อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ก.พ.60

หม่อมต่วนจ้องกลับราวอยากฆ่าให้ตาย “ปากดี ฉันจะจำคำพูดของหล่อนไว้ แล้วหล่อนก็จำคำพูดของฉันไว้ด้วย หญิงเล็กต้องได้เสกสมรสกับชายสุรคมเท่านั้น ฉันไม่มีวันยอมให้หล่อนมาหักหน้าเป็นอันขาด หากหล่อนยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับชายสุรคม ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าเรือนปั้นหยาของหล่อนต้องร้อนเป็นไฟ หน้าไหนก็อยู่ไม่ได้ทั้งนั้น”

อุรวศีมองหม่อมต่วนที่สะบัดหน้าออกไปถอนใจรู้ว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่...

ท่านหญิงถือจดหมายเดินมาหาหม่อมสลวย บุญทันจับมือหม่อมสลวยอยู่รีบปล่อยแล้วผละออกมายืนสำรวม ท่านหญิงยิ้มให้ที่เขารู้กาลเทศะ ยื่นจดหมายให้แม่ดู พี่ชายวิสสุกรรมเขียนมาบอกว่าเรียนจบแล้ว กำลังลงเรือกลับมาพร้อมพี่ชายใหญ่



อุรวศีจะไปตรวจสอบกับกรมท่าเรือว่าจะมาถึงวันไหน หม่อมสลวยดีใจมากที่ลูกจะมีพี่ชายดูแล แต่ใจจริง ท่านหญิงก็ไม่อยากให้พี่ชายกลับมาเจอเรื่องร้อนใจที่นี่ คงต้องจัดการบางอย่างให้เด็ดขาดเสียที

วันต่อมา อุรวศีมาพบเมราที่วัง เพื่อให้นัดสุรคมกับหม่อมต่วนมาคุยต่อหน้าให้เมราเป็นพยาน อุรวศีเห็นเมรามีอาการคลื่นไส้วิงเวียนก็ตกใจคิดว่าไม่สบาย แต่เมรากลับยิ้มบอกว่าตนท้อง อุรวศีดีใจมากซักถามยกใหญ่ เมราเศร้าลงอยากให้อธิปดีใจแบบนี้บ้าง แต่ก็หักใจได้

“ช่างเถิด คนไม่ได้รักกันได้เท่านี้ก็ดีแล้ว พี่ต้องการเงินทองความสุขสบาย เจ้าพี่ก็คงหลงรูปพี่และก็คงต้องการชายาที่ศักดิ์สมกันไว้ออกหน้าออกตา อันที่จริงพี่ก็ไม่ควรต้องการอะไรอีก ถ้าเพียงแต่...” ไม่ทันพูดจบก็มีเสียงกรีดร้องวางอำนาจดังขึ้น

หม่อมเล็กๆของอธิปทะเลาะด่าทอกันหยาบคาย ไม่ยอมลงให้กัน เมราต้องเข้าปรามถ้าไม่หยุดทะเลาะกัน จะให้บ่าวจับโยนออกไป ทั้งสองยังเกรงใจเมราซึ่งเป็นชายาเอก อุรวศีสงสารพี่สาวที่กำลังท้อง แปลกใจทำไมอธิปจะมีหม่อมเล็กถึงไม่ดูศักดิ์ตระกูลบ้าง

เมราเล่าว่าตนเคยถามกลับโดนตอกกลับว่า แม่ตนก็เป็นแค่ลูกคนขายบุหรี่หมากพลู ไม่เห็นสูงส่งตรงไหน ตนไม่อยากเล่าให้แม่ฟังเกรงจะเสียใจ อุรวศีโกรธแทนพี่ ถ้าอธิปอยู่ใกล้ๆคงมีเรื่องกันไปแล้ว

บ่าวเข้ามากราบทูลว่าหม่อมเอื้อนกับสุรคมมาถึงแล้ว สองท่านหญิงมาที่ห้องรับแขก อุรวศียืนยันหนักแน่นกับสุรคมว่าไม่ได้มีใจเสน่หาเขาเลย ขอให้เรื่องระหว่างตนกับเขาจบลงแค่นี้ เมราท้วงว่าพูดแรงไป อุรวศีขอประทานอภัย แต่ไม่อยากให้มีการตีความกันผิดอีก

หม่อมเอื้อนแทรก “เพราะท่านหญิงเล็กมีใจให้ชายสุรคมใช่ไหมเพคะ ท่านหญิงเกรงว่าจะอับอาย ที่พี่น้องต้องมาผิดใจกันเพราะผู้ชายคนเดียว”

ทุกคนตกใจกับคำพูดของหม่อมเอื้อน แต่หม่อมเชื่อว่าตัวเองมองไม่ผิด เพราะถ้าไม่พอใจกันถูกถอนหมั้น ก็น่าจะดีใจ ไม่ใช่นิ่งเฉยจนเรื่องราวลุกลาม อุรวศีอึกอักๆ บอกใช่หรือไม่ใช่ตนไม่รู้ แต่ตนไม่ปรารถนาจะเป็นทองแผ่นเดียวกับสุรคมจริงๆ

สุรคมนิ่งฟังอยู่นาน ถอนใจคิดสงสารอุรวศี สัญญาจะไม่ทำให้ต้องอึดอัดใจอีก จนกว่าตนจะปลดเปลื้องพันธะที่ตนเป็นผู้ก่อและจนกว่าเธอจะเห็นใจตน อุรวศีหุบยิ้มแทบไม่ทัน คิดว่าเขาเข้าใจกลับกลายเป็นเห็นตนเป็นแม่พระเสียสละให้พี่ไปเสียอย่างนั้น

จันหัวเราะคิกเมื่ออุรวศีเล่าให้ฟังตอนนั่งรถม้า กลับ จันเองก็แปลกใจทำไมท่านหญิงไม่นึกชอบท่านชายบ้างทั้งที่รูปงามชาติตระกูลก็ดี ท่านหญิงยอมรับ ว่าตนคงเป็นคนประหลาดพิกล ทันใดรถม้ากระตุกเอียง คนขับรถม้ากราบทูลว่าเพลาล้อหัก ขอเวลาซ่อมแซมสักพัก จันมองไปรอบๆเป็นย่านร้านค้า จะให้ท่านหญิงเดินปะปนกับคนทั่วไปได้อย่างไร

และแล้วท่านหญิงเข้ามากราบพระประธานในโบสถ์ภายในวัดที่อยู่ไม่ห่าง ทรงรำพึงถึงปัญหาของตัวเอง ว่าจะหาทางออกอย่างไรดี หรือจะบวชชี จะได้ไม่มีใครตามมายุ่งอีก...คิดแล้วก็หลุดขำตัวเอง คิดเข้าไปได้อย่างไร พลันรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในโบสถ์ จึงปั้นหน้าเครียด ก้มกราบแล้วลุกจะเดินออก ทันใดต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาคืออนล ต่างฝ่ายต่างนึกไม่ถึง

ทั้งสองออกมาเดินคุยกันในบริเวณวัด อนลดีใจที่แวะมาเอายาเขียวจากท่านเจ้าอาวาสเพื่อไปให้แม่ และแวะไหว้พระจึงได้พบท่านหญิง อุรวศีเองก็ดีใจและ แสดงความยินดีเรื่องอาของเขาที่พ้นโทษ ไม่ลืมที่จะถามเขากลับเข้ารับราชการแล้วใช่ไหม เป็นอย่างไรบ้าง

“เหมือนเดิมกระหม่อม วันทั้งวันคนที่พูดคุยกับกระหม่อมนอกจากท่านชายสุรคมแล้ว ก็มีเพื่อนอีกสองคน แต่ก็ดีตรงที่กระหม่อมได้รู้ว่าใครเป็นมิตรแท้บ้าง”

“คุณคงลำบากมาก ข้าราชการต้องเข้ากับคนได้ทุกคน ไม่เกี่ยงว่าไพร่หรือผู้ดี จึงจะจำเริญในหน้าที่ราชการ แต่หากโดนเพื่อนข้าราชการตั้งแง่เสียแล้ว ก็ต้องถือว่าไม่ง่ายเลย”

“ฝ่าบาทตรัสเหมือนคุณพ่อของกระหม่อม คุณพ่อ เห็นว่าหากรับราชการในพระนครต่อไปคงยากจะก้าวหน้า เลยคิดจะให้กระหม่อมออกหัวเมือง ที่นั่นไม่มีใครสนใจเรื่องพี่ชายกระหม่อม มีโอกาสที่จะใช้สติปัญญาความสามารถมากกว่า”



อุรวศีใจหายพอรู้ว่าอนลจะออกหัวเมืองซึ่งอาจไม่ได้เจอกันอีก อนลเองก็ไม่อยากจาก จึงบอกว่ายังไม่ได้ให้คำตอบพ่อ ท่านหญิงแปลกใจในเมื่อมันเป็นโอกาสเจริญก้าวหน้า เขามองตาราวให้ท่านหญิงรู้เหตุผล ท่านหญิงเดาออกหลบสายตาเขินๆ

อนลตัดสินใจจะพูดความในใจ ก็พอดีเสียงจัน ดังขัดขึ้น เขาจึงรีบกล่าวคำอำลาไม่อยากให้จันเห็น จันเข้ามาทูลว่าล้อรถซ่อมเสร็จแล้ว อุรวศีเหลียวมองไปทางที่อนลเดินจากไปด้วยความไม่สบายใจ ถ้าเขาออกหัวเมืองจริงๆ

ooooooo

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 18 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ