อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ม.ค.60

เมรายิ้มอย่างเอ็นดู บอกน้องว่าผู้ชายจะหารักเดียวไม่เจ้าชู้ได้สักกี่คน ยิ่งร่ำรวยมหาศาลย่อมมีหม่อมเล็กๆ เป็นเรื่องธรรมดา สำคัญที่ตนเป็นเอกเหนือกว่าทุกคนก็พอ หม่อมเรี่ยมเสริม ถ้ากลัวว่าหญิงเมราจะถูกรังแก ไม่ต้องห่วงเพราะตนจะย้ายไปอยู่ที่วังด้วย หม่อมสลวยได้ยินตกใจไม่เหลือใครเป็นพวก ต้องโดนหม่อมต่วนเล่นงานหนักขึ้นกว่าเดิม หม่อมเรี่ยมเห็นว่าเมื่อกำแพงก่อเสร็จก็เหมือนถูกตัดขาดจากวัง จึงคิดเอาเรือนให้คนเช่า

คืนนั้นหม่อมสลวยร้อนใจอยากเล่าความร้ายกาจของหม่อมต่วนให้ลูกรู้แต่ก็กลัวเป็นอันตรายแก่ลูก ผินเข้ามารายงานว่าแปลกมาขอพบ หม่อมหน้าซีดท่าทางหวาดกลัวคิดหาทางเอาตัวรอด อุรวศีจับตามองแม่อย่างสงสัย



หม่อมสลวยใช้วิธีนอนซมเป็นไข้ไม่อาจไปพบหม่อมต่วนได้ แปลกไม่อยากเชื่อแต่โดนอุรวศีแดกดันถ้าอยากรู้เรื่องปลีกย่อยให้หม่อมต่วนมาถามด้วยตัวเอง... อย่างไรเสียแปลกก็ยังเกรงกลัวท่านหญิง ได้แต่สะบัดสะบิ้งกลับไป

หม่อมสลวยถอนใจเฮือกใหญ่ อุรวศีจ้องแม่ด้วยสีหน้ามีคำถามมากมาย หม่อมลำบากใจบอกกับลูกว่าไม่อยากไปเจอหม่อมต่วนตอนนี้ ท่านหญิงไม่เชื่อ เรื่องแค่นี้จะต้องโกหกเป็นคุ้งเป็นแคว จะไปถามหม่อมต่วนเองว่ามีเรื่องอะไร หม่อมสลวยตกใจดึงแขนลูกไว้ ห้ามไปพบหม่อมต่วนเด็ดขาด

ท่านหญิงผงะไม่เคยเห็นแม่ดุใส่แบบนี้ หม่อมสลวยตัดสินใจออกคำสั่ง

“หญิงเป็นคนฉลาดเฉลียวก็จริง แต่ก็เป็นคนเถรตรงเหมือนเสด็จพ่อ อย่างไรก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนหรอก แม่ตัดสินใจแล้ว หญิงเตรียมตัวเข้าวังไปอยู่กับเสด็จพระองค์หญิงจะดีที่สุด”

“ไม่นะคะ เสด็จป้าไม่ทรงชอบหญิง คราวก่อนที่หญิงไปอยู่ด้วยก็โดนเสด็จป้ากริ้วไม่เว้นแต่ละวัน แล้วจะให้หญิงไปอีกหรือคะ”

หม่อมสลวยพยายามกล่อมว่าแต่ก่อนลูกยังเด็ก ตอนนี้โตแล้วไม่เหมือนกัน ท่านหญิงไม่ยอมไป หม่อมจึงสั่งเสียงเฉียบต้องไปอย่าดื้อ อุรวศีหน้าเสีย หม่อมเห็นรู้สึกเสียใจกล่าวขอโทษและอ้างเหตุผลว่าเกรงพวกคนงานมาระรานอีก ตนต้องไปทำธุระที่นครสวรรค์ เสร็จเมื่อไหร่จะไปรับออกจากวัง ท่านหญิงไม่เข้าใจเกิดอะไรขึ้นแต่ก็โอนอ่อนตามคำขอของแม่

ด้านหม่อมต่วนตวาดใส่แปลกโง่เง่าหลงเชื่อมารยาสาไถยของหม่อมสลวย ถ้าไม่ติดว่าดำเพิ่งตาย กลัวจะมีพิรุธหากมีคนตายติดๆกัน จะกำจัดหม่อมสลวยให้เหมือนกำจัดหม่อมพิณ สั่งแปลกรอดูสักสี่ห้าวัน ถ้ายังไม่รู้ว่าหม่อมสลวยมีปฏิกิริยาอะไร ได้เห็นดีกัน

ooooooo

วันต่อมา อธิปใช้อนลเอาเครื่องแก้วไปให้หญิงเมรา สุรคมไม่ค่อยพอใจที่พี่ชายใช้คนในกระทรวงทำเรื่องส่วนตัว อนลไม่คิดอะไร และเมื่อรู้ตัวว่าไม่คู่ควรกับอุรวศีก็อยากให้เธอมีคนดีเป็นคู่ครอง จึงถามสุรคมว่าอยากฝากอะไรถึงอุรวศีบ้างไหม สุรคมอยากฝากแต่คิดไม่ออก

เมื่ออนลมอบเครื่องแก้วให้หญิงเมรา เธอปลื้มใจที่อธิปทรงนึกถึง อุรวศีมาหาอยากให้หญิงเมราสอนถักลายใหม่แก้เครียด แต่เธอขอตัวเพราะติดธุระต้องไปทูลเสด็จพระองค์อื่นเรื่องเสกสมรส อนลเห็นสีหน้าอุรวศีซึมลง รู้สึกห่วงใยจับใจจึงเดินตามออกมา อุรวศีหันกลับมามอง

อนลค้อมหัว “กระหม่อมได้รับฝากของจากท่านชายสุรคมมาถวายฝ่าบาทกระหม่อม”

อุรวศีแปลกใจ พออนลหยิบแหวนที่สุรคมถอดออกจากนิ้วฝากมายื่นให้ อุรวศียิ่งงงที่เป็นแหวนผู้ชาย ฉุกคิดว่าสุรคมกำลังจีบตน หน้าบึ้งขึ้นทันที ถามอนลว่าท่านพี่ตรัสอย่างไรอีก

“ไม่ได้ตรัสว่าอะไรกระหม่อม เพียงแต่ให้กระหม่อมเอาแหวนวงนี้มาถวายเท่านั้น”

“แล้วเธอก็เอามาให้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ” อุรวศีรู้สึกโกรธอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

อนลหน้าเสียทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นท่านหญิงกริ้ว อุรวศีฝากไปทูลว่าตนขออภัยไม่อาจรับไว้ แล้วสะบัดหน้าเดินกลับเรือนปั้นหยา อนลยืนงุนงงทำไมท่านหญิงถึงโกรธขนาดนั้น

อุรวศีเข้าห้องด้วยความหงุดหงิด หยิบหนังสือท้าวแสนปมขึ้นมาพูดใส่ราวเป็นตัวแทนอนล “มากเกินไปแล้วท้าวแสนเปื้อน กล้าดียังไงถึงทำตัวเป็นพ่อสื่อพ่อชัก พอฉันไม่พูดก็เอาใหญ่ บังอาจมากขึ้นทุกที ถือตัวว่าเป็นลูกพระยาแล้วจะทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นรึ ถ้าไม่ติดว่ายกเลิกการทวนหวายไปแล้วนะ...น่าดู”

หนังสือถูกเหวี่ยงลงบนเตียง จดหมายอนลปลิวออกมา อุรวศีหยิบมาอ่านกลอนที่อนลเขียนอีกครั้ง ยิ่งรู้สึกโกรธอย่างบอกไม่ถูก

พอสุรคมได้รับแหวนคืนก็เศร้าเสียใจ เพราะหมายความว่าอุรวศีไม่รับสัมพันธ์ แต่อนลปลอบ อาจเป็นเพราะท่านหญิงเห็นว่าเป็นแหวนผู้ชายไม่เหมาะกับท่าน จึงไม่รับไว้

“อย่าซื่อนักเลยอนล ฉันถอดแหวนฝากไปให้ก็เพื่อสื่อใจให้เห็นว่าคิดอย่างไร ถ้าหญิงหลงมีใจตอบ เขาก็ต้องรับไว้ แต่นี่คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากเขาไม่ชอบฉัน”

อนลเผลอยิ้มออกมา สุรคมถามยิ้มอะไร เขารีบหุบยิ้มอ้างว่าไม่ทันคิด สุรคมส่ายหน้า พูดแทงใจ มิน่าทำไมคุณหญิงนวมถึงเพียรหาลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง เพราะไม่ได้เรื่องแบบนี้นี่เอง

อนลยังยิ้มขณะนั่งเรือกลับบ้าน เหม่อลอยไม่ขึ้นจากเรือ จนคล้องกับถึกแปลกใจคิดเป็นอื่น แนะนำให้เจ้านายไปรดน้ำมนต์ที่วัดใกล้ๆ อนลเอ็ดกลบเกลื่อนว่าเหลวไหล

ooooooo

หม่อมสลวยแอบมาเล่าเรื่องที่แกล้งป่วยเพื่อหลบเลี่ยงการไปพบหม่อมต่วนให้บุญทันฟัง เขาไม่สบายใจอยากแจ้งนครบาลให้บ้านเมืองลงโทษหม่อมต่วน แต่หม่อมสลวยรู้ว่าไม่เป็นผลเพราะพี่น้องหม่อมต่วนเป็นคนใหญ่คนโตทุกกระทรวง ตนเองที่จะต้องเป็นเหมือนหม่อมพิณ

บุญทันหนักใจชวนหนีไปอยู่ด้วยกัน หม่อมสลวยส่ายหน้าไม่อาจทำอย่างนั้นได้ เพราะเป็นการดึงลูกให้ลงต่ำ ตอนนี้ตนให้อุรวศีเข้าไปอยู่ในวัง ส่วนตนจะไปตายดาบหน้า บุญทันอ้างถึงความรักที่มีให้เธอไม่เคยเสื่อมคลายและตอนนี้เสด็จท่านก็สิ้นพระชนม์แล้ว เราแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เรื่องลูกๆถ้าทรงทราบถึงความจำเป็น ตนเชื่อว่าไม่มีท่านใดตำหนิเธอ

หม่อมสลวยคิดหนัก นำเรื่องมาปรึกษาพ่อกับแม่ แสงไม่เห็นด้วย การมีสามีเป็นพระองค์เจ้าถือว่าเป็นวาสนาสูงสุด น่าจะครองตัวเป็นโสดเพื่อรักษาเกียรติให้ลูก จางวางสมถามจะทนคำด่าประณามได้หรือ

“จ้ะพ่อ พวกเราทนทุกข์กันมายี่สิบกว่าปีแล้วเห็นใจฉันเถอะจ้ะ ส่วนเรื่องลูก ฉันจะไม่ให้เสื่อมพระเกียรติ ฉันไปอยู่ปากน้ำโพกับพี่บุญทัน ถ้าคนจะด่าก็ให้ด่าฉันคนเดียว”

“มันจะคนเดียวได้ยังไง แม่ลูกกันอย่างไรก็ต้องโดนด้วยอยู่แล้ว ท่านชายอยู่เมืองฝรั่งยังไม่เท่าไหร่ แต่ท่านหญิงคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่ แล้วแม่สลวยยังเห็นแก่ตัวได้อีกรึ”

หม่อมสลวยตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไป แสงโมโห จางวางสมเอะใจให้ลูกกับบุญทันตามไปคุยในห้อง แสงโวยทำไมพูดให้ตนฟังด้วยไม่ได้ จางวางสมปรามจะเสียงดังให้รู้กันทั้งเรือนหรืออย่างไร แสงฮึดฮัดไม่พอใจ

พอฟังเรื่องราว จางวางสมก็เข้าใจและเห็นด้วย บุญทันอยากให้เล่าเรื่องหม่อมต่วนให้อุรวศีฟังจะได้ไม่โกรธที่แม่ทิ้งไป แต่ผู้เป็นพ่อคิดแบบเดียวกับหม่อมสลวย อย่าให้ท่านหญิงรู้เพราะหม่อมต่วนเป็นคนฉลาด ถ้าจับพิรุธได้ท่านหญิงจะไม่ปลอดภัย แต่ลูกจะต้องทนถูกตราหน้าเป็นคนเลว หม่อมสลวยน้ำตาไหลพราก

“เพื่อลูก ต่อให้ถูกตราหน้าว่าชั่วกว่านี้อีกร้อยเท่า ฉันก็ยอมจ้ะพ่อ”

ค่ำนั้น อุรวศีตกใจเมื่อหม่อมสลวยบอกให้เข้าวังในวันพรุ่งนี้ เมื่อกำแพงก่อเสร็จจะไปรับกลับ ท่านหญิงเฉลียวใจถามตกลงเพราะต้องไปทำธุระที่ปากน้ำโพ หรือเพราะเรื่องคนงานก่อกำแพง หม่อมสลวยหน้าเสียโกหกจนลืมรีบแก้ตัวว่าธุระที่ปากน้ำโพให้คนอื่นทำแทน แต่ห่วงเรื่องคนงานมากกว่า ท่านหญิงยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมแม่ถึงไม่อยู่ด้วยกันที่วัง

“แม่ไม่เป็นไรหรอก แม่แก่แล้วไม่ใช่สาวๆเหมือนหญิง”

“แม่ไม่เห็นแก่ตรงไหนเลย แม่ยังสาวพริ้งเหมือนแก่กว่าพี่หญิงเมสองสามปีเอง”

“วุ้ย นึกยังไงมาชมแม่ ไม่เอาล่ะหญิงไปเก็บข้าวของเถอะจ้ะ อะไรที่จำเป็นก็อย่าลืมเอาไปให้ครบถ้วนนะ”

อุรวศียิ่งสงสัยเหมือนแม่มีความลับบางอย่างที่ไม่ยอมบอก สักวันจะต้องรู้ความจริงให้ได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ ครอบครัวพระยารัชปาลีพร้อมใจกันยืนส่ง พระยาไกร คุณหญิงและดวงแขกลับหัวเมือง ดวงแขพยายามพูดเป็นนัยๆทอดสะพานให้อนลแต่เขาไม่รับมุก อนึกนึกขันน้องชาย ช่างไก่อ่อนไม่รู้ว่าผู้หญิงมีใจให้ อนลยืนนิ่งๆไม่แสดงอาการใดๆ

คุณหญิงไกรปรามลูกสาวบอกแล้วว่าอย่าใจร้อน อีกไม่นานก็ได้เจอกัน ดวงแขหน้าเศร้าผิดหวังที่อนลไม่มีใจให้ตนเลย มีเพียงอนึกที่พูดคุยร่ำลา...พระยาไกรตบบ่าพระยารัชปาลีเบาๆ

“มีข่าวสำคัญอะไรในพระนครก็อย่าลืมแจ้งถึงกันบ้างล่ะ”

“อย่าห่วงเลย ถ้ามีเรื่องสำคัญจริงรับรองว่าท่านเจ้าคุณต้องรู้ข่าวก่อนเจ้าเมืองทุกคนแน่”

พระยาไกรหัวเราะชอบใจ หันไปร่ำลาเกื้อที่ออกมาร่วมส่ง พอเรือพระยาไกรแล่นออกไป เกื้อถามพี่ชายว่าข่าวอะไรที่จะส่งให้พระยาไกร พระยารัชปาลีแปลกใจ

“สนใจด้วยหรือเกื้อ ก็ข่าวเกี่ยวกับงานราชการนั่นล่ะ ใครจะขึ้นตำแหน่งอะไร นิสัยใจคออย่างไร ของพวกนี้มันต้องรู้ไว้จะได้หันหางเสือตามทิศทางลมถูก”

“เส้นสาย...เพราะอย่างนี้บ้านเมืองเราถึงไม่เจริญเหมือนบ้านเมืองอื่นเสียที” เกื้อดูถูกมาก

“น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว แกอย่าขวางโลกหน่อยเลย”

ขณะนั้นเองถึกและคล้องเดินแข่งเบียดกันมา ถึกรายงานเกื้อว่าทับมาหา เกื้อรีบใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดิน กะเผลกไป นวมบ่นกับท่านเจ้าคุณว่าไม่ชอบเพื่อนขี้คุกของเกื้อคนนี้เลย ท่านเจ้าคุณออกรับแทนว่า ติดคุกคดีการเมืองไม่เสียหาย และเกื้อก็อยู่แต่กับตำรับตำราทั้งวัน จะคบเพื่อนที่ไหนได้นอกจากพวกหนอนหนังสือด้วยกัน นวมค้อนเล็กๆที่สามีออกรับแทนน้อง ท่านเจ้าคุณขี้เกียจเถียงด้วยหันไปถามคล้องมีอะไร

คล้องเรียนว่าท่านชายสุรคมมาหาอนล ท่านเจ้าคุณเอ็ดเสียงลั่น “อ้ายเวร เรื่องสำคัญอย่างนี้ทำไมไม่รีบบอก”

ทุกคนรีบเดินมาต้อนรับ สุรคมยิ้มแย้มไม่ได้โกรธเคืองที่ต้องรอ แค่มาชวนอนลเป็นเพื่อนไปทำธุระ พระยารัชปาลีโล่งอกคิดว่าลูกชายก่อเรื่องอะไร ท่านชายถึงต้องเสด็จมาเอง

ธุระของสุรคมไม่พ้นเรื่องอุรวศี อยากให้ไปสืบว่าเธอมีคนอื่นหรือถึงไม่ชอบตน อนลหน้าเจื่อนจะถามเรื่องส่วนตัวขนาดนั้นได้อย่างไร ถึงจะถามบ่าวก็คงโดนไล่เปิง

“หญิงหลงไม่ใจร้ายอย่างนั้นหรอก นะอนลช่วยฉันสักครั้ง ฉันไม่มีเพื่อนที่ไหนแล้วนอกจากนาย นายจะใจดำเห็นฉันนอนไม่หลับไปอีกกี่คืนกัน” สีหน้าท่านชายขอร้อง

อนลหนักใจที่ต้องช่วยท่านชายเรื่องนี้...อนึกแอบฟังทั้งสองคุยกันแล้วมาเล่าต่อเกื้อ ระแวงว่าอนลจะคุยเรื่องของเราแต่กลายเป็นเรื่องไร้สาระ เกื้อชมว่ารอบคอบดีเพราะเรื่องที่พวกเราทำอยู่ หวังจะให้คนอื่นเข้าใจคงยาก แต่ถ้าสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน ทับฟังอาหลานคุยกันแทรกถามเรื่องนี้หรือที่ให้ตนมาพบ เกื้อยิ้มรับเพราะทับมีสายตายาวไกลกว่า อยากได้ความรู้ของเขามาช่วย ทับปลื้มกับคำเยินยอและมีความเชื่อเดียวกัน อนึกกังวลกลัวความลับรั่วไหล เกื้อรับรองและเชื่อใจทับ อนึกจึงรีบไปปิดประตูหน้าต่างก่อนจะคุยรายละเอียดกัน

ooooooo

อนลถือตะกร้ามะม่วงเดินตามหลังสุรคมเข้ามาในตำหนัก หม่อมต่วนยิ้มแย้มต้อนรับเชื้อเชิญให้นั่ง สุรคมหันมากำชับอนลฝากทำเรื่องที่ขอให้สำเร็จ อนลหนักใจเดินไปยังเรือนปั้นหยา

ผินกับจันเดินออกมาจำอนลได้ จึงบอกว่าอุรวศีเข้าไปอยู่ในวังหลายวัน ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่เพราะเสด็จพระองค์หญิงเข้มงวดมาก จะอยู่จะไปประเดี๋ยวประด๋าวคงไม่ยอม อนลหน้าเจื่อนผิดหวังที่ไม่ได้เห็นหน้าท่านหญิง

ด้านอุรวศีนั่งพับเพียบอยู่กับพื้นรอเสด็จพระองค์หญิงเสด็จออกมา หม่อมสลวยพยายามตั้งสติรู้ว่าต้องโดนตำหนิหนัก แต่อย่างไรก็จะต้องฝากลูกไว้ใต้พระบารมีให้ได้ เมื่อเสด็จพระองค์หญิงออกมาก็ดักคอทันที จะฝากลูกไว้เลยหรือชั่วคราว ที่นี่ไม่ใช่โรงพักแรมนึกอยากจะพามาก็มา นึกอยากจะพากลับก็กลับ หม่อมสลวยหน้าซีดไม่กล้าพูดอะไรเกรงจะเป็นการเถียง

“เหลือห้องเล็กอยู่ห้องเดียว อยู่ได้หรือไม่ล่ะ” อุรวศีรับว่าได้ “ดี ที่ไม่เรื่องมาก จัดการด้วยนะสร้อย” เสด็จสั่งสร้อย ข้าหลวงประจำพระองค์

สร้อยเดินนำอุรวศีกับหม่อมสลวยมาที่ห้อง แปลกใจที่มีข้าวของน้อยนิด ท่านหญิงบอกว่าตนมาอยู่ไม่กี่วัน หม่อมสลวยชำเลืองมองลูกอย่างสงสารที่ไม่รู้อะไร พอสร้อยกลับออกไป หม่อมก็ยื่นกุญแจให้อุรวศี กำชับเก็บไว้ให้ดี เป็นกุญแจหีบเครื่องทองและเงินจำนวนมากที่เสด็จพ่อประทานให้ ห้ามบอกให้ใครรู้เพราะเงินทองไม่เข้าใครออกใคร ท่านหญิงแปลกใจแม่เอาหีบสมบัติมาด้วยทำไมและตนก็ไม่อยากเก็บให้ยุ่งยาก หม่อมยัดลูกกุญแจใส่มืออุรวศี

“หญิงโตแล้วต้องรู้จักรักษาสมบัติไว้ให้ดี แม่เองไม่อยากเก็บไว้ให้คนครหานินทา อีกไม่เท่าไหร่พี่ชายจะกลับจากนอกแล้ว สมบัติส่วนของพี่ชายแม่ฝากยายกับตาไว้ หญิงก็จะได้อยู่กันตามประสาพี่ๆน้องๆ เวลานี้ก็อาศัยเสด็จไปก่อนนะลูก”

“แม่พูดอะไรหญิงไม่เข้าใจ ใครจะครหานินทาแม่ ของพวกนี้เสด็จพ่อประทาน หม่อมใหญ่จะมาว่ากระไรได้” อุรวศียิ่งงงหนัก

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ม.ค.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ