อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ.60

อนาวินทร์ซ้อมกีตาร์เอาจริงเอาจังกลับมาตอนกลางคืนภัทราถามว่าหายไปไหนกินข้าวมาหรือยัง เขาบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ลุงเจือเจียวไข่ให้กิน ถามว่าคุณน้ายังไม่นอนหรือ มองที่ห้องพุดชมพูเห็นเปิดไฟสว่างถามว่าพุดก็ยังไม่นอน

ภัทราเล่าให้ฟังว่าพุดชมพูเปิดไฟนอนเพราะกลัวความมืดจากภาพหลอนตอนเรียนมัธยมปลายถูกเพื่อนจับขังในห้องเก็บของจนเกือบถูกไฟคลอก แต่นั้นมาก็กลัวความมืดต้องเปิดไฟนอนมาตลอด

“บางทีก็น่าสงสารนะ เวลาไฟดับขึ้นมา เขากลัวจนตัวสั่น น้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง”



อนาวินทร์มองขึ้นไปที่ห้องพุดชมพูอย่างเห็นใจ คิดอยากจะช่วยให้เธอหายกลัวความมืด...

เมื่อมีโอกาสได้คุยกันเขาเลียบเคียงถามว่าเปิดไฟนอนไม่แสบตาหรือ พุดชมพูเล่าความรู้สึกที่กลัวความมืดว่ามันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายมันน่ากลัวที่สุด อนาวินทร์รู้สึกผิดขอโทษที่หลอกเธอให้ติดที่บันไดหนีไฟ เธอบอกว่าช่างเถอะ ตนไม่โกรธแล้ว

“แล้วเธออยากหายกลัวความมืดไหม”

“อยาก แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก” พุดชมพูตอบอย่างทำใจแล้ว อนาวินทร์มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

ใกล้วันงานแล้ว ภัทราถามถึงการเตรียมงาน พุดชมพูบอกว่าตนออกแบบซุ้มของไร่เราไว้แล้ว จิตราถามว่าแล้วการประกวดผู้ชายดอกไม้ล่ะ อนาวินทร์เตรียมโชว์อะไร เห็นไร่อื่นเขาเตรียมกันเอาเป็นเอาตาย งานนี้คงไม่มีใครยอมแพ้ใคร

พุดชมพูเตือนอนาวินทร์ว่าเหลืออีกไม่กี่วัน รีบคิดการแสดงได้แล้ว เขาตัดบทว่าเอาน่าว่าแต่เธออย่าลืมสัญญาแล้วกัน

“ฉันไม่ลืมหรอกน่า ว่าแต่นายห้ามทำให้ไร่เราขายหน้าเด็ดขาด” พุดชมพูย้ำอย่างไม่วางใจนัก

อนาวินทร์ทุ่มเทเวลาซ้อมกีตาร์จนนิ้วเจ็บ แต่เขาไม่ท้อ แล้วก็ถูกพุดชมพูจับได้แต่เขาก็กะล่อนเอาตัวรอดได้ เวลาที่หายไปก็บอกว่าไปเล่นบอลกับเขียด มือที่ระบมจนต้องพันปลาสเตอร์ก็ปดว่าถูกกรรไกรตัดดอกไม้บาด พุดชมพูถามงงๆว่า

“สามนิ้วเลยเหรอ บาดยังไง”

“ไม่รู้ ถ้ารู้ตัวก็คงไม่โดนหรอก” เขาตะแบงเอาตัวรอดได้หวุดหวิด

หลังจากเล่นเครื่องกระโดดแล้ว ทรงรบปวดเอวจนร้องโอดโอย ช่อม่วงบอกให้รีบหายเพราะจะต้องขับรถไกลไปเชียร์เจ้านายเรา แล้วยิ้มเป็นนัยเมื่อนึกถึงวันที่อนาวินทร์จะประกวดผู้ชายดอกไม้

โจ้ที่ถูกหวายกีดกันคนอื่นจนตัวเองจับคู่กับเขาได้ แต่เธอไม่ได้สนใจช่วยงานเลย โจ้เคี่ยวเข็ญให้เธอมาช่วยก็พอดีลุงหวายโทร.มาเตือนเรื่องการเข้าประกวดในงาน พอหวายรู้ว่าอนาวินทร์เข้าประกวดด้วยก็ตื๊อจะไปด้วย ขออนุญาตพ่อขณะเจอกันที่ฟิตเนส แนะนำว่าโจ้เป็นเพื่อนที่มาอบรมด้วยกัน บอกว่าจะไปต่างจังหวัดกับโจ้สักสองสามวันและจะไปดูโรงงานของเขาด้วย วันชัยเห็นโจ้มาดดีจึงอนุญาตฝากโจ้ให้ดูแลหวายด้วย โจ้มองหน้าเธอถามว่า “นี่คุณคิดจะทำอะไร?”

ooooooo

นพดลนัดพบการันต์ที่ร้านอาหารเพื่อติดตามเรื่องการประมูลที่ดินที่ให้เขาสืบข่าวให้ การันต์รับรองแข็งขันว่า

“คุณไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงแกรนด์คอนสตรัคชั่นก็ต้องชนะสัตยาอสังหา”

นพดลถามว่าจะไม่ห่วงได้ยังไงตัวเขาเองถูกปลดออกจากคนดูแลงานประมูลก็แสดงว่าทางโน้นเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว การันต์อ้างว่าตนก็ยังเป็นผู้นำบริหารระดับสูงอยู่ในนั้น

“งั้นก็ใช้ตำแหน่งของคุณให้เป็นประโยชน์สิ ไปเอาตัวเลขที่สัตยาจะยื่นประมูลมาให้ผม”

“เรื่องง่ายๆ” การันต์ยิ้มมุมปาก คิดแผนการล้วงข้อมูลจากอนาวินทร์ทันที สบโอกาสเมื่อทรงรบกับช่อม่วงอุปสรรคสำคัญจะไปงานที่ไร่อุ่นรัก จะแอบเข้าไปขโมยข้อมูลการประมูลในห้องทำงานของอนาวินทร์แต่ถูกแม่บ้านเจอเสียก่อนบอกว่าอนาวินทร์ไม่อยู่ เขาจึงต้องออกไป

เมื่อมีอุปสรรค การันต์จึงโทร.หาอนาวินทร์ ทำเป็นเป็นห่วงเรื่องการประมูลที่ดินที่ใกล้เข้ามาแล้ว ถามว่าเขาเตรียมงานถึงไหนแล้ว อนาวินทร์บอกว่าไม่ต้องห่วงตนเตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว การันต์ถามว่าให้ตนช่วยดูไหมเผื่อมีอะไรขาดไป แต่อนาวินทร์กำลังอยู่ในงานที่มีเสียงประกาศดังมาก การสื่อสารจึงไม่ค่อยรู้เรื่องจนโฆษกประกาศให้ผู้เข้าประกวดมาจับสลากลำดับการแสดง อนาวินทร์จึงต้องรีบไป การันต์หัวเสียมากที่ไม่ได้ข้อมูลการประมูลจากอนาวินทร์

เมื่อนพดลโทร.มาทวงตัวเลขการประมูล การันต์ไม่มีให้ ถูกนพดลเย้ยว่าไหนว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงไง แค่นี้ยังทำไม่ได้

“ผมกำลังจัดการอยู่” การันต์โมโหที่ถูกปรามาส

“เอามาให้ได้ภายในวันนี้นะ อย่าให้ฉันต้องมองนายเป็นพวกดีแต่ปาก” พูดแล้ววางสายเลย

“โธ่เว้ย!” การันต์สบถหัวเสีย

ooooooo

ผู้ประกวดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดสองคนคือโจ้กับอนาวินทร์ คนหนึ่งล่ำเท่ อีกคนหล่อขาวราวกับพระเอก

หวายมาถึงก็ไปแจ๋กับอนาวินทร์ที่ห้องแต่งตัวของผู้ประกวดจนเจ้าหน้าที่กับโจ้ต้องเชิญออกไป ส่วนทรงรบกับช่อม่วงไปถึงพบกับพุดชมพูแล้วก็เดินชมบริเวณงานถ่ายรูปกันอย่างสนิทสนม จนพุดชมพูทักช่อม่วงว่าเคลียร์กันแล้วหรือ

ช่อม่วงบอกว่าเปิดใจคุยกัน แล้วก็ดูๆกันไปอยู่ พุดชมพูถามว่าแล้วนิลลดาล่ะ?

“คุณรบบอกว่าจะไม่กลับไปคบเขาอีกแล้ว” พุดชมพูถามว่าเธอเชื่อหรือ ช่อม่วงอ้างทันทีว่า “ก็แกบอกเองว่าคุณรบเป็นคนคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น”

ถูกอ้างแบบนี้ พุดชมพูพูดไม่ออก ทำตาลอยเพลียใจ...

ได้เวลาประกวดแล้ว! อนาวินทร์ตื่นเต้นขอกอดพุดชมพูเป็นกำลังใจ เธอไม่ให้กอดก็ขโมยกอดตอนเผลอซ้ำย้ำสัญญาด้วย พอวิ่งจะไปขึ้นเวทีก็หันกลับมาจูบใส่มือตัวเองแล้วขว้างมาให้ พุดชมพูไม่รับก็ทำท่าให้รับแล้วขว้างจูบมาอีกที พุดชมพูรับแล้วไล่ให้เขารีบไป พอเขาวิ่งไปเธอมองมือตัวเองที่รับจูบเขาเขินๆ

โฆษกประกาศกติกาในการตัดสินว่า ใช้วิธีโหวต ทุกคนมีกุหลาบคนละดอก เลือกใครก็ให้มอบดอกกุหลาบให้ ใครได้ดอกกุหลาบมากที่สุดก็จะได้เป็นหนุ่มดอกไม้คนแรกของอำเภอ ทุกคนมองดอกไม้ในมือและผู้เข้าประกวดอย่างตื่นเต้น

นาทีระทึกมาถึง เมื่อโฆษกประกาศให้ผู้ร่วมแข่งขันทั้ง 8 คนจาก 8 ไร่ออกมาเดินโชว์ตัว เสียงกรี๊ดเสียงเฮ โห่ร้องดังสนั่น โจ้ออกมาเป็นคนที่ 7 และอนาวินทร์ออกมาเป็นคนที่ 8 ทั้งหมดเดินโชว์ตัวอย่างนายแบบเดินบนแคตวอล์ก

สาวๆกรี๊ดสนั่น สาวแก่แม่ม่ายกรี๊ดไม่ไหวก็ซี้ดซ้าดวี้ดวิ้วแทน หวายกรี๊ดให้อนาวินทร์เสียงแหลมทะลุไปถึงเวที

เดินโชว์ตัวกันแล้วโฆษกประกาศว่าต่อไปเป็นการแสดงความสามารถพิเศษของแต่ละคน แล้วเชิญตามลำดับหมายเลข

ขณะที่คนทางอำเภอกำลังเที่ยวงานเทศกาลดอกไม้กันอย่างสนุกสนานนั้น การันต์ที่ถูกนพดลยื่นคำขาดให้หาตัวเลขประมูลที่ดินมาให้ได้ภายในวันนี้ ก็ไปที่ห้องทำงานของอนาวินทร์อีกครั้ง เจอ รปภ.กิตติถามเขาว่ายังไม่กลับหรือ การันต์ขอกุญแจห้องอนาวินทร์อ้างว่าเขาโทร.สั่งให้ตนมาเอาเอกสารในห้อง

รปภ.กิตติพาซื่อเอากุญแจห้องให้ เขารีบไขเข้าไปตรงไปที่โต๊ะของอนาวินทร์ค้นเอกสารบนโต๊ะแต่ไม่เจอสิ่งที่ต้องการ เขาจึงโทร.หาอนาวินทร์ เป็นเวลาที่อนาวินทร์กำลังยืนรอการประกวดอยู่อย่างตื่นเต้น

เมื่ออนาวินทร์ไม่ได้รับสาย การันต์จึงเดินไปค้นที่โต๊ะพุดชมพูแทน รื้อค้นจนแฟ้มบนโต๊ะเปลี่ยนที่ไปก็ไม่เจออะไร กิตติเห็นการันต์หายไปนานจึงเดินมาดู ถามว่าเรียบร้อยไหม เขาไม่อยากให้กิตติผิดสังเกตจึงออกไปสั่งว่า

“ล็อกให้ด้วยนะ”

การแสดงโชว์ของผู้เข้าประกวดผู้ชายดอกไม้มาถึงโจ้ เขาได้รับเสียงปรบมือดังมาก พุดชมพูทั้งปรบมือและกรี๊ดให้โจ้สุดเสียง ลุงหมายที่นั่งอยู่แถวหน้าลุกขึ้นโบกมือให้คนดูหน้าบาน จนลุงพันร้องบอกว่า

“ชาวบ้านเขาปรบมือให้ไอ้โจ้ ไม่ได้ปรบให้แก นั่งลงโว้ย” พลางดึงตัวลุงหมายให้นั่งลง

พอถึงหมายเลขสุดท้าย โฆษกขอเสียงปรบมือ ให้กับ “หนุ่มน้อยหน้ามน...คนหน้าใหม่” อนาวินทร์ สัตยารักษ์ ตัวแทนจากไร่อุ่นรัก สิ้นเสียงประกาศโฆษกก็เดินลงจากเวที ทีมงานขึ้นมาวางขาไมโครโฟนรวดเร็วอย่างมืออาชีพ

ชาวไร่อุ่นรักต่างตื่นเต้นว่าอนาวินทร์จะโชว์อะไรเพราะเขาปกปิดตลอดมา มีแต่เขียดที่ตื่นเต้นกลัวเขาจะทำไม่ได้

พออนาวินทร์ถือกีตาร์เตรียมพร้อม ช่อม่วงถามพุดชมพูว่าเขาเล่นกีตาร์เป็นหรือ พุดชมพูบอกว่าไม่รู้ ไม่เคยเห็นเล่น

“สวัสดีครับ” อนาวินทร์ทักผู้ชมแล้วพูดเท่ๆ สบายๆว่า “เคยมีคนถามผมว่าตอนเด็กๆ ผมฝันอยากเป็นอะไร ผมบอกว่าอยากเป็นนักร้อง เขาไม่เชื่อ และขอให้ผมร้องเพลงให้ฟัง ตอนนั้นผมไม่กล้า แต่วันนี้ผมจะร้องเพลงให้เขาฟัง...”

อนาวินทร์มองตาพุดชมพู เอามือที่พันปลาสเตอร์จับสายกีตาร์ พุดชมพูรู้ทันทีว่าที่เขาบอกว่าถูกกรรไกรตัดดอกไม้บาดนั้นโกหก ที่แท้เขาแอบซ้อมกีตาร์จนมือเจ็บนั่นเอง ระหว่างร้องเพลงเขาสบตาพุดชมพูที่ฟังเพลงอย่างตั้งใจ

เพลงที่อนาวินทร์ร้องนั้น เนื้อเพลงบรรยายถึง “เธอ” คนนั้น ที่อดทนกับคนไม่เอาถ่าน ถามว่าเหนื่อยไหม? เบื่อไหม? ขอโทษที่ตนทำให้เธอเหนื่อยใจ...ถึงตนจะไม่ใช่คนดี ทำดีให้เธอน้อยไป แต่เธอก็ยังรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง และคนอย่างตน ก็คงขอรักเธอตลอดไป...ให้คุ้มกับที่เธอไว้ใจ ตอบแทนวันนี้...ที่ฉันมีเธอ...

เนื้อเพลงยังบอกว่า “คนอย่างฉันจะดีกว่านี้ก็ลำบาก แต่นับจากนี้ ฉันจะดีกว่าที่ฉันรับปาก จะยากเย็นเท่าไหร่ จะขอทำให้สุดใจ” และ “ถึงฉันจะดีจะเลวขนาดไหน คนอย่างฉันก็คงจะขอรักเธอตลอดไป...ตอบแทนวันนี้ที่ฉันมีเธอ...”

เสียงเพลงและเนื้อเพลงที่กินใจ สะกดผู้ฟังทุกคนตกอยู่ในภวังค์...พอเพลงจบเสียงปรบมือกึกก้องยาวนานจนโฆษกต้องเอามือปิดหูเดินขึ้นเวที ยืนรอจนเสียงปรบมือซาลง จึงประกาศนาทีระทึก เขาเชิญผู้ร่วมประกวดทุกคนขึ้นยืนด้านหน้าเวที

เมื่อประกาศเชิญผู้ชมมอบดอกไม้ให้ผู้ประกวดเพื่อตัดสิน หลายคนทยอยกันเอาดอกไม้ไปให้ผู้ที่ตนชื่นชอบ แต่ผู้ที่จะมอบดอกไม้ให้อนาวินทร์ต้องเข้าแถวต่อคิวกันยาว พุดชมพูยืนรีๆรอๆ เธอสบตาทั้งโจ้และอนาวินทร์ แล้วตัดสินใจเดินไปมอบดอกไม้ให้อนาวินทร์

อนาวินทร์คุกเข่าลงจับมือเธอขึ้นบรรจงจูบที่ดอกไม้เบาๆก่อนรับไป เสียงคนดูกรี๊ดกันสนั่น โจ้มองอย่างเสียใจ หวายไม่พอใจมากจ้องตาแทบถลน มอบดอกไม้ให้อนาวินทร์แล้วพุดชมพูเดินกลับมานั่งที่เดิม

ผลการตัดสิน อนาวินทร์ สัตยารักษ์ เป็นผู้ชนะ เสียงปรบมือและกรี๊ดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง นายอำเภอขึ้นไปคล้องสายสะพายให้อนาวินทร์แล้วลงไป

โฆษกดึงอนาวินทร์มาสัมภาษณ์ทันที ถามความรู้สึกที่ได้เป็นหนุ่มดอกไม้คนแรกของอำเภอ

“ดีใจมากครับ ถึงจะคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องชนะ แต่ไม่นึกว่าจะมีคนโหวตให้เยอะขนาดนี้”

“แล้วเพลงที่ร้องกระชากใจพ่อแม่พี่น้องของเรานี่ ซ้อมนานไหมครับ”

“ก็นานอยู่ครับ...คือผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ผมคิดเยอะมากว่าจะแสดงอะไรดี จนสุดท้ายเลือกร้องเพลงนี้ เพราะความหมายของมันตรงกับที่ผมรู้สึก”

อนาวินทร์ตอบโฆษกแต่ตามองพุดชมพู หวายพยายามยืดคอให้เขาเห็นแต่อนาวินทร์ก็มองผ่านเธอไป

โฆษกถามว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯแล้วมาเป็นตัวแทนของไร่อุ่นรักได้ยังไง อนาวินทร์ยิ้มเปิดเผย ตอบอย่างไม่ลังเลว่า

“คือ...ผมเป็นแฟนเจ้าของไร่ครับ”

สาวๆกรี๊ดสนั่นอีก พุดชมพูตะลึงอึ้งถูกชาวบ้านหันมองก็ยิ่งทำหน้าไม่ถูก ภัทราสบตาลุงหมายอย่างตกใจ หวายโกรธจนหน้าแทบไม่เป็นหน้า!

พอเสร็จพิธี อนาวินทร์หอบดอกไม้ลงคะแนนเข้ามาในห้องพักผู้ประกวดวางกองไว้บนโต๊ะใกล้โทรศัพท์มือถือของเขาที่สั่นเพราะการันต์ฝากข้อความมาหลายครั้ง แต่ดอกไม้บังอยู่เขาจึงไม่เห็น

การันต์ร้อนใจหงุดหงิดมาก เมื่อนพดลโทร.มาถามว่าหายเงียบไปเพราะคว้าน้ำเหลวรึไง เขาตอบเสียงขุ่นแค้นใจว่า

“ไม่ใช่! แค่มีปัญหานิดหน่อย ยังไงฉันก็ต้องเอามาให้ได้!”

ooooooo

หวายแค้นใจมากด่าพุดชมพูว่าเอาเรื่องพินัยกรรมมาอ้างให้อนาวินทร์มาทำงานด้วย ที่แท้ก็เป็นแผนจับเขานั่นเอง! ไม่เพียงด่ายังพุ่งเข้าตบด้วย ช่อม่วงกับทรงรบต้องช่วยกันดึงตัวออกมาขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย

หวายไม่ยอมหยุด จนโจ้ต้องดึงออกมาบอกให้พอแล้ว หวายถามอนาวินทร์ว่าที่เขาพูดนั้นไม่จริงใช่ไหม เขายืนยันว่าทุกอย่างที่ตนพูดวันนี้เป็นความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หวายจุก สะอึกอึ้งอย่างผิดหวังเสียใจ ถามอนาวินทร์ว่า ที่เขาไปไหนมาไหนและตามใจตนทุกอย่างหมายความว่ายังไง เขาขอโทษถ้าทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้น ยืนยันว่า

“ผมเห็นคุณเป็นเพื่อน คุณอยากไปไหน กินอะไร ผมก็แค่...ตามใจคุณ...ผมขอโทษแล้วกัน อย่าหาเรื่องพุดชมพูอีก ไม่งั้นผมจะไม่เห็นคุณเป็นแม้แต่เพื่อน”

หวายยืนตาค้างมองเขาอย่างผิดหวังเสียใจมาก โจ้เองก็มองพุดชมพูอย่างเจ็บปวดและมองหวายอย่างสงสาร จับไหล่หวายปลอบใจ หวายในสภาพหัวใจสลายโผกอดโจ้ร้องไห้โฮ...

โจ้พาหวายเดินออกไปนั่งในที่สงบ ขณะที่เขาปลอบใจหวายตัวก็ยกไหเหล้าดื่มปลอบใจตัวเอง เห็นหวายร้องไห้ไม่หยุดจึงยื่นไหเหล้าให้ หวายคว้าไปดื่มเหมือนประชดชีวิต ทั้งสองกอดคอกันดื่มจนเมา ทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน ต่างเมาจนลมพัดใบไม้ไหวก็ขำ เห็นดาวเต็มท้องฟ้าก็ขำหัวเราะกลิ้งว่ามันแขวนอยู่ได้ยังไง

หวายเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้บอกว่าตนเสียใจ โจ้บอกว่าตนก็เสียใจ...เสียใจที่หลอกตัวเองมาตั้งนาน...คนอกหักสองคนนั่งพิงกันดื่มจนไหเหล้ากลิ้งเกลื่อน...

ooooooo

พุดชมพูโกรธอนาวินทร์ที่พูดบนเวทีว่าเป็นแฟนกับเจ้าของไร่อุ่นรักจนทำให้มีเรื่องตามมามากมาย หวายไม่พอใจอาละวาด โจ้ผิดหวัง และชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอพาแฟนมาอยู่ด้วยที่ไร่

อนาวินทร์กอดเธอไว้ บอกว่าเพลงที่ร้องวันนี้ตั้งใจร้องให้เธอ ขอร้องอย่าโกรธ “คนไม่เอาถ่าน” คนนี้เลยนะ

อนาวินทร์ง้อ พอพุดชมพูท่าทีอ่อนลง เขาทวงรางวัลที่เธอสัญญาจะให้ถ้าเขาชนะประกวด เธอถามว่าอยากได้อะไร เขาไม่ตอบแต่เอาผ้าผูกตาเธอพาเดินไปที่หน้าโรงเรือนสแลนดำ พาเธอเข้าไปในโรงเรือนแล้วเปิดตา พุดชมพูตกใจที่อยู่ในห้องมืดสนิท ถามว่าเขาจะทำอะไร

“ลองค่อยๆดูสิว่าเธออยู่ไหน” เธอไม่เห็นอะไรและเริ่มกลัวชวนเขาออกไปกันเถอะ เขาดึงเธอไว้บอกให้ใจเย็นๆค่อยๆมองเดี๋ยวก็ชินกับความมืดเอง พอชินแล้วก็จะมองเห็นความรู้สึกเก่าๆ จู่โจมจนพุดชมพูหายใจไม่ออกเร่งให้พาออกไป เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น

“ใจเย็นๆสิพุด เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ฉันอยู่กับเธอ ฉันจับมือเธอไว้แล้ว เธอไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ฉันจะทำให้เธอหายกลัวความมืด...”

พุดชมพูยังกลัวตัวสั่นและหายใจไม่ออก อนาวินทร์กอดไว้แน่นบอกว่าไม่ต้องกลัวตนจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไร เธอบอกว่ากลัวมันมืด และหายใจไม่ออก

“อย่าคิดถึงตอนนั้น...ฉันถามเธอว่า ตอนนี้ที่นี่ นาทีนี้ เธอรู้สึกยังไง” เธอขอร้องเสียงแผ่วว่านายอยู่กับฉัน...อยู่กับฉันนะ อนาวินทร์ค่อยๆพลิกตัวเธอหันมามองหน้าในระยะใกล้ ถามว่าเห็นตนไหม เธอพยักหน้า “ต่อไปนี้ทุกครั้งที่อยู่ในความมืด ขอให้คิดถึงแต่วันนี้... ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน”

น้ำเสียงปลอบที่ได้ยิน อ้อมกอดที่หนักแน่นอบอุ่น ทำให้พุดชมพูรู้สึกปลอดภัย อนาวินทร์ค่อยๆโน้มหน้าจูบเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรัก...

ooooooo

ช่อม่วงกับทรงรบยืนดูดาวกันอยู่ในมุมสงบของบ้าน ทรงรบมองท้องฟ้ารำพึงว่าไม่น่าเชื่อว่าบนท้องฟ้าจะมีดาวเยอะขนาดนี้ อยู่กรุงเทพฯแทบไม่เห็นเลย ช่อม่วงบอกว่าตนชอบเวลาที่เห็นเขาใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ

“ถ้าการใช้เวลากับความสุขเป็นเรื่องไร้สาระ ผมว่าคงเป็นเรื่อง ‘ไร้สาระที่มีสาระ’ ที่สุดแล้ว”

“สำนวนอย่างกับนักเขียน” ช่อม่วงแซวหัวเราะ เขาบอกว่าก็เธอชอบนักเขียนนี่ เธอเขินเปลี่ยนเรื่องถามว่าพุดกับวินหายไปไหนตั้งแต่กลับมาก็ไม่เห็นเลย

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ