อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 1 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 1 ก.พ.60

ติโลตตมาโมโหมากยังยืนยันว่าไม่ได้ขโมย จดหมายหล่นมาจากหนังสืออุรวศี เสด็จเหลือทน “มีอย่างรึจดหมายหล่นบนพื้น หยิบขึ้นมาแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงยาว มันเกินไป ฉันยังต้องตั้งใจอ่านอยู่ครู่หนึ่งเลย ถึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

“เสด็จป้าทรงเลือกที่จะเชื่อหญิงหลงไม่ทรงเชื่อหญิง หญิงก็จนใจทั้งที่แม่นังนี่เป็นคนใฝ่ต่ำหนีตามชู้ ลูกสาวก็เชื้อไม่ทิ้งแถว เสด็จป้าก็ยังทรงไม่เห็นความจริง หญิงไม่รู้จะทูลว่ากระไร”

อุรวศีกำมือแน่นอดทนเต็มที่ เสด็จส่ายหน้ากล่าวคำหนักหน่วง “คนไม่มีหัวคิด เสียดายไม่ได้เลือดพ่อมาสักนิด ถ้าได้เลือดพ่อจะไม่โง่ขนาดนี้”



สองท่านหญิงตกใจไม่คิดว่าจะถูกด่ารุนแรง ก้มกราบทูลลาคลานออกมาอย่างหัวเสีย เสด็จหันไปบอกอุรวศีให้ออกไปรอข้างนอกก่อน ตนมีเรื่องจะคุยกับสร้อย ท่านหญิงคลานออกมาด้วยสีหน้าหวั่นใจ หมดเรื่องพี่ๆแต่ยังต้องโดนซักเรื่องจดหมายอีกเป็นแน่

ด้านติโลตตมาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง สั่งอทริกาไปบอกแม่ให้มารับกลับ ตนจะไม่อยู่ที่วังอีกต่อไป

อทริกาท้วงแม่ให้เราเฝ้าสมบัติเสด็จป้า ถ้าเราไป อุรวศี ก็จะได้สมบัติคนเดียว ติโลตตมาจึงบอกให้น้องอยู่ขวาง ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินฉับๆจากไป อทริกาทำหน้าเซ็งไม่อยากอยู่คนเดียว สำอางเห็นว่าเป็นการดี ต่อไปจะได้ไปทอดพระเนตรละครปรีดาลัยได้สะดวก ท่านหญิงคิดตามแล้วยิ้มชอบใจ ไม่มีพี่สักคนตนก็สบาย

ทางเสด็จซักไซ้เรื่องราวจากสร้อยจนรู้ว่าอุรวศีเล่าเรื่องจดหมายให้สร้อยฟังก่อนแล้ว และเรียกสอบถามข้าหลวงทุกคนไม่มีใครเห็น เสด็จอยากรู้ว่าผู้ชายที่เขียนเพลงยาวเป็นใคร

“ท่านหญิงเล่าว่าเป็นบุตรท่านเจ้าคุณรัชปาลีเพคะ รับราชการอยู่ในมหาดไทย”

“ต่อให้เป็นลูกพระยาก็ต้องถือว่าบังอาจมาก ถ้าพระองค์ชายยังอยู่ เจ้าคนนี้ไม่หัวขาดก็เกือบขาด...แต่ถ้าไปฟ้องเสด็จเสนาบดี เรื่องจะไปกันใหญ่ ถึงอย่างไรเราเป็นฝ่ายผู้หญิงก็เสียหายอยู่วันยังค่ำ” สร้อยรับคำ เสด็จให้ไปเรียกอุรวศีเข้ามาแล้วเฝ้าหน้าห้อง อย่าให้ใครแอบฟัง

อุรวศีกระสับกระส่ายรอพอสร้อยออกมาตามก็ถามว่าเสด็จทรงหายกริ้วหรือยัง สร้อยแปลกใจที่ทรงทราบ “ทรงช่างสังเกตมากนะเพคะ เสด็จทรงหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ถือสาอะไรใครจริงจัง แต่ถ้าเมื่อไหร่ทรงนิ่งและตรัสเรียบๆ ก็เหมือนทะเลสงบก่อนเกิดคลื่นใหญ่เลยเพคะ”

อุรวศีหวั่นใจ สร้อยยิ้มให้กำลังใจว่าตอนจะออกมาเสด็จทรงเหน็บตน แสดงว่าคลื่นสงบ ท่านหญิงโล่งอกตั้งใจจะพูดความจริงทุกอย่าง

เมื่อคลานเข้ามาอยู่ต่อหน้า เสด็จกล่าวข่มไว้ก่อน “คนเกิดมาต้องแบกทั้งบุญและกรรมจากกำเนิดเอาไว้ทั้งสองอย่าง มีบุญเกิดเป็นเจ้าก็ต้องรักษาบุญเอาไว้ คนอื่นที่เป็นไพร่เขาก็ทำบุญมาอย่างไพร่ ตัวนี่สิเป็นเจ้าหากไปทำตัวอย่างไพร่ บุญก็หมดเหลือแต่กรรม ตัวต้องรู้ตัวว่าเกิดมาเป็นเจ้า จะไปเกลือกกลั้วกับไพร่ไม่ได้...เจ้าผู้ชายมันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็ช่างมันเถิด มันเกี้ยวตัวไม่ได้ก็ไปเกี้ยวผู้หญิงอื่นต่อ มันไม่เสียอะไร แต่ตัวสิมีแต่เสียหาย รู้ถึงไหนอับอายถึงนั่น”

อุรวศีกราบทูลตามจริงว่าไม่เคยคิดตอบจดหมายสักครั้ง ที่ไม่กล่าวโทษเขากับผู้ใหญ่แค่อ่านแล้วสอดคั่นหนังสือไว้ เพราะเห็นเป็นลูกผู้ดี ถ้าเฉลียวใจสักนิดว่าจะกลายเป็นเรื่องระคายเคืองถึงเสด็จป้า คงฉีกทิ้งไปนานแล้ว เสด็จถามย้ำว่าไม่เคยตอบจริงหรือ

“เป็นความสัตย์จริงเพคะ หญิงไม่เคยคิดเขียนตอบผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติ ครั้งแรกหญิงเข้าใจว่าเขาเขียนมาขออภัย หญิงก็ไม่ถือสา เมื่อเขาเขียนมาอีก หญิงก็เพิ่งจะเข้าใจ”

“ดีแล้วที่รู้จักไว้ตัว เกิดเป็นหงส์ต้องรู้ว่าเป็นหงส์ อย่าไปเกลือกกลั้วกับกา หญิงหลงเป็นสาวแล้ว ทางโน้นก็ผู้ชายหนุ่ม ขึ้นชื่อว่าชายหญิงย่อมเหมือนแม่เหล็กดึงดูดเข้าหากัน แต่คนดีย่อมรู้จักยับยั้งชั่งใจ เอาแต่ทำตามใจตัวเองไม่ได้...ไหนๆพูดแล้วก็พูดเสียให้หมด ถ้าจะมีคู่ก็ต้องดูให้ถี่ถ้วนด้วย เกิดมาเป็นเจ้านายก็เหมือนเพชร หาเรือนรับรองก็ต้องเรือนทองเนื้อเก้า ไม่ใช่ไอ้พวกทองชุบเสาชิงช้า” เสด็จส่งจดหมายคืนให้

อุรวศีรับมาแล้วฉีกทิ้งต่อหน้าทั้งสองฉบับ เสด็จยิ้มชื่นชม ท่านหญิงเชื่ออย่างที่เสด็จป้าตรัส ถ้าไม่รักศักดิ์ของตัวเอง ใครเขาจะมารักแทนให้

ooooooo

บ่ายวันหนึ่งพระยาไกรและพระยารัชปาลีกลับจากราชการหน้าเครียด ด้วยมีข่าวเสือป่วนอาละวาดปล้นฆ่ามาถึงปากน้ำโพ ต้องช่วยกันหาวิธีจัดการจับมันให้ได้ ดวงแขไม่พอใจที่ทุกคนเครียดจนไม่สนใจขนมที่เตรียมไว้ให้ บ่นกับอนลว่าทำไมไม่ปล่อยให้ตำรวจจัดการ

“หวังพึ่งตำรวจอย่างเดียวไม่ได้หรอก เพราะกำลังพลไม่พอ ถ้าช่วยได้ก็ต้องช่วยกันครับ”

ดวงแขยิ่งหงุดหงิดที่อนลไม่เห็นด้วยและไม่สนใจขนมของตนเช่นกัน ฉุกคิดแผนเรียกร้องความสนใจขึ้นมาได้ แกล้งโวยวายว่าเห็นงูแล้วโผเข้ากอดอนล ทั้งซบทั้งกอดหวังว่าเขาจะหลงอุบายติดใจเนื้อนวลของตน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่ามองหางูว่าหายไปไหน

พอดวงแขเล่าให้คุณหญิงไกรฟัง เธอแทบลมจับที่ลูกใจกล้าแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายก่อน ทั้งที่ตัวเองไอโขลกแต่ด้วยความรักลูกไม่อยากให้ทำอะไรผิดพลาด จึงวางแผนชวนอนลไปทำบุญที่วัดด้วยกันเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับดวงแข

แม้ว่าไม่สบายหน้าตาซีดเซียวแต่คุณหญิงไกรจำต้องแข็งใจมาวัด อนลประคองเดินโดยมีดวงแขถือของถวายพระยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างพอใจ ไม่วายกระแอมเตือนให้แม่เข้าแผนเสียที คุณหญิงจึงบอกอนลว่าอยากคุยกับเจ้าอาวาสให้ท่านดูดวงเผื่อต้องสะเดาะเคราะห์ ให้เขาไปถวายเพลกับดวงแข อนลอึกอัก ดวงแขรีบมัดมือชกเร่งให้ไปใกล้จะเพลแล้ว อนลไม่มีทางเลือก

แต่พอทั้งสองเดินไปสักพัก คุณหญิงไกรก็ไอโขลกๆ จนหมดแรงนั่งพิงอยู่แถวนั้น...

ดวงแขยิ้มแย้มที่ได้ใส่บาตรร่วมขันกับอนล แต่ท่าทางชายหนุ่มเรียบเฉย เธอยังชวนเขาเดินเที่ยวตลาดต่อ เขาต้องเตือนให้ไปถามคุณหญิงก่อนว่าไปไหวไหม หญิงสาวยิ้มกริ่มแม่ต้องตามใจตนอยู่แล้ว

พอเดินกลับมาเห็นคุณหญิงไกรนั่งเอนพิงต้นไม้หมดสติอยู่ อนลเอะใจเข้าจับตัวรู้สึกร้อนจัดก็รีบบอกดวงแขตามบ่าวมาช่วยพาคุณหญิงกลับเรือน

ดวงแขตกใจลืมตัวแผดเสียงข่มบ่าวไพร่ลั่นวัด “โว้ยมีใครอยู่บ้าง แม่ข้าไข้ขึ้นจนเป็นลมไปแล้ว ไม่มีใครมาดูแลสักคน หายหัวไปไหนกันหมด อ้ายพวกสันหลังยาว” พอมีบ่าววิ่งมาก็จิกด่า “รีบไปดูแม่ข้าเร็วสิ อ้ายอีสถุลพวกนี้ทิ้งแม่ข้าอยู่คนเดียวได้ยังไง ไม่ใช้ก็ไม่ทำ เอาแต่อู้งานอย่างพวกแกเนี่ยต้องเป็นขี้ข้าไปจนตาย”

อนลอึ้งมองดวงแขกิริยาผิดไปจากเดิมราวคนละคน ไม่คิดว่าจะปากจัดเหยียดคนขนาดนี้ เมื่อกลับมาถึงเรือน ปฐมพยาบาลจนรู้สึกตัว พระยารัชปาลีเอายาฝรั่งที่ติดตัวมาให้รับประทานจนอาการดีขึ้น

พระยาไกรยังห่วงเพราะภรรยาเจ็บคราวนี้เรื้อรังมานาน พระยารัชปาลีจึงมีความคิดว่าให้คุณหญิงไปรักษาตัวที่พระนคร พักอยู่กับตนหาหมอฝรั่ง ตนจะดูแลอย่างดี แต่พระยาไกรไม่อาจทิ้งงานราชการไปได้นานขนาดนั้น พระยาผู้เพื่อนยิ้มอย่างมีเลศนัย

“พุทโธ่พุทถัง ถึงขนาดนี้ยังต้องให้พูดออกจากปากตรงๆอีกรึ แก่แล้วแก่เลยจริงๆท่านเจ้าคุณ” พอเห็นหน้าเพื่อนคิดออก “เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ ค่อยสมกับที่เล่าเรียนมาด้วยกันหน่อย”

พระยาไกรยิ้มแย้มดีใจเป็นการเปิดโอกาสให้ดวงแขตามไปดูแลแม่และจะได้ใกล้ชิดกับอนล อยู่ด้วยกันทุกวัน ต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใครแล้วจะกลัวอะไร ช้าเร็วคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน อนลแอบได้ยินผู้ใหญ่คุยกันเริ่มอึดอัดใจอย่างมาก เพราะไม่เคยคิดอะไรกับดวงแขเลยสักนิด

ด้านอนึกกับเกื้อเริ่มไม่ลงรอยกัน เกื้อไม่เห็นด้วยที่อนึกกับเพื่อนจะทำการรุนแรง เตือนและห้ามก็ไม่ฟัง จึงถอยห่างออกมา อนึกตามมาต่อว่าถึงบ้าน ถึกกับคล้องได้ยินเจ้านายถกเถียงกันเสียงดัง พอตอนเช้าเกื้อให้คล้องมาขออาหารเช้าเพื่อรับประทานกับทับ นวมไม่ชอบใจเพื่อนขี้คุกคนนี้ของเกื้อเอาเสียเลย เอ่ยถามเขามาทำไมแต่เช้า คล้องไม่ทราบ คิดว่าเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนแล้วสะดุ้งนึกได้ไม่ควรพูดออกไป แต่สายไปเสียแล้วเมื่อเห็นสายตาเจ้านาย...

นวมนั่งรออนึกกลับจากทำงานเพื่อสอบถามเรื่องทะเลาะกับเกื้อ อนึกไม่พอใจบอกแม่ว่าไม่ได้ทะเลาะแค่พูดคุยกันเสียงดังเพราะความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ นวมจึงเตือนอย่างไรเสียเกื้อก็เป็นอา เขาสั่งสอนอะไรก็เชื่อฟังบ้าง เขาจะได้ไม่เอาไปว่ากับคนอื่น

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 1 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ