เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ม.ค.60

หม่อมสลวยปะติดปะต่อเรื่องราวว่าหม่อมต่วนคงแต่งเรื่องหม่อมพิณหนีตามผู้ชายไป ทำให้เสด็จในกรมทรงเสียพระทัยมาก ส่วนคนในวังไม่กล้าพูดเรื่องเสื่อมเสียนี้ นานวันก็ลืมกัน

บุญทันเค้นถามลือว่าเอาศพหม่อมพิณไปไว้ไหน ลือเล่าด้วยสีหน้าหวาดกลัวย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน หม่อมต่วนให้ตนกับดำจับหม่อมพิณมัดมือไว้กับคานแล้วให้ตนเฆี่ยนด้วยข้อหาขโมยของจนสลบคาหวาย เอาร่างใส่หีบใบใหญ่สั่งเอาไปถ่วงน้ำกลางคลองที่ลึกสุด ไม่มีใครเห็นเพราะแปลกให้บ่าวในวังออกไปเที่ยวจนหมด แปลกต้องนั่งเรือไปกับพวกตนเพื่อดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย เธอร้องไห้ด้วยความกลัวไม่คิดว่าตัวเองจะร่วมมือทำเรื่องแบบนี้

บุญทันนึกไม่ถึงว่าหม่อมต่วนจะเหี้ยมโหด จับคนถ่วงน้ำทั้งเป็น หม่อมสลวยเป็นห่วงอุรวศีขึ้นมาจับใจ บุญทันโยนถุงเงินให้ลือ เขาดีใจเก็บถุงเงินมากอดแล้ววิ่งหนีไป



ooooooo

ในตอนค่ำ เรือยนต์ของสุรคมแล่นมาส่งอนลที่ท่าน้ำหน้าบ้าน อนลเล่าเรื่องที่เลียบเคียงถามผินและจันมาได้ ไม่มีโอกาสคุยกับอุรวศี สุรคมฟังเรื่องราวแล้วรู้สึกว่าสองบ่าวจะชังหม่อมต่วนเอามากๆ ต้องฟังหูไว้หู อนลเห็นด้วยแต่ก็เห็นกับตาว่าหม่อมต่วนกั้นกำแพงจริงๆ

“เรื่องบาดหมางกันเพราะสมบัติมีให้เห็นอยู่บ่อย ถึงจะจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าไม่อยากให้บาดหมางก็ต้องทำอย่างเสด็จพ่อฉัน ยกสมบัติทั้งหมดให้ลูกชายคนโตเสีย แล้วให้ดูแลน้องๆต่อไป แต่เสด็จพ่อคงไม่ทรงทราบว่าเจ้าพี่อธิปยึดสมบัติไว้คนเดียว ไม่แบ่งปันให้น้องสักคน”

“ฝ่าบาททราบเรื่องท่านหญิงหลงแล้วจะทำอย่างไรต่อไปหรือกระหม่อม”

“ก็ไม่ทำอะไร รอให้ก่อกำแพงเสร็จก็พอ ไปถึงแล้วไม่ขึ้นไปบนตำหนักใหญ่ก็น่าเกลียด ก่อกำแพงเสียก็ดีเหมือนกัน ต่อไปฉันจะได้ไปมาหาสู่หญิงหลงได้สะดวกหน่อย”

“กระหม่อมคงเข้าใจไม่ผิด ฝ่าบาททรง...”

“ก็อย่างที่เข้าใจนั่นแหละ ฉันชอบหญิงหลง จะเรียกว่ารักแรกพบก็ได้ แต่หาโอกาสใกล้ชิดไม่ได้ซักที รู้อย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย” สุรคมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

อนลหน้าเจื่อนกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ เมื่อเรือแล่นกลับไป ก็พึมพำราวเตือนตัวเองให้พึงจำ...พระอาทิตย์ก็ต้องคู่กับพระจันทร์ มันถูกควรแล้วอนล

ขณะอนลเดินลัดสวนจะเข้าบ้าน ได้ยินเสียงอนึกดังมาจากบ้านเกื้อจึงหยุดฟังอย่างสนใจ อนึกคุยทำนองชื่นชมว่าสิ่งที่เกื้อคิดถูกต้องทั้งหมด แบบนี้พวกเขากับเพื่อนถึงยกย่องเกื้อ อยากให้มาให้ความรู้พวกเขาทุกคืน อนลฉุกคิดถึงที่เคยเห็นทั้งสองออกไปข้างนอกกลางดึกสองสามครั้ง เสียงเกื้อภูมิใจที่ตัวเองยังมีประโยชน์จะพยายามไปทุกคืน แต่กำชับอย่าให้ใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป อนึกรับคำแม้แต่พ่อกับแม่ก็จะไม่ให้รู้ อนลได้ยินยิ่งสงสัยต้องเป็นเรื่องร้ายแรงแน่

พออนึกเดินกลับ อนลดักรอ อนึกคิดว่าน้องชายเพิ่งกลับจึงกระเซ้าว่าแอบไปติดหญิงที่ไหนไม่บอกให้รู้

อนลปฏิเสธแล้วแย็บว่าคงเป็นพี่กับอาที่ติดหญิงถึงชวนกันออกไปค่ำมืด อนึกร้อนตัวกระชากคอเสื้อน้องถามเห็นตนกับเกื้อออกไปหรือ อนลฉุกคิดรีบแก้ตัวเผอิญมองออกมาจากห้องเห็น ทำไมต้องโกรธหรือพี่กับอาชวนกันไปเที่ยวหญิงโคมเขียว

อนึกผงะปั้นหน้าสมยอมว่าตนกับเกื้อยังหนุ่มแน่น ลูกเมียก็ไม่มี กำชับอย่าพูดไปเกรงจะโดนพ่อกับแม่ด่า เพราะสถานที่อโคจร ลูกผู้ดีมีตระกูลไม่ควรไป อนลรับลูกจะไม่บอกใครแต่ขอร้องอย่าไปบ่อยอาจติดโรคให้อับอายเสียยิ่งกว่า อนึกรับคำก่อนจะแอบถอนใจโล่งอก

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงลูกอย่างมากแต่เล่าอะไรให้พ่อฟังไม่ได้ หม่อมสลวยชวนกลับทันทีหลังเสร็จพิธีเผาศพ จางวางสมแปลกใจแทนที่จะค้างอีกสักคืน ล่องเรือค่ำมืดต้องแวะหุงหาอาหารกลางทาง บุญทันเข้าใจอดีตคนรักดีเร่งลูกน้องให้กลับถึงพระนครก่อนรุ่งสาง

ในคืนนั้น ติโลตตมากับอทริการ่วมกันให้แปลกเอาเงินไปว่าจ้างคนงานกลั่นแกล้งอุรวศี ด้วยการซุ่มปาก้อนหินใส่เรือนกลางดึก ให้ทุกคนในเรือนตกใจตื่น ลูกหลานจางวางสมนอนอยู่เป็นสิบคนจะจุดคบออกไปส่องดูว่าใครเป็นคนทำ อุรวศีห้ามไว้ ถ้าจุดไฟพวกนั้นก็หนีไปก่อน

“เท่าที่ฉันฟังเสียงดู มาจากทางด้านหน้าเรือนทั้งนั้น ให้พวกเราอ้อมไปทางหลังเรือนแล้วไปล้อมจับจะง่ายกว่า”

ทุกคนรับฟังอุบายของท่านหญิง เมื่อคนงานสี่คนที่ซุ่มปาก้อนหินอยู่นาน แปลกใจทำไมคนในบ้านไม่ตกใจตื่น หรือไม่มีคนอยู่ ไม่ทันไรลูกหลานจางวางสมเป็นสิบคนถือไม้โอบล้อมมาด้านหลังและรุมตีคนงานทั้งสี่คนจนสะบักสะบอมแล้วจับมัดไว้ ผินกับจันเห็นหน้าจำได้ว่าเป็นคนงานก่อสร้าง ชวนอุรวศีไปทวงถามความเป็นธรรมจากหม่อมต่วน

อุรวศีครุ่นคิด “มืดค่ำแล้ว ไปตอนนี้ก็รังแต่จะถูกโกรธว่าไม่รู้จักเวล่ำเวลา แล้วก็พาลเฉไฉไปเรื่องอื่นเสียเปล่า...จัดเวรยามเฝ้าไว้ให้ดี สว่างเมื่อใดฉันจะเอาตัวไปตำหนักใหญ่ทันที”

คืนเดียวกัน แปลกใช้ผ้าคลุมศีรษะออกมายืนกระสับกระส่ายรอดำ พอดำมาถึงก็โยนถุงเงินลงพื้นให้ ดำโวยบอกแล้วต้องการธนบัตรเพราะไม่เชื่อใจหม่อมต่วนอาจเอางูพิษใส่ถุงมาด้วย แปลกหงุดหงิดที่ดำระวังตัวมาก จำต้องควักธนบัตรยื่นให้แล้วติงว่าหายหัวไปเกือบ 20 ปีจะกลับมาอีกทำไม ดำนับเงินเสร็จสารภาพว่าลูกป่วยหนักไม่มีเงินรักษา ทันใดมีลูกดอกอาบยาพิษพุ่งมาปักคอของดำพอดี ดำสะดุ้งสุดตัวดึงลูกดอกออก พิษกระจายทำให้ตาพร่าทรุดลง

โตเดินหัวเราะออกมาบอกว่าพิษลูกดอกของตนไม่เคยมีใครรอด ดำยังพอมีสติชักมีดปาใส่โตแต่เขาหลบทัน ดำกระเสือกกระสนหนี แปลกให้โตตามแต่โตยิ้มกระหยิ่มเดินตามไปอย่างชะล่าใจ ดำหนีกระเซอะกระเซิงมาล้มริมคลอง โตตามมาถึงเตะเสยหน้าดำล้มหงาย แปลกวิ่งตามมาดูผลงาน พลันเห็นเรือลำใหญ่พายมาและส่องไฟขึ้นบนฝั่งว่าเกิดอะไรขึ้น โตชะงักวิ่งหนีเอาตัวรอด แปลกมองไปเห็นคนละม้ายคล้ายหม่อมสลวยก็ตกใจหนีไปอีกทาง

บุญทันกับจางวางสมและลูกน้องขึ้นฝั่งมาดูศพ เห็นมีเงินในตัวแสดงว่าไม่ใช่การฆ่าชิงทรัพย์ หม่อมสลวยเห็นหน้าดำก็แทบช็อกยิ่งเป็นห่วงอุรวศีมากขึ้น วิ่งกลับเรือนปั้นหยาไม่รอใคร บุญทันรีบสั่งลูกน้องไปแจ้งนครบาลและฝากจางวางสมดูแลแทน ก่อนจะวิ่งตามเธอไป

แปลกกลับมารายงานหม่อมต่วน ถูกตวาดลั่นที่ทำงานพลาดให้มีคนเห็น พยายามระงับอารมณ์ซักไซ้ว่าเป็นใคร แปลกไม่แน่ใจแต่คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนหม่อมสลวย หม่อมต่วนยิ่งโกรธตะคอกใส่ไล่ไปสืบให้แน่ชัด

เวลารุ่งสาง หม่อมสลวยวิ่งขึ้นเรือนไม่พบใครยิ่งตกใจจะร้องเรียกลูก มีมือหนึ่งมาปิดปากดึงไป...แปลกขึ้นมาบนเรือนปั้นหยาเดินด้อมๆมองๆไม่เห็นใคร ผินถือตะกร้ากับข้าวที่ซื้อจากตลาดกลับมาเห็นโวยวายหาว่าขโมยของ แปลกต้องขึ้นเสียงกลบเกลื่อนว่าหม่อมต่วนให้หม่อมสลวยไปหาที่ตำหนัก ผินเอะใจ

“หม่อมท่านไปปากน้ำโพ คนรู้กันทั้งวัง เอ็งมุดหัวอยู่ที่ไหนวะอีหน้าดำ”

“ก็กลับมาแล้วไม่ใช่รึ เมื่อตอนใกล้รุ่งข้ายังเห็นอยู่เลย” แปลกตีขลุม

ผินยืนกรานว่าหม่อมสลวยยังไม่กลับ ใครจะกลับมาตอนรุ่งสาง มิต้องออกจากปากน้ำโพกลางดึกให้นั่งสัปหงกมาทั้งคืนหรือ แปลกเห็นว่าจริงสะบัดหน้าลงจากเรือน ผินมองตามยิ้มเยาะทำเป็นอ้าง จะมาหยั่งเชิงเรื่องปาหินใส่เรือนเมื่อคืนมากกว่า ตนไม่โง่หรอก

พอผินเดินเข้าครัว บุญทันก็พาหม่อมสลวยออกจากที่ซ่อน ทั้งสองมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดชายคลองต้องเกี่ยวข้องกับหม่อมต่วน หม่อมสลวยห่วงอุรวศีทำไมไม่อยู่เรือน

“ไม่ต้องห่วงหรอกหม่อม แม่ผินมีท่าทีปกติแสดงว่าท่านหญิงปลอดภัย คงมีธุระไปทำแต่เช้าเลยไม่อยู่เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ต้องเป็นห่วงตอนนี้คือตัวหม่อมเอง

มากกว่า ถ้าพวกมันสงสัยหม่อมขึ้นมา ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับหม่อมอีกต่อไปแล้ว”

“ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับฉันกับลูกนับตั้งแต่วันที่สิ้นเสด็จแล้วล่ะ” หม่อมสลวยทิ้งท้ายด้วยความหนักใจ

ooooooo

ภายในห้องโถงตำหนักหม่อมต่วน คนงานสี่คนถูกมัดมือผลักลงบนพื้นต่อหน้าหม่อมต่วนและลูกๆ อุรวศีเดินตามเข้ามาพร้อมจัน ย้ำเตือนหม่อมคงไม่ลืมว่าคนงานเหล่านี้เป็นคนของหม่อม หม่อมต่วนเมินหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้

จันสาธยายว่าคนพวกนี้เอาหินปาใส่เรือนปั้นหยากลางดึก ติโลตตมาตวาดกลับ เจ้านายจะคุยกันกล้าดีอย่างไรมาทะลุกลางปล้อง ไร้การอบรม อุรวศีกล่าวขอโทษแต่เรื่องที่จันพูดเป็นเรื่องจริง ติโลตตมากลับหาว่าไปทำอะไรไม่ดีไว้ พวกคนงานถึงแกล้งเอา

“หญิงไม่รู้จริงๆค่ะว่าทำอะไร คงต้องให้พวกเขาบอกออกมาเอง...จันไปแจ้งตำรวจทีซิ”

ติโลตตมาสบตาอทริกาทำนองจะทำอย่างไรดี หม่อมต่วนรำคาญไล่ให้ไปแจ้งจับกันนอกวัง อุรวศีรับคำ ที่มาเพราะเห็นว่าเป็นคนงานของหม่อมจึงบอกกล่าวให้ทราบก่อน

“จัน...บอกตำรวจด้วยนะว่าฉันเป็นหม่อมเจ้า เรือนที่ฉันอยู่แม้เราจะเรียกกันว่าเรือน แต่จริงๆแล้วต้องถือว่าเป็นวัง ทำลายวังของหม่อมเจ้ามีโทษเท่าไหร่กัน ฉันชักอยากรู้แล้วสิ”

พวกคนงานตกใจตื่นกลัวสารภาพหมดเปลือก อทริกาโวยวายว่าพวกหน้าโง่แค่โดนขู่พูดออกมาทำไม ติโลตตมาตวาดน้องให้หุบปากเช่นกัน ท่านหญิงน้องยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร หม่อมต่วนลมแทบจับ อรุณวาสีช่วยไกล่เกลี่ย

“ใจเย็นๆก่อนนะจ๊ะหญิงหลง อย่าให้ต้องเป็น

คดีความอับอายคนอื่นเลย” แล้วหันไปกระซิบเบาๆกับหม่อมต่วน “แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่เราก็ได้ไม่คุ้มเสียนะคะแม่”

หม่อมต่วนเจ็บใจจำต้องยอมรับผิดชอบค่าเสียหาย อุรวศีถือโอกาสต่อรองขออีกอย่างนอกจากค่าเสียหาย หม่อมต่วนจิกตามองจะเล่นอุบายอะไรกับตนอีก

อุรวศีถือหมอนปักเดินคุยมากับอรุณวาสี มีจันถือผ้าห่ม กลักใส่บุหรี่และเสื้อผ้าผู้ชายอีกสองสามชุดเดินตามกลับเรือนปั้นหยา อรุณวาสียังขำไม่หาย นึกว่าเรื่องที่น้องจะขอจากแม่เป็นเรื่องสำคัญกว่านี้ ที่แท้ก็อยากได้ของ

ของเสด็จพ่อ อุรวศียอมรับว่าอยากได้เป็นที่ระลึกเพราะเห็นว่าหม่อมต่วนยกของของเสด็จพ่อให้คนอื่นง่ายๆ อย่างไม่เห็นค่า

“สมแล้วที่เธอเป็นลูกรักของเสด็จพ่อ” อรุณวาสี ชื่นชม

จันเหลือบไปเห็นหม่อมสลวยยืนอยู่หน้าเรือนทูลบอกท่านหญิง อรุณวาสีเห็นว่าแม่ลูกจะได้สนทนากันจึงขอตัวกลับ อุรวศีรีบเดินขึ้นเรือน หม่อมสลวยน้ำตารื้นโผกอดลูกทันที ท่านหญิงงงแต่ก็กอดตอบไม่ทันสังเกตว่าแม่แอบร้องไห้

ด้านหม่อมต่วนตำหนิลูกหญิงทั้งสองยกใหญ่ว่าทำอะไรไม่ปรึกษา คิดว่าอุรวศีโง่หรืออย่างไร นอกจากทำไม่สำเร็จยังถูกประจาน ติโลตตมาโทษคนงานโง่เง่า หม่อมต่วนยิ่งโกรธหาว่าใช้คนไม่ดูหน้ายังไม่ยอมรับผิด พาลไล่ให้กลับเข้าวังไปให้หมด อทริกาบ่นอย่างหงุดหงิด

“ทำไมล่ะคะ แม่ให้เราออกจากวังก็เพื่อไปงานเลี้ยงไม่ใช่หรือคะ นี่งานก็ยังไม่ได้ไปจะให้เรากลับไปถูกเสด็จป้าดุด่าเอาอีกแล้วหรือคะ เสด็จป้าหงุดหงิดอยู่ตลอด ใครทำอะไรก็ไม่ถูกพระทัย หญิงเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

“ยังจะอยากไปงานอีกรึ เสียท่าให้นังลูกเมียไพร่จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว หรือต้องให้ฉันแทรกแผ่นดินหนีก่อน เธอถึงจะพอใจ”

“กลับหญิงนิด เมื่อแม่ไม่อยากให้เราอยู่เราก็ไม่ต้องอยู่ แต่แม่จำไว้นะคะว่าคนอย่างหญิงอาจจะพลาดก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่หญิงไม่มีวันแพ้หญิงหลงเด็ดขาด” ติโลตตมาเสียงเข้ม

หม่อมต่วนพยายามระงับอารมณ์ เหลือบไปเห็นแปลกนั่งพับเพียบรออยู่ก็เรียกให้เข้ามา แปลกรายงานว่าหม่อมสลวยยังไม่กลับ คิดว่าที่ตนเห็นในเรือแค่คลับคล้ายคลับคลา

หม่อมต่วนไม่เชื่อตวาดแว้ด “อีโง่ เพราะคิดอย่างนี้น่ะสิถึงต้องเป็นขี้ข้า นังสลวยมันตามพ่อมันเข้าออกวังนี้แต่เล็กแต่น้อย บ่าวไพร่ทุกคนมันกับพ่อมันต้องจำได้ อ้ายดำมันเป็นบ่าวข้ามาก่อน แล้วมันหายไปสิบกว่าปีจู่ๆโผล่มาตายแถวนี้ มีรึจะไม่ระแวงมาถึงข้า”

“ถึงระแวงก็ทำอะไรหม่อมไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ หม่อมมีบารมีล้นเหลือ แค่จางวางเฒ่ากับหม่อมปลายแถวจะทำอะไรได้เจ้าคะ”

แปลกพยายามประจบเอาใจเพื่อให้ตัวรอด หม่อม ต่วนพอใจที่ถูกยกยอ แต่กำชับว่าอย่าประมาทให้คอยจับตาดูไว้ถ้าใครมีพิรุธต้องรีบมารายงาน และย้ำด้วยแววตาอำมหิต ถ้าใครมีพิรุธตนจะทำให้ตายไม่ต่างจากหม่อมพิณ

ooooooo

เช้าวันใหม่ อนลตัดสินใจบอกพระยารัชปาลีเรื่องที่ตนเห็นอนึกกับเกื้อชอบออกไปนอกบ้านมืดค่ำ ไม่ทันจะเล่าสิ่งที่ได้ยินทั้งสองสนทนากัน ดวงแขโผล่เข้ามาขัดจังหวะ เรียนว่าแม่ของตนเดินทางมาจากหัวเมือง ท่านเจ้าคุณดีใจจะรีบออกไปต้อนรับ

“คุณพ่อครับ เรื่องที่ผมกราบเรียน...”

“เอาไว้คุยกันวันหลังแล้วกันเจ้านล ไป ไปกราบคุณหญิงไกรกับพ่อก่อน”

อนลมองพ่อกระตือรือร้นออกไปอย่างเสียดายเพราะคิดว่าเรื่องพี่กับอานั้นสำคัญ...พอออกมากราบ

คุณหญิงไกรภรรยาพระยาไกรเพชรรัตน์ คุณหญิงเห็นหน้าอนลก็แอบชื่นชมสมแล้วที่ลูกร่ำร้องให้มาดูตัว แต่จำต้องอ้างข้อราชการเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด

“ที่ฉันมาเพราะมีราชการด่วนมาถึงท่านเจ้าคุณ จะไหว้วานคนอื่นก็ไม่ได้เลยต้องมาเอง”

นวมชวนให้พักอยู่หลายๆวัน แต่คุณหญิงไกรบ่นเสียดายเพราะต้องกลับพร้อมท่านเจ้าคุณ นวมจะให้บ่าวไพร่จัดห้อง อนลแทรกว่าตนสั่งให้เตรียมเรือนด้านหลังไว้แล้ว จะได้อยู่เป็นส่วนตัวทั้งครอบครัว พระยาไกรและคุณหญิงยิ่งปลาบปลื้มในความใส่ใจของอนล

ในเรือนรับรองแขก คุณหญิงไกรถอนใจเฮือกใหญ่ ต่อว่าลูกที่ให้ตนผิดศีลมุสา ดวงแขกอดอ้อนว่าอยากให้เจออนลแล้วถามแม่พอใจไหม คุณหญิงยอมรับทั้งกิริยามารยาท หน้าที่การงาน เชื้อสายเสมอกัน ดวงแขเศร้าลงสารภาพว่าอนลไม่ได้สนใจตนเลย ตนควรทำอย่างไรดี

“ลูกแม่เป็นคนสะสวย ชาติตระกูลก็ดี ผู้ชายที่ไหนจะไม่พอใจ แต่นิสัยผู้ชายเห็นผู้หญิงมีใจให้ก็มองเป็นของตาย เลยไม่กระตือรือร้นเสียมากกว่า...ของอย่างนี้มันต้องใจเย็นๆ เราเป็นหญิงประเจิดประเจ้อนักมันไม่งาม เชื่อแม่ แม่ดูท่าทางท่านเจ้าคุณรัชปาลีกับคุณหญิงนวมแล้ว ถ้าจะดองเป็นทองแผ่นเดียวกับเรา ก็เห็นจะพอใจมากอยู่”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณแม่เถอะค่ะ ลูกกลัวอย่างเดียวว่าคุณพ่อจะยกลูกให้พวกข้าราชการบ้านนอกพวกนั้น ตามตื๊อตอแยอยู่ได้ น่ารำคาญจริงๆ”

“ไม่ต้องกลัวหรอกลูก ตระกูลพ่ออนลเป็นพระยากันมาสามชั่วคน ตั้งแต่รุ่นทวดมาจนถึงท่านเจ้าคุณรัชปาลี แถมตระกูลนี้ยังมีลูกน้อย ทรัพย์สมบัติก็ไม่กระเส็นกระสาย ร่ำรวยกว่าที่เราเห็นมากนัก แล้วคุณพ่อจะยกแม่ดวงแขให้คนอื่นได้อย่างไรกัน”

ดวงแขรู้ว่าอนลรวยมากยิ่งปลื้มในตัวเขามากขึ้น

ooooooo

สายวันเดียวกัน อนึกพาเพื่อนๆมาเจอเกื้อที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เกื้อยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่จะสนทนากันมากนัก แต่พออนึกบอกว่าทุกคนรับราชการที่เดียวกับตน ทุกคนสนใจเรื่องของเกื้ออยากมาฟังด้วยตัวเอง เกื้อจึงขอให้เปลี่ยนสถานที่ให้มิดชิดกว่านี้

เรื่องของอนึกกับเกื้อทำให้อนลเครียด ทำงานไปถอนใจไป สุรคมเข้ามาทัก อนลอยากปรึกษาแต่ไม่กล้า เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าเรื่องที่พี่กับอาทำมันดีหรือร้าย สุรคมเห็นเพื่อนอึกอักจึงตัดบทอยากเล่าให้ฟังเมื่อไหร่ค่อยมาพูดกัน แต่ตอนนี้ตนมีข่าวดีมาบอก อนลตื่นเต้นไปด้วย

เรื่องดีของสุรคมคือเจ้าพี่อธิปจะเสกสมรสกับหญิงเมรา อนลยินดีด้วยแต่แล้วต้องหุบยิ้ม เมื่อสุรคมวาดฝันให้ฟังว่า “เท่ากับฉันกับหญิงหลงใกล้ชิดกันมากขึ้นไปอีกขั้น ต่อไปถ้าจะเป็นตาของฉันกับหญิงหลงบ้าง ก็คงจะง่ายขึ้น”

ด้านอุรวศีตกใจเมื่อรู้ข่าว พูดโพล่งออกมาต่อหน้าหม่อมสลวย หม่อมเรี่ยม และเมราว่าอย่างพี่หญิงของตนน่าจะได้คนดีกว่านี้ หม่อมสลวยตกใจเอ็ดเบาๆ แต่หม่อมเรี่ยมกลับขำ

“ท่านหญิงหลงยังเยาว์ คงเห็นท่านอธิปรูปไม่งามสมกับหญิงเม ก็เลยหวงพี่ขึ้นมาล่ะสิ”

“รูปไม่งามแต่ถ้าเป็นคนดีก็เหมือนมีรูปสุวรรณอยู่ชั้นใน ไม่มีอะไรต้องตำหนิหรอกค่ะหม่อมป้า เจ้าพี่อธิป...การพูดการจาก็พิกล ดูเจ้าชู้กรุ้มกริ่มอย่างไรก็ไม่รู้ กลัวว่าพี่หญิงเมจะต้องเสียใจเพราะเจ้าพี่อธิปน่ะสิคะ”

เมรายิ้มอย่างเอ็นดู บอกน้องว่าผู้ชายจะหารักเดียวไม่เจ้าชู้ได้สักกี่คน ยิ่งร่ำรวยมหาศาลย่อมมีหม่อมเล็กๆ เป็นเรื่องธรรมดา สำคัญที่ตนเป็นเอกเหนือกว่าทุกคนก็พอ หม่อมเรี่ยมเสริม ถ้ากลัวว่าหญิงเมราจะถูกรังแก ไม่ต้องห่วงเพราะตนจะย้ายไปอยู่ที่วังด้วย หม่อมสลวยได้ยินตกใจไม่เหลือใครเป็นพวก ต้องโดนหม่อมต่วนเล่นงานหนักขึ้นกว่าเดิม หม่อมเรี่ยมเห็นว่าเมื่อกำแพงก่อเสร็จก็เหมือนถูกตัดขาดจากวัง จึงคิดเอาเรือนให้คนเช่า

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ม.ค.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ