อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 6 วันที่ 7 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 6 วันที่ 7 ก.พ.60

วันเดียวกัน หวายไปที่บริษัทสัตยาอสังหา รู้จากการันต์ว่าพุดชมพูไปไร่และอนาวินทร์ก็ไปด้วย เขาเป่าหูหวายว่า จู่ๆอนาวินทร์ก็ย้ายไปนั่งห้องทำงานเดียวกับพุดชมดูแล้วนี่ยังไปไร่ด้วยกันอีก ยุว่า

“ผมว่ามันไม่น่าไว้ใจนะ พินัยกรรมคุณปู่ยังไม่เรียบร้อย อาจะมีคนอยากหาประโยชน์จากวินก็ได้หวาย... ผมรู้นะว่าคุณกับวินรักกันมากแต่การที่สองคนนั้นได้อยู่ใกล้ชิดกันทุกวันมันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเราก็ไม่รู้ ผมก็เลย...”

“หยุด ไม่ต้องพูดอะไรแล้วรัน...” หวายทนฟังไม่ได้ แล้วคิดว่าตนจะบอกพ่อยังไงดี พอเธอโทร.บอก ก็ถูกพ่อสั่งให้เตรียมตัวไปที่ไร่เลย หวายเกี่ยงว่าตนไม่อยากไปเมื่อถูกสั่งให้ไปก็ขอไปวันมะรืนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปงานวันเกิดเพื่อน



“ยกเลิกนัดไปเลย! ไร้สาระ! แกต้องไปไร่นั่นพรุ่งนี้เลย เข้าใจไหม” หวายรับคำพ่อเซ็งๆ

ช่อม่วงไปถึงไร่พร้อมของฝากที่ถูกใจทุกคน ป้านุ่มก็ฝากขนมของโปรดไปให้อนาวินทร์ด้วย เขากินขนมอย่างมีความสุขมาก เมื่อพุดชมพูเรียกประชุมเรื่องงาน เพราะดูเอกสารที่ช่อม่วงเอามาแล้ว บริษัทที่ประมูลสามบริษัทมีจุดที่ผิดสังเกตหลายอย่าง เธอถามว่าเขาคิดยังไง

“ไม่รู้ ฉันไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย” เคี้ยวขนมตุ้ยๆตอบอย่างไม่สนใจ

“ถึงเวลาที่นายต้อง‘รู้’ได้แล้ว ตอนนี้บริษัทนายมีคนทุจริต ปู่เล็กตามสืบเรื่องนี้มาตลอด เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครท่านก็มาจากไปเสียก่อน” พุดชมพูพูดจริงจัง จนอนาวินทร์อึ้ง...

ooooooo

ขณะนั่งกินข้าวเที่ยงที่บ้าน พุดชมพูนั่งข้างอนาวินทร์และทรงรบนั่งข้างช่อม่วง ช่อม่วงบอกว่าคุณวินโชคดีที่ได้ชิมรสมือน้าภัทที่อร่อยไม่เปลี่ยนเลย

แต่อนาวินทร์ไม่ได้สนใจฟังเพราะมัวคิดเรื่องบริษัทถูกโกง พุดชมพูเห็นเขาเงียบก็แอบเหยียบเท้าเตือน พอเขาสะดุ้งรู้สึกตัวก็บอกว่าอร่อยดีเสียแต่ผักเยอะเนื้อน้อยไปหน่อย ทรงรบถามว่ามาทำไร่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง เขาเบ้ปากบอกว่าอยากรู้ก็มาทำดูสิ ถูกพุดชมพูเหยียบเท้าอีกเขาจึงตอบรัวเป็นชุดว่า

“ก็ตื่นเช้า ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน ผื่นก็ขึ้น คัน แสบ แดง โอ๊ยสารพัด!”

คราวนี้พุดชมพูยกเท้าจะกระทืบแต่เขารู้ทันหลบได้หวุดหวิด พอถูกจ้องหน้าก็ยักคิ้วกวนๆ

หลังอาหารขณะช่วยกันเก็บครัวช่อม่วงถามพุดชมพูว่าสงสัยใครเป็นพิเศษในบริษัทหรือเปล่า

พุดชมพูถามว่าชวกรเป็นคนยังไง ช่อม่วงตาโตบอกว่าคิดเหมือนตนเลย คนนี้แหละน่าสงสัยที่สุด

เมื่อได้คุยร่วมกับทรงรบ ช่อม่วงสงสัยว่าทิพนาถเป็นคนให้เงินชวกร ทรงรบติงว่าตอนนี้ทิพนาถไม่ได้คุมการเงินของบ้านแล้วไม่น่าจะมีเงินให้ชวกร พุดชมพูจึงตัดสินใจจะเซ็นผ่านเอกสารนี้ไปก่อนเพื่อให้คนโกงตายใจเราก็จะได้มีเวลาหาหลักฐานด้วย ให้ช่อม่วงสืบข้อมูลของสามบริษัท และให้ทุกคนจับตาดูชวกรด้วย

ระหว่างทรงรบกับช่อม่วงกลับกรุงเทพฯ ช่อม่วงหิวชวนแวะกินข้าวก่อนไหม เขาบอกว่าตนจะกลับไปกินที่บ้านป่านนี้แม่คงทำอาหารรอแล้ว ช่อม่วงบอกว่าดีจังที่เขากลับบ้านมีพ่อกับแม่รออยู่ เขาถามว่าแล้วเธอล่ะ?

“ฉันอยู่คอนโดคนเดียวพ่อแม่ฉันย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งหลายปีแล้ว เมื่อก่อนบ้านฉันก็อยู่อำเภอเดียวกับพุดนี่แหละ แต่แม่เห็นว่ามีลู่ทางไปเปิดร้านอาหารที่เมืองนอกแล้วดีกว่าเลยย้ายไป แต่ฉันอยากอยู่ที่นี่มากกว่า”

ทรงรบเปรยว่าคงเหงาแย่ เธอบอกว่าไม่เหงาเพราะตนมีหนังสือกับซีรีส์เป็นเพื่อน เขาพูดอย่างอาทรว่าทนหิวหน่อยนะ อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านตนแล้ว เห็นช่อม่วงงงๆเขาบอกว่า

“ก็ไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านผมก่อน แล้วเดี๋ยวผมค่อยไปส่งคุณที่คอนโด”

ช่อม่วงตาโตยิ้มแก้มแทบปริด้วยความดีใจ...

ooooooo

ฝ่ายอนาวินทร์ หลังจากเห็นความใส่ใจและทุ่มเททำงานให้บริษัทของพุดชมพู ช่อม่วงและทรงรบที่จะหาคนโกงบริษัทให้ได้ตามที่ปู่เล็กฝากฝังไว้ ก็เริ่มรู้สึกตัวและเป็นห่วงบริษัทขึ้นมา พูดกับพุดชมพูว่าให้เธอทำงานแทนตนสักปีบริษัทก็คงไม่แย่เท่าไหร่นะ พุดชมพูเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา แต่ก็ดูออกว่าเขายังฟอร์มจัดไม่ยอมรับตรงๆ

หวายขับรถไปไร่อุ่นรักตามคำสั่งของพ่อ เธอไปตามแผนที่ที่พ่อเขียนให้ ใจไม่ดีเมื่อน้ำมันใกล้จะหมดจะถามใครก็ไม่มีคนให้ถาม เธอดีใจเมื่อเห็นรถกระบะคันหนึ่งวิ่งอยู่ข้างหน้า เธอพยายามแซงเพื่อถามทาง

โจ้เป็นคนขับรถกระบะคันนั้น เห็นหวายขับรถไล่จี้ซ้ำบีบแตรลั่นจึงจอดรถถามว่ามีปัญหาอะไร

หวายบอกว่าตนจะไปไร่อุ่นรัก รู้จักไหม โจ้ถามว่าจะไปทำไม หวายก็ไม่ยอมบอก โจ้เลยบอกว่าไม่รู้จัก หวายไม่เชื่อ โจ้บอกว่าเธอต้องบอกก่อนว่าจะไปทำไม พอเธอบอกว่าจะไปพาแฟนชื่ออนาวินทร์กับกรุงเทพฯ โจ้ก็รีบพาไปเลย

พอไปถึงไร่อุ่นรัก หวายทำหน้ารับไม่ได้ที่อนาวินทร์มาอยู่ในบ้านเล็ก กันดาร สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมี น้ำไฟเข้าถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ บ่นว่า “โถ...วินนี่คงลำบากมาก น่าสงสารที่ต้องมาตกระกำลำบาก”

วันนี้ภัทราจะทำข้าวต้มมัด ตักข้าวเหนียวถั่วดำที่ผัดแล้วมาให้ช่วยกันห่อ อนาวินทร์เก้ๆกังๆ แต่ก็พยายามทำ พุดชมพูเข้าไปช่วยสอนให้ห่อแล้วพับใบตองและเอาตอกมัด พุดชมพูสอนจริงจังแต่อนาวินทร์มัวแต่มองหน้าเธอ พอเธอเงยหน้าขึ้นจึงสบตากันอึ้ง

เป็นจังหวะที่หวายมาเห็นพอดี ลมเพชรหึงพุ่งปรี๊ดทันที ตวาด “หยุดนะ!!! ทำอะไรกันเนี่ย”

อนาวินทร์สะดุ้งจากภวังค์ ตกใจเมื่อเห็นหวายเขาถามว่ามาได้ยังไง หวายไม่สนใจจะเอาเรื่องพุดชมพูให้ได้ หาว่าเธอมีแผนจะแย่งวินไปจากตนโดยเอาเรื่องพินัยกรรมมาอ้าง หวายโวยวายจนพุดชมพูดสั่งให้หยุด หวายไม่เพียงไม่หยุดยังเอาข้าวต้มมัดที่อนาวินทร์ยังทำไม่เสร็จปาหน้าพุดชมพู โจ้โดดขวางเลยโดนข้าวเหนียวผัดกับถั่วดำแปะเต็มหน้า

โจ้โกรธจัด เมื่อหวายไม่หยุดอาละวาดจึงจะเข้าจับ หวายกลัวเลยวิ่งหนีออกไปทั้งที่ใส่ร้องเท้าส้นสูง โจ้ไล่ตามครู่เดียวก็ทันเพราะส้นรองเท้าหวายหักล้มกุมเท้าร้องลั่น โจ้ยืนมองก็ถูกด่าว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษใจดำ โจ้เห็นเธอเจ็บจริงๆจึงช่วยประคองกลับ พุดชมพูดูอยู่ เธอส่ายหน้าพูดกับอนาวินทร์ว่า “แฟนนายนี่ เหมือนนายไม่มีผิด”

อนาวินทร์เห็นพฤติกรรมของหวายก็พูดไม่ออก รู้สึกละอายใจเมื่อนึกถึงตัวเองที่ผ่านมา...

หวายพยายามจะพาอนาวินทร์กลับไปให้ได้จนเขาต้องอ้างว่าตนจำเป็นต้องอยู่และทำดีกับพุดชมพู เพื่อทำตามพินัยกรรมของปู่ ไม่อย่างนั้นตนก็จะไม่ได้รับมรดก

อนาวินทร์หว่านล้อมหลอกล่อจนหวายยอมกลับ เธอถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาอยู่ที่นี่ลำบากมากไหม

“โอ๊ย...ไม่เห็นจะมีอะไรเลยแค่รดน้ำแล้วก็คอยตัดดอกไม้ไปขาย ง่ายจะตายแทบไม่ต้องใช้สมองเลย”

อนาวินทร์พูดเพื่อให้หวายยอมกลับไป เมื่อหวายกลับไปแล้ว พุดชมพูบอกว่าวันหลังอย่าให้แฟนเขามาก่อเรื่องแบบนี้อีก อนาวินทร์ถามว่าหึงหรือ เธอเลยบอกว่ามาก็ได้แต่อย่าให้เขามาวุ่นวายเหมือนวันนี้อีกตนเกรงใจแม่

“เหอะ ทีแฟนเธอยังมาวุ่นวายได้เกือบทุกวัน” อนาวินทร์พึมพำอย่างหมั่นไส้โจ้ที่มาบ้านนี้บ่อยเกินเหตุ

ooooooo

เมื่ออนาวินทร์กับพุดชมพูไม่อยู่ ทิพนาถก็ให้ชวกรย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ชวกรวางตัวอยู่อย่างเป็นเจ้าของบ้านไม่พอยังใช้รถหรูของอนาวินทร์อีกด้วย วางอำนาจบาตรใหญ่โดยมีทิพนาถให้ท้าย จนป้านุ่มกับพลที่ดูแลบ้านกับรถอึดอัด

ทั้งหว่านล้อมหลอกล่อจนหวายกลับไปแล้ว รุ่งขึ้นเมื่อไปตัดดอกไม้อนาวินทร์รู้สึกพุดชมพูเงียบขรึมผิดปกติถามว่าเธอเป็นอะไร เธอบอกว่าพรุ่งนี้เขาไม่ต้องมาตัดดอกไม้แล้ว เพราะตนมีงานอื่นให้ทำ ตัดของวันนี้ให้เสร็จแล้วตามมา พูดแล้วเดินไปเลย

อนาวินทร์มองตามงงๆว่าวันนี้เธออารมณ์เสียมาจากไหนแต่เช้า

พุดชมพูพาเขาไปที่แปลงปลูกที่ยังเป็นดินเปล่าๆ บอกเขาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า

“ฉันขอสั่งให้นายปลูกดอกเบญจมาศบนแปลงนี้เองคนเดียว ให้ตัดดอกขายได้ภายใน 3 เดือน ถ้าทำไม่สำเร็จถือว่าไม่ผ่านเงื่อนไขการได้มรดก”

อนาวินทร์โวยว่าแกล้งกันชัดๆไม่อยากให้ตนได้มรดกใช่ไหม “ฉันไม่ได้แกล้ง ถ้านายทำสำเร็จภายใน 3 เดือนนี้ ก็เชิญนายกลับบ้านไปได้เลย ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ฉันจะเซ็นให้นายได้มรดกทันที”

“สัญญาแล้วนะ! ได้...ฉันจะทำให้เสร็จเร็วกว่า3 เดือนอีก คอยดู!”

เพื่อจะเอาชนะให้ได้ อนาวินทร์ยืมรถซาเล้งของลุงเจือไปซื้อต้นกล้าเบญจมาศที่อีก 2-3 สัปดาห์จะออกดอกเหมาทั้งร้านเอาไปปลูกที่แปลง พุดชมพูบอกว่าตนไม่ได้ให้ซื้อกล้ามาปลูกแบบนี้ เขาสวมวิญญาณศรีธนญชัยเถียงว่า

“อ้าว...เมื่อเช้าเธอบอกให้ฉันปลูกคนเดียว แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามซื้อกล้ามาปลูกนี่” ดักคอว่า “เธอกลัวดอกจะออกเร็วกว่า 3 เดือนใช่ไหมล่ะฉันไม่หลงกลหรอก...อีก 2-3 สัปดาห์มันจะออกดอก ถึงตอนนั้นเธออย่าลืมสัญญาก็แล้วกัน”

ลุงเจือถามว่าทำไมคุณวินไม่เพาะกล้าเองล่ะพุดชมพูเห็นว่าเขาเล่นแง่จึงบอกลุงเจือว่าปล่อยเขาทำไปเถอะ แล้วมองอนาวินทร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ooooooo

เย็นวันนี้...ขณะทรงรบกำลังจะกลับบ้าน เจอนิลลดามาดักพบชวนไปกินข้าวเย็นกัน เขาบอกว่าต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านเพราะแม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว เธอจึงขอเวลาแป๊บเดียว เปิดกระเป๋าเอาตำรากฎหมายเก่าๆส่งคืนให้เขาแล้วผละไป

ทรงรบไปนั่งพลิกตำรากฎหมายที่เธอยืมไปอ่านในรถ เขาคิดถึงเมื่อ 7 ปีก่อนเธอเคยยืมหนังสือเขาไปอ่านแต่เพราะชอบวาดรูปเธอจึงวาดรูปเขาไว้ในหนังสือ เมื่อเอาไปคืนเธอขอโทษที่ทำหนังสือเขาเลอะถามว่า “โกรธไหมเนี่ย?”

“ผมไม่มีวันโกรธลดาได้หรอก” เขาตอบมองเธอด้วยความรัก เห็นหนังสือเล่มนี้ที่เธอเพิ่งเอามาคืนและเธอวาดรูปเขาไว้ ทรงรบคิดถึงอดีตแล้วขับรถตามไปเรียกเธอขึ้นรถถามว่า “คุณอยากกินอะไร”

เมื่อพาไปร้านอาหารที่เคยกินด้วยกันในอดีต ต่างรู้สึกถึงความหลัง คิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่เคยมากินด้วยกัน ทรงรบจำได้ฝังใจที่เธอบอกว่า เขาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่ตนเคยรู้จักมา เขาถามว่าตอนนี้เธอไม่คิดอย่างนั้นแล้วใช่ไหม ถ้ายังคิดเหมือนเดิมเธอคงไม่หนีไปฝรั่งเศส...

เธอถอนใจบอกว่า “ลดาต้องไปตามความฝัน...”

“คุณก็พูดแบบนี้ทุกที เวลาไม่อยากตอบคำถาม”

“ถ้าได้อยู่กับคนที่พร้อมจะเข้าใจเรา จะพูดมากไปทำไมล่ะคะ” เธอซบไหล่เขาอย่างที่เคยทำ

ทรงรบมองเธออย่างชั่งใจว่าจะยอมเธออีกแล้วใช่ไหม แต่ก็ปล่อยให้เธอซบไหล่อยู่อย่างนั้น....

เมื่อกลับไปพลิกหนังสือที่นิลลดาเอามาคืน ทรงรบยังพบจดหมายที่เธอเขียนใส่ซองสอดไว้ในหนังสือ เขาหยิบจดหมายออกมาดูทำท่าจะฉีกซองออกอ่าน แต่แล้วก็เปลี่ยนใจสอดซองจดหมายไว้ตามเดิม...พึมพำสีหน้าแฝงความเจ็บปวดว่า

“ผมไม่มีวันโกรธคุณหรอกลดา...แต่ผมจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”

ooooooo

อนาวินทร์สบายอกสบายใจมากที่ไปซื้อกล้าเบญจมาศมาปลูก อีกสองสามอาทิตย์ก็ออกดอกตัดได้ แต่วันนี้พอไปรดน้ำเขาตกใจเมื่อเห็นต้นใบเหี่ยวเฉา ลุงเจือมาดูบอกว่ามันเป็นโรคใบแห้ง ต้องถอนและเผาทิ้งเท่านั้น

ลุงเจือบอกเขาว่า ปกติที่ไร่เราขยายพันธุ์เองตลอดเลยคุมโรคนี้ได้ พุดชมพูถือโอกาสสอนว่า

“จะทำอะไรให้สำเร็จมันไม่มีทางลัดหรอก นายเหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนแล้วนะ จะทำอะไรก็รีบทำเข้า”

ฝ่ายช่อม่วงกับทรงรบกลับถึงกรุงเทพฯก็เร่งสืบบริษัทที่ร่วมประมูลอีกสองบริษัท หาทางอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีข้อมูล โทรศัพท์ไปตามหมายเลขในเอกสารโทรศัพท์ก็ถูกระงับการใช้บริการชั่วคราวไปแล้ว ครั้นลุยไปยังที่ตั้งบริษัทก็พบแต่ตึกร้างปิดประตูตาย ทั้งสองสรุปว่า เราถูกหลอกแล้ว

เมื่อการซื้อกล้าเบญจมาศมาปลูกล้มเหลว อนาวินทร์จึงขอให้ลุงเจือช่วยสอนการปลูกเบญจมาศตั้งแต่ขั้นแรกเลย ลุงเจือสอนให้พลิกดินขึ้นมาตากไว้สักสองอาทิตย์ก่อน พอเขาลงมือขุดดินก็เก้ๆกังๆ โจ้จึงสอนวิธีใช้แรงขุดดินที่ถูกต้องให้ เขาจับจอบขุดดินโดยไม่ใส่ถุงมือ พุดชมพูทักก็ประชดว่าไม่จำเป็นตนไม่ใช่พวกอ่อนแอ

แต่พอขุดดินใช้แรงถูกวิธีอนาวินทร์ก็มุขุดแข่งกับโจ้จนลุงเจือเตือนว่าช้าๆก็ได้ แดดร้อนแบบนี้เดี๋ยวเป็นลม

เย็นนี้หลังกินข้าวขณะอนาวินทร์ช่วยเก็บแก้วน้ำไปล้าง พุดชมพูเห็นเขาจับแก้วไม่เต็มมือถามว่าเป็นอะไร แล้วจับมือพลิกดู ปรากฏว่ามือพอง แตกจนเลือดซึม เธอจึงทำแผลให้ทำไปบ่นไปว่าบอกแล้วให้ใส่ถุงมือก็ไม่เชื่อ ดูอย่างพี่โจ้สิเขาทำจนชำนาญแล้วก็ยังใส่ถุงมือเลย

อนาวินทร์ประชดว่าโจ้ทำอะไรก็ถูกตลอดแหละ พุดชมพูหมั่นไส้เลยเอาสำลีจิ้มแผลจนเขาสะดุ้งจับมือเธอไว้ เขาสัมผัสถึงความสากของมือเธอจึงพลิกขึ้นมาดูถามว่าทำไมมือด้านจัง พอทายาเสร็จก็ฉุดมือเธอพาไปที่ห้องตัวเอง เอาครีมบำรุงผิวให้ เธอไม่เอา ขณะกำลังยัดเยียดให้กันนั้น มือถือพุดชมพูดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงช่อม่วงจากปลายสายพุดชมพูก็หน้าเครียด...

ooooooo

เมื่อพุดชมพูเล่าให้อนาวินทร์ฟังว่าช่อม่วงไปหาบริษัทที่ร่วมเสนอราคาไม่เจอ ตนเชื่อว่ามีคนเล่นตุกติกในบริษัทแน่ เขาบอกว่าคิดมากแล้วเอาครีมใส่มือให้เอาไปทา เธอดุว่าหัดสนใจบริษัทบ้างได้ไหมเขาก็สวนว่าหัดสนใจดูแลมือตัวเองบ้าง

พอพุดชมพูเดินกลับไป อนาวินทร์ที่ทำเป็นไม่แยแส แต่แอบเครียด กังวล...

วันนี้ ช่อม่วงชวนทรงรบไปกินข้าวเย็นกันบอกว่าจะพาเขาไปเลี้ยงเพราะงานกำลังไปได้ดี อารมณ์ดีชีวิตดีพลางฉุดแขนทรงรบที่ทำท่าลังเล พอดีนิลลดาเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพนั้นเธอทำท่าตกใจถามจิกช่อม่วงว่า “จะเป็นลมหรือ”

ช่อม่วงรีบปล่อยมือจากทรงรบ แล้วก็ทำหน้าไม่ถูกทั้งสองคน ทรงรบถามนิลลดาว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอถามว่าเห็นจดหมายของตนแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าเห็นแล้วแต่ยังไม่มีเวลาอ่าน เธอบอกไม่เป็นไร เย็นนี้ไปกินข้าวกันดีกว่า

ทรงรบมองนิลลดาแล้วถามช่อม่วงว่าให้ลดาไปกินข้าวกับเราด้วยได้ไหม ซ้ำที่เคยเรียกเธอ “คุณช่อ” ก็กลับเรียกอย่างสนิทสนมว่า “ช่อ” เฉยๆ ทำเอาช่อม่วงแปลกใจ งง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร ทรงรบยังเอาอกเอาใจและดูแลช่อม่วงเป็นพิเศษจนนิลลดาถามช่อม่วงว่าสนิทกับทรงรบนานแล้วหรือ ถูกเขาชิงถามว่า

“ก็ลดาไม่อยู่ตั้งสองปี ผมจะมีใครบ้างมันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ”

“ปกติรบเขาไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงน่ะค่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเพราะรบเขาเป็นคนตรงๆ แถมยัง... เนิร์ดๆด้วย”

“ช่อ...ทอดมันนี่อร่อยนะครับ กินอีกชิ้นสิ” ทรงรบตักทอดมันและยิ้มหวานให้ช่อม่วง นิลลดาอึ้งแต่เก็บอาการ

ทรงรบยังถ่ายรูปลง IG ให้ช่อม่วงแล้วจะกดไลค์ให้ด้วย เขาหยอกล้อพูดคุยกับช่อม่วงอย่างสนิทสนม จนกินข้าวเสร็จ เขาไปส่งนิลลดาแล้วไปส่งเธอที่คอนโด ช่อม่วงถามว่าวันนี้เขาเป็นอะไรดูแปลกๆ เขาถามว่าแปลกยังไง พอเธอยกตัวอย่างให้ฟังเขาก็ทำไก๋อ้างว่าเราทำงานกันมาพักหนึ่งก็สนิทกันบ้างเป็นธรรมดา

ช่อม่วงรู้สึกว่าเขาปิดบังอะไรตนอยู่จึงไม่คาดคั้น ขอบคุณที่มาส่งเตือนอย่าลืมกดไลค์ให้ตนด้วย แล้วเดินเข้าบ้าน

“ผมขอโทษนะคุณช่อ” ทรงรบพึมพำ ถอนใจสีหน้ากังวล

ooooooo

อนาวินทร์แอบกังวลเรื่องที่มีคนโกงบริษัท คืนนี้เขาโทร.ไปหาการันต์บอกว่าพุดชมพูตรวจเจอการทุจริตในบริษัทเราเธอสงสัยชวกร เตือนว่าคนนี้ไม่ใช่คนดี เพราะจับได้ว่าเขาหาบริษัทปลอมมาเสนอราคา ย้ำให้ดูให้ดีๆอย่าให้มันหลอกได้

การันต์สะดุ้งใจ ขอบใจที่เขาโทร.บอกแต่ไม่ต้องห่วงตนจะดูแลทางนี้ให้เอง

“ขอบใจว่ะ เออเห็นว่าพรุ่งนี้เขาจะไปตามเล่นงานมันถึงที่เลยแกตามไปดูด้วยสิ”

วันต่อมาช่อม่วงบอกชวกรว่าบริษัทที่ร่วมเสนอราคาเราติดต่อไม่ได้เลย ทรงรบถามว่าเขาติดต่อได้ไหม ชวกรตอบลนๆว่าได้ไม่น่ามีปัญหา ครู่เดียวการันต์ก็เข้ามาถามว่ามีอะไรกันหรือ พอทรงรบเล่าให้ฟังก็ทำเป็นบ่นว่ายังไม่เรียบร้อยอีกหรือ ทรงรบเสนอว่าเพื่อความรวดเร็วให้ชวกรพาไปที่บริษัทเลยดีไหมเชิญการันต์ไปด้วย

ขณะชวกรพาไป แต่เขาหลุกหลิกถ่วงเดินช้าๆ ทรงรบบอกว่าตามแผนที่บริษัทอยู่แถวนี้แหละ ทรงรบกับช่อม่วงเดินมาหยุดที่หน้าบริษัทที่มากันเมื่อวาน ทั้งสองตะลึง เมื่อบริษัทเปิดไฟสว่างภายในดูโอ่โถงพนักงานสี่ห้าคนทำงานกันอย่างคร่ำเคร่ง ชวกรเองก็แปลกใจแต่เก็บอาการ ขณะเดียวกัน การันต์พูดอย่างเป็นต่อว่า

“บริษัทก็เปิดทำการปกตินี่ครับ”

“เป็นไปได้ยังไง??” ช่อม่วงพึมพำตะลึง มองอย่างไม่เชื่อสายตา

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 6 วันที่ 7 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ