อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 3 วันที่ 31 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 3 วันที่ 31 ม.ค.60

ทรงรบฝากป้านุ่มให้ช่วยดูแลพุดชมพู ป้าจึงพาไปดูในบ้านแนะนำทั้งผู้อยู่อาศัยในบ้านและห้องต่างๆ ป้าบอกว่าตอนนี้ที่บ้านมีคุณวินกับคุณทิพนาถอยู่ การันต์เคยอยู่แต่ย้ายออกไปอยู่คอนโดได้สองปีแล้ว บางคืนกลับมาค้างบ้างเท่านั้น

ป้านุ่มชี้ให้ดูห้องที่อนาวินทร์อยู่ ส่วนห้องที่พุดชมพูอยู่เป็นห้องเก่าของทิพนาถ เธอถามว่าแล้วคุณทิพนาถไปอยู่ห้องไหน ป้านุ่มจึงเล่าว่า

“คุณแม่แท้ๆของคุณวินเสียตั้งแต่คุณวินคลอด คุณทิพเป็นพยาบาลที่คุณพ่อของคุณวินจ้างมาดูแลคุณวินตั้งแต่คุณวินยังเด็ก แล้วก็ได้แต่งงานกันตั้งแต่คุณวินอายุยังไม่ถึงห้าขวบ คุณวินเลยเรียกคุณทิพว่าแม่น่ะค่ะ”



พุดชมพูฟังแล้วอึ้ง ป้านุ่มบอกว่าเดี๋ยวจะให้อ้อยเอาเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วมาให้ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจ เธอไหว้ขอบคุณ ป้านุ่มตกใจถามว่าไหว้ตนทำไม เธอบอกว่าก็ป้าเป็นผู้ใหญ่ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“คือ...เรื่องวันนี้ ป้าต้องขอโทษแทนคุณวินด้วย นะคะ คุณพุดอย่าถือสาแกเลยนะ คุณวินเป็นคนขาดความรักน่ะค่ะ ขาดพ่อและแม่แล้วตอนนี้คุณปู่ก็มาจากไปอีกคน คุณวินไม่เหลือใครแล้วนะคะ” ป้านุ่มน้ำตารื้น เพราะรักและสงสารคุณวิน

พุดชมพูนิ่งคิด รู้สึกเห็นใจอนาวินทร์ขึ้นเป็นครั้งแรก

เมื่อต้องมาดูแลและรับผิดชอบมากมายตามคำขอร้องของปู่ พุดชมพูต้องการผู้ช่วย จึงไปหาช่อม่วงเพื่อนรักที่รับตรวจสอบบัญชีที่คอนโดเล่าความกังวลของตนให้ฟัง ช่อม่วงฟังแล้วสรุปว่าตกลงเธอต้องไปเป็นประธานบริษัทและอนาวินทร์ต้องไปทำไร่? เอะใจถามว่าอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ตนเคยเห็นถ่ายแบบนิตยสารหล่อหุ่นดีนะ พุดชมพูบอกว่าแต่นิสัยแย่

ช่อม่วงถามว่าจะให้ตนช่วยอะไร พอบอกว่าไป ช่วยทำงานเป็นเลขาตนที่สัตยาอสังหา ช่อม่วงไม่เอาเพราะทุกวันนี้พอตรวจสอบบัญชีเสร็จตนก็นั่งพักอ่านนิยายบ้าง ดูซีรีส์บ้าง แฮปปี้จะตาย

พุดชมพูขอร้องและเสนอเงินเดือนประจำ กระทั่งซีรีส์เกาหลีให้อีก 10 เรื่องและแพ็กเกจทัวร์เกาหลีอีก

ช่อม่วงก็ยังลังเล แต่พอพุดชมพูบอกว่าลายเซ็นของคุณ พ.พรรณราย ด้วย ช่อม่วงผู้หลงใหลในนิยายของ พ.พรรณรายก็ตกลงทันที

“ถ้าพูดอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็จบ อย่างอื่นไม่สำคัญ ถ้าได้ลายเซ็นคุณ พ.พรรณรายอย่างเดียวชั้นยอมเลย”

ช่อม่วงดี๊ด๊าดีใจจนพุดชมพูขำ เธอเองก็ดีใจมากที่ได้เพื่อนที่ไว้ใจได้มาช่วยงาน แต่ก็แอบกังวลว่าจะหาลายเซ็นของ พ.พรรณรายได้ยังไง

ooooooo

วันชัยทำบริษัทนำเข้าเครื่องสำอาง ดูบัญชีของ บริษัทแล้วเครียด จึงเข้มกับหวายให้จับอนาวินทร์ ให้ได้เพราะเป็นความหวังเดียวที่จะกอบกู้บริษัทได้และสบายกันไปตลอดชีวิต

หวายบอกว่าช่วงนี้อนาวินทร์เครียดเรื่องมรดกเพราะปู่มีเงื่อนไขให้เขาไปทำไร่หนึ่งปีก่อน กลับมาค่อยรับมรดก วันชัยบอกว่ายิ่งช่วงนี้เขาเครียดเรื่องมรดกมันก็เป็นโอกาสที่เธอจะทำคะแนนชนะใจเขา เอาโทรศัพท์ของหวายมากดโทร.หาอนาวินทร์ แล้วส่งให้หวายพูด

“ฮัลโหล...วินนี่เหรอคะ เป็นอะไรเสียงหงุดหงิดอีกแล้ว...งั้นเย็นนี้เราไปดินเนอร์กันนะคะ วินจะได้หายเซ็งไง”

วันชัยยิ้มพอใจที่หวายนัดอนาวินทร์ได้ และเมื่อไปพบกันที่ร้านอาหารหรู หวายถามว่าเขาเครียดเพราะผู้หญิงคนนี้เหรอ เขาถามว่ารู้ได้ไง หวายบอกว่าไลน์คุยกับการันต์ บอกว่าตนเข้าใจเขา ถ้าเป็นตนก็เครียดเหมือนกัน

หวายตักอาหารให้อย่างเอาใจ ขอเซลฟี่อัพขึ้นอินสตาแกรม แล้วขอเวลาอัพไอจีรูปคู่ก่อน เพราะอัพรูปคู่กับเขาทีไรยอดไลค์พุ่งทุกที

อนาวินทร์นั่งเซ็งเครียด ไม่ได้สนใจหวายที่มัวแต่อัพรูป

คืนเดียวกัน ทิพนาถกลับมากับชวกรในสภาพเมาจนต้องประคอง ชวกรบีบแตรเรียกคนใช้เสียงดังลั่น จนพุดชมพูที่นอนอยู่ลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นทั้งคู่กอดกันนัวเนียเข้าบ้านก็ทำหน้าสะอิดสะเอียน

ครู่เดียว อนาวินทร์ก็มาบีบแตรเรียกอีก คราวนี้ทั้งดังและรัวจนน่ารำคาญ พุดชมพูบ่นว่าเหมือนกัน

ทั้งแม่ทั้งลูก เปิดประตูออกจากห้องจะไปสั่งสอน

เธอลงไปถามว่าบีบแตรเมื่อกี๊นายใช่ไหม ห้าทุ่มกว่าแล้วคนเขาจะนอนกัน แทนที่จะรู้สึกตัวอนาวินทร์กลับย้อนว่า ก็นอนไปสิมายุ่งอะไรด้วย ป้านุ่มเห็นท่า

จะลุกลามบอกให้พุดชมพูใจเย็นๆ และจะพาอนาวินทร์ไปนอน เขายังไม่หยุดบอกว่าตนเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่เห็นมีใครว่าอะไรเลย พูดให้มีเรื่องว่า อยู่บ้านนอกเงียบมั้ง เลยไม่ชินกับเสียงในเมือง

“ฉันไม่ชินกับคนไม่รู้จักคำว่า ‘เกรงใจ’มากกว่า กลับบ้านดึกขนาดนี้ มีมือมีเท้าก็หัดเปิดประตูเข้ามาเองสิ จะบีบแตรให้คนทั้งซอยตื่นขึ้นมาด่านายเหรอ”

อนาวินทร์หาว่าเธอด่าจะหันมาเอาเรื่อง ป้านุ่มรีบพาออกไป พุดชมพูหายใจลึกๆ ระงับความโกรธเต็มที่

ooooooo

คืนนี้พุดชมพูนอนฝันว่าปู่มาชมว่าปีนี้ไร่อุ่นรักทำกำไรเพิ่ม 50 เปอร์เซ็นต์ ชมว่าเธอบริหารเก่ง คุยกับปู่ดีๆกลายเป็นอนาวินทร์มาแทรกกระแนะกระแหนจนเธอตกใจตื่น

พอสาย เธอเข้าไปในห้องครัว ได้ยินตาลกับอ้อยเม้าท์กันมันทั้งนินทาเจ้านายและคุยอวดตัวเองกัน พุดชมพูกระแอมให้เสียง อ้อยตกใจถามว่าจะรับอะไรดี เธอบอกว่าเดินสำรวจมาเรื่อยๆเลยแวะมาดู

อ้อยเรียกเธอว่าคุณผู้หญิง พุดชมพูบอกให้เรียกคุณพุดดีกว่า แล้วเข้าไปช่วยทำอาหารด้วย พุดชมพูสาธิตการปอกหอมไม่ให้น้ำตาไหลว่าต้องหมั่นเอามีดจุ่มน้ำ น้ำตาก็ไม่ไหลแล้ว ตาลมองทึ่งชมว่าเก่งจัง เก่งกว่าพี่อ้อยอีก ชมว่าคุณพุดน่ารักจังไม่ถือตัวเลย

พอดีป้านุ่มกลับจากตลาดซื้ออาหารเช้ามามากมาย พุดชมพูถามว่าซื้อมาทำไมตั้งเยอะ ทั้งที่ในครัวก็เตรียมอาหารเช้าทั้งไทยและฝรั่งไว้มากแล้ว ถามป้านุ่มว่าเยอะขนาดนี้เอาไว้เลี้ยงกี่คน ป้านุ่มบอกว่าสามคนคือคุณวินคุณทิพและเธอ อ้อมแอ้มว่า “เอ้อ...บางทีคุณวินก็อยากทานของในตลาดสดเช้าๆน่ะค่ะ”

ป้านุ่มบอกให้พุดชมพูกินก่อนเพราะไม่รู้คุณวินจะลงมาตอนไหนเดี๋ยวหิวแย่ พอดีอนาวินทร์ลงมาป้านุ่มบอกว่าคุณพุดรออยู่ เขาถามว่าทำไมต้องรอ พอเห็นอาหารก็บอกให้เอาไปเทให้หมากิน ตนกินไม่ลง อ้อยบอกว่าบ้านเราไม่มีหมา เขาบอกให้หมาข้างบ้าน อ้อยบอกว่าข้างบ้านเลี้ยงแต่แมว

“ไม่ต้องหรอกจ้ะอ้อย! คุณวินไม่กิน เดี๋ยวฉันกินเอง” พุดชมพูเอ่ยขึ้น

“นี่ไง! ใครว่าบ้านเราไม่มีหมา อ้อย!ไปเอากะละมัง มาใส่ คุณเค้าจะได้รับประทานสะดวก”

“เดี๋ยวก่อนจ้ะอ้อย ฉันเปลี่ยนใจไม่กินของคุณวินแล้ว แต่ไม่รู้จะยกให้ตัวอะไรกินดี หมาก็ไม่มี แมวก็ไม่เหมาะ เอางี้ดีกว่า เอาไปให้ควายที่ไร่นาดีไหมจ๊ะ เอ...แต่ควายคงไม่กินเนอะ พวกควายไม่ชอบอาหารบำรุงสมอง”

อนาวินทร์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ลุกพรวดถามว่าหาว่าตนเป็นควายหรือยัยพุดเน่า เข้าไปจะจับแขนแต่เธอหลบรวบมือเขาไว้ได้เลยยื้อยุดกัน คนใช้ตกใจร้องกรี๊ด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทิพนาถตวาด ทั้งพุดชมพูและอนาวินทร์ต่างหยุดหันมอง

ทิพนาถปรามพุดชมพูว่าไม่มีสิทธิ์แตะต้องลูกชายตน ด่าว่าพวกบ้านนอกไม่รู้จักสมบัติผู้ดี พุดชมพูถามว่าสมบัติผู้ดีคือการแสดงออกอย่างสุภาพและให้เกียรติผู้อื่นหรือ ทิพนาถเต้นผางหาว่าเธอกัดตนว่าไม่มีสมบัติผู้ดี ฟ้องอนาวินทร์ว่ามันว่าแม่เขาเฉยก็หันไปบอกชวกรบอกว่าตนไม่ยอม ชวกรกร่าง ด่าพุดชมพูว่าเธอเป็นใครทำตัวไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน!

“ดิฉันควรจะถามคุณมากกว่านะคะ คุณเคยเข้ามาทำรุ่มร่ามในบ้าน คุณวินไล่ก็ไม่ไป อันนี้ ‘เกรงใจ’ เจ้าของบ้านแล้วเหรอคะ”

“หล่อนจะมากไปแล้วนะ! มีสิทธิ์อะไรมาว่าเพื่อนฉัน!!” ทิพนาถปกป้องชวกร

“เห็นพูดถึงเรื่อง ‘สิทธิ์’ หลายทีแล้ว จะขอชี้แจงตรงนี้เลยนะคะ ว่าดิฉันมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการ ‘กำกับดูแล’ บ้านสัตยารักษ์ในเวลานี้ค่ะ เป็นสิทธิ์โดยเด็ดขาดและชอบธรรม หากข้องใจหรือต้องการรายละเอียดก็เชิญปรึกษาทนายประจำตระกูลได้เลย” พูดพลางมองทุกคนอย่างผู้คุมกฎ

ทิพนาถโกรธจนตัวสั่นแต่ไม่กล้าแผลงฤทธิ์ ส่วนชวกรกำหมัดแน่นที่ทำอะไรไม่ได้บอกกับทิพนาถว่าสักวันตนจะต้องเอาคืนให้ได้ คอยดู! แต่อนาวินทร์มองทึ่งแม้จะไม่ชอบพุดชมพูแต่ก็สะใจที่เธอปราบชวกรและทิพนาถได้เฉียบขาด

ป้านุ่มเข้าใจว่าพุดชมพูคงลำบากใจที่ต้องมาอยู่บ้านนี้ ขอร้องให้เธออดทนเพราะเธอคือคนที่คุณท่านไว้ใจมากที่สุด

ป้านุ่มเล่าว่าอนาวินทร์ทะเลาะกับคุณท่านจนไม่พูดกันเป็นเดือน ก่อนท่านจะเสียเพราะน้อยใจที่คุณท่านไม่ไว้ใจให้ทำงานที่บริษัท ส่วนคุณท่านก็คงอยากจะแก้เรื่องความเอาแต่ใจของคุณหนู ขอร้องว่า

“คุณพุดต้องช่วยคุณหนูนะคะ คุณหนูไม่มีใครแล้วจริงๆ ถือว่าป้านุ่มขอร้องเถอะนะคะ รับปากนะคะคุณพุด” ป้านุ่มร้องไห้จนพุดชมพูขอให้ใจเย็นๆ “นุ่ม สงสารคุณหนูเหลือเกินค่ะ รอบตัวแกมีแต่เพื่อนกิน ไม่มีเพื่อนแท้ แม้แต่คุณทิพก็ไม่ได้รักแกจริงหรอกค่ะ”

พุดชมพูมองป้านุ่มอย่างเห็นใจ แว่บหนึ่งก็อดเห็นใจอนาวินทร์ไม่ได้...

อนาวินทร์ไปหาการันต์ที่คอนโดบอกว่าเบื่อที่บ้านอยากย้ายมาอยู่กับเขาบ่นว่าไม่เข้าใจว่าทำไมปู่ทำอย่างนี้ เพราะทุกวันนี้งานก็ไม่ได้ทำ มรดกก็ยังไม่ได้ ซ้ำยังถูกส่งคนมาคุมอีก

การันต์ที่มีอะไรในใจอยู่แล้ว พูดเหมือนหวังดีแต่ยุว่าตนก็แอบเคืองปู่แทนเขาเหมือนกัน เชื่อว่าท่านตัดสินใจผิดพลาดที่ปลดเขาไปเป็นเด็กฝึกงาน ทำอย่างนี้จะให้คนอื่นคิดยังไงถ้าไม่ใช่ว่าเขาทำงานไม่เป็น ลดเครดิตเขา แล้วถามว่าพุดชมพูเป็นยังไงบ้าง

“ยัยคนนี้มันหน้าด้านหน้าทน ขนาดเล่นแรงๆยังไม่สะทกสะท้าน ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ยัยพุดเน่ามาคุมฉันหรอก”

“แล้วแกจะทำยังไง”

“ฉันจะเปลี่ยนแปลงสัญญาใหม่!”อนา

วินทร์โทร.ไปบอกทรงรบ ทรงรบบอกว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันก่อนแต่วันนี้เป็นวันหยุด เขาบอกจะมาหาที่บ้านแล้ววางสายเลย ทรงศักดิ์ติงว่าสัญญาตามพินัยกรรมเปลี่ยนแปลงได้ที่ไหน

วิภาแม่ของทรงรบที่เป็นนักเขียน บอกว่าอนาวินทร์ เหมือนเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ทรงรบหาว่าแม่เข้าข้างเขาตลอด วิภาชี้แจงว่าไม่ได้เข้าข้างแต่ ‘เข้าใจ’ ต่างหาก บอกทรงรบว่าลองคิดว่าเขาเป็นน้องชายเผื่อจะเห็นใจเขาบ้าง ทรงรบทำหน้าหน่ายบอกว่าถ้ามีน้องชายแบบนี้ ตนตีตายไปนานแล้ว

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทรงศักดิ์สงสัยว่าอนาวินทร์มาเร็วขนาดนี้เลยหรือ ทรงรบดูนาฬิกาบอกว่า

“ไม่ใช่คุณวินหรอกครับ 11 โมง ผมมีนัดกับคุณพุดไว้”

“ตายจริง! เดี๋ยวมาเจอกันเข้าที่นี่ไม่บ้านแตกเหรอลูก” วิภากังวล ทรงรบมองหน้าพ่อกับแม่ทำนองว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะ

ooooooo

พุดชมพูเข้าไปในห้องรับแขก วิภาเอาน้ำส้มมาให้แล้วขอตัวเข้าครัวไปทำอาหารกลางวัน ทรงศักดิ์ขอตามไปเป็นลูกมืออย่างรู้หน้าที่

ทรงรบถามว่าเธอมีเรื่องอะไรจะให้ตนรับใช้หรือ พุดชมพูบอกว่าเรื่องงานที่บริษัท ตนอยากจะขอจ้างเลขาส่วนตัวสักคน ทรงรบบอกว่าตนจะให้ฝ่ายบุคคลจัดหาให้

พุดชมพูบอกว่าพอดีตนมีคนที่ไว้ใจอยู่แล้วคนหนึ่งและจะขอให้เข้าทำงานพร้อมตนเลย ทรงรบเชื่อในวิจารณญานของเธอ พุดชมพูขอบคุณและรบกวนอีกเรื่อง บอกว่าตนอยากติดต่อสำนักพิมพ์อักษราบรรณ เขาพอจะรู้จักไหม

ทรงรบสะดุดหูถามว่าเธอจะติดต่อเรื่องอะไร เธอหยิบหนังสือ “คดีความรัก” จากกระเป๋ายื่นให้เขาดู บอกว่าอยากได้ลายเซ็นของนักเขียนนิยายเล่มนี้ชื่อ พ.พรรณราย ทรงรบชะงักกึกเหลือบมองหนังสือบนโต๊ะรับแขก มีหนังสือนิยายหลายเรื่องของ พ.พรรณรายวางอยู่ เขาค่อยๆ หยิบหนังสืออื่นมาบังไว้ถามว่าเธอเป็นแฟนนิยายของ พ.พรรณรายหรือ

พุดชมพูบอกว่าไม่ใช่ตนแต่เป็นเลขาของตน ก็พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นแบบถี่ๆ เธอถามว่าใครมากดออดอย่างกับจะบุกบ้าน ทรงศักดิ์หน้าตื่นจากครัวเข้ามา บอกเป็นนัยอย่างรู้กันว่า

“รบ...ออกไปดูหน้าบ้านทีลูก แม่เขาบอกว่าออดค้างน่ะ!”

อนาวินทร์มาแล้ว! ทรงรบออกไปรับพาเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกก็ถูกอนาวินทร์ต่อว่าเสียงดัง

“เปิดช้าจริง มัวทำอะไรอยู่ ฉันรอตั้งนาน”

พุดชมพูได้ยินเสียงคุ้นหูหันมอง เจอสายตาอนาวินทร์เข้าพอดี ต่างตกใจแล้วทำหน้าโหดใส่กันทันที

ooooooo

เมื่อทรงรบบอกว่าเรื่องจะเปลี่ยนสัญญานั้นทำไม่ได้มันผิดกฎหมาย อนาวินทร์หงุดหงิดงุ่นง่านเสนอว่างั้นก็ให้ทำฉบับใหม่ขึ้นมา ตนจะให้พุดชมพูเซ็นใหม่ จะให้เธอเซ็นข้อ 2 ไม่รับข้อเสนอในพินัยกรรม!

“แต่ฉันจะรับนี่นา” พุดชมพูขัดขึ้น อนาวินทร์บอกว่าตนไม่อยากให้เธอรับ ตนไม่อยากอยู่กับเธอ “ถ้าเซ็นอย่างนั้นคุณก็ได้รับมรดกครึ่งเดียวน่ะสิ”

อนาวินทร์บอกว่าครึ่งเดียวก็ครึ่งเดียวตนไม่แคร์

“แต่ฉันแคร์!”พุดชมพูพยายามพูดด้วยเหตุผลว่าตนทำทุกอย่างเพื่อเขาตามที่ปู่เล็กขอไว้ อนาวินทร์จนแต้มถามทรงรบว่าพินัยกรรมมีทางเลือกอื่นให้ตนไหม ทรงรบบอกว่ามี...

“คือกรณีคุณวินปฏิเสธทุกอย่างก็สามารถยกมรดกทั้งหมดให้การกุศลไงครับ”

อนาวินทร์เดือดพล่านที่ไม่ได้ดั่งใจ

เมื่ออนาวินทร์กับพุดชมพูกลับไปแล้ว วิภาเอายาแก้ปวดหัวให้ทรงรบกิน ทรงศักดิ์ถามว่าต้องทำสัญญาใหม่ไหม

“สรุปก็คือ เขายอมรับตามเงื่อนไขที่คุณพุดเซ็นแล้วครับพ่อ โชคดีที่คุณพุดอยู่ด้วยและยืนยันจะไม่ยอมเซ็นใหม่ คุณวินเลยทำอะไรไม่ได้”

วิภากลัวว่าอนาวินทร์จะไม่ได้ยอมจริงๆ ทรงรบนึกได้บอกให้แม่ช่วยเซ็นนิยายให้สักเล่มได้ไหม ตนจะขอไปให้เพื่อน ทรงศักดิ์ถามว่าเพื่อนผู้หญิงใช่ไหม เพราะงานวิจัยออกมาบอกว่าแฟนนิยายของแม่ร้อยละ 98.75 เป็นผู้หญิง วิภาหยั่งเชิงว่าอยากรู้จังว่าแฟนลูกในอนาคตจะอยู่ในร้อยละ 98.75 หรือเปล่า ทรงรบขอให้แม่บอกลักษณะแฟนนิยายของแม่ให้ฟังหน่อย วิภามองหน้า

ลูกชายบรรยายว่า

“ก็มักจะเป็นผู้หญิงช่างจินตนาการ คลั่งไคล้ศิลปิน ใช้ฮาร์ตมากกว่าเฮ้ด กล้าแสดงออก ไม่ห่วงภาพลักษณ์...”

ooooooo

ฟังลักษณะแฟนนิยายที่แม่บรรยายแล้ว ทรงรบคิดถึงช่อม่วงที่เจอวันพาแม่ไปแจกลายเซ็น ทรงศักดิ์บอกว่าแม่เขาอยากให้แฟนลูกเป็นแฟนคลับเขาด้วยน่ะ จะได้คุยกันรู้เรื่อง วิภารำพึงฝันๆว่า

“แต่ถ้าจะให้ถูกใจแม่จริงๆ สะใภ้ พ.พรรณราย จะต้องรักการอ่าน ชอบภาษาและวรรณคดีด้วยนะลูก”

ทรงรบคิดถึงช่อม่วงจนตกอยู่ในภวังค์ พอทรงศักดิ์เรียกก็สะดุ้งประหม่าอึกอักจนวิภาถามว่าเป็นอะไรพูดถึงเรื่องแฟนทีไรเป็นต้องเอ่อๆ อ่าๆทุกที ทรงศักดิ์ก็ว่ามัวแต่บ้างานอยู่อย่างนี้ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะ

“พ่อแม่ไม่ต้องห่วง วันนึงผมต้องมีแฟนแน่ครับ”

“อย่ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งล่ะลูก บ้านลุงสิทธิ์น่ะ เขาอุ้มหลานคนที่สามกันแล้ว” ทรงศักดิ์เร่งรัดในที

ทรงรบนิ่งคิด แล้วเกิดสั่นเบาๆไปทั้งตัว

ooooooo

วันนี้ขณะอนาวินทร์เข้าฟิตเนสกับการันต์ การันต์ถามว่าเงินปู่หามา ทำไมจะยกให้การกุศล ถึงจะให้ครึ่งหนึ่งก็เถอะ อนาวินทร์บอกว่าตนไม่อยากไปตกนรกกับยัยนั่นตั้งปี การันต์หยั่งเชิงว่าถ้ากลัวลำบากก็ต้องยอมแลกกับมรดก

“ฉันไม่ได้กลัวอะไรแต่ไม่อยากให้ยัยนั่นมาควบคุมต่างหาก” การันต์บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่ายอมให้เขาคุมสิ

จากนั้นการันต์วางแผนให้แฟร์รี่เด็กสาวเซ็กซี่ใจแตกให้เขาพาไปป่วนพุดชมพูที่บ้าน บอกเขาว่าอยากให้น้องเขาทำอะไรก็สั่งเลย อนาวินทร์พูดสะใจว่า “คืนนี้แหละ สนุกแน่! ยัยพุดเน่าเอ๊ย...”

เริ่มแต่หัวค่ำ เขาพาแฟร์รี่เข้าบ้านในชุดเซ็กซี่กลิ่นเหล้าคลุ้ง ไปเคาะประตูห้องพุดชมพูขออนุญาตในฐานะที่เธอเป็นคนควบคุมความประพฤติของตน พาน้องแฟร์รี่มานอนด้วย แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเข้าห้องที่ติดกับห้องเธอ

พุดชมพูทั้งงงทั้งโกรธปิดประตูปัง ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงตึงตังครางซี้ดซ้าดแว่วเข้ามาในห้อง เธอคลุมโปงเอาผ้าห่มอุดหู พอตีสองอนาวินทร์ก็มาเคาะประตู บอกว่า น้องจะกลับแล้วตนมาแจ้งให้ท่านเจ้าบ้านทราบ

“ใครจะไปจะมาก็เชิญ ไม่ต้องมาบอกฉัน!!” พุดชมพูเสียงเขียวใส่แล้วปิดประตูปัง!

อีกชั่วโมงต่อมาก็เคาะประตูอีกบอกว่าน้องหาแท็กซี่กลับไม่ได้ขอค้างคืนต่อ ซ้ำยั่วว่าตนต้องขออนุญาตต่อกับน้องเขาอีกสักรอบสองรอบ พุดชมพูโกรธจี๊ดปิดประตูปัง! ได้ยินเสียงเขาหัวเราะอย่างสะใจอยู่หน้าห้อง เธอเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขียนใส่กระดาษไปแปะไว้หน้าห้องว่า

“ห้ามเคาะ ใครจะทำอะไรกับใคร...เชิญ! ไม่ต้องขออนุญาต!!”

ooooooo

รุ่งขึ้น พุดชมพูบอกป้าอุ่นให้ช่วยตามทุกคนในบ้านมาประชุมที่ห้องรับแขก พอทุกคนมาพร้อมแล้วเธอนั่งเป็นประธานที่โซฟาตัวกลาง พูดอย่างมั่นใจในฐานะผู้ดูแลบ้านว่า

“ที่เรียกประชุมวันนี้ ก็เพราะมีเรื่องจะแจ้งทุกคน ให้ทราบ ในฐานะผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ ตอนนี้เท่าที่สังเกตบ้านเรามีการบริหารที่สิ้นเปลืองมากๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดเตรียมอาหาร อีกอย่างเรื่องชั่วโมงการทำงานของคนรับใช้ก็ดูจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”

ทุกคนมองหน้ากัน อนาวินทร์มองอย่างประเมินสถานการณ์ ทิพนาถมองแหยงๆ เพราะเพิ่งเจอของจริงมา

“ฉันจึงขอถือโอกาสนี้ ประกาศกฎใหม่ในบ้าน เรื่องแรกอาหารทุกมื้อให้ทำแต่พอกิน ไม่ต้องทำเผื่อ ถ้าคุณวินต้องการอะไรพิเศษให้เลือกเมนูเอาไว้ล่วงหน้าจะได้เตรียมถูก”

อนาวินทร์โวยวายว่า “นี่มันอะไรของเธอ” พุดชมพูถามว่าเมื่อคืนตอนมาเคาะห้องตนก็ยังดูนอบน้อมเรียกตนว่า “คุณผู้หญิง” บ้าง “ท่านเจ้าของบ้าน” บ้าง แล้วตอนนี้ทำไมดูกระด้างจัง อนาวินทร์โต้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์...

พุดชมพูสวนไปทันทีอย่างผู้มีอำนาจว่าตนมีสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แล้วแจ้งว่าต่อไปเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางทั้งหมดให้ป้านุ่มมาเบิกกับตน และต่อจากนี้เงินใช้จ่ายรายเดือนของบ้านสัตยารักษ์จะโอนเข้าบัญชีของตน เพราะปู่เล็กระบุไว้ในพินัยกรรมให้ตนเข้ามาดูแลในส่วนนี้

ทิพนาถโวยว่าที่แล้วมาตนบริหารก็ไม่มีปัญหา พุดชมพูแฉว่าตนตรวจสอบแล้วยอดบางเดือนถึงกับติดลบ งบเยอะขนาดนี้ใช้จนหมดเกลี้ยงแทบทุกเดือน นับว่าฟุ่มเฟือยจริงๆ แล้วประกาศต่อไปว่า

“กฎข้อที่ 2 หลังจากนี้ ขอให้คนรับใช้ทำงานแต่ละวันถึงแค่สามทุ่มเท่านั้น ถ้าเจ้านายคนไหนกลับบ้านเลยเวลานี้ไปแล้วก็ให้เปิดประตูเข้าบ้านเอง” ทิพนาถทนไม่ได้โพล่งว่ากล้าเกินไปแล้ว “จะเป็นเจ้านายคนก็ต้องกล้าค่ะ ไม่งั้นก็เอาลูกน้องไม่อยู่” พูดแล้วมองหน้าอนาวินทร์เชิงปราม ทั้งอนาวินทร์และทิพนาถเลยเถียงไม่ออก

“อีกอย่าง ต่อไปนี้ทุกคนจะได้หยุดทุกวันอาทิตย์ ใครจะไปเยี่ยมที่บ้านหรือใครจะทำกิจกรรมอะไรส่วนตัวก็ได้ ใครมีปัญหาอะไรกับกฎนี้ไหมคะ”

ทิพนาถกับอนาวินทร์ทำท่าไม่พอใจแต่ไม่กล้าเถียง พวกเด็กคนใช้ต่างดีใจ พอถูกทิพนาถมองปรามก็รีบเก็บอาการ

ประชุมเสร็จขณะเดินออกมา ตาลกับอ้อยชมพุดชมพูว่าเก่งที่สุดเพราะไม่เคยมีใครทำให้คุณทิพเงียบได้มาก่อน อ้อยก็ว่าทำให้คุณวินเงียบได้เจ๋งกว่า พลที่เดินตามมาขอบคุณพุดชมพูที่เพิ่มวันหยุดให้ ตนจะได้ไปเยี่ยมพ่อได้บ่อยๆ

บรรดาคนใช้พอใจกฎใหม่ที่พุดชมพูกำหนดมาก พลบอกให้ทุกคนปรบมือให้คุณพุดหน่อย เสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะ อนาวินทร์เดินเฉียดเข้าไปดูอย่างหมั่นไส้ ทุกคนที่กำลังปรบมือก็ทำเป็นตบยุงกันวุ่นวาย แล้วแยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน อนาวินทร์ทำเป็นยกโทรศัพท์แกล้งพูดดังๆให้พุดชมพูได้ยินว่า

“ได้จ้ะน้องจ๋า เดี๋ยวออกไปหาเดี๋ยวนี้แหละ อยู่บ้านน่าเบื่อจะตาย เหม็นดอกพุดเน่าด้วย” พอเดินห่างออกมา ก็โทร.หาการันต์บอกว่า “ไอ้รันเหรอ เออ...วันนี้หาเด็กให้อีกได้ไหม” แล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผน

ooooooo

พุดชมพูได้ยินที่อนาวินทร์พูดจึงโทร.หาช่อม่วงปรึกษาหาทางแก้เกม ช่อม่วงฟังเพื่อนไปก็เสิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไป แล้วนัดอีกชั่วโมงจะไปรับ ของให้ พูดอย่างสะใจว่า คอยดูว่าคืนนี้ใครกันแน่ที่จะ เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

เมื่อได้เวลา ช่อม่วงไปนั่งรอรับของที่ชั้นสองหน้าร้านหนังสือในห้าง บังเอิญทรงรบมาเห็นเขาจำได้ว่าเป็นยัยเกาหลีเลยรีบหลบแอบดู ไม่นานพนักงานส่งของก็มาถึงส่งถุงให้ช่อม่วงบอกว่าสินค้าอยู่ในนี้ เธอถามว่าครบไหม พนักงานจึงหยิบออกมาให้ตรวจดู มีแส้หนัง กุญแจมือ และกล้องวีดิโอ

ทรงรบเห็นของก็ตกใจตาโต ช่อม่วงดุพนักงานว่าหยิบของออกมาประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวใครเข้าใจผิดว่าเป็นของตน

หารู้ไม่ ทรงรบเห็นและพึมพำแล้วว่า “ชอบแนวนี้หรือ????”

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 3 วันที่ 31 ม.ค.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ