อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 6 วันที่ 1 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 6 วันที่ 1 ก.พ.60

สุกี้ตัดสินใจบอกจีราวัจน์เรื่องยายจันทร์ และอาสาจะไปช่วยรั้งตัวไว้แทนเพราะดาราสาวติดถ่ายละคร พิมเห็นดาราสาวคู่ปรับมีท่าทางแปลกๆก็อดสงสัยไม่ได้ และเมื่อลูกน้ำจัดการไม่ได้ดั่งใจ นางเอกจอมลวงโลกเลยลงมือเอง ด้วยการหาเรื่องทำร้ายจีราวัจน์ระหว่างการถ่ายทำจนกองแทบแตก!

สาธิตกับเจนจิราไปช่วยตามหายายจันทร์ด้วย หลังจากทราบเรื่องจากพันที่โทร.มาแจ้งข่าวร้ายเพราะดันโทร.ไปบอกจีราวัจน์เรื่องย้ายออกไปต่างจังหวัด เจนจิราแยกตัวไปตามหาพร้อมพัน ส่วนสาธิตแยกไปตามหาเองรอบๆหัวลำโพงจนได้เห็นร่างของยายจันทร์นอนสลบไสลกลางสถานี

ยายจันทร์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น หมอกับพยาบาลพยายามตามหาตัวญาติเพื่อชี้แจงเรื่องอาการป่วย สาธิตเลยฉวยโอกาสนี้วัดใจจีราวัจน์ด้วยการแอบกระซิบพยาบาลว่าญาติของยายจันทร์อาจเป็นผู้หญิงในรูปถ่ายที่ยายจันทร์พกติดตัวตลอดเวลา



จีราวัจน์คือผู้หญิงในรูปนั้น และทันทีที่นักข่าวทราบเรื่องก็รีบไปสัมภาษณ์ดาราสาวถึงกองถ่าย จีราวัจน์หน้าซีดเผือด อยากจะสารภาพให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้เพราะอาจเสียหายไปถึงใครบางคน

ใครบางคนคนนั้นก็คือจริยาที่ไม่รอช้าจะส่งสุกี้ไปเคลียร์ทุกอย่างที่โรงพยาบาล ก่อนที่จีราวัจน์จะโผล่มาเยี่ยมยายจันทร์ให้ฉาวไปทั้งเมือง สาธิตคอยดักจับผิดอยู่แล้ว แต่สุกี้ก็ปากแข็งและแถเอาตัวรอดไปจนได้

ooooooo

ท่าทางมีพิรุธของจีราวัจน์หลังถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องคุณยายนอนป่วยหาญาติไม่พบทำให้พิมกับลูกน้ำเอะใจ ยิ่งปะติดปะต่อกับคำให้สัมภาษณ์เก่าๆของจริยาสมัยก่อนว่าเป็นผู้ดีเก่า ยิ่งทำให้สงสัยว่าจีราวัจน์อาจปกปิดความลับบางอย่างไว้ สองสาวเลยไม่รอช้าจะไปบอกปียากุล

ปียากุลนิ่วหน้า ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายแล้วแกล้งเดินไปบอกจีราวัจน์ที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าจะไปเยี่ยมคุณยายคนนั้นที่โรงพยาบาล ให้พาชยันต์ไปด้วย หวังให้ สามีเห็นธาตุแท้ของดาราสาวที่อาจมีบางอย่างปิดบังไว้ แต่ที่ร้ายกาจกว่านั้น คือไม่ใช่แค่ยุแยงให้สามีตามไปฉีกหน้าจีราวัจน์ ปียากุลยังแกล้งทำท่าเหมือนโทร.หาจีราวัจน์ให้นักข่าวได้ยิน

“ไม่ต้องห่วงทางนี้นะจี อยู่ๆยายตัวเองมาน็อกไปอย่างนี้ ใครจะไปทนอยู่เฉยๆได้ จีไปดูแลน่ะดีแล้ว...แต่ระวังพี่ๆนักข่าวหน่อยนะจี ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าจีเป็นหลานแท้ๆของยาย...คงได้ขุดคุ้ยกันมันแน่”

เรื่องทำท่าจะวุ่นวายไปกันใหญ่ สุกี้รีบพายายจันทร์กับพันออกจากโรงพยาบาล กลัวจะเกิดเรื่องยุ่งหากจีราวัจน์โผล่หน้ามาเยี่ยมยายจันทร์จริงๆ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อทุกคนดันมาเจอกันพอดี

จีราวัจน์มาถึงโรงพยาบาลพร้อมชยันต์ สาธิตกับเจนจิรารอรับหน้าอยู่แล้ว และเมื่อทนายหนุ่มพยายามไล่เบี้ยถึงความเป็นมาของยายจันทร์กับจีราวัจน์ต่อหน้านักข่าว ยายจันทร์ก็ตัดสินใจออกมาแก้สถานการณ์

“ฉันกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ฉันแค่เคยเป็นคนใช้ในบ้านคุณหญิงจริยา แค่เคยได้มีโอกาสเลี้ยงคุณจีมา ไม่แปลกหรอกที่เขาจะจำไม่ได้”

นักข่าวกระหน่ำถ่ายภาพการเผชิญหน้า ยายจันทร์เห็นจีราวัจน์มัวยืนอึ้ง เลยถือโอกาสสำทับ

“คุณหนูคงจำยายไม่ได้ ยายเป็นพี่เลี้ยงตอนคุณหนูเล็กๆเท่านั้น”

จริยาก็แวะมาสังเกตการณ์ด้วย และตัดสินใจปรากฏตัวเพื่อให้เรื่องน่าเชื่อถือขึ้น

“ดิฉันเห็นข่าวก็เลยมาหา เพราะอยากให้เขาสองคนได้เจอกัน จีจะได้มีโอกาสตอบแทนยายจันทร์ที่เคยเลี้ยงเขามา ถึงจะจำกันไม่ได้ก็เถอะค่ะ”

จีราวัจน์อ้าปากค้างกับการโกหกหน้าตายของแม่กับยายจันทร์ และไม่ทันที่เธอจะโต้ ยายจันทร์ก็รีบโพล่ง

“ฉันมันแค่คนใช้ จำกันได้ก็แปลกแล้วล่ะ คุณหนูไม่ผิดหรอกนะที่จะไม่รู้จักยายคนนี้”

สาธิตไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้เห็นละครฉากใหญ่ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนมองจีราวัจน์จนมุมและให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแบบขอไปทีว่ายายจันทร์คืออดีตคนรับใช้ที่เคยเลี้ยงเธอตอนเด็กๆ

ยายจันทร์สวมบทบาทตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม เดินไปลูบหัวและดึงตัวจีราวัจน์มากอดแน่น จริยาเลยประกาศต่อหน้านักข่าว หวังให้ภาพลักษณ์ของตนกับลูกจะเป็นคนดีศรีสังคมเหมือนเดิม

“ดิฉันกับลูกก็เพิ่งรู้ว่ายายจันทร์ลำบาก ดิฉันจะรับยายจันทร์มาอุปการะ แล้วตอบแทนให้สมกับที่เขาเคยทำอะไรๆให้ดิฉันกับลูก”

นักข่าวเชื่อสนิท ไม่มีใครติดใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างยายจันทร์กับจีราวัจน์อีก ชยันต์ก็คิดเหมือนกันเลยถูกสาธิตที่เฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสมเพชแขวะ

“นี่พี่แยกไม่ออกแล้วจริงๆเหรอว่าเรื่องจริงกับแอ็กติ้งต่างกันยังไง เขากำลังเล่นบทดารานางฟ้าจะอุปการะยาย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาอยู่อย่างสุขสบายแต่ปล่อยให้ยายอยู่ในสลัม ถ้าวันนี้ไม่มีนักข่าว...เขาก็ไม่มาดูดำดูดียายที่นี่หรอก”

“แกเป็นศาลรึไงวะ ทำไมแกต้องคอยตัดสินคนอื่นตลอดเวลา”

สาธิตถอนใจยาว เซ็งสุดขีดที่เรื่องกลับตาลปัตร “ที่ผมทำก็เพราะผมอยากพิสูจน์ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง ไม่งั้นผมก็ไม่รู้แล้วว่าจะใช้เวลาทั้งชีวิตสู้เพื่อสิ่งที่ มันไม่มีอยู่จริงทำไม”

ooooooo

เจนจิราก็เป็นอีกคนที่เชื่อว่ายายจันทร์เป็นอดีตพี่เลี้ยงของจีราวัจน์ เลยถูกสาธิตเอ็ดโทษฐานเชื่อคนง่าย แต่ทนายสาวก็ไม่คิดมาก เพราะคิดว่าเขาคงทักท้วงตามหน้าที่ ไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ

กว่านักข่าวจะสลายตัว จีราวัจน์กับยายจันทร์ก็ต้องเก๊กหน้าให้ถ่ายรูปแทบแย่ และเมื่อดาราสาวจะให้หมอตรวจอาการของยายจันทร์อย่างละเอียด สุกี้ก็ดันวางแผนพาตัวยายจันทร์กับพันออกจากโรงพยาบาลโดยไม่บอกจีราวัจน์ แต่ทิ้งจดหมายลาไว้หนึ่งฉบับ พร้อมกับอัลบั้มภาพถ่ายของเธอที่ยายจันทร์พกติดตัวตลอด

“อย่าโกรธยายเลยนะที่ไปไม่ลา แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่ายายจะน้อยใจที่จีต้องโกหกนักข่าว ยายรู้ว่าเอ็งเสียใจ...เอ็งอึดอัด แต่อย่าลืมว่านอกจากกตัญญูกับยาย จีก็มีหน้าที่ต้องตอบแทนแม่ด้วยการปกป้องเกียรติของเขาเหมือนกัน”

จีราวัจน์สะเทือนใจมาก น้ำตาคลอกับความรักและความห่วงใยของยายจันทร์ทั้งที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน

“ยายกับไอ้พันตัดสินใจว่าเราสองคนควรจะอยู่ห่างจากเอ็งให้มากที่สุด ตอนนี้เอ็งมีทุกอย่างที่เอ็งเคยฝัน ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียง อย่าให้ยายกับไอ้พันเป็นต้นเหตุทำให้เอ็งต้องลำบากอีกเลยนะ ยายยกรูปเก่าๆพวกนี้ให้ จะได้ไม่มีหลักฐานอะไรหลุดมาแฉจีกับแม่ได้อีก จีจะอยู่กับยายแค่ในความทรงจำ ตราบใดที่ยายยังมีลมหายใจ ยายจะไม่มีวันลืมจี”

อ่านจบก็ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตาลุกวาวเมื่อเห็นเช็คเงินสดสองล้านบาทหล่นจากอัลบั้มรูป สุกี้หน้าเสีย ละล่ำละลักจะอธิบายแต่จีราวัจน์ก็สติแตกไปแล้วเพราะรู้ดีว่าเช็คใบนั้นเป็นของใคร!

จีราวัจน์บึ่งรถไปเอาเรื่องแม่ถึงบ้าน จริยาไม่ได้สะทกสะท้าน กลับคิดว่าเป็นเรื่องสมควรและเป็นบุญคุณด้วยซ้ำ เพราะหากปล่อยให้ยายจันทร์กับพันอยู่ที่นี่ ความลับเรื่องกำพืดที่ปกปิดมานานคงถูกแฉ

“จีไม่เคยอายว่าตัวเองโตในสลัม ให้บอกกับใคร จีก็ไม่อายหรอกว่าไอ้จีคนนี้มันเคยเป็นหมาขี้เรื้อน แต่ที่จีอายจนไม่กล้าบอกใครก็ตรงที่มีแม่เห็นแก่ตัวอย่างนี้นี่ล่ะ”

จริยาถึงกับพูดไม่ออก ตั้งท่าจะสวนแต่ก็ช้ากว่าลูกสาวคนเดียว

“จีไม่เคยขอให้แม่แต่งประวัติปลอมๆนั่น ทุกอย่างแม่พูดเองทำเองทั้งนั้น อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อจี แม่กลัวคนอื่นจะรู้กำพืดของตัวเองต่างหาก แม่เคยรักคนอื่นบ้างไหม หรือแม่รักแต่ตัวเอง”

“ถ้าฉันรักแต่ตัวเอง ฉันจะปกป้องแกทำไม ทั้งเรื่องวันนี้ แล้วก็เรื่องที่ฉันวิ่งเต้นเรื่องคดีจนทำให้แกยังมีโอกาสมายืนชี้หน้าด่าฉันอยู่ตรงนี้ได้!”

สิทธาได้ยินเสียงเอะอะก็เดินมาดู และยืนฟังเงียบๆเมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกทะเลาะกันเสียงดัง จริยาไม่ได้แคร์ว่าจะมีใครแอบฟัง แหวลั่นใส่หน้าลูกสาวอย่างเหลืออด

“ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เพราะบารมีผัวฉัน แกจะรอดมาได้อย่างนี้ไหม”

“หนูไม่ได้ขอให้แม่ทำ”

“เออ! เพราะความสาระแน ไม่อยากมีลูกขี้คุก ฉันมันหน้าบาง ฉันอาย...ถึงได้วิ่งเต้นให้แกรอดมาได้ฟรีๆ”

“แน่ใจเหรอว่าผัวของแม่ช่วยหนูฟรีๆ...รักมันมากใช่ไหมผัวคนนี้ จีอยากจะรู้ว่าถ้าแม่เสียท่านแล้วจะเป็นยังไง”

แววตาท้าทายของลูกสาวทำให้จริยาหน้าซีดรีบห้าม

“แกอย่าทำบ้าๆนะจี ท่านเขาไม่จริงจังกับคนอย่างแกหรอก”

“กลัวท่านติดใจ แล้วยกหนูขึ้นแท่นแทนแม่รึไง”

รอยยิ้มเย็นๆของลูกสาวทำให้จริยาเครียดมาก แต่จีราวัจน์ก็ไม่ยี่หระ อยากเอาชนะและเอาคืนแม่ที่คิดจะพายายจันทร์กับพันหนีไปจากเธอ จึงขู่เสียงเรียบ

“กลัวเอาไว้นะแม่ กลัวให้มากๆว่าแม่จะไม่เหลืออะไร ไม่เหลือใคร เหมือนที่แม่ทำกับหนูวันนี้!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งจริยาให้ยืนนิ่งเป็นหุ่นด้วยความช็อกสุดขีด ไม่อยากเชื่อหูเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะพูดแบบนี้ ต่างจากสิทธาที่ดีใจจนเนื้อเต้นที่จีราวัจน์คิดจะเข้าหาเขาเพื่อเอาชนะแม่

ooooooo

จีราวัจน์ขับรถจากไปแล้ว จริยาสติแตกมาก อยากจะตามไปเอาเรื่องลูกสาวคนเดียวแต่ก็ถูกสิทธาขวางไว้ แถมเยาะให้ช้ำใจอีกต่างหากว่าจีราวัจน์เต็มใจเป็นผู้หญิงของเขาเอง

จริยาหน้าเสีย ก่อนจะปั้นหน้านิ่ง ตอกเสียงเรียบ “ท่านก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ดิฉันล่มหัวจมท้ายกับท่านมาตั้งเท่าไหร่ โครงการรีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวนั่นก็ได้มาเพราะดิฉันวิ่งเต้นสินบนให้ทั้งนั้น ไม่มีใครสู้เคียงข้างท่านได้อย่างดิฉัน”

“นี่เธอขู่ฉันเหรอ”

“ดิฉันก็แค่ขอร้องไม่ให้ท่านปล่อยให้ใครมาแทงข้างหลังดิฉัน”

“ขนาดลูกมันยังไม่เห็นหัวเธอ กล้าดียังไงจะมาสั่งฉัน!”

ขณะที่สถานการณ์ของจีราวัจน์น่าเป็นห่วงสถานการณ์ของเวทิตนักข่าวหนุ่มเพื่อนสนิทของสาธิตก็ต้องหนีตายแทบเอาชีวิตไม่รอดเช่นเดียวกันเพราะดันไปสืบเรื่องการได้สิทธิ์ในที่ดินแถวภูเก็ตอย่างผิดกฎหมายของสิทธา

เวทิตเป็นเดือดเป็นร้อนแทนชาวบ้านคนในพื้นที่มาก เพราะสมัยเป็นนักศึกษาเคยมาออกค่ายที่นี่ สาธิตก็เป็นอีกคนที่รู้สึกไม่ต่างกัน เลยตัดสินใจร่วมมือกับเพื่อนเพื่อเปิดโปงสิทธาทันทีที่ได้ทราบเรื่อง

แผนการของสาธิตกับเวทิตในขั้นแรกคือสะกดรอยตามสิทธาเพื่อหาหลักฐานจะแฉ แต่ทั้งสองหนุ่มกลับได้อึ้งแทนเมื่อเห็นว่าเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์จอมหื่นมารับจีราวัจน์ดาราสาวคนดังที่กำลังเป็นข่าวฉาวถึงกองถ่าย!

จีราวัจน์ที่เพิ่งจบศึกกับพิมที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องเธอตลอดการถ่ายทำอยากจะเป็นบ้าตายเมื่อเห็นหน้าสิทธา แต่เมื่อเหลือบเห็นรถของจริยาแอบตามรถสปอร์ตคันหรูของสิทธามาห่างๆเลยตัดสินใจขึ้นรถ

สาธิตกับเวทิตเห็นรถของจริยาขับตามสิทธาก็ถึงกับถอนใจยาว พอเดาสถานการณ์ได้ เวียนหัวไม่น้อยกับครอบครัวประหลาดนี้ที่มีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน

ปียากุลก็เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ตลอด โดยเฉพาะตอนที่จีราวัจน์ขึ้นรถไปกับสิทธา ทำให้เธอยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าดาราสาวแอบเล่นชู้กับพ่อเลี้ยงตัวเอง

ปียากุลไม่รอช้า แอบส่งภาพของจีราวัจน์ขึ้นรถหรูของสิทธาไปให้นักข่าว แม้ว่าจะเห็นหน้าฝ่ายชายไม่ชัดแต่ก็ทำให้เกิดเป็นข่าวซุบซิบสนุกปากขาเม้าท์ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

ด้านจีราวัจน์...พยายามกล้ำกลืนความขยะแขยงไว้อย่างสุดความสามารถ นึกรังเกียจความอยากเอาชนะและวัดใจแม่ตัวเองอย่างบอกไม่ถูก และทันทีที่สิทธาพาเธอมาถึงคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา จริยาก็โผล่มาขัดจังหวะ

“ดิฉันไม่ยอมให้ท่านเอายัยจีเป็นเมียเด็ดขาด!”

“ลูกเธอยังไม่เดือดร้อน เธอจะมาสาระแนอะไร”

“ยัยจีเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ฉันมี”

จีราวัจน์ถึงกับอึ้ง ไม่อยากเชื่อหูว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากแม่ แต่สิทธาก็ไม่ได้สนใจ

“ก็เลยอยากจะมีเอี่ยวค่าตัวด้วยรึไง”

“ถ้าฉันไม่อนุญาต ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ได้ไป!”

จีราวัจน์มองหน้าแม่นิ่ง ก่อนจะตัดสินใจท้าทาย

“แต่จีโตแล้ว จีมีสิทธิ์ตัดสินใจ จีพร้อมจะเป็นของท่าน ขอแค่ท่านรับปากว่าจะเขี่ยผู้หญิงคนนี้ไปให้พ้นทาง!”

สิทธายิ้มกว้างจะพาจีราวัจน์เข้าห้อง จริยาจะตามแต่ก็ถูกบอดี้การ์ดขวางไว้

“ถ้าเข้าไป ฉันจะแฉ คอยดูแล้วกันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายไม่เหลืออะไร!”

บอดี้การ์ดของสิทธาจำต้องล่าถอยเมื่อเจอฤทธิ์เดชของจริยา สิทธาได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะตาลุกโพลงเมื่อเห็นข่าวซุบซิบเกี่ยวกับจีราวัจน์บนไอแพดที่บอดี้การ์ดส่วนตัวนำมาให้ เพราะเข้าใจว่าเป็นฝีมือจริยา

“เธอนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ปล่อยข่าวทำร้ายลูกตัวเองก็ทำได้ หึงกระทั่งลูก กลัวมันจะได้ดีกว่าเธอหรือไง”

จริยานิ่วหน้า ไม่ทันคิดเรื่องข่าว มัวเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวจะต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยของผัวจอมหื่น

“ถ้ามันยังไม่ออกไป ฉันก็จะแฉที่ท่านพามันมาที่นี่ กล้องวงจรปิดก็มี อยากเอาอนาคตมาเสี่ยงก็ลองดู!”

ooooooo

จีราวัจน์ถูกบอดี้การ์ดของพ่อเลี้ยงพาตัวออกไปหลังจากนั้น ส่วนจริยาถูกสิทธาลากไปเคลียร์ในห้อง เสียงร้องโวยวายของแม่ด้วยความเจ็บปวดทำให้จีราวัจน์ละล้าละลัง กลัวจนหลอนและเก็บไปฝันร้ายในคืนเดียวกันนั่นเองว่าแม่จะถูกพ่อเลี้ยงจอมหื่นทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต

ระหว่างที่จีราวัจน์ผจญเรื่องวุ่นวายจากแม่กับพ่อเลี้ยง ดารากา เจตรและเจนจิราก็ช่วยกันโทร.หาพันเพื่อตามหาตัวยายจันทร์ เจตรเห็นดารากาขะมักเขม้นช่วยจีราวัจน์มาก เลยอาสาจะช่วยด้วย แต่ไม่ใช่เพราะอยากช่วยครูสาวแต่อยากช่วยดาราสาวมากกว่า

จีราวัจน์กลุ้มใจมาก ทั้งเรื่องแม่เรื่องยายจันทร์จนนอนไม่หลับ ต้องมานั่งพับเครื่องบินกระดาษและเขียนคำอธิษฐานขอให้แม่ไม่เป็นอะไรในนั้น ดารากาเห็นก็คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก พลันก็คิดได้ว่าเหมือนที่เจตรเคยทำให้เธอเมื่อวันก่อนไม่มีผิด แต่ของเขานั้นเขียนบนกระดาษพับเครื่องบินว่าขอให้เจอกันทุกวัน

“มีคนเคยบอกจีไว้ให้เขียนคำอธิษฐาน แล้วปาเครื่องบินออกไป เครื่องบินลำไหนปาไปโดนเป้าหมายที่ตั้งใจ คำอธิษฐานที่เขียนเอาไว้ก็จะเป็นจริง”

“ถ้างั้นก็แปลว่าจีคิดถึงแม่อยู่น่ะสิ ไปเจอแม่มาวันนี้ มีอะไรไม่สบายใจอีกใช่ไหม”

“จีทำเขาเสียใจ จีไม่อยากให้เขาเป็นอะไรเพราะจี”

“แทนที่จะใช้เครื่องบินพวกนี้ ทำไมเราไม่พูดออกไปตรงๆ กับคนที่เราอยากให้เขาได้ยิน มันไม่มีประโยชน์หรอกถ้าเขาไม่ได้มารับรู้คำพูดพวกนี้จากจี...”

จีราวัจน์ไม่ทันได้บอกแม่ถึงความเป็นห่วง ก็ต้องพลาดท่าถูกลูกน้องของสิทธาจับขึ้นรถตู้ในเช้าวันต่อมา เพราะดันเข้าใจผิดคิดว่ารถตู้คันนั้นเป็นของสุกี้ที่มารับเธอไปกองละคร สุกี้เป็นเดือดเป็นร้อนรีบตามติดแต่ก็คลาดกันจนได้ ร้อนถึงจริยาต้องออกโรงตามสืบด้วยตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าจีราวัจน์ถูกพาตัวไปถึงรีสอร์ตของสิทธาที่ภูเก็ต

สิทธารอรับลูกเลี้ยงสาวอยู่แล้วด้วยท่าทางหื่นกระหาย จีราวัจน์มือเย็นเฉียบ รับรู้ได้โดยไม่ต้องเดาว่าตนกำลังตกในสถานการณ์ลำบาก แต่สิทธาก็ไม่ทันสังเกตท่าทางนั้น ดึงเธอไปใกล้และผายมือให้ชมวิวรอบเกาะ

“เกาะนี้ทั้งเกาะจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสวรรค์ และเธอจะได้สิทธิ์เป็นเจ้าของมันร่วมกับฉัน...แบบนี้น่าสนใจกว่าทะเบียนสมรสซะอีกนะ...ว่าไหม”

พูดจบก็ส่งตาหวาน ตั้งท่าจะลวนลามเต็มที่ แต่จีราวัจน์ก็สะบัดตัวออกด้วยความรังเกียจ สิทธาเริ่มหงุดหงิด กระชากตัวเธอกลับมาอีกครั้ง พร้อมเอ็ดเสียงดัง

“จะเอายังไง เลิกเล่นตัวได้แล้ว เห็นว่ามีดีกรีเป็นถึงนางเอกนะฉันถึงยอมจ่าย แต่มาขนาดนี้แล้ว ถึงฉันไม่ให้อะไร เธอก็ไม่รอดมือฉัน!”

สิทธาผลักลูกเลี้ยงสาวลงเตียง โถมตัวหาอย่างใจร้อน จีราวัจน์ขนลุกซู่ กวาดตามองรอบห้องหาทางเอาตัวรอด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั้นไหม...

ooooooo

ไม่ใช่แค่พวกสิทธาที่มาภูเก็ต สาธิตกับเวทิตก็มาเก็บหลักฐานที่เดียวกัน และแอบลักลอบเข้ามาในเขตรีสอร์ตของสิทธาจนได้ บอดี้การ์ดของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เห็นการเคลื่อนไหวแปลกๆก็รู้ทันทีว่ามีคนบุกรุก เลยส่งคนไปดักจับ สาธิตกับเวทิตเลยต้องหนีหัวซุกหัวซุน ก่อนจะไปเจอตัวช่วย!

ตัวช่วยคนนั้นก็คือจีราวัจน์ที่หาทางหนีจากสิทธามาจนได้ เวทิตเลยตัดสินใจใช้เธอเป็นตัวประกัน

“ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไร...ถอยออกไป!”

บอดี้การ์ดไม่กล้ายิงเพราะกลัวจีราวัจน์โดนลูกหลง สาธิตกับเวทิตเลยรอดไปได้ แต่กระนั้น...สิทธาก็ส่งลูกน้องกับบอดี้การ์ดไปตามจับ สองหนุ่มเลยต้องพาจีราวัจน์ไปซ่อนตัวในป่ายางไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น ก่อนที่เวทิตจะเป็นฝ่ายเสียสละออกไปล่อพวกสิทธาให้แยกไปอีกทาง เปิดโอกาสให้สาธิตพาจีราวัจน์หนี

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 6 วันที่ 1 ก.พ.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ