อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 4 วันที่ 23 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 4 วันที่ 23 ม.ค.60

“เปี๊ยกร้องเพลงให้คอแตก พี่ชยันต์ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกเปี๊ยกหรอก ต้องกลับไปคุยกันที่บ้านโน่น ไปบอกเขาว่าเปี๊ยกคิดอะไร รู้สึกยังไง เขาถึงจะเข้าใจ”

“ไม่! เปี๊ยกพูดอะไรเขาก็ไม่ฟังหรอก ตอนนี้เปี๊ยกในสายตาชยันต์เป็นนางมาร...ถ้าเปี๊ยกฉลาดตามทัน เปี๊ยกก็เป็นนางมาร ถ้าเปี๊ยกแกล้งโง่ เปี๊ยกก็เป็นควาย คนอย่างเปี๊ยก...ทำอะไรไม่เคยดีเลย”

“ใครบอก...เปี๊ยกทำดีแล้ว เพียงแต่บางครั้งอาจทำเยอะเกินไป ความรักก็เหมือนน้ำตาล ถ้าไม่ใส่ก็จืดชืด แต่ถ้าใส่มากไปก็แสบคอ ต้องใส่ให้พอดีถึงจะหอมหวานอร่อย”



“ตอนนี้เปี๊ยกจะเติมหรือไม่เติมน้ำตาล ชยันต์ก็ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้ใจเขามันไปอยู่ที่จีราวัจน์แล้ว”

“แต่ตัวพี่ชยันต์ยังอยู่กับเปี๊ยกนี่ มันยังไม่สายไปที่เปี๊ยกจะรีบแก้ไข ก่อนที่จีราวัจน์จะได้ทั้งตัวและหัวใจ”

สาธิตเห็นญาติสาวเมาจนไม่ได้สติเลยพากลับบ้าน เช่นเดียวกับจีราวัจน์ที่พาชยันต์มาส่ง ทั้งสองเลยต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และก็เป็นทนายหนุ่มที่อดไม่ได้ตามไปค่อนแคะ

“มาทำไม! หรือได้กลิ่นว่าเมียเขาไม่อยู่เลยมาหาผัวเขาถึงในบ้าน คุณนี่มันจมูกไวดีนะ”

จีราวัจน์เบื่อมากแต่ก็ไม่อยากอ่อนข้อให้ หันไปประชดกลับด้วยท่าทางและน้ำเสียงยียวน

“มันเป็นความสามารถพิเศษของฉันอยู่แล้ว ก็ในตัวฉันมันมีสารพัดสัตว์ ทั้งจมูกไวเหมือนหมา ทั้งชอบวิ่งเข้าหาตัวผู้เหมือนแรด นี่ยังไม่รวมที่คิดจะเกาะเป็นปลิงเพื่อให้ได้คนที่อยากได้เร็วขึ้นด้วยนะ”

“ผมอุตส่าห์พูดให้เปี๊ยกใจเย็นแต่คุณกลับไม่หยุด ผู้ชายในโลกนี้มันแห้งแล้งรึไงถึงต้องยุ่งกับพี่ชยันต์ หรือว่าคุณต้องการผลประโยชน์ บอกมาว่าต้องการละครอีกกี่เรื่อง เดี๋ยวผมบอกคุณลุงให้ จะได้ไม่ต้องเอาตัวแลกอย่างนี้!”

“นี่ไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคิดไม่ได้เลยนะ แทนที่จะเข้าทางพี่ชยันต์ ทำไมไม่เข้าทางคุณพัฒนะเลยน้า”

สาธิตโกรธมาก คว้าแขนเธอมาบีบแน่น แต่จีราวัจน์ก็ไม่หวั่น สะบัดแขนออกแล้วสบตาเย้ยๆ

“พูดกับฉันดีๆหน่อยสิคะ เพราะไม่แน่อีกหน่อย...ฉันอาจต้องดองกับคุณ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งก็ได้นะ”

ooooooo

สาธิตตอแยจีราวัจน์ไม่เลิก หวังเอาคืนที่เธอกล้าต่อปากต่อคำเขา และสองหนุ่มสาวก็ต้องมาตีกันแย่งแท็กซี่หน้าปากซอยบ้านปียากุล จีราวัจน์พยายามยื้อเพราะเรียกก่อนแต่สาธิตก็ไม่ยอมตามขึ้นไปด้วยจนได้

คนขับแท็กซี่ลำบากใจมากเพราะสองผู้โดยสารตีกันตลอดทาง ก่อนที่จีราวัจน์จะเป็นฝ่ายมีชัยเมื่อคนขับจำหน้าได้และตัดสินใจไปส่งเธอก่อน สาธิตเจ็บใจมาก ป่วนตลอดทางจนถึงหน้าคอนโดฯหรู แต่จีราวัจน์ก็ไม่ยี่หระลงจากรถแบบไม่เหลียวหลังจนเขาต้องตามไปแขวะและขู่

“ไม่รู้ว่าชาติก่อนผมทำกรรมอะไรกับคุณไว้ ถึงยังต้องวนเวียนมาเจอกันไม่จบสิ้น”

“ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่อยากพูดคำนั้น”

“ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย เลิกยุ่งกับพี่ชยันต์ซะ ผมเคยหยุดสืบเรื่องคุณเพราะน้าวดีขอร้อง แต่ถ้าคุณทำให้เปี๊ยกเสียใจ ผมอาจจะเปลี่ยนใจ อย่าทำให้ผมมีข้ออ้างในการขุดคดีคุณขึ้นมาใหม่!”

ปียากุลตื่นเช้าในสภาพมึนหัวสุดขีด จำได้ลางๆว่าไปดื่มบ้านสาธิตและถูกหามกลับกลางดึก เช่นเดียวกับชยันต์เมาแอ๋มาจากข้างนอกและถูกแบกกลับมา หญิงสาวจ้องสามีที่ยังหลับ พลางคิดถึงอดีตตอนเขาขอเธอแต่งงาน

“ผมรู้ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ ผมแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะดูแลผู้หญิงที่ผมรักให้ดีที่สุด ไม่ได้อยากเป็นคนแรกที่คุณคิดถึงเวลาคุณมีความสุข แต่อยากเป็นคนแรกที่คุณคิดถึงเวลาคุณมีทุกข์ อยากเป็นคนที่คอยอุ้มเวลาคุณหมดแรง อยากเป็นคนปลอบเวลาคุณเหนื่อย อยากเป็นคนกอดเวลาคุณท้อ”

ปียากุลตื้นตันจนน้ำตาไหล ดีใจเหลือเกินที่เขารักและอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ

“ผมไม่มีอะไรมาวัดปริมาณความรักที่ผมมีให้กับคุณ ผมมีเพียงคำสัญญาว่าทั้งชีวิตของผม...ผมรักแค่คุณคนเดียว ถ้าคุณไว้ใจ เชื่อใจในคำสัญญาของผม...แต่งงานกับผมนะเปี๊ยก”

คำสัญญาของเขายังก้องในหัว ปียากุลดึงตัวเองจากอดีตแสนหวานและทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคำพูดเตือนสติของสาธิตเมื่อคืนให้เธอพยายามรักษาความรักไว้ ก่อนที่จีราวัจน์จะมาชุบมือเปิบ

ปียากุลเลยเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยมื้อเช้าที่ลงมือทำเอง โดยมีพัฒนะเป็นลูกมือ หวังเอาใจชยันต์และไถ่โทษเรื่องเมื่อวันก่อน แต่ความพยายามของเธอก็

สูญเปล่าเพราะผู้กำกับหนุ่มไม่สนใจเลย...

ooooooo

หลังเรื่องวุ่นๆเพราะข่าวอุบัติเหตุ สุกี้ก็อนุญาตให้จีราวัจน์ไปต่างจังหวัด โดยมีดารากาไปเป็นเพื่อน เช่นเดียวกับเจตรและเจนจิรา สองพี่น้องที่ไปเที่ยวจังหวัดเดียวกันเพื่อพักผ่อนและซ่อมแซมบ้านพักของครอบครัว

การมาต่างจังหวัดของจีราวัจน์กลายเป็นข่าวใหญ่ในตลาด ดาราสาวแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้เพราะต้องถ่ายรูปคู่ แจกลายเซ็นและรับของขวัญ ดารากาเฝ้ามองเพื่อนรักอย่างอดทน และยิ่งกว่าเต็มใจจะช่วยขนของขวัญกลับที่พัก

แต่เพราะของขวัญมากมาย รถสปอร์ตของจีราวัจน์ เลยไม่มีที่นั่งเหลือ ดารากาเลยตัดสินใจจะกลับที่พักด้วยรถสองแถว ปล่อยให้เพื่อนรักขับกลับที่พักเอง แต่กลายเป็นว่าสองสาวกลับไปเจอคนที่ไม่คาดคิด!

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...ชยันต์ออกมาชกมวยตามคำชวนของสาธิต สองหนุ่มฟาดฟันกันแบบไม่ยั้งมือจนหมดแรงกันทั้งคู่ ทนายหนุ่มเลยได้โอกาสพูดถึงปียากุลญาติสาว

“ผมรู้ว่าน้องสาวผมมันงี่เง่า แต่ที่เปี๊ยกเป็นอย่างนี้ก็เพราะแคร์พี่มาก”

“ฉันรู้...แต่บางครั้งเปี๊ยกก็ทำเกินไป ถึงกับใช้อำนาจสั่งคนมาตบจี มันไม่ถูก”

“เปี๊ยกสั่งคนตบจีราวัจน์เหรอ”

“ใช่...ตบเขาทั้งๆที่จีไม่ได้ทำอะไรผิด”

“เรามันผู้ชาย เราอาจไม่เห็นเหมือนอย่างที่ผู้หญิงด้วยกันเห็น คนบางคน...ต่อหน้าผู้ชายอาจจะดี ลับหลังอาจทำอีกอย่างก็ได้ พี่อยู่วงการนี้มานานน่าจะรู้ว่านักแสดงเก่งเรื่องสร้างภาพ”

“มันไม่เหมือนกันทุกคนหรอก โดยเฉพาะจี”

“ดูท่าทางพี่จะเข้าข้างผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเชื่อเมียพี่อีกนะ”

ชยันต์ถอนใจยาว พยายามจะพูดให้อีกฝ่ายมองจีราวัจน์ในแง่ดีขึ้น “ฉันเชื่อนะว่าถ้านายได้รู้จักจีในสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่ในสถานการณ์ร้ายๆอย่างนี้ นายจะรู้ว่าจีราวัจน์ไม่ได้เลว ไม่ได้ร้ายอย่างที่ใครๆคิด”

“และถ้าพี่รู้จักเปิดใจให้เมียเหมือนที่พี่เปิดใจให้คนอื่นบ้าง พี่ก็จะรู้ว่าทุกอย่างที่เปี๊ยกทำ...ทำเพราะรักไม่ใช่เพราะร้าย และตอนนี้เขาก็รู้ว่าเขาผิด คนอย่างเปี๊ยกไม่เคยยอมใคร แต่เขายอมพี่ เขาพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อพี่”

“ถ้าเปี๊ยกทำผิดครั้งแรก ฉันจะบอกให้ว่าเขาไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย ฉันก็ให้อภัยเขาได้ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่...เปี๊ยกได้ทุกอย่างง่ายเกินไปจนไม่เห็นคุณค่า...ถึงเวลาที่เปี๊ยกควรได้อะไรยากๆบ้าง”

และบททดสอบของปียากุลก็มาถึงในคืนนั้นเอง เมื่อชยันต์ไม่กลับบ้าน คร่ำเคร่งกับงานตัดต่อเกือบทั้งคืน ภรรยาจอมหึงที่เตรียมมื้อเย็นสุดหรูไว้รอท่าเลยตามไปเฝ้า แต่เขาก็มึนตึงและไม่ยอมพูดดีด้วยเลย

ขณะที่ปียากุลต้องรับศึกหนักจากสามี จีราวัจน์กับดารากาก็ต้องพูดไม่ออก เมื่อมาเจอกันที่บ้านแล้วพบว่าทั้งสองต่างมีนัดกินมื้อเย็น โดยที่ทั้งสองก็ไม่รู้ว่าทั้งสองนัดจะพาพวกเธอไปในที่เดียวกัน...

ooooooo

ความจริงก็คือจีราวัจน์ขับรถหลงทางจนยางรถแตกที่หน้าบ้านพักของเจตร วิศวกรหนุ่มเลยฉวยจังหวะนี้ชวนเธอกินมื้อเย็นด้วย เช่นเดียวกับดารากาที่เจอเจนจิราทนายความหน้าใหม่และลูกสาวของ

จวงจันทร์ครูใหญ่โรงเรียนที่เธอสอน เลยถูกชวนมากินมื้อเย็นที่บ้านด้วยเพราะอยากกระชับสัมพันธ์ให้พี่ชายคนเดียว

กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นนัดของสองพี่น้องบ้านพักเดียวกัน จีราวัจน์กับดารากาก็ไปยืนหน้าบ้านแล้ว หนึ่งหนุ่มสามสาวเลยได้ช่วงเวลาดีๆแทน โดยเฉพาะเจตรกับดารากาที่ได้เจอกับคนที่ถูกตาต้องใจ

จีราวัจน์ไม่รู้ตัวว่าเจตรแอบชอบ มัวสนใจอาการยิ้มไม่หุบและหน้าแดงเหมือนเขินตลอดเวลาของเพื่อนสาว จนต้องเก็บไปซักไซ้ที่บ้าน แต่ดารากาก็เฉไฉไม่ยอมเล่าและผละหนีเข้าห้องดื้อๆ

แต่มีหรือจีราวัจน์จะยอม ตามไปรั้งแขนเพื่อนรักไว้

“จะรีบไปไหน...ไหนดาวบอกวันนี้ท้องฟ้าสวยไง”

“ท้องฟ้าสวยแต่ไม่ค่อยน่าไว้ใจ จีเคยบอกไม่ใช่เหรอ...อะไรที่นิ่งๆดูดีเกินไป ต้องมีบางสิ่งแอบแฝงมาด้วยเสมอ”

“นั่นจีหมายถึงชีวิตจี ไม่ใช่ท้องฟ้า”

“ก็เหมือนกันนั่นแหละ”

“งั้นเรายิ่งต้องอยู่ดูดาวกันต่อ เผื่อพรุ่งนี้จะมีมรสุมจนไม่เห็นดาว...”

สองสาวเพื่อนรักกอดกันดูดาวหลังจากนั้น ถ่ายทอดความรักและความรู้สึกดีๆผ่านมิตรภาพอันยาวนาน โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่นาน...ท้องฟ้าและคลื่นชีวิตอาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...

วันเวลาพักผ่อนผ่านพ้นไปด้วยดี เจตรกับเจนจิราต้องกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น เมื่อจู่ๆเจนจิราก็ถูกสาธิตเรียกตัวสัมภาษณ์ในบ่ายของวันเดียวกัน ส่วนจีราวัจน์ก็ต้องกลับสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง และวันนี้ก็ถึงคิวถ่ายละครฉากเกือบสุดท้ายของเธอ โดยมีชยันต์เป็นผู้กำกับเหมือนเคย

ปียากุลไม่พอใจนัก แต่เพราะอยากง้อสามีเลยยอมขอโทษจีราวัจน์ตามความต้องการของเขา ดาราสาวเห็นท่าทางอึดอัดใจของภรรยาจอมหึงของชยันต์ก็นึกสงสัย แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อได้ยินอีกฝ่ายบ่นในห้องน้ำ

“จะให้คนอย่างฉันขอโทษจีราวัจน์เนี่ยนะ ท่องไว้ ...ต้องทำให้ชยันต์เห็น เรามีเหตุผล ไม่ใช้แต่อารมณ์!”

จีราวัจน์เข้าใจและเห็นใจปียากุล เลยตัดสินใจปรากฏตัวและพูดตรงๆ

“คุณเปี๊ยกไม่ต้องขอโทษจีอย่างที่พี่ชยันต์บอกหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันจบไป”

“ไม่ต้องแสดงเป็นคนดีหรอก...เท่านี้ชยันต์ก็เชิดชูเธอจะแย่อยู่แล้ว”

“คนอย่างฉัน...จะทำการแสดงก็ต่อเมื่ออยู่หน้ากล้องเท่านั้น แต่พอหลังกล้อง...ไม่ว่าจะพูดจะทำอะไร ฉันพูดฉันทำจากใจ ถามว่าฉันโกรธไหมที่คุณสั่งคนตบฉัน...ฉันโกรธมาก เพราะถ้าฉันไม่ผิด ฉันไม่เคยยอมให้ใครมาทำร้ายฟรีๆ และถ้าจะชดใช้ แค่คำว่าขอโทษไม่พอ...แต่ฉันต้องตบคืน!”

พูดจบก็ย่างสามขุมเข้าหา สีหน้าดุดันจนปียากุลแอบกลัว ก้าวถอยโดยไม่รู้ตัว จีราวัจน์เหยียดยิ้มช้าๆ ก่อนจะเตือนสติอีกฝ่ายให้เข้าใจในตัวชยันต์และความรู้สึกของเธอ

“ที่ฉันยอมให้คุณ...เพราะฉันเข้าใจความรู้สึกคุณ เอาเป็นว่าฉันยืนยันตรงนี้ว่าฉันกับพี่ชยันต์ไม่มีอะไรกัน จบละครเรื่องนี้แล้ว...ทั้งฉัน ทั้งพี่ชยันต์...ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเจอกันอีก คุณสบายใจได้”

“ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง”

“คุณไม่ต้องเชื่อฉันหรอก...เพราะความจริง...คนที่คุณควรจะเชื่อคือพี่ชยันต์ ที่พี่ชยันต์เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาโกรธแทนฉันอย่างที่คุณเข้าใจ แต่เขาน้อยใจที่คุณไม่เคยเชื่อใจเขาต่างหาก”

พูดจบก็จะผละไป ทิ้งปียากุลให้มองตามอึ้งๆ ก่อนจะตัดสินใจขอโทษ จีราวัจน์ชะงัก ไม่อยากเชื่อหู แต่เพียงไม่นานก็ต้องถอนใจยาวด้วยความอ่อนใจเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“ครั้งนี้ฉันผิดจริง ฉันถึงขอโทษ...แต่คราวหน้า...ถ้าฉันไม่ผิด...อย่าหวังจะได้ยินคำนี้จากปากฉัน!”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 4 วันที่ 23 ม.ค.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ