อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 5 วันที่ 5 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 5 วันที่ 5 ก.พ.60

“ฉันเตือนนายเรื่องระวังคำพูดแล้วใช่ไหม หัดรู้จักควบคุมตัวเองบ้าง”

เมื่อการันต์กับชวกรเข้าไปในห้อง พุดชมพูถามว่าทำไมไม่มีการประกวดราคา ชวกรบอกว่าตนก็ไม่ทราบเอกสารมีแค่นี้แต่ทุกอย่างถูกต้อง พุดชมพูติงว่าไม่น่าเป็นไปได้ ชวกรทำท่าจะโต้ถูกการันต์พูดแทรกว่า

“ท่านประธานพูดถูกนะ โครงการใหญ่ขนาดนี้จะมีผู้สนใจบริษัทเดียวได้ยังไง มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง เดี๋ยวคุณลองไปตรวจให้ละเอียดมาอีกที แล้วค่อยมาเสนอท่านประธานอีกครั้งเข้าใจไหม” ชวกรรับคำอย่างไม่พอใจ การันต์พูดกับพุดชมพูอีกว่า “ที่จริงผมก็คิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ที่ปล่อยผ่านมาเพราะเห็นว่าทางเราเร่งปิดจ๊อบให้ทันตามสัญญา” แล้วหันไปถามหาเสียงสนับสนุนว่า “ใช่ไหมครับคุณทรงรบ”



การันต์ชิงทำคะแนนข่มชวกร บอกพุดชมพูว่าไม่ต้องห่วง ตนจะช่วยตรวจสอบให้ดีก่อนนำเสนออีกทีแล้วลากลับ

ขณะชวกรเดินผ่านโต๊ะอนาวินทร์ ได้ยินเขาพูดลอยๆว่า “ทำงานไม่ได้เรื่อง ดีแต่เกาะคนอื่นเขากิน”

“ก็ยังดีกว่าพวกไม่ทำอะไรเลย” ชวกรสวนทันควัน

อนาวินทร์ลุกพรวดขึ้นจะเอาเรื่อง การันต์กับทรงรบรีบเข้าขวางไว้ การันต์ดุชวกรเอาใจอนาวินทร์ว่า

“ชวกร! พูดอะไรเกรงใจคุณวินบ้าง ขอโทษคุณวินซะ” ชวกรเฉย การันต์ย้ำอีก เขาจึงจำใจกระชากเสียงขอโทษ

การันต์จึงดันหลังเขาออกจากห้องไป

พุดชมพูสังเกตเห็นอนาวินทร์ไม่ถูกกับชวกร คิดว่าชวกรเกี่ยวข้องกับบ้านสัตยารักษ์มากเกินไปแล้ว

ooooooo

วันนี้ช่อม่วงค้นเอกสารบังเอิญเห็นรูปทรงรบ ถ่ายรูปครอบครัว ช่อม่วงจำได้ว่าผู้หญิงในรูปคือ พ. พรรณราย นักเขียนที่ตนคลั่งไคล้ ตอนเย็นจึงสะกดรอยตามทรงรบไปถึงบ้าน พอทรงรบเข้าบ้าน ช่อม่วงก็ไปกดกริ่งหน้าบ้าน

วิภามาเปิดประตูเพราะทรงรบขึ้นข้างบน พอเห็นวิภาช่อม่วงก็กรี๊ด เมื่อวิภาเชิญเข้าไปนั่งรอทรงรบข้างใน ช่อม่วงตัดสินใจเปิดเผยตัวเองว่าเป็นแฟนนิยายของ พ.พรรณรายตั้งแต่อยู่ ป.5 นิยายทำให้เธอรักการอ่านมาจนทุกวันนี้ วิภายินดีที่เจอแฟนพันธุ์แท้ จึงเล่าตัวละครในนิยายเรื่อง “คดีความรัก” ให้ฟังว่าพระเอกในเรื่องตนเขียนจากนิสัยลูกชายตัวเอง

ทรงรบลงมาพอดีวิภาจึงขอตัวเข้าห้องครัว พอเห็นช่อม่วงเขาแปลกใจ ตกใจและไม่พอใจ ถูกช่อม่วงต่อว่าที่ปิดตนว่าเป็นลูกชายของ พ.พรรณราย ทั้งที่รู้ว่าตนเป็นแฟนคลับ

ทรงรบอึดอัดถามว่าเธอต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ บอกให้กลับได้แล้ว พอดีวิภาออกมาบอกว่าอาหารเสร็จแล้วชวนช่อม่วงกินข้าวด้วยกันเลย ช่อม่วงรับคำทันที เห็นทรงรบทำหน้าขัดใจก็ยิ้มกวนๆบอกว่า

“แม่คุณชวนเองนะ...”

ooooooo

พุดชมพูใช้ความจริงใจ พยายามญาติดีกับอนาวินทร์ คืนนี้ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารที่บ้าน เธอถามว่าเมื่อไหร่เขาจะไปไร่กับตน เขาบอกว่าไม่ไป เธอย้ำว่ายังไงวันนึงเขาก็ต้องไป

อนาวินทร์บ่นอย่างขัดใจว่าทำไมตนต้องไปในที่ที่ตนไม่อยากไปด้วย พุดชมพูถามว่าเขาไม่อยากไปอยู่ไร่ แล้วคิดหรือว่าตนอยากอยู่ที่นี่นักหรือ

“ก็แล้วเธอมาทำไมล่ะ” อนาวินทร์เบ้ปากถาม พุดชมพูพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ก็เพราะมันเป็นคำขอสุดท้ายของปู่เล็กไง พินัยกรรมก็คือคำขอสุดท้ายจากปู่เล็กถึงนายกับฉัน ฉันมาที่นี่ก็เพราะปู่อยากให้ฉันมา และฉันก็เชื่อด้วยว่า สิ่งที่ปู่ขอ มันมาจากความรักและความหวังดีของปู่ ฉันทำตามที่ปู่ขอแล้วนะ แล้วนายล่ะจะทำเมื่อไหร่?” พูดจบเดินออกไปเลย ปล่อยให้อนาวินทร์อยู่กับตัวเอง คิดอยู่คนเดียว

รุ่งขึ้นขณะพุดชมพูนั่งดื่มกาแฟอยู่ เธอแปลกใจเมื่อเห็นอ้อยกับตาลลากกระเป๋าเดินทางใหญ่หลายใบมา ถามว่าของใคร ตาลกับอ้อยบอกว่าของคุณวิน เธอถามว่าจะไปไหน อนาวินทร์เดินตามมาตอบแทนว่า “ก็ไปไร่เธอไง”

พุดชมพูดีใจมาก พอเขาขู่ว่าจะไปหรือยัง ชักช้าเดี๋ยวเปลี่ยนใจนะ เธอลุกทันทีบอกให้รอแป๊บนึงตนไปเก็บของก่อน

พวกคนใช้ในบ้านต่างมายืนส่งอนาวินทร์กับพุดชมพู ป้านุ่มถึงกับน้ำตารื้นที่คุณหนูจะไปอยู่ไร่ บอกให้โทรศัพท์มาหาป้าบ้างนะ

อนาวินทร์จะเอารถหรูของตนไป พุดชมพูให้เอารถกระบะของตนไปดีกว่า เขาบอกให้คนใช้เอาผ้ายางมารองพื้นก่อนขนกระเป๋าหรูไปวาง เสร็จแล้วยังให้เอาผ้ายางคลุมกระเป๋าอีกด้วย ถึงเขาจะ “เยอะ” แต่พุดชมพูก็ยอมให้กับการเริ่มต้นของเขา

พอทิพนาถรู้ว่าอนาวินทร์ยอมไปอยู่ไร่ก็โทรศัพท์บอกชวกรให้เก็บของมาอยู่ที่บ้านสัตยารักษ์ทันที

อนาวินทร์นั่งรถกระบะไปอย่างพยายามอดทน เพราะเบาะก็แข็ง รถก็ไม่แรง ซ้ำแอร์ก็ไม่เย็นฉ่ำ บ่นว่าพัดลมที่บ้านยังเย็นกว่าอีก

พุดชมพูโทร.บอกภัทรากับน้าก่อนถึงบ้านว่ากำลังกลับมาอยู่ไร่พร้อมอนาวินทร์ แม่กับน้าดีใจมากขอแรงโจ้ที่มาช่วยดูแลบ้านและไร่ช่วยจัดห้องให้แขกหน่อย พอโจ้รู้ว่าอนาวินทร์จะมาอยู่ที่ไร่เขาก็แปลกใจและแอบกังวล

ooooooo

พุดชมพูโทรศัพท์บอกช่อม่วงว่าวันนี้ต้องกลับไร่ด่วนเพราะคุณหนูไฮโซจู่ๆก็บอกว่าจะไปไร่ ช่อม่วงถามว่าแล้วตนจะทำยังไง เธอบอกว่าไม่ต้องกลัว ทรงรบจะดูแลเอง

ช่อม่วงดีใจได้คนถูกใจมาดูแล แต่ที่ไหนได้ พอทรงรบมาเขาก็มึนตึงไม่พูดด้วยเพราะยังโกรธที่เธอบุกไปถึงบ้านซ้ำเวลาขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน ยังไปแค่ชั้น 10 ไม่ไปห้องทำงานที่อยู่ชั้น 15 เขาไม่พูดกับเธอแต่กับคนอื่นคุยอย่างมีอัธยาศัยดี

ขณะผ่านฝ่ายไอที ช่อม่วงได้ยินชวกรคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่งในมือถือซองเอกสารด้วย เธอมองอย่างสังเกตเห็นเขาคุยแล้วหน้าเครียดจึงตัดสินใจแอบตามไปดู จึงรู้ว่าเขาไปพบการันต์อย่างลับๆล่อๆ การันต์ถามว่าทำงานไปถึงไหนแล้ว ชวกรชูแฟ้มให้ดูบอกว่าเสร็จแล้ว การันต์ถามว่าทางโน้นเขาว่ายังไง

“ก็ดูกังวลนิดหน่อย แต่ผมก็ทำความเข้าใจใหม่แล้วล่ะครับ”

“ทำงานให้รอบคอบหน่อย ต่อไปอย่าให้ผิดพลาดอีก”

ชวกรรับคำแล้วส่งซองเอกสารให้ ช่อม่วงเห็น พฤติการณ์ทั้งหมดแต่อยู่ไกลฟังไม่ถนัดจับความไม่ได้จึงแอบตามการันต์ไป

ครู่หนึ่งการันต์เอาซองเอกสารไปให้ช่อม่วงที่ห้องทำงานบอกว่าแก้ไขเอกสารแล้วเสนอให้คุณพุดเซ็น ช่อม่วงรับปากจะรีบเสนอให้แต่ต้องรอหน่อยเพราะตอนนี้

คุณพุดกับคุณอนาวินทร์ไปไร่แล้ว

“วินยอมไปไร่แล้วเหรอครับ...แบบนี้ทุกอย่างก็เป็น ไปตามพินัยกรรมแล้วสิครับ” พูดยิ้มๆว่าหวังว่าพุดชมพูจะช่วยเปลี่ยนนิสัยอนาวินทร์ให้พร้อมเป็นผู้นำสัตยารักษ์ได้ ทรงรบเชื่อว่าอนาวินทร์ต้องทำได้ ทรงรบพูดดีกับการันต์แต่พอช่อม่วงมาพูดด้วยเขาก็เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่หายโกรธ

ooooooo

ตลอดทางที่ไปไร่ พุดชมพูต้องขับรถเองเพราะอนาวินทร์เอาแต่นอนและคอยปรามให้ขับดีๆเมื่อเจอถนนขรุขระ แต่ไปจนเกือบถึงไร่แล้วรถเกิดเสีย เขาสบถอย่างหัวเสีย พุดชมพูบอกให้เดินไปเพราะเหลืออีกสองสามกิโลเท่านั้นเอง

อนาวินทร์ไม่ยอมเดินจะรออยู่ตรงนี้ถ้าเธอไปถึงแล้วให้เอารถมารับ เธอบอกว่าตามใจแต่ตนต้องขอกินข้าวก่อนค่อยมารับ เขาโวยทันทีว่าตนก็หิวเหมือนกัน เธอบอกงั้นก็เดินไปด้วยกัน เขาหยิบกระเป๋าสะพายหลังจะไป เธอถามว่าแล้วของที่เหลือล่ะ เดี๋ยวใครผ่านไปมาจะขโมยไป ของแพงๆทั้งนั้น อนาวินทร์ไม่มีทางเลือกลากกระเป๋าสองมือ สะพายหลังอีกสองใบ เดินตามพุดชมพูไปหน้าบอกบุญไม่รับ

เมื่อไปถึงบ้านเขาโยนกระเป๋าอย่างไม่อินังขังขอบ พุดชมพูถามว่าไม่กลัวสกปรกหรือ เขาพูดหอบเหนื่อยว่าช่างมันเดี๋ยวซื้อใหม่

โจ้เดินออกมารับเป็นคนแรก พุดชมพูจึงแนะนำให้รู้จักกับอนาวินทร์ บอกว่าโจ้เป็นเพื่อนรู้จักกันตั้งแต่เด็ก โจ้ช่วยเอากระเป๋าเข้าบ้าน เขายกกระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองใบเดินไปสบายๆ อนาวินทร์มองทึ่งแต่ก็คิดว่าโจ้โชว์ออฟ

พอภัทรากับจิตราออกมา อนาวินทร์ยกมือไหว้ พุดชมพูแซวๆว่านายก็มีมารยาทดีนี่ เขามองตาขวาง โจ้กระซิบถามพุดชมพูว่าไหนว่ามารยาทแย่ไง

“ผีเข้ามั้ง เดี๋ยวรอดูตอนผีออกเถอะ” เธอกระซิบตอบขำๆ

ooooooo

ช่อม่วงตรวจเอกสารที่การันต์มาส่งหน้าเครียด พึมพำว่าเรียบร้อยดีแต่นั่งคิดแล้วตัดสินใจไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

เดินไปเจอแม่บ้านกำลังอ่านเรื่องย่อละครอยู่ก็เข้าไปคุยแบบคนคอเดียวกัน พอรู้ว่าแม่บ้านทำงานอยู่ที่นี่มาเจ็ดปีแล้วก็ถามประสาสาวๆว่าในบริษัทนี้ใครหล่อที่สุดแล้วถามถึงชวกร แม่บ้านบอกว่าเขาทั้งหล่อและรวยด้วย ได้ยินคนเขาพูดกันว่าชอบพาสาวๆที่ออฟฟิศไปเลี้ยงเป็นประจำ

ทรงรบตามดูช่อม่วงอย่างสงสัย พอเห็นเธอเที่ยวคุยกับคนนั้นคนนี้ก็ไม่พอใจว่าเที่ยวคุยเล่นไม่ทำงานแล้วตามต่อไป เห็นเธอเข้าไปในฝ่ายบัญชี ฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายบุคคลก็ยิ่งไม่พอใจหาว่าเธอทำแต่เรื่องไร้สาระ ทนไม่ได้ดักลากตัวเธอเข้าไปที่ลับตาตำหนิว่าทำแต่เรื่องไร้สาระ

“ฉันกำลังทำ Survey research อยู่ คือก่อนหน้านี้ฉันตรวจสอบเอกสารเสนอราคาวัสดุแล้ว ซึ่งมันก็เรียบร้อยดี แต่งานของเราคือสืบหา ‘ความผิดปกติ’นะ! คุณอาทิตย์ฝากฝังคุณกับคุณพุดไว้อย่างนั้นไม่ใช่หรือ? ท่านรู้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในบริษัทแต่ยังจับไม่ได้”

ช่อม่วงจึงถามว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับชวกรบ้าง ทรงรบบอกว่า เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ทำงานที่นี่มาแล้ว 4-5 ปีเห็นจะได้ แล้วอ้อมแอ้มบอกเรื่องชวกรกับทิพนาถ ช่อม่วงหัวเราะบอกว่าเรื่องนั้นเขารู้กันไปทั่วแล้ว แต่ตนรู้มากกว่านั้นเยอะ

ช่อม่วงให้ข้อมูลว่าชวกรกำลังจะซื้อรถใหม่ราคาหลายล้าน มาอยู่ที่นี่ด้วยการใช้เส้นสายของทิพนาถที่เจอกันในบ่อน ถูกเชิญออกจากบริษัทเก่าเพราะมีเรื่องยักยอกเงิน เล่าแล้วเห็นทรงรบทำหน้าเหวอ เธอบอกเขาว่า

“ฉันว่าช่วงนี้เราต้องคอยจับตาดูนายชวกรให้ดีแล้วล่ะ”

ฟังข้อมูลจากช่อม่วงแล้ว ทรงรบนิ่งคิดอย่างคล้อยตาม...

ooooooo

ที่ไร่อุ่นรัก...เพราะพุดชมพูกลับกะทันหัน อาหารมื้อเย็นวันนี้จึงมีแต่แกงจืดน้ำพริกผักลวกแบบบ้านๆ พอเปิดฝาชีออก อนาวินทร์ที่กำลังหิวโพล่งถามว่ามีแค่นี้หรือ

ภัทราพูดออกตัวว่าไปตลาดไม่ทันเลยเตรียมได้เท่าที่มี ถามว่าน้ำพริกผักลวกกินเป็นไหม เขาตอบทันทีว่าไม่เป็น จิตราพูดเอาใจว่าเดี๋ยวน้าจะทำกับข้าวให้เองจะผัดถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหางให้สวยเลย เขาสวนทันทีว่าตนไม่กินถั่วงอก เหม็นเขียว

“นี่ไง...ผีออกแล้ว ตัวจริงเป็นแบบนี้แหละ” พุดชมพูกระซิบบอกโจ้ขำๆ

พอฝืนกินข้าวได้ไม่กี่คำเขาก็เอะอะว่าโทรศัพท์หาย สงสัยอยู่ในรถ พุดชมพูบอกว่าให้กินข้าวเสร็จก่อนค่อยไป เขาบอกว่าไม่เดินไปแล้วนะเมื่อยจะตาย พุดชมพูจึงให้โจ้ ขับซาเล้งพาไป อนาวินทร์นั่งหัวสั่นคอแทบเคล็ดฝุ่นตลบจนหัวแดง พอได้โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณอีก เขาโวยวายจนโจ้กระซิบกับพุดชมพูว่า “เขาเยอะจริงๆ”

โจ้ตรวจดูรถกระบะบอกพุดชมพูว่ารถไม่ได้เป็นอะไรนี่ ถามเธอว่าแกล้งเขาหรือ เธอกระซิบบอกว่าหมั่นไส้อยากเรื่องเยอะนัก อนาวินทร์เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบแล้วหัวเราะกันคิกคักก็ตะโกนถามอย่างอารมณ์เสียว่า

“อ้าว...ซ่อมเสร็จหรือยัง มัวแต่จีบกันอยู่นั่นแหละ!”

พอกลับถึงบ้าน อนาวินทร์ก็ถือโทรศัพท์เดินพล่านหาสัญญาณ บ่นว่าสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ดี ไวไฟก็ไม่มี...

ooooooo

ฝ่ายช่อม่วงถือโอกาสที่อยู่กับทรงรบตีสนิทแม่เพื่อใกล้ชิดลูก พอเลิกงานก็ตามไปที่บ้าน อ้างว่าจะเอาซีรีส์เกาหลีไปให้คุณแม่เขายืมแล้วจะกินข้าวเย็นด้วยเลยเพราะคุณแม่ไลน์มาชวนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เร่งให้รีบไปเดี๋ยวคุณแม่จะรอ

แต่วันนี้ช่อม่วงต้องผิดหวังอย่างมาก เมื่อไปถึงวิภาบอกทรงรบว่านิลลดามารออยู่ พอเข้าไปเจอนิลลดาสาวสวยบุคลิกโดดเด่นแต่งตัวด้วยชุดแฟชั่นสวยเก๋ทรงรบถึงกับมองตะลึง จนช่อม่วงรู้สึก

ที่โต๊ะอาหาร ทรงรบนั่งกับนิลลดาและวิภานั่งกับช่อม่วง ทรงศักดิ์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแนะนำแก่ช่อม่วงว่า

“หนูลดาเขาจบปริญญาเอกด้านศิลปะจากฝรั่งเศส ตอนนี้เป็นศิลปินระดับอินเตอร์เชียวนะ”

“อย่างรูปนั้น ลดาเขาเป็นคนวาดให้เป็นของขวัญตารบตอนที่รบสอบเนติบัณฑิตได้ สวยไหมจ๊ะ” วิภาชี้ให้ดูรูปทรงรบที่วาดแนวแอบสแตรกต์

“คุณลดาเก่งจังค่ะ ช่อสะดุดตาภาพนี้ตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะทั้งองค์ประกอบภาพแล้วก็โทนสีดูแล้วเหมือนมีมนต์สะกดยังไงไม่รู้” ช่อม่วงชื่นชม

“คุณช่อก็ชอบงานศิลปะเหมือนกันเหรอคะ แหมไม่เหมือนรบเลย ขนาดไปนั่งเฝ้าลดาวาดรูปเป็นวันๆ ก็ยังไม่เก็ทอะไรเลยสักอย่าง”

ช่อม่วงฟังนิลลดาแล้วรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทรงศักดิ์ถามว่านิลลดาหายไปไหนตั้งนาน ตนถามทรงรบหลายครั้งก็ไม่ยอมบอก นิลลดากับทรงรบสบตากันพอดีต่างชะงัก ทำตัวไม่ถูก ครู่หนึ่ง นิลลดาจึงเล่าว่าตนย้ายไปอยู่ที่ปารีส เผอิญมีโอกาสเปิดนิทรรศการที่นั่นก็เลยอยู่ยาว

วิภาถามว่าแล้วที่กลับมาคราวนี้มาเยี่ยมบ้านหรืออยู่ยาวเลย เธอตอบเป็นนัยว่ายังไม่รู้ คงอยู่ที่คนทางนี้ด้วย พลางชายตาไปที่ทรงรบ เขาพูดกับแม่เหมือนกันท่า

ในทีว่าที่นี่คงไม่มีหอศิลป์ให้เธอจัดนิทรรศการเหมือนที่ปารีส นิลลดาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยถามทรงรบว่าสบายดีไหม

ช่อม่วงนั่งฟังและสังเกตเงียบๆรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของทั้งสอง และเมื่อทรงศักดิ์บอกว่าทรงรบได้เป็นทนายประจำตระกูลสัตยารักษ์แทนตนแล้ว นิลลดาก็เอื้อมมือกุมมือทรงรบแสดงความยินดีที่เขาทำตามความฝันตัวเองจนสำเร็จ ทรงรบยิ้มฝืนๆ เอ่ยเบาๆ “ขอบคุณครับ...”

ช่อม่วงจับตาดูทั้งสองตลอดเวลาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน เป็นคนนอกมากขึ้นทุกที...จึงขอตัวกลับ นิลลดาถามว่าเธอจะกลับยังไง เธอบอกว่าคงกลับแท็กซี่ ย้อนถามนิลลดาว่าจะกลับยังไง ได้รับคำตอบที่บาดใจว่า

“แล้วไว้เจอกันค่ะ ส่วนฉันเดี๋ยวรบเขาคงไปส่ง... ใช่ไหมรบ”

ทรงรบท่าทีอึดอัด ดูเขาสูญเสียความมั่นใจเมื่ออยู่ต่อหน้านิลลดา ช่อม่วงจึงลากลับซึมๆ

ooooooo

ฝ่ายอนาวินทร์ไปอยู่บ้านที่ไร่อุ่นรัก พุดชมพูพาเดินดูบ้านมาถึงห้องที่จัดให้เขา เธอชี้ให้ดูรูปที่ผนังบอกว่านั่นคือพ่อของตน ท่านเสียไปได้ 7 ปี 3 เดือนกับ 21 วันแล้ว

อนาวินทร์ชมว่าเธอจำได้ละเอียดมาก ถามว่าเธอสนิทกับพ่อมากสินะ พอคุยกันถึงพ่อทั้งสองต่างมีอารมณ์ร่วมรู้สึกเป็นคนหัวอกเดียวกันที่ไม่มีพ่อแล้ว เดินมาถึงรูปปู่หอม พุดชมพูแนะนำว่า

“นั่นปู่หอมปู่ของฉัน ท่านเป็นเพื่อนรักกับปู่เล็กมานาน เวลาปู่เล็กมาเยี่ยมก็จะมานอนที่ห้องนี้แหละ”

อนาวินทร์พึมพำว่าไม่ยักรู้ว่าปู่เล็กชอบมาที่นี่ เพราะตนไปเรียนอยู่เมืองนอกเสียนาน

พอเข้าไปในห้อง เขาก็มองหาห้องน้ำ ถามว่าไม่มีห้องน้ำในตัวหรือ พุดชมพูดบอกว่าที่นี่บ้านนะไม่ใช่รีสอร์ตมีห้องน้ำก็ดีถมไปแล้ว ชาวบ้านแถวนี้บางคนอาบน้ำคลองด้วยซ้ำ เขาฟังแล้วเซ็ง

เมื่อพุดชมพูพาไปห้องน้ำ มีคนอยู่จึงรอ พอน้าจิตออกมาเขาจึงจะเข้า แต่แล้วก็ชะงักเพราะพื้นเปียก พุดชมพูหมั่นไส้ว่าเรื่องมาก หยิบหมวกอาบน้ำกับสบู่จากน้าจิตยัดใส่มือไล่ให้เข้าไปอาบเสีย เขามองอึ้งทำท่ารังเกียจแต่ไม่กล้าพูด

พอเริ่มอาบก็โวยอีกว่าน้ำไม่ร้อน เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย พอครู่เดียวก็ร้องจ๊าก พุดชมพูตกใจถามว่าเป็นอะไร

“น้ำมันเย็น” เขาบอกเสียงสั่นแล้วก็ร้องครางไม่หยุด จนพุดชมพูแอบขำอยู่ข้างนอก แต่พออาบเสร็จก็บอกว่าสบายตัวดีแล้วท้องเจ้ากรรมก็ร้องจ๊อกๆ พุดชมพูสมน้ำหน้าที่เวลากินทำเหมือนแมวดม ไล่ให้ไปนอนเสียเดี๋ยวก็หลับแล้ว เขาบ่นว่าเพิ่งสามทุ่มเอง

ครู่ใหญ่พุดชมพูก็ต้มบะหมี่สำเร็จรูปมาให้ บอกว่ากินอิ่มก็รีบนอนพรุ่งนี้ต้องตื่นทำงานตั้งแต่ตีสี่ เขาฟังแล้วเซ็ง แต่หิวมากกว่าเลยเงียบ

แล้วเช้ามืดวันรุ่งขึ้นก็เกิดเรื่องโกลาหล เมื่อพุดชมพูไปปลุกแล้วพบแต่ห้องว่างเปล่า น้าจิตตกใจคิดว่าเขาหนีกลับกรุงเทพฯไปแล้ว พุดชมพูบอกแม่กับน้าจิตช่วยกันตามหา กำลังจะขับรถออกไปเธอก็เหลือบเห็นรองเท้าเขายังอยู่ จึงช่วยกันตามหารอบบ้าน สุดท้ายไปเจอหลับอยู่ในห้องน้ำ!

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 5 วันที่ 5 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ