อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

ในขณะที่สร้อยกำลังถวายโอสถให้เสด็จ ชมว่าท่านยังแข็งแรง เสด็จว่าถ้าไม่แข็งแรงคงลมตีจนล้มหมอนนอนเสื่อไปแล้ว และเปรยว่าสงสารอุรวศีที่ขาดพ่อแล้วแม่ยังทิ้งไปอีก สร้อยยิ้มทรงเป็นห่วงแต่ไม่ตรัสตามตรง เสด็จบอกถ้าดีด้วยก็จะได้ใจเสียคน ตนมีหลานสาวทั้งหมดหกคน ที่ห่วงที่สุดก็อุรวศี ส่วนเมราแม้ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะเสกสมรสกับอธิป แต่ด้วยทรัพย์สมบัติของเขาคงทำให้สุขสบายได้

สร้อยเห็นว่าท่านหญิงอุรวศีเฉลียวฉลาดน่าเอาตัวรอดได้

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกสร้อย เกิดเป็นหญิงว่าลำบากแล้ว เป็นหญิงสูงศักดิ์ยิ่งต้องแบกรับเกียรติยศอันหนักอึ้งเอาไว้ให้ได้ เห็นทีข้าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยหญิงหลงเสียแล้ว”



ในขณะที่อุรวศีบ่นระบายความอัดอั้นกับจันใน ห้องนอน จันเห็นว่าถ้าลำบากก็กลับเรือนปั้นหยา แต่ ท่านหญิงคิดว่าไม่มีความปลอดภัยสำหรับตนเท่าที่นี่อีกแล้ว คืนนี้ท่านหญิงเขียนจดหมายถึงแม่เพื่อให้จันเอาไปฝาก

อนลวันรุ่ง เล่าถึงสิ่งที่ตนต้องเจอจากการกระทำของแม่

รุ่งเช้าหม่อมต่วนทูลลาเสด็จและขอพาอรุณวาสีกลับไปช่วยงานที่บ้าน เสด็จสบตาหลานก็รู้ว่าถูกบังคับ จึงประชดหม่อมต่วนเล็กๆว่าขอโทษที่ให้หญิงเล็กอยู่ด้วยหลายปีจนตำหนักที่หม่อมอยู่ขาดความเรียบร้อย หม่อมต่วนหน้าเจื่อนรู้ว่าโดนประชดรีบกราบลาไปอย่างโกรธๆ

อุรวศีรู้ว่าอรุณวาสีกลับตำหนักจึงเดินออกมาส่ง โดนคำถากถางสารพัดของพี่ๆและหม่อมต่วน ถึงขนาดแช่งว่าสักวันต้องตายเหมือนหมาข้างถนนเป็นผีไม่มีญาติ จึงตอบโต้

“เสด็จพ่อสอนฉันไม่ให้กล่าวร้ายต่อใคร ยิ่งกับคนที่เขาไม่ได้มุ่งร้ายต่อเรา ยิ่งไม่ให้สาปแช่งเพราะมันจะเข้าตัวเองก่อนคนอื่น” ท่านหญิงโกรธถึงขนาดแทนตัวเองว่าฉัน

หม่อมต่วนโกรธจนตัวสั่น อรุณวาสีเกรงจะเกิดเรื่องรีบดึงแม่กลับ อุรวศีกล่าวลาอรุณวาสีแล้วเดินเลี่ยงออกไป ติโลตตมาตาวาวด้วยความเกลียดชัง ประกาศกร้าวต่อหน้าหม่อมต่วน

“แล้วสักวันหญิงจะทำให้นังลูกบ่าว มันต้องคลานมากราบขอโทษแม่ให้ได้ค่ะ”

ได้ฟังลูกพูดแบบนี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้น...ส่วนอุรวศีเข้ามาปรนนิบัติเสด็จป้าเพราะเห็นว่าวันนี้เป็นเวรอรุณวาสี แต่เธอไม่อยู่แล้วจึงมาทำแทน สร้อยแอบยิ้มให้กำลังใจ เสด็จเหน็บจะทำได้สักกี่วัน แล้วเอ่ยถามนอกจากขับเพลงแล้วเล่นกระจับปี่สีซอเป็นบ้างไหม ท่านหญิงรีบตอบว่าเล่นซอสามสายเป็น สร้อยจึงไปหยิบซอมาวางให้ อุรวศีตื่นเต้นเห็นเป็นซอชั้นเยี่ยม เสด็จให้เล่นเพลงลาวดำเนินเกวียน (ชื่อนี้เป็นทางการคือเพลงลาวดวงเดือนในปัจจุบัน) อุรวศีทั้งสีซอและร้องเพลงอย่างไพเราะ เสด็จนอนหลับตาอมยิ้มด้วยความพอพระทัย

ooooooo

อธิประเบิดอารมณ์ใส่สุรคมต่อหน้าอนลที่ติดต่อซื้อที่ดินของหม่อมต่วนไม่บอกกล่าว ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา สุรคมอธิบายว่าเสด็จเสนาบดีรับสั่งให้ทำที่ดินของหม่อมต่วนตรงตามที่เสด็จต้องการ อธิปโกรธลำเลิกบุญคุณว่าเป็นคนส่งเสียให้เรียนจนจบนอกและได้รับราชการ

สุรคมสะกดอารมณ์ไม่พอใจกล่าวขอโทษ อธิปยังตะคอกใส่ถ้าเกิดขึ้นอีกจะไล่ออกจากมหาดไทยไปอยู่ที่อื่น คนอกตัญญูตนไม่เอาไว้ สุรคมหน้าชาอายอนลเป็นอย่างมาก

อนลเห็นใจถึงแม้อธิปโกรธเพราะต้องการขายที่ดินตัวเอง แต่อย่างไรก็ทำไม่ได้เพราะไม่ตรงตามเสด็จต้องการ ดันทุรังไปก็รังแต่มีเสียงติฉินนินทา สุรคมรู้แต่ที่เสียใจตรงชอบลำเลิกบุญคุณ ทั้งที่ความจริงเป็นไปตามพินัยกรรมระบุ ให้คิดถึงอุรวศี ถ้าได้คุยกับเธอคงเข้าใจตน คนหัวอกเดียวกัน โดนมาเหมือนๆกัน อนลอึดอัดอย่างมากที่ไม่อาจบอกใครได้ว่ารักท่านหญิงอุรวศี

ooooooo

อธิปนำเอกสารการซื้อขายไปให้หม่อมต่วนด้วยตัวเองโดยบอกว่าอ่านเอกสารแล้วมีข้อสงสัยอะไร ให้แจ้งตนได้ไม่ต้องผ่านพวกชั้นผู้น้อย เขาปรายตามองสุรคมที่มาด้วยแบบข่มในที หม่อมต่วนบอกว่า ตัวเองอ่านหนังสือไม่คล่อง ยิ่งภาษากฎหมายยิ่งไม่เข้าใจ คงต้องให้ทนายช่วย

“ไม่เป็นไร เสด็จเสนาบดีท่านไม่ได้ทรงเร่งรัดอะไร หม่อมอ่านตามสบายเถอะ”

อรุณวาสีถือโอกาสเชิญท่านชายทั้งสองรับประทานอาหารเย็น อธิปขอตัวไปทานกับเมราที่เรือน แต่อดหยอดทีเล่นทีจริงไม่ได้ว่าอยากให้เธอไปด้วย หม่อมต่วนเหล่มองไม่พอใจ อรุณวาสีขอตัวเพราะเขาน่าจะคุยเรื่องเสกสมรสกับเมรามากกว่า สุรคมแอบขำที่พี่โดนย้อนนิ่มๆ

อธิปมาหาเมรากลับบ่นว่าโล่งใจ กว่าจะปลีกตัวจากหม่อมต่วนได้ เบื่อคุยด้วย หม่อมเรี่ยมยิ้มแย้มเชื้อเชิญให้รับประทานอาหาร อธิปทำรุ่มร่ามจับมือเมรา เธอหน้าเสียค่อยๆดึงมือออก

หม่อมเรี่ยมตัดสินใจเอ่ยปากถึงเรื่องสินสอด อธิปโอ้อวด “หม่อมไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมไว้หมดแล้ว รับรองว่าสมเกียรติของหญิงเมทุกประการ ไม่ให้ใครมาดูถูกดูแคลนได้หรอก”

เมราหันไปยิ้มกับหม่อมเรี่ยมด้วยความดีใจ เรื่องที่กังวลก็จบลงเสียที...ด้านสุรคมคุยอยู่กับอรุณวาสีที่ตำหนักใหญ่ เล่าถึงสินสอดที่อธิปให้ตนจัดการให้เมรา นอกจากเงินมากมายแล้วยังมีที่ดินแถวหัวหมากและคลองตันร่วมร้อยไร่ เครื่องเพชรประจำราชสกุลอีกชุดใหญ่ คงเป็นที่กล่าวขวัญกันทั้งปี อรุณวาสีทึ่งอยากให้ถึงวันงานเร็วๆ สุรคมพูดอย่างน้อยใจว่า ถ้าเป็นงานตนคงมีแค่แหวนวงเดียว ไม่รู้จะมีใครต้องการ อรุณวาสีเห็นใจ

“จะมากจะน้อยก็ไม่สำคัญเท่าความรักที่มีให้กันหรอกค่ะ ถ้าเป็นหญิงถึงไม่มีสมบัติพัสถานอะไรเลย แต่ถ้ามีความรักความซื่อสัตย์ให้หญิง หญิงก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ”

“จริงหรือคะ ถ้าผู้หญิงทุกคนคิดเหมือนหญิงก็คงดีนะคะ”

อรุณวาสีเขินอายคิดว่าท่านชายมีใจให้ เขาเอ่ยถามเธอกลับมาอยู่บ้าน อุรวศีอยู่ในวังคงเหมือนอยู่คนเดียว อรุณวาสีไม่ได้เฉลียวใจคิดว่าทรงเป็นห่วงน้องสาว ทูลว่าอุรวศีมีจันอยู่เป็นเพื่อน แล้วพลั้งปากพูดเรื่องหม่อมสลวย แต่ก็คิดว่าไม่เป็นอะไรท่านชายอาจมีทางช่วยเหลือ

เย็นวันนั้น อนลได้รับจดหมายที่อุรวศีฝากจันมาเพื่อเอาไปให้หม่อมสลวย แล้วเขาก็ฝากจดหมายของตัวเองกลับไปให้ท่านหญิง จันไม่กล้ารับเกรงโดนเอ็ดอีก แต่พออนลยื่นเงินให้ถึงสามบาทก็อดคว้าไว้ไม่ได้...พอกลับมารายงานอุรวศี ก็ค่อยๆวางจดหมายของอนลไว้บนโต๊ะแล้วคลานเข่ากลับออกไปก่อนจะโดนเอ็ด

อุรวศีบ่นพึมพำว่าจันล้นขึ้นทุกวัน ก่อนจะหันมามองจดหมายของอนล ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน เป็นคำกลอนหวานล้ำระรื่นรส...อ่านแล้วให้ตงิดใจนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพลงยาว “ไม่ต้องสงสัยแล้ว เธอบังอาจเกี้ยวฉันรึ ท้าวแสนเปื้อน”

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน อนลรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป พร่ำพูดกับต้นไม้ในสวน กลัวว่าท่านหญิงจะกริ้วที่ตนบังอาจ ตนจะทำอย่างไรดีต่อไป คล้องกับถึกแอบมองด้วยความหวั่นวิตกว่า เจ้านายของพวกเขาถูกผีเข้า คิดหาวิธีช่วยถึงขั้นจะไปหาน้ำมนต์ทุกวัดมาปราบ

ooooooo

หลายวันผ่านไป อธิปกับเมราเข้ามากราบเสด็จในวังทูลเชิญเป็นเกียรติในงานเสกสมรสที่กำลังจะมาถึง เสด็จไม่รับปากเพราะสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ให้ศีลให้พรและมอบของรับไหว้เป็นแหวนคู่ชายหญิง มรกตน้ำงามเม็ดใหญ่ อทริกาซึ่งอยู่เวรปรนนิบัติตาวาวด้วยความอิจฉา

หลังจากนั้นอทริกามาเล่าให้ติโลตตมาฟัง เธอแค้นใจมากเพราะเคยทูลขอแหวนนี้จากเสด็จแต่ท่านไม่ให้ กลับเอามาให้ลูกเมียน้อย ระหว่างนั้นอุรวศีเดินผ่านมาเห็นสีหน้าพี่ๆคุยกันเครียด ไม่อยากมีเรื่องด้วยจึงเดินอ้อมไปอีกทาง ไม่วายติโลตตมาแกล้งพูดลอยๆให้ได้ยินว่าพวกลูกเมียน้อยรู้จักแต่กอบโกย ไม่ได้ต่างจากริ้นไรน่ารังเกียจ อุรวศีชะงัก จันซึ่งเดินตามมาหันไปจ้องจึงถูกอทริกาตวาดใส่ที่กล้าดีมามองหน้า ท่านหญิงองค์พี่พูดกระทบเหน็บแนม

“แต่เป็นลูกเมียน้อยก็ยังดีนะหญิงนิด กลัวแต่ว่าจะไม่ใช่ลูกเท่านั้น ก็แม่มันมั่วไม่เลือกหน้า จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นลูกจริงๆ”

โดนด่าแม่เข้าอีกคราวนี้อุรวศีไม่ทน ทำทีพูดกับจันว่าพ่อลูกกันก็ควรมีนิสัยคล้ายกันใช่ไหม จันรับมุกใช่เพคะ “แล้วถ้านิสัยใจคอผิดพ่อผิดแม่เหมือนดำกับขาว เราจะเชื่อว่าไม่ใช่ลูกจริงๆได้ไหมจัน”

“ได้สิเพคะ มิแน่ว่าอาจจะเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงก็เป็นได้นะเพคะ”

ติโลตตมาโกรธตวาดถามหมายถึงใคร อุรวศีกล่าวยิ้มๆ “ก็คงหมายถึงคนเดียวกับที่พี่หญิงกลางพูดถึง เมื่อครู่กระมังคะ”

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ