อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 3 วันที่ 22 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 3 วันที่ 22 ม.ค.60

ดารากายิ้มรับกับข้อความนั้น และก็เหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ เมื่อสองหนุ่มสาวได้เจอหน้ากันจนได้ในร้านอาหารไม่ไกลจากห้องสมุด ทั้งสองบังเอิญสั่งอาหารเมนูเดียวกันเลยได้พูดคุยกันอย่างถูกคอเป็นครั้งแรก ดารากาปลื้มใจมาก และถึงกับหน้าแดงที่ถูกเย้าขำๆว่าเขากับเธอเหมาะจะอยู่ด้วยกัน...

ชีวิตฟู่ฟ่าของจีราวัจน์กลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่วายถูกลอบกัดและขัดแข้งขัดขา โดยเฉพาะจากพิมนางเอกจอมลวงโลกคู่ปรับคนสำคัญ และครั้งนี้สุกี้ก็แทบเต้น



เมื่อรู้จากผู้ช่วยว่าพิมแย่งงานจากจีราวัจน์ดื้อๆ

พิมกระหยิ่มใจมาก คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้สวย แต่ก็ต้องสะอึกหน้าเสีย เมื่อสุกี้โผล่มาบอกว่างานโชว์ตัวอื่นๆของเธอถูกยกเลิกกะทันหัน นางเอกสาวจอมลวงโลกเบิกตาโพลงจะเอาเรื่อง แต่สุกี้ก็ไม่ยี่หระ ตีหน้าซื่อ

“อย่ามามองพี่อย่างนั้น พี่ไม่รู้เรื่องอะไร”

พูดจบก็โทร.หาผู้ช่วยเช็กเรื่องให้เด็กในสังกัดเสียบงานแทน พิมถึงกับปรี๊ดแตก

“พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง”

“แกทำยังไงกับจี ฉันก็ทำอย่างนั้นแหละ โถ... แหกปากบอกใครต่อใครว่าเกิดเป็นดาว แต่ดันมาเจอจี

ที่เป็นดาวตั้งแต่ยังไม่เกิด เลยต้องดิ้นหนีตายใช้วิธีสิ้นคิด เป่าหูผู้จัดป้ายสีจี...น่าสังเวช!”

“อย่างนางเอกพี่ ไม่ต้องเป่าหูใครให้เสียปากหรอก เรื่องเน่าก็ส่งกลิ่นโชยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

“จีอาจจะเน่านอกแต่งามข้างใน ไม่เหมือนชะนีบางตัว เน่าใน...อยากโกอินเตอร์จนยอมขึ้นห้องนายทุน”

“พี่สุกี้รู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”

“เพราะฉันฉลาด ไม่ได้โง่อย่างแกไงนังลูกกรอก จำไว้!...ฉันคือคนปั้นแกมา ช่องไหน รูไหนแกเน่า ฉันรู้หมด! เพราะฉะนั้น...อย่าบังอาจใช้วิธีเลวๆกับฉัน ไม่อย่างนั้นไส้แกมีกี่ขดๆ แม่จะแฉให้หมด...ไม่เชื่อก็ลองดู!”

ooooooo

การขัดแข้งขัดขาของพิมทำอะไรจีราวัจน์ไม่ได้เพราะมีสุกี้เป็นด่านหน้า แต่กระนั้น...ดาราสาวก็โชคไม่ดี เมื่อดันรับงานพรีเซ็นเตอร์ที่มีงานโชว์ตัว แล้วเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคเกือบตกจากสลิง!

ชยันต์ที่ตามมาเก็บภาพเพื่อนำไปใส่ในละคร

อยู่ใกล้เวทีที่สุดเลยถลาไปรับ แต่จีราวัจน์ก็บาดเจ็บที่ขาจนต้องเดินกะเผลก ปียากุลที่บังเอิญแวะมางานพร้อมกับสาธิตเห็นภาพสามีอุ้มดาราสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด และไม่รอช้าจะตามไปเอาเรื่อง

สุกี้สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าจะมีเรื่อง แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นปียากุลที่บุกมาอาละวาดถึงหลังเวที ชยันต์เห็นท่าไม่ดี กลัวเรื่องจะลุกลามด้วยความเข้าใจผิดเลยจัดการลากตัวภรรยาจอมหึงไปคุยข้างนอก

“ทำไม...กลัวนางเอกคุณจะโดนเปี๊ยกด่าต่อหน้าคนอื่นหรือไง ถึงต้องลากออกมาเคลียร์กันข้างนอก”

“เปล่า...แต่ผมต้องการลากให้คุณออกมาตั้งสติ แล้วฟัง...”

“ไม่ฟัง! คุณทำอย่างนี้กับเปี๊ยกได้ยังไงชยันต์ บอกกับเปี๊ยกว่าถ่ายละครแต่กลับมาเฝ้านังนั่นที่นี่”

พูดจบก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ชยันต์ขบฟันแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก

“คุณรู้ไหมว่าทำไมผู้ชายมันถึงนอกใจเมีย...ก็เพราะมีเมียแบบนี้ไง”

ปียากุลผงะ หลายปีที่แต่งงานกัน เขาไม่เคยยอกย้อนแบบนี้ แต่ชยันต์ก็หมดความอดทนเสียแล้ว

“ทีกับคนอื่น คุณคุยได้เป็นชั่วโมง คุณถามได้เป็นสิบๆคำถาม แต่ทีกับผม...คนที่เป็นสามีคุณ คุณไม่เคยคิดจะถามแม้แต่คำถามเดียวว่าผมมาที่นี่ทำไม”

“มันเห็นอยู่แล้วว่าคุณมาทำไม”

“งั้นผมจะบอกในสิ่งที่คุณไม่เห็นให้ฟัง...ผมมาที่นี่เพื่อมาเก็บภาพงานอีเวนต์ไปใส่ในละคร”

“หาคำโกหกที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอ”

ขาดคำหนึ่งในทีมงานก็โผล่มาแจ้งเรื่องยกเลิกการบันทึกภาพเพราะจีราวัจน์บาดเจ็บ ก่อนจะหันไปสวัสดีภรรยาผู้กำกับหนุ่ม ปียากุลถึงกับหน้าเสียที่ไม่เชื่อสามี แต่ก็ทิฐิไม่ยอมขอโทษ ชยันต์หัวเสียมาก ประกาศเลิกกองทันที!

จีราวัจน์ไม่มีเวลาปลอบชยันต์ ต้องค่อยๆแอบกองทัพนักข่าวไปลานจอดรถด้านหลัง แต่ก็ไม่พ้นสายตาของสาธิตที่โมโหแทนญาติสาวจนไม่ทันสังเกตว่าดาราสาวเจ็บที่ขาจริงๆ

“เชื่อหรือยังว่ากฎแห่งกรรมมันมีจริง แถมยังทำงานได้รวดเร็วและเที่ยงตรงมากๆ”

จีราวัจน์จะเดินหนี ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้รำคาญใจ แต่สาธิตก็ตามตอแย

“เอ...หรือว่าจริงๆแล้วไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ตั้งใจตกลงมา สามีคนอื่นจะได้เข้าไปช่วย ได้เป็นข่าว แถมยังได้สร้างความแตกแยกให้ครอบครัวคนอื่น ลงทุนเจ็บตัวนิดหน่อย...แต่ก็คุ้ม!”

ถ้อยคำถากถางและดูถูกของเขาทำให้จีราวัจน์เหลืออด หันไปตอกเสียงเข้ม

“ถ้าจะมโนเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ เลิกเป็นทนายแล้วไปเขียนนิยายดีกว่านะ คนอย่างฉัน...ถ้าจะลงทุนเจ็บตัว มันต้องได้กลับคืนมากกว่านี้ แค่สามีคนอื่นฉันไม่ต้องการ!”

“แล้วต้องการอะไร หรือต้องการแย่งของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง”

“ถ้าผู้ชายอยากมาเอง ฉันก็ช่วยไม่ได้”

“อย่ามายุ่งกับพี่ชยันต์!”

“คุณไปบอกเขาเองก็แล้วกัน อย่ามายุ่งกับฉัน!”

“คุณนี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ อยู่ที่ไหนมีแต่คนเดือดร้อน”

“ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อนอีกคน ก็อยู่ห่างๆฉันไว้แล้วกัน”

“ผมไม่กลัวคุณ ผู้หญิงอย่างคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

พูดจบก็กระชากเธอมาใกล้ ประกาศกร้าว “อยากจะมั่วกับผู้ชายคนไหนก็ไป แต่อย่ามายุ่งกับคนในครอบครัวผม ถ้าน้องสาวผมต้องเจ็บเพราะคุณ ครั้งนี้จะไม่มีใครหยุดผมทำลายคุณได้อีก!”

ooooooo

ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดของชยันต์เมื่อวันก่อนทำให้ปียากุลช้ำใจมาก แต่ไม่คิดโทษตัวเอง กลับโยนความผิดทุกอย่างให้จีราวัจน์ และวันนี้เธอก็จะทำให้อีกฝ่ายได้เห็นฤทธิ์เดชบ้าง ด้วยการจ้างนักแสดงสาวตัวประกอบเล็กๆมาสร้างสถานการณ์และตบจีราวัจน์แบบไม่ออมมือ

ชยันต์เคืองภรรยาคนสวยไม่หาย แต่ก็ไม่อยากผูกใจเจ็บให้บรรยากาศในการทำงานเสีย เลยปล่อยให้เธอลอยหน้าลอยตาเข้าไปตรวจงาน โดยไม่คิดเลยว่าหลังจากนั้นกองถ่ายจะวุ่นวายไปหมดเพราะตัวประกอบสาวที่เธอจ้างมาจะหาเรื่องตบจีราวัจน์จนช้ำไปทั้งหน้าและหัวแตกเลือดออกซิบๆ

จีราวัจน์เห็นสายตาสาแก่ใจของปียากุลก็พอรู้สาเหตุ แต่ก็ไม่อยากตอบโต้ให้ชยันต์เพื่อนรุ่นพี่ที่ดีกับเธอเสมอต้องลำบากใจ ผู้กำกับหนุ่มเสียอีกที่เป็นฝ่ายทนไม่ได้ ต้องลากภรรยาจอมหึงไปต่อว่า

ปียากุลไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำแม้แต่น้อย ตอกสามีเสียงเขียว

“อย่างน้อยเปี๊ยกก็ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าเหนือกว่ามันก็คือเปี๊ยก คนที่ตบมันได้โดยไม่ต้องใช้มือตัวเอง!”

ชยันต์ผิดหวังในตัวภรรยามาก แววตาเปลี่ยนจากแข็งกร้าวเป็นเย็นชา “คุณเปลี่ยนไปมากนะเปี๊ยก... เปลี่ยนไปจนผมเริ่มสงสัยแล้วว่าถ้าผมรู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนี้ผมยังจะแต่งงานกับคุณหรือเปล่า”

“ชยันต์! พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงหะ”

“ปียากุลที่ผมเคยรู้จัก...เคยรัก...หายไปไหน ผู้หญิงที่ทำให้ผมยิ้ม หัวเราะได้ในวันที่ผมเครียดที่สุด...ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน แล้วผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เป็นใครกันแน่...ผมไม่รู้จริงๆ...”

เหตุการณ์วุ่นวายในกองถ่ายทำให้ทุกคนป่วนไปหมด ไม่เว้นแม้แต่เวลาเลิกกองที่ชยันต์พาจีราวัจน์ไปดื่มเพื่อขอโทษ ส่วนปียากุลร้องไห้จะเป็นจะตายจนสาธิตต้องพาไปร้องเพลงแก้เครียดที่บ้าน

จีราวัจน์ไม่ถือสาหาความปียากุลเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่ชยันต์ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่า

ปียากุลทำเกินกว่าเหตุและควรจะต้องได้บทเรียนเสียบ้าง

ปียากุลไม่ได้สำนึกผิด แต่ตีโพยตีพายกับสาธิตที่ชยันต์เปลี่ยนไปเพราะจีราวัจน์ สาธิตพอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ญาติสาวจะใช้อารมณ์ตัดสินทุกเรื่อง โดยเฉพาะความรู้สึกของชยันต์

“เปี๊ยกร้องเพลงให้คอแตก พี่ชยันต์ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกเปี๊ยกหรอก ต้องกลับไปคุยกันที่บ้านโน่น ไปบอกเขาว่าเปี๊ยกคิดอะไร รู้สึกยังไง เขาถึงจะเข้าใจ”

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 3 วันที่ 22 ม.ค.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ