

บรรยากาศเหมือนกำลังจะระเบิดทันที ทุกคนหันจ้องพุดชมพู เธอรู้สึกเหมือนตกเป็นจำเลยของทุกคน!

ooooooo

อ่านพินัยกรรมแล้วทรงรบกับทรงศักดิ์เดินออกมาด้วยกัน อนาวินทร์กับทิพนาถตามมาติดๆ การันต์ตามมาห่างๆ

อนาวินทร์รี่เข้าหาทรงรบ ถามเกือบเป็นตะคอกว่าเงื่อนไขบ้าบออะไรพินัยกรรมของปู่จริงหรือ ทิพนาถถามว่าพ่อถูกมอมยาหรือเปล่า ทรงรบยืนยันว่าเป็นพินัยกรรมจริงและหมอบัญชาก็นั่งเป็นพยานอยู่ด้วย

ทิพนาถรับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไหนไม่รู้มาดูแลบ้านแทนตน ทรงรบบอกว่าพุดชมพูไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกและเป็นหลานเพื่อนรักของท่าน

ทั้งอนาวินทร์และทิพนาถไม่ยอมรับพินัยกรรมข้อนี้ ทิพนาถกระทุ้งถามว่าหลานเพื่อนหรือเมียเก็บกันแน่ อนาวินทร์ผสมโรงทันทีว่า มิน่าถึงได้ให้ตนไปซื้อดอกไม้ที่ไร่นั้น ประกาศว่าตนจะไม่ยอมไปอยู่ไร่บ้าๆนั่นเด็ดขาด!

“ไม่ไปก็อย่าไป!!” พุดชมพูโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด “ไร่อุ่นรักไม่ต้อนรับคนหยาบคายจิตอกุศล!!” ทรงรบเรียกพุดชมพูเตือนสติ แต่เธอโกรธแค้นจนอะไรก็หยุดไม่ได้แล้วประกาศว่า “คุณทรงรบคะ ฉันขอปฏิเสธทุกข้อเสนอในพินัยกรรมและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านสัตยารักษ์อีก”

พุดชมพูเดินออกไปทันที อนาวินทร์ขวางไว้ถามว่า ที่ตนไปซื้อดอกไม้ที่ไร่เป็นแผนของเธอกับปู่ใช่ไหม พุดชมพูพูดอย่างเหลืออดว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากได้มรดกกันจนทำตัวหยาบคายและเหมารวมว่าคนอื่นจะ “จิตใจต่ำ”แบบตัวเองด้วย ทิพนาถร้องกรี๊ด ตวาดว่า “นี่หล่อนว่าฉันจิตใจต่ำเหรอ”

“คนที่กล้าคิดว่าพ่อสามีที่น่าเคารพแบบปู่เล็กมีเมียน้อยเป็นดิฉันได้ ยังเรียกว่า ‘จิตใจสูง’ อยู่เหรอคะ? แล้วหลาน ‘ในไส้’ ที่เชื่อว่าคุณปู่ซึ่งไม่เคยมีข้อด่างพร้อยเรื่องชู้สาวจะมีดิฉันเป็นเมียเก็บและกำลังจะยกบริษัทให้เมียเด็กคนนี้? เป็นหลานแบบไหนเหรอคะคุณทรงรบ หลานที่ไม่รู้จักปู่ตัวเองแบบนี้ ยังสมควรได้รับมรดกอยู่หรือเปล่า”

พุดชมพูด่าทั้งทิพนาถและอนาวินทร์อย่างเจ็บแสบ แล้วย้ำในตอนท้ายว่า

“ขอย้ำอีกครั้งว่า ดิฉันปฏิเสธทุกข้อเสนอในพินัยกรรม และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านสัตยารักษ์อีก!”

พุดชมพูเดินไปอย่างไม่แยแส ทรงรบพยายามบอกว่านั่นเป็นเจตนารมณ์ของคุณอาทิตย์ ในขณะที่ทิพนาถกับอนาวินทร์แค้นจัดที่ถูกด่าและเสียประโยชน์ แต่การันต์ยืนฟังเงียบๆอย่างประเมิน

ทิพนาถไม่ยอมเด็ดขาดเพราะนี่เป็นการทำให้ตนเสียหน้ามาก อนาวินทร์บอกว่าตนโดนยิ่งกว่าเพราะถูกส่งไปทำไร่ มรดกก็ยังไม่ได้สักบาท งานในบริษัทก็ ไม่ยอมให้ทำ

การันต์ปลอบอนาวินทร์ให้ใจเย็นๆ เพราะสมบัติทั้งหมดก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี ดูอย่างตนกับน้าทิพสิได้ทุกอย่างไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของเขาด้วยซ้ำ

“ก็แหงล่ะ...นายกับคุณแม่ไม่ใช่สายเลือดนี่ เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

การันต์มองหน้าอนาวินทร์แล้วก้มหน้า ถูมือเบาๆ คิดถึงอดีตเมื่อ 18 ปีก่อน...

เวลานั้นอาทิตย์ในวัยกลางคนไปรับการันต์มาอยู่ที่บ้านสัตยารักษ์เพื่อจะได้เป็นเพื่อนเล่นกับอนาวินทร์ที่เศร้าซึมนับแต่เสียพ่อไป อาทิตย์แนะนำการันต์แก่ทิพนาถว่าตนรับการันต์ไว้เป็นหลานบุญธรรมแล้วจะได้เป็นเพื่อนเล่นกับวิน

การันต์สะดุดคำว่า “เพื่อนเล่น” เมื่ออนาวินทร์วิ่งมาหา อาทิตย์บอกว่าวันนี้ปู่พาเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จักด้วย พอปู่แนะนำอนาวินทร์ก็ผลักการันต์จนล้มฝ่ามือถูกหินบาด อาทิตย์ดุอนาวินทร์ว่าไปผลักเขาทำไมแล้วพยุงการันต์ลุกขึ้นปรามอนาวินทร์ว่าวันหลังอย่าทำอย่างนี้อีก ลูบหัวอนาวินทร์อย่างเอ็นดูแล้วชวนให้ไปเล่นกับการันต์

การันต์มองมือตัวเองที่ถูกหินบาดเลือดไหล เช็ดเลือดที่มือตัวเอง พอดีอนาวินทร์มาคว้าแขนการันต์วิ่งไป การันต์มองมือข้างที่ถูกหินบาดของตัวเอง นึกเห็นวันข้างหน้าว่าชีวิตคงไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิดหวังไว้เสียแล้ว...

ooooooo

อนาวินทร์ชวนการันต์ออกไปข้างนอก ทิพนาถถามว่าจะไปไหน เขาต้องจัดการอะไรสักอย่าง แล้ว สมบัติขนาดนี้จะยกให้การกุศลไม่ได้ปู่อุตส่าห์หามาทั้งชีวิต

“รู้แล้วไม่ ไปไอ้รัน” อนาวินทร์เดินนำไป การันต์ลุกตามอย่างอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงต่อไป

อนาวินทร์กับการันต์ไปพบสุรัชกับกรวิทย์ที่ร้านอาหารกึ่งผับ เมื่อเพื่อนทั้งสองรู้เรื่องพินัยกรรมก็ถามว่าจะกลัวอะไรแค่ไปทำงานไร่ปีเดียว อนาวินทร์ยืนยันไม่ไปอยู่ไร่กับยัยบ้านนอกนั่นแน่ การันต์ถามว่าเขาจะยอมเสียมรดกครึ่งหนึ่งให้การกุศลหรือ

“ไม่เด็ดขาด! ฉันไม่แบ่งสมบัติที่ควรจะเป็นของฉันให้ใครหรอก!”

“เอาไงดีว้า...จะทำไร่ก็ไม่ทำ แบ่งสมบัติก็ไม่แบ่ง หนักใจแทนคุณวินจริงๆ” กรวิทย์บ่นงึมงำ

ฝ่ายทิพนาถถูกชวกรเป่าหูยุว่าธุรกิจอาทิตย์เป็นพันล้านแต่เธอได้แค่เงินสด 20 ล้านกับหุ้นแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชวกรยุให้ขอจากอนาวินทร์ เธอบอกว่ามันก็ไม่เหมือนเงินในกระเป๋าตัวเอง ชวกรจึงชวนไปเข้าบ่อน ทิพนาถทำหน้าเบ้บอกว่าที่ผ่านมามีแต่เสีย ชวกรบอกว่าคืนนี้ตนจะเป็นพี่เลี้ยงให้เต็มที่เลย แล้วนัวเนียกันไป ที่โต๊ะพนัน

อนาวินทร์ยังอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับ จู่ๆหวายเพื่อนสมัยเรียนต่างประเทศก็ถือลูกโป่งพวงมหึมามาเซอร์ไพรส์เขาในโอกาสที่ได้รับมรดก แต่อนาวินทร์ไม่มีอารมณ์ฉลองลุกหนีไปอย่างรำคาญ หวายตามไปง้อเพื่อทวงถามเรื่องที่เขาจะร่วมลงทุนกู้ธุรกิจของพ่อที่กำลังจะล้ม เขาบอกว่ายังไม่มีอารมณ์จะคิดตอนนี้ ขอให้เลิกเซ้าซี้ไม่อย่างนั้นตนจะกลับ หวายเลยจ๋อยไป

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ