อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

จีราวัจน์ไม่รู้ว่า รปภ.รู้ได้อย่างไรว่าเธอติดอยู่บนนี้ แต่ก็พยุงร่างหมดแรงของตนกลับคอนโดหลังจากนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเป็นสาธิตนั่นเองที่แอบแจ้งกับ รปภ.ให้ลองไปดูเพราะได้ยินเสียงขลุกขลักจากบนนั้น!

สาธิตเฝ้ามองตลอด ทันทีที่จีราวัจน์ออกจากตึกก็ไม่รอช้าจะถาม รปภ. อยากรู้ถึงปฏิกิริยาของเธอ แล้วก็ต้องผิดคาด เพราะนอกจากดาราสาวจะไม่โวยวายเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของสถานที่แล้ว ยังกลับบ้านเฉยๆอีกต่างหาก

ความแปลกใจของสาธิตไม่จบแค่นั้น เช้าวันต่อมา...จีราวัจน์ก็ทำให้เขาทึ่งอีกรอบ เมื่อเธอปลอมตัวไปสังเกตการเจรจาระหว่างเจ้าของที่กับยายจันทร์ ตัวเขาเองในฐานะทนายฝ่ายยายจันทร์ไม่ได้ยี่หระสายตาและท่าทางไม่ไว้ใจของเธอนัก ตั้งหน้าตั้งตาเจรจากับเสี่ยเม้งเจ้าของที่จนผลเป็นไปตามต้องการ



ยายจันทร์ พันและพวกชาวบ้านต้องย้ายออกก่อนสัญญาก็จริง แต่ก็ไม่ได้ไปตัวเปล่า สาธิตเรียกร้องจนได้ค่าเสียหายและค่าขนย้ายจำนวนหนึ่ง สร้างความพอใจให้แก่พวกชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยายจันทร์

“ขอบคุณอีกครั้งนะคุณทนาย ถึงพวกเราจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อจนครบตามสัญญา...อย่างน้อยคุณทนายก็ช่วยยืดเวลาให้พวกเราได้เก็บบ้าน ไหนจะเรียกเงินให้สมน้ำ สมเนื้อกันทุกบ้านอีก”

“ไม่เป็นไรครับ...ผมต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว”

“สิ่งที่คุณทนายทำมันไม่ใช่แค่หน้าที่นะ แต่คุณทนายทำให้ชาวบ้านมีความสุขอีกครั้ง ถึงที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ของพวกเรา...เราก็รักเหมือนบ้าน”

ประโยคหลังเหมือนที่เขาเคยได้ยินจากจีราวัจน์ แต่ไม่ทันสรตะความคิด ยายจันทร์ก็พูดต่อ

“นี่ถ้าฉันอ่อนกว่านี้สักสิบปี ฉันจะยอมพลีตัวเป็นเมียตอบแทน หรือรุ่นนี้คุณทนายก็ไม่รังเกียจ”

“ผมบอกแล้วว่าผมทำตามหน้าที่ไม่ได้หวังอย่างอื่น”

“ไม่หวังไม่ได้ ยังไงต้องให้พวกฉันตอบแทนบ้าง วันนี้ฉันขอเลี้ยงข้าวคุณทนายและชาวบ้านทุกคนฟรี!”

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลังจากนั้น จีราวัจน์เฝ้ามองเหตุการณ์จากมุมห่างๆ ก่อนจะสบโอกาส ลากยายจันทร์กับพันมาคุยในบ้าน เพราะไม่เชื่อว่าสาธิตจะเต็มใจช่วยจริงๆ

ยายจันทร์ส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนบอกว่าตนกับพวกชาวบ้านทุกคนตกลงใจแล้วว่าจะย้ายออก แค่อยากได้เงินเพื่อชดเชยค่าเสียหายและต่อลมหายใจเท่านั้น

จีราวัจน์อ้าปากค้างและถึงกับพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะย้ายไปต่างจังหวัด ไปอยู่กับญาติพร้อมพัน

“งั้นให้จีไปส่งนะ ให้จีไปส่งยายเถอะนะ จีจะได้รู้ว่ายายอยู่ที่ไหน อยู่ยังไง จีจะได้ไปหา”

จีราวัจน์น้ำตาคลอ ใจจะขาดให้ได้เมื่อรู้ว่าคนที่ตนนับถือเป็นครอบครัวจะจากไป

“ก็เพราะรู้ไงว่าเอ็งต้องตามไปหา ยายถึงไม่ให้แกไปส่ง อย่าให้ฉันกับไอ้พันต้องอยู่เป็นภาระแกอีกเลย”

“ต้องให้จีบอกกี่ครั้งว่ายายกับไอ้พันไม่ใช่ภาระอะไรทั้งนั้น แต่ยายกับไอ้พันคือครอบครัวเดียวที่จีมี”

ยายจันทร์สะเทือนใจมาก แต่ไม่ทันปลอบ จีราวัจน์ก็โพล่งออกมาทั้งน้ำตา

“ยายคือคนเดียวที่นั่งรอจีกลับจากโรงเรียน คอยแกะปลาทูคลุกข้าวให้ เอาหม้อข้าวใบเดียวที่มีไปจำนำเพื่อซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้จี ยายคือคนเดียวที่ทำให้จีบอกตัวเองได้ว่าจียังมีครอบครัว ถ้าไม่มียาย...แล้วใครจะคอยกอดจี”

“งั้นตอนนี้ก็กอดยายให้แน่นๆ กอดเยอะๆ ก่อนที่...เราจะไม่ได้กอดกันอีก”

พันมองภาพยายกับดาราสาวที่ตนรักเหมือน น้องสาวเพราะโตมาด้วยกันอย่างหดหู่ใจ ก่อนจะตามไปกอดด้วย ยายจันทร์โอบหลานทั้งสองแน่น น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้

“ยายไปน่ะดีแล้ว แกจะได้ไม่ต้องมาที่นี่อีก จำ ไม่ได้เหรอตอนเด็กๆแกอยากมีเงินเยอะๆจะได้ไปจากที่นี่ ตอนนี้แกก็ทำได้แล้ว แกมีชื่อเสียงเงินทอง เป็นคุณจีราวัจน์ดาราดัง ไม่ใช่ไอ้จีเด็กสลัมอีกต่อไป”

“ใช่ๆ ถ้าไม่มีฉันกับยายก็จะไม่มีใครรู้อดีตของแกอีกต่อไป”

“ไปใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างที่แกฝัน ไม่ต้องห่วงยาย อะไรที่เป็นความลับ ยายก็จะเก็บมันไว้จนตาย ไปกับยาย”

ooooooo

จีราวัจน์ปาดน้ำตาทิ้งเศร้าๆ ใจหายมากเมื่อ

คิดว่าจะไม่ได้เจอยายจันทร์กับพันอีก สาธิตที่แอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างโดยบังเอิญไม่รอช้าตามไปแดกดัน

“เจ็บไหม...กับการเห็นคนที่เรารักต้องจากไป”

ดาราสาวชะงักแล้วเลือกเดินหนี ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย แต่ทนายหนุ่มก็ตามไปดักหน้า

“จีราวัจน์คนเก่งหายไปไหนแล้วล่ะ”

“คุณต้องการอะไรจากฉัน”

“สิ่งเดียวที่ผมอยากได้จากคุณ คือเห็นคุณเจ็บปวดทรมานเวลาที่ต้องสูญเสียคนที่คุณรักไป”

“คิดว่าแค่นี้จะทำฉันเจ็บได้เหรอ”

“เท่าที่เห็น...ผมก็ทำได้อยู่”

จีราวัจน์เจ็บใจมาก ตีหน้านิ่งเพราะไม่อยากให้เขาเห็นความหวั่นไหว

“คุณนี่เหมือนเป็นคนฉลาดนะ แต่ความจริงโง่กว่าที่ฉันคิด”

ถึงคราวสาธิตพูดไม่ออกบ้าง แล้วก็แทบคลั่งเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“คุณก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้กำพืด และคุณช่วยกำจัดคนเก็บความลับฉัน คุณคิดว่าฉันควรเสียใจงั้นเหรอ”

“คุณนี่เลวกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะจีราวัจน์ ขนาดยายแท้ๆคุณยังไม่เว้น ผมไม่น่าลืมว่าคนที่สามารถโยนความผิดให้คนอื่นติดคุกแทน มันจะรักใครเป็น”

“คุณจะคิดอะไรก็คิดไป แต่อย่าพยายามทำให้ฉันเจ็บปวดในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ เพราะฉันไม่รู้สึกอะไร”

ทนายหนุ่มขบกรามแน่น ตอกเสียงเข้ม “ก็ดี...ผมจะได้ไม่ต้องยั้งมือที่จะจัดการคุณ ถึงไม่มียายจันทร์...แต่ยังมีผมที่รู้กำพืดคุณ ผมจะแฉให้สังคมรู้เองว่าคุณมันเกิดจากหลุมไหน”

“เอาเลย...จะทำอะไรก็รีบทำนะคุณสาธิต อย่าเอาแต่ขู่ เดี๋ยวฉันจะกลัวคุณเก้อ”

พูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนี แต่สาธิตก็คว้ามือเธอไว้ ขู่เสียงกร้าว

“ไม่ต้องกลัวจีราวัจน์...มันกลับมาแน่ๆ ผลกรรมที่คุณทำไว้ เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะนี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น!”

ภาพสองหนุ่มสาวถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงทำให้ยายจันทร์สงสัยตามไปแอบฟังใกล้ๆและตัดสินใจปรากฏตัวหลังจากจีราวัจน์กลับไปแล้ว เพื่อแก้ไขความเข้าใจของสาธิต

“ฉันไม่ใช่ยายแท้ๆของไอ้จีหรอก ฉันแค่ยาย

ข้างบ้านที่เคยเลี้ยงดูมันมา แต่มันก็ไม่เคยทอดทิ้ง คนอย่างมัน...ถ้าใครอยากรู้กำพืด มันพร้อมจะเปิดเผยกำพืดมันทุกเมื่อ แต่ที่มันไม่ทำ...เพราะต้องปกป้องคนอื่น”

สาธิตนิ่วหน้า อยากรู้ว่าใครแต่ยายจันทร์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันบอกคุณไม่ได้ แต่ที่ฉันบอกได้คือจีมันเป็นคนดี ฉันไม่รู้ว่าคุณกับมันมีปัญหาอะไร แต่ฉันขอ...อย่าทำร้ายมันเลย เท่านี้ชีวิตมันก็น่าสงสารพอแล้ว...ฉันขอนะคุณทนาย”

ooooooo

ไม่มีใครรู้ใจสาธิตว่าเชื่อคำพูดของยายจันทร์แค่ไหน เช่นเดียวกับท่าทีนิ่งเฉยของปียากุลเมื่อรู้เรื่องจีราวัจน์จะได้เป็นนางเอกละครค่ายของเธออีกรอบ คงมีเพียงชยันต์กับพัฒนะเท่านั้นที่เริ่มเครียด เพราะรู้จักนิสัยปียากุลดี

เจตรก็ทำตัวน่าสงสัยไม่แพ้กัน เพราะไม่กล้าจีบจีราวัจน์ตรงๆ เลยพยายามเข้าทางดารากา และความใกล้ชิดที่ว่าก็ทำให้คนรอบข้าง ทั้งจวงจันทร์ผู้เป็นแม่ เจนจิราน้องสาว หรือแม้แต่ดารากาก็เข้าใจผิด คิดว่าวิศวกรหนุ่มมีใจและอยากสานสัมพันธ์ฉันคนรักด้วย

หลังจากรักษาท่าทีอยู่นาน ปียากุลก็เริ่มแผนการลับๆด้วยการแอบไปเสนอผู้บริหารสถานีถึงการเรียกเรตติ้งให้ละครเรื่องใหม่จากค่ายเธอ ชยันต์ยังไม่รู้เรื่อง คิดว่าที่ภรรยาจอมหึงนิ่งเฉยเพราะเคลียร์ใจกันแล้วเมื่อคราวก่อน ต่างจากพัฒนะที่คิดว่าลูกสาวคนเดียวน่าจะมีแผนบางอย่างในใจ

“นี่คุณพ่อยังไม่ไว้ใจเปี๊ยกเหรอครับ”

“เอาความจริงไหม...พ่อจะได้ตอบว่าใช่ ยิ่งเปี๊ยกรู้ว่าหนูจีเป็นนางเอกละครเรื่องใหม่แล้วเปี๊ยกยิ่งนิ่ง พ่อยิ่งเสียวยิ่งกว่ากินน้ำแข็งกระทบเส้นประสาทฟันอีก”

“เราจะตั้งรับยังไงดีครับ”

“ไม่ต้องห่วง พ่อโทร.เรียกกำลังเสริมมาแล้ว เป็นคนเดียวที่คุมระเบิดเคลื่อนที่อย่างเปี๊ยกได้”

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 5 วันที่ 29 ม.ค.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ