อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 25 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 25 ม.ค.60

“แม่พูดอะไรหญิงไม่เข้าใจ ใครจะครหานินทาแม่ ของพวกนี้เสด็จพ่อประทาน หม่อมใหญ่จะมาว่ากระไรได้” อุรวศียิ่งงงหนัก

หม่อมสลวยพูดไม่ออกน้ำตาคลอท่วมตา ดึงลูกเข้ามากอดย้ำคำว่าแม่รักลูก แต่จนใจจริงๆ ท่านหญิงไม่เข้าใจว่าแม่เป็นอะไรแต่ก็กอดแม่ตอบด้วยความรักมากที่สุด...ไม่นานหม่อมสลวยลากลับไม่แม้แต่จะอยู่ทานข้าวเย็นกับท่านหญิง อ้างว่ามีธุระต้องทำหลายอย่าง ท่านหญิงเดินออกมาส่งแม่ แต่พอหันกลับเจอพี่สาว ทั้งสาม ติโลตตมาและอทริกามองอย่างเหยียดหยัน มีเพียงอรุณวาสีที่มองนิ่งๆไม่กล้าพูดคุยด้วยเพราะเกรงกลัวพี่ๆ อุรวศีเห็นความยุ่งยากที่กำลังมา

พอสุรคมรู้จากอนลว่าอุรวศีถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังก็ยิ่งใจสลายเพราะไม่อาจพบหน้าเธอได้อีก อนลไม่เข้าใจ ฐานะอย่างหม่อมเจ้าสุรคม หน้าที่การงานก็ดีทำไมจะเข้าไปในวังไม่ได้



“ใช่ ฉันมียศศักดิ์หน้าที่ราชการ แต่ก็แค่หม่อมเจ้าจนๆ นายก็รู้ว่าเสด็จพ่อยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เจ้าพี่อธิปเพราะเป็นโอรสองค์โต ถ้าเจ้าพี่ไม่แบ่งสมบัติให้ฉันก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากเรือนแคบๆหลังเดียว แล้วใครเขาจะอยากได้ฉันไปคู่กับลูกสาวกัน” สีหน้าสุรคมท้อแท้

อนลรู้สึกเห็นใจเพื่อนผู้มียศศักดิ์...เมื่อกลับมาบ้าน อนลได้แต่เหม่อลอยครุ่นคิดถึงอุรวศี นวมกับพระยารัชปาลีแอบมองกลับเข้าใจว่าลูกคงคิดถึงดวงแข ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจ

ooooooo

วันแรกอุรวศีก็โดนติโลตตมากลั่นแกล้ง ด้วยการบังคับให้อรุณวาสีร่วมมือ ทำเป็นป่วยเข้าเวรรับใช้เสด็จป้าไม่ได้ แล้วให้สำอางข้าหลวงในวังไปเชิญอุรวศีมาทำหน้าที่แทน ด้วยว่าอีกพวกตนไม่อยู่

อรุณวาสีไม่สบายใจที่ต้องร่วมมือกับพี่ๆโกหก สงสารน้องยังไม่ได้เรียนรู้อะไรจะต้องโดนเสด็จป้าดุว่าหนัก ติโลตตมาเอ็ด “พี่นึกแล้วว่าเธอต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนังลูกบ่าวนั่น แม่พูดไว้ไม่ผิดเล้ย เธอนี่มันเกิดผิดท้องจริงๆ”

อทริกาประชดสงสารมากก็ให้ไปฟ้องเสด็จป้าว่าพวกพี่บังคับให้โกหก อรุณวาสีอ่อนใจเพราะพี่ๆก็รู้ว่าตนทำอย่างนั้นไม่ได้ ติโลตตมากับอทริกามุ่งมั่นจะทำให้อุรวศีโดนเสด็จป้าดุด่าจนทนไม่ไหวหนีกลับไปวันนี้พรุ่งนี้เลย แถมหาว่าที่เข้ามาอยู่ในวังเพราะหวังสมบัติของเสด็จป้า

ในห้องบรรทม เสด็จพระองค์หญิงลุกจากเตียงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยโรคปวดข้อ และมักจะเจ็บป่วยบ่อยๆ เป็นสาเหตุให้อารมณ์เสียง่าย อุรวศีเดินนำสำอางยกถาดสำรับอาหารเข้ามา สำอางจัดสำรับเสร็จก็คลานเข่าออกไป เสด็จถามเสียงดุวันนี้เป็นเวรอรุณวาสีทำไมไม่มา

“พี่หญิงเล็กไม่สบายเพคะ”

“แล้วแม่นางงามสามโลกล่ะ”

“ใครกันคะนางงามสามโลก”

“ก็แม่หญิงกลางน่ะสิ อาไร้พี่สาวตัวเองแท้ๆ ไม่รู้รึว่าชื่อมีที่มาอย่างไร”

อุรวศีเข้าใจแล้วหลุดขำ เสด็จมองอย่างไม่พอใจกิริยา ท่านหญิงหน้าเสียขอประทานอภัย เสด็จทิ้งค้อนขยับจะไปเสวย หน้าเหยด้วยเจ็บปวด อุรวศีเป็นห่วงขอช่วยพยุงกลับโดนเหน็บ

“รู้แล้วยังจะถามอีก ที่นี่มีคนอื่นหรือจ๊ะแม่โฉมเอก ทีหน้าทีหลังถ้าไม่เต็มใจจะช่วยเหลือก็ไม่ต้องถาม”

อุรวศีรีบเข้าไปพยุงพาไปนั่งโต๊ะเสวย สงสัยอดถามไม่ได้ว่าเมื่อเช้าเห็นเสด็จป้าทรงแข็งแรงดี เสด็จชี้แจงว่าถ้าอากาศอุ่นก็ไม่เป็นอะไร แต่พอเย็นค่ำอากาศเย็นลงก็จะปวดอย่างนี้ทุกวัน

เสด็จไม่เห็นมีจานข้าวของอุรวศี ไม่พอใจที่ให้ตนทานคนเดียว ท่านหญิงรีบขอประทานอภัยเพราะไม่ทราบว่าต้องร่วมรับประทานด้วย เสด็จเอ็ดอีก “พอๆเอะอะก็ขอประทานอภัย ฉันฟังคำนี้จนเบื่อแล้ว จะทำอะไรก็คิดเสียหน่อยสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมาคอยอภัยให้เธอตลอดเวลา”

อุรวศีเครียดไม่รู้จะเอาใจอย่างไร ทำอะไรไม่ถูกใจไปหมดทุกเรื่อง

ooooooo

ผ่องลูกสาวคนโตของจางวางสมกับแสง ถูกเรียกตัวกลับบ้านเพื่อมาทำหน้าที่แทนแม่ ผ่องงงว่าเรื่องอะไรทำไมรีบร้อนขนาดนี้ บุญทันเล่าเองว่าตนกับหม่อมสลวยตกลงใจออกเรือนร่วมหอกัน ผ่องตกใจยกมือทาบอก

“อย่างไรข้าก็เป็นแม่ พูดจาไม่ดีออกไปก็จะไม่เป็นมงคลกับลูกตัวเอง แต่จะให้ข้าอวยชัยให้พร ข้าก็ฝืนใจทำไม่ได้ดอกโว้ย” แสงร้องไห้เดินกระแทกเท้าเข้าห้องไป

จางวางสมส่ายหน้าอ่อนใจ แม้ผ่องจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับน้องแต่ก็ทำหน้าที่ผูกข้อมืออวยพร “พี่ก็แค่มาทำหน้าที่แทนแม่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ก็ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร รักกันจนแก่จนเฒ่าก็แล้วกันนะ...พี่ช่วยแม่สลวยได้เท่านี้ ที่แล้วมาแม่สลวยเป็นเกียรติเป็นศรีให้พ่อแม่พี่น้อง ต่อไปแม่สลวยก็ทำในสิ่งที่อยากทำก็แล้วกันนะ”

หม่อมสลวยกราบพี่สาวแล้วโผกอดร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง แม้พี่จะไม่รู้สาเหตุแต่ก็เข้าใจตน แสงแง้มประตูแอบมองน้ำตาพรั่งพรู ทั้งโกรธทั้งสงสารลูกคนเล็ก

หม่อมต่วนนุ่งขาวห่มขาวเพิ่งกลับจากวัด แปลกเข้ามารายงานด้วยความร้อนใจว่าหม่อมสลวยกำลังจะหนีตามผู้ชาย หม่อมตาโพลงอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่หม่อมสลวยล่ำลาพ่อกับพี่สาวลงเรือเพื่อเดินทางไปกับบุญทัน หม่อมต่วนกับแปลกเดินออกมาดูริมฝั่งคลอง หม่อมสลวยตกใจ บุญทันโอบบ่าปลอบไม่ต้องกลัว ผ่องตาโตทำอะไรประเจิดประเจ้ออย่างนั้น จางวางสมก็หน้าเครียดเดินหนีกลับเข้าเรือน หม่อมต่วนมองด้วยแววตาชิงชังเหยียดหยาม

“เสด็จเพิ่งสิ้นไม่นานก็ออกลายเสียแล้วนังสลวย สันดานต่ำข้าไม่น่าระแวงหญิงร้อนร่านผู้ชายอย่างเอ็งเลย”

แปลกอยากรู้ว่าทั้งสองรู้จักกันตอนไหนถึงได้กล้าหนีตามกันไป หม่อมต่วนท่าทางอารมณ์ดีขึ้นยิ้มอย่างเยือกเย็น “จะรู้จักตอนไหนสำคัญด้วยรึนังแปลก อย่างไรเสียก็ให้นังสลวยมันคบชู้ไปถูกต้องแล้ว” แปลกยังไม่เข้าใจ “นังโง่...ข้าต้องการให้เอ็งไปกระจายข่าวว่านังสลวยคบชู้หนีตามผู้ชายไปเหมือนที่นังพิณเคยทำ ส่วนเรื่องจริงจะเป็นเช่นไร ข้าไม่สน”

แปลกยิ้มรับ หม่อมต่วนย้ำไม่ว่าหม่อมสลวยจะรู้เรื่องดำหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะไม่มีใครเชื่อถือคำของหญิงคบชู้หนีตามผู้ชาย และไม่ใช่แค่นี้ตนจะทำให้อุรวศีไม่มีหน้าเจอผู้คนอีก

ด้านอรุณวาสีรู้สึกผิดมาสารภาพกับอุรวศีว่าร่วมมือกับพี่ๆทำให้เธอโดนเสด็จป้าเอ็ด อุรวศีไม่โกรธแถมซาบซึ้งน้ำใจ ปลอบให้สบายใจถึงตนไม่โดนวันนี้ก็ต้องโดนวันหน้า ตนอยากรู้ว่าเสด็จป้าชอบหรือไม่ชอบอะไร ตนจะได้ทำให้ถูกพระทัย อรุณวาสีถอนใจ ตนเข้าวังมาสิบปียังโดนดุไม่เลิก วันนี้ท่านโปรดอย่างนี้ อีกวันท่านไม่โปรดแล้ว เดาพระทัยไม่ถูก แต่มีคุณสร้อยที่โดนกริ้วน้อยที่สุด อุรวศียิ้มอย่างมีความหวัง

สร้อยกำลังเตรียมอาหารให้เสด็จอยู่ และอบรมสำอางไปด้วยที่สอนมานานยังทำให้เสด็จกริ้วอยู่เรื่อย พอสำอางออกไป อุรวศีก็เลียบเคียงถาม สร้อยเห็นว่าท่านหญิงทรงอยู่ไม่นานไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ถูกพระทัยเสด็จ ถึงโดนกริ้วบ้างก็ประเดี๋ยวประด๋าว แต่

อุรวศีกลับบอกว่าตนถือคติเมื่อทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ถึงไม่สำเร็จแต่ก็ดีกว่าไม่พยายามเลย สร้อยยิ้มอย่างพอใจก่อนจะถามว่าทรงทำขนมกลีบลำดวนเป็นไหม วันนี้เสด็จอยากรับมื้อเที่ยง เธอยิ้มดีใจ

สร้อยบอกให้อุรวศีรู้ไว้ว่าเวลาเสด็จกำลังเสวย อย่าพูดคุยท่านไม่โปรด แล้วถ้าท่านรวบช้อนเมื่อไหร่ให้เก็บสำรับคาวและเอาสำรับหวานมาแทนทันที ในวันนี้สร้อยทำให้ดูก่อน พอเสด็จชิมขนมกลีบลำดวนนิดหนึ่งก็วางลงแล้วเปรยว่า

“ถ้าเดาไม่ผิดคงฝีมือเธอใช่ไหม ทีหน้าทีหลังอะไรที่ไม่ชำนาญก็อย่าทำ เสียของเปล่าๆ”

อุรวศีหน้าเจื่อนแต่ไม่ยอมแพ้ เอ่ยถามว่าทรงชอบรสไหนจะได้หัดทำให้ถูกพระทัย เสด็จเสียงเข้มไม่ต้องแล้วพลอยตำหนิสร้อยว่าให้คนอื่นทำแทนจนต้องทิ้งเสียของ อุรวศีแทบถอดใจ

สองท่านหญิงติโลตตมากับอทริกายังไม่เลิกกลั่นแกล้งอุรวศี สั่งสำอางไปบอกข้าหลวงทุกคนห้ามพูดกับอุรวศีแม้แต่คำเดียว

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 25 ม.ค.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ