อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 7 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 7 ก.พ.60

หม่อมต่วนกลับตำหนักเล่าเรื่องสุรคมให้ลูกๆฟังอย่างสะใจ ที่ตนพูดให้หม่อมเอื้อนไม่ยอมรับอุรวศีเป็นสะใภ้ได้ ผู้หญิงม่ายขันหมากยังมีผู้ชายมาสู่ขอแต่ไม่ได้แต่งงาน นี่ผู้ชายถอนตัวไม่มาสู่ขอต้องอับอายขายหน้ากว่าหลายเท่า อรุณวาสีหน้าซีดเผือดเมื่อรู้ว่าสุรคมรักอุรวศี

ติโลตตมารู้ทันว่าแม่คงจะให้ลูกคนใดคนหนึ่งแต่งงานกับสุรคมแทน รีบออกตัวว่าตนแก่กว่าท่านชายหลายปี หม่อมต่วนมองไปยังอรุณวาสี เธอตกใจสุดขีดรู้ตัวว่าเป็นตนแน่ ร้องไห้ออกมาไม่อาจแย่งคนรักของน้องได้ หม่อมต่วนตวาดด้วยความหมั่นไส้



“อย่าบ่อน้ำตาตื้นนักเลย แย่งเยิ่งอะไรแม่ถามหม่อมเอื้อนมาหมดแล้ว หม่อมเอื้อนยังไม่ได้กราบทูลเสด็จเพราะเสด็จประชวรอยู่ ฉะนั้นไม่ถือว่ามีพันธะอะไร เรียกว่าแย่งไม่ได้หรอก”

อรุณวาสีร่ำไห้ถึงอย่างไรก็รู้แก่ใจ ติโลตตมารำคาญช่วยแม่พูดว่าหม่อมเอื้อนทนความฉาวโฉ่ของสองแม่ลูกไม่ได้เอง จะมาโทษเธอได้อย่างไร หม่อมต่วนไม่สนใจรวบรัดถ้าทนเห็นแม่อกแตกตายได้ก็ถือว่าเนรคุณ อรุณวาสีกลัวแม่มากไม่กล้าขัดใจอีกได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ด้านสุรคมพอรู้เรื่องราวจากหม่อมเอื้อน ก็ไม่ยอมเด็ดขาดที่จะแต่งงานกับอรุณวาสี ยืนกรานจะแต่งกับอุรวศีโดยไม่สนใจเรื่องหม่อมแม่ของเธอเพราะถือว่าคนละคนกัน

นวมเองพอได้ยินเรื่องหม่อมสลวยก็วิตกจริตกลัวลูกชายจะไปคว้าผู้หญิงที่พื้นเพครอบครัวเน่าเหม็นมาเป็นเมีย ปรึกษากับท่านเจ้าคุณจะไม่ยอมเสียดวงแขไป อยากได้เป็นสะใภ้ พระยารัชปาลีเองก็พอใจดวงแขเพราะเป็นลูกสาวเพื่อนรัก จึงยอมร่วมมือกับแผนของภรรยา

เย็นวันนั้นพออนลกลับถึงบ้าน คล้องรีบรายงานว่าคุณหญิงนวมป่วยกะทันหันตนกำลังจะไปบอกบ่าวไพร่ต้มยา อนลตกใจรีบเข้ามาดูอาการแม่ พระยารัชปาลีโกหกไม่เก่ง พยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ลูกจับได้ นวมทำทีเหนื่อยหอบพอลูกเข้ามาถามอาการก็บอกว่าตนคงอยู่ได้อีกไม่นาน เสียดายก็แค่อยากเห็นลูกมีเหย้ามีเรือนแต่ไม่อยากบังคับลูก ท่านเจ้าคุณรับมุกทันที

“โธ่คุณหญิงไม่เอาน่า อย่าร้องห่มร้องไห้ ประเดี๋ยวลูกมันจะไม่สบายใจ”

อนลเครียดจัดยิ่งเสียใจมาจากเรื่องอุรวศีจะเสกสมรสกับสุรคม จึงยอมรับแล้วว่าเรื่องของตนคงเป็นไปไม่ได้ หันมาเลือกทางกตัญญูต่อพ่อแม่จะดีกว่า ถ้าแม่ชอบใครจะไม่ขัดข้องอะไรอีก ทั้งเจ้าคุณและนวมสบตากันยิ้มปลื้มไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้

ค่ำวันเดียวกัน เกื้อดักรออนึกที่ประตูหลังบ้าน ตั้งใจจะห้ามหลานอย่างเด็ดขาด แต่อนึกไม่เชื่อฟังหาว่าเดินมาไกลเกินกว่าจะถอย เกื้อจึงขู่จะเอาเรื่องไปเล่าให้พระยารัชปาลีฟัง เพราะสิ่งที่เขาทำมันผิด ตัวเขาเองก็รู้ว่าผิดแต่ทำไมไม่เอาชนะด้วยสิ่งที่ดีกว่าก่อนจะสายเกินแก้ อนึกโมโหท้าให้ไปฟ้องแล้วตัวเกื้อเองก็ต้องผิดด้วยฐานร่วมมือในตอนต้น

“นี่นอกจากจะไม่สำนึกแล้ว พ่อใหญ่ยังจะขู่อากลับอีกหรือ” เกื้อผิดหวังมาก

“ถ้าอาเกื้อไม่ขู่ผมก่อน ผมก็ไม่กล้าหรอกครับ ผมบอกแล้วว่าผมถอยไม่ได้ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับอาเกื้อจะตัดสินใจก็แล้วกันครับ” อนึกจ้องหน้าด้วยแววตาท้าทายก่อนจะเดินไป

เกื้อถอนใจไม่คิดจะทำร้ายหลานจริง แค่ขู่เพื่อดึงให้เขาถอยออกมาอย่าถลำลึก

ooooooo

เช้าวันใหม่ อุรวศีนั่งพับเพียบสีซอกล่อมเสด็จจนหลับ สร้อยชะโงกมองว่าบรรทมแน่จึงบอกอุรวศีให้กลับไปพักผ่อนเสียที เฝ้าไข้มาทั้งคืน แต่ท่านหญิงกลับบอกว่าเต็มใจเพราะเป็นห่วง เสด็จป้าป่วยคราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา สร้อยชื่นชมที่ท่านหญิงมีความจริงใจ

อทริกากำลังหงุดหงิดที่สำอางพยายามชวนให้ออกไปหาพ่อพุ่มพระเอกละคร แต่ท่านหญิงเห็นว่าเสด็จป้าประชวรไม่กล้าทิ้งไปกลัวจะกริ้ว อุรวศีเดินมา อทริกายิ่งหงุดหงิดเพราะคิดว่ามาตามให้ทำหน้าที่เข้าเวร จึงเปรยลอยๆว่าเฝ้าไข้ทั้งวันทั้งคืนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ต่างจากติดคุกตรงไหน อุรวศีรู้นิสัยพี่สาว จึงบอกว่าเสด็จป้าบรรทมกว่าจะตื่นคงใกล้เที่ยง พี่อยากไปไหนไม่ไกลก็ไปได้ อทริกาหูผึ่งฉุกคิดกลัวมีความผิดจึงชวนแกมบังคับว่าอุรวศีต้องไปด้วย

“แล้วพี่หญิงนิดจะไปที่ไหนล่ะคะ”

“ฉันจะไปแค่เต๊งเท่านี้เอง ไม่ไกลหรอก”

อุรวศีนึกไม่ถึงว่าพี่จะไปสถานที่แบบนี้...เต๊งเป็นที่อยู่พนักงานชั้นในมีแต่ผู้หญิง นอกจากเป็นที่พักแล้วยังเปิดเป็นร้านขายของทั้งของกินของใช้คล้ายๆตลาดแต่อยู่ในพระบรมหาราชวัง เนื่องจากสาวชาววังออกไปข้างนอกลำบากจึงมักมาซื้อของกันที่เต๊ง มีทั้งข้าหลวงและเจ้านายหลายพระองค์ซื้อของกันคึกคักทั้งที่ไม่ใช่ของเกรดสูง

พุ่มเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนผู้ชายท่าทางเจ้าชู้ ชอบผู้หญิงด้วยกัน ขายผ้าด้วยการท่องกลอนเกี้ยวพาราสีหญิงสาวจนเขินอายควักเงินซื้อผ้าทีละหลายชิ้น...อุรวศีเดินมากับอทริกาและสำอางเห็นพุ่มก็ตกใจทำไมมีผู้ชายเข้ามาได้อย่างไร อทริกาหัวเราะกับสำอางก่อนจะบอก

“ไม่ใช่ผู้ชาย พุ่มเป็นหลานสาวคุณเถ้าแก่เจ้าของร้าน เป็นละครตัวพระของโรงละครปรีดาลัย”

“มิน่า กิริยาถึงดูพิกล ครึ่งชายครึ่งหญิง”

อทริกาไม่พอใจที่มาว่าคนที่ตนชื่นชอบ สำอางยิ้มแย้มเข้าไปแนะนำตัวกับพุ่ม และแนะนำท่านหญิงทั้งสอง ก่อนจะถามว่าวันนี้มีผ้าลายอย่างตกเข้ามาบ้างไหม พุ่มยิ้มแย้มมองสองท่านหญิงด้วยสายตาเจ้าชู้ อทริกาเขินอายแต่พอเจอสายตาอุรวศีที่มองกลับอย่างไม่พอใจก็ชะงักกลัวหลบตา หันไปแนะนำผ้าลายอย่างกับอทริกาและสำอาง

อุรวศีงงว่าอทริกาเป็นอะไรทำไมต้องมีท่าทีเช่นนั้น เมื่อซื้อของเรียบร้อยเดินกลับตัวตำหนัก อทริกายังพูดคุยถึงพุ่มกับสำอาง พอรู้ว่าพุ่มจะเป็นพระเอกเรื่องถัดไปก็คิดจะทูลลากลับบ้านและจะขอเอาสำอางไปด้วย สำอางดีใจ อทริกาหันมาถามอุรวศีจะไปด้วยกันไหม

“ขอบคุณค่ะ แต่หญิงชอบอ่านหนังสือมากกว่าไปดูละคร”

“อุ๊ย ลูกรักเสด็จพ่อ เอาเถอะแต่อย่างไรก็ขอบใจเธอมากนะที่ไปเป็นเพื่อน ถ้าไม่ได้เธอฉันคงไม่ได้มาเจอ...”

พูดไม่ทันจบอรุณวาสีเดินเข้ามาหา แต่พอเห็นว่าอุรวศีอยู่ด้วยก็ละอายใจหลบตา...อทริกาพาน้องมาคุยในห้อง อรุณวาสีร้องไห้ขอให้พี่ช่วยไปคุยกับแม่ ตนไม่อยากแต่งงานกับสุรคม อทริกาโวยวายถ้าทำอย่างนั้นตนอาจโดนจับแต่งเสียเอง พอดีอุรวศีมาบอกพี่ๆว่าเสด็จป้าตื่นบรรทมแล้ว อทริการีบขอไปทำหน้าที่เข้าเวร อรุณวาสีเช็ดน้ำตา อุรวศีเห็นตกใจเกิดอะไรขึ้นท่านหญิงผู้พี่หลบตาปัดว่าไม่มีอะไรตัดบทขอตัวไปเฝ้าเสด็จป้า อุรวศีงงว่าพี่ที่แสนดีเป็นอะไร

ด้านสุรคมเมื่อโดนหม่อมเอื้อนบีบให้แต่งงานกับอรุณวาสี จึงคิดมาขอความช่วยเหลือจากเมรา แต่พอเดินมาถึงวังอธิปซึ่งอยู่ติดกันมีรั้วกั้น ก็ได้ยินเสียงอธิปกับเมราเถียงกันเสียงดัง เรื่องอธิปเอาหม่อมเล็กๆมานอนในห้อง เมราไม่อาจทนได้มันหยามกันเกินไป

อธิปโมโหจะโวยใส่ แต่พอเหลือบเห็นสุรคมมาจึงชะงัก หม่อมเรี่ยมได้โอกาสไกล่เกลี่ยอย่าอารมณ์เสียแต่เช้าจะทำให้ขุ่นมัวทั้งวัน อธิปไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าสุรคม จึงบอกเมราว่า ตนจะสร้างเรือนใหม่ให้หม่อมเล็กๆทุกคน จะได้ไม่ต้องขึ้นมาเหยียบตำหนักนี้ แต่ถ้าตนไม่กลับมาค้าง จะมาตำหนิตนไม่ได้ พูดจบก็เดินหงุดหงิดออกไป

เมราฝืนยิ้มต้อนรับสุรคม หม่อมเรี่ยมกับเมราฟังเรื่องของสุรคมแล้วรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือหม่อมต่วนที่จะเอาชนะอุรวศีเป็นแน่ เมราเสนอให้รอเสด็จป้าหายประชวรแล้วตนกับแม่จะเข้าเฝ้ากราบทูลเรื่องนี้ให้ทรงทราบ

เรื่องนี้ไม่น่าจัดการยาก สุรคมใจชื้นขึ้นคิดไม่ผิดที่มาปรึกษา เมรากับหม่อมเรี่ยม พอใจมากถ้าได้สุรคมมาเป็นน้องเขย

ทางหม่อมต่วนรู้จากติโลตตมาว่าสุรคมไม่ยอมแต่งงานกับอรุณวาสี แต่หม่อมไม่หวั่นเพราะคิดว่าถ้าแม่ยอมก็ไม่มีปัญหา ยิ่งหม่อมเอื้อนเป็นคนโลภ ให้สมบัตินิดหน่อยคงจัดการไม่ยาก ติโลตตมาไม่เห็นด้วยหวงสมบัติไม่อยากแบ่งให้ใคร

“อย่าตระหนี่ให้มากนักเลยน่ะหญิงกลาง ทรัพย์สมบัติเพียงเท่านี้เทียบกับการได้หักหน้าและกดหัวลูกนังสลวย มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หรือเธอจะให้นังลูกเมียน้อยมันชูหน้าลอยคอเป็นเจ้าของวังโน้นกันทั้งพี่ทั้งน้องล่ะ” หม่อมต่วนเดินเชิดมีแปลกเดินตามออกไป

ติโลตตมายืนหงุดหงิดเสียดายเงินทอง พอดีเห็นคนรับใช้ถือดอกกุหลาบลับๆล่อๆอยู่ ก็รู้ว่าคงเป็นของท่านป้อม จึงเรียกให้เข้ามา คนรับใช้ส่งกุหลาบให้พร้อมจดหมายเพลงยาวหนึ่งฉบับ ท่านหญิงเปิดอ่านยิ้มเขินๆแล้วส่งคืน

คนรับใช้เอาจดหมายมาคืนให้ท่านป้อมและพูดตามคำสั่ง “มิใช่ไพร่ที่จะพอพระทัยแค่เพลงยาวเพคะ แต่ดอกไม้ทรงรับไว้เหมือนเดิมเพคะ”

ท่านป้อมคิดหนัก “รับดอกไม้ไว้ก็แปลว่าไม่รังเกียจ แต่เพลงยาวที่เขียนไปกลับส่งคืน แสดงว่าไม่ถูกใจ แล้วต้องให้อะไรถึงจะถูกใจล่ะ”

ติโลตตมาแอบมองลุ้นว่าท่านป้อมจะเข้าใจสิ่งที่ตนต้องการไหม

ooooooo

แม้คุณหญิงไกรจะทำให้อนลยอมแต่งงานกับดวงแข แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่คืบหน้า อนลยังคงหลบเลี่ยงไม่ไยดี จึงใช้แผนสุดท้ายคุยกับพระยารัชปาลีและนวมว่าก่อนกลับปากน้ำโพอยากให้ลูกๆหมั้นกันไว้ก่อน ไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่อยากให้ถูกต้องตามธรรมเนียมเท่านั้น

นวมเห็นว่าอีกไม่กี่วันจะเตรียมงานทันได้อย่างไร คุณหญิงไกรไม่ต้องการงานใหญ่โต แค่ญาติสนิทรับรู้ก็พอ งานแต่งค่อยทำให้สมเกียรติ

คืนนี้เดือนมืด อนลมองท้องฟ้าไม่เห็นดาวยิ่งรู้สึกเศร้า ขณะนั้นเองถึกกับคล้องประคองอนึกซึ่งเมามายเข้ามาทางประตูหลัง เพราะไม่กล้าพาเข้าประตูหน้าเกรงเจอท่านเจ้าคุณ พอพาเข้าห้องนอนได้ อนลก็ให้ถึกกับคล้องไปหาน้ำและผ้ามาเช็ดหน้าตาให้อนึก และให้เตรียมชาแก้เมามาด้วย ทั้งสองรีบวิ่งออกไป...อนึกเมาร้องขอเหล้าอีก ต้องดื่มให้เมาจะได้กล้า อนลแปลกใจ

“พี่ใหญ่จะทำอะไรถึงต้องใช้เหล้าย้อมใจให้กล้า”

“เปลี่ยนแปลง ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว”

อนลตกใจรีบถามเปลี่ยนแปลงอะไร อนึกพูดวกไปวนมา อนลพยายามถาม เขาพูดออกมาว่าไม่ยอมก็ต้องใช้กำลัง อนลงงใช้กำลังกับใคร แต่อนึกเมาหลับไปเสียก่อนอย่างน่าเสียดาย

ผ่านไปสี่ห้าวัน หม่อมเอื้อนร้อนใจ สุรคมยังยืนกรานไม่เสกสมรสกับอรุณวาสี ตัดสินใจมาบอกหม่อมต่วนไม่รู้จะทำอย่างไร หม่อมต่วนส่งสายตาให้แปลกพูดแทนตามที่เตี๊ยมไว้ “เรื่องมารยาสาไถยใครจะเก่งเหมือนนังสลวยเป็นไม่มี ท่านหญิงหลงก็คงได้ถ่ายทอดวิชามาบ้าง”

“ฉันเข้าใจและก็เสียดายเหมือนกันว่าจะรับไหว้ด้วยที่ดินติดแม่น้ำที่บางรัก พร้อมตึกที่ฝรั่งเช่าอยู่ แล้วก็เพชรทองส่วนที่เสด็จประทานให้ฉัน ฉันก็ตั้งใจจะยกให้ทั้งหมด” หม่อมต่วนทำทีถอนใจ หม่อมเอื้อนตาเบิกโพลงกับของรับไหว้ แปลกเสริมอีกว่าที่ดินนั้นตนเคยเห็น ใหญ่โตกว้างขวางไม่แพ้วังของท่านอธิป น่าเสียดายเหลือเกิน

ระหว่างนั้นหมอหลวงมาตรวจอาการเสด็จ ย้ำกับสร้อยและอุรวศีว่า โรคของเสด็จต้องระวังอย่าทรงกริ้ว พระอาการจะกำเริบ ท่านหญิงอยากรู้ว่าจะหายขาดเมื่อไหร่ หมอหลวงอึกอัก ตอนเดินออกมาส่ง หมอถึงบอกว่ายาที่ปรุงถวายเพียงแค่ประทังพระอาการเท่านั้น ช่วงนี้ต้องให้เสวยแต่ผักผลไม้ งดเนื้อสัตว์ หากจำเป็นก็เสวยเนื้อปลาได้ ต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย

หมอหลวงเดินไป อุรวศีกับสร้อยกำลังจะกลับเข้าห้อง หม่อมต่วนเดินนำติโลตตมา อรุณวาสี และหม่อมเอื้อนเข้ามา สีหน้าอรุณวาสีเหมือนโดนบังคับให้มา...อุรวศีเครียดขึ้นทันที รู้ว่าไม่ได้มาดีแน่ หม่อมต่วนบอกสร้อยว่าได้ข่าวเสด็จหายประชวรเลยมาขอเฝ้า

ติโลตตมายังเคืองไม่อยากเข้าเฝ้ามานั่งเล่นในห้องอทริกา เห็นหนังสือนิยายที่ท่านป้อมประพันธ์จึงขอให้น้องช่วยเล่าเรื่องของท่านป้อมให้ฟัง อทริกาสงสัยทำไมถึงสนใจขึ้นมา

เสด็จแปลกใจที่มีคนแห่มาเยี่ยม หม่อมต่วนออกตัวว่าหม่อมเอื้อนขอให้พามาเฝ้า มีเรื่องจะกราบทูลเรื่องท่านชายสุรคม เสด็จสบตาสร้อยทำนองไม่ใช่เรื่องดีแน่ หม่อมต่วนปรายตาไปที่หม่อมเอื้อนเป็นนัยให้พูดเอง หม่อมเอื้อนกลัวก็กลัว แต่ความงกมีมากกว่า

“เอ่อ ลูกชายของหม่อมฉันมากราบทูลว่า เอ่อเธอประสงค์จะเป็นทองแผ่นเดียวกับท่านหญิงเล็กเพคะ ทั้งนี้แล้วแต่เสด็จจะทรงพระกรุณา”

เสด็จหน้าตึง ตนเป็นถึงพระองค์เจ้า จะพูดแย่งสุรคมมาให้อุรวศีก็ไม่ได้ มองไปยังอรุณวาสี เธอหน้าเสียอายจนแทบแทรกแผ่นดินหลบตาทุกคน อุรวศีมองพี่สาวที่รักอย่างงงๆ

หม่อมต่วนยิ้มๆ พูดอย่างเกรงใจเสียเต็มประดา “หม่อมเอื้อนมาขอหญิงเล็กกับหม่อมฉัน หม่อมฉันก็ตอบว่าต้องกราบทูลเสด็จก่อน เพราะหญิงเล็กก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นหลานทรงชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก หม่อมฉันจึงได้พาหม่อมเอื้อนเข้ามาเฝ้าเพคะ”

เสด็จกล่าวน้ำเสียงเรียบๆ ถ้าจะขอต้องไปขอกับแม่เขา หม่อมเอื้อนรับคำ เสด็จมองอรุณวาสีถ้าคิดปฏิเสธก็จะช่วยแต่เธอกลัวแม่จนไม่กล้าทำอะไรเพื่อตัวเอง หม่อมต่วนสะใจที่เอาชนะอุรวศีได้ ปลายตามองอย่างดูถูกพูดน้ำเสียงเหยียดหยาม

“หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดขัดข้องเพคะ ถือว่าเป็นเรื่องมงคล ท่านสุรคมก็เป็นคนดี เป็นทั้งญาติไม่ห่างไกลกัน ทางฝ่ายหญิงเล็กก็มีสกุลทั้งทางพ่อทางแม่ ได้สะใภ้อย่างลูกหม่อมฉันคงไม่ทำให้ขายพระพักตร์ถึงวังโน้นดอกเพคะ”

เสด็จไม่พอใจรู้ว่าแขวะหลานรัก ปั้นยิ้มบอกหม่อมต่วนว่ายังขาดอยู่อย่าง แล้วหันไปถามอุรวศีว่ามีพานอยู่แถวนี้ไหม ท่านหญิงรู้ว่าเสด็จคิดอะไรจึงถามกลับไปว่าจะเอาไปทำสิ่งใด เสด็จยิ้มที่หลานชงกลับมาให้ “ฉันจะยกหญิงเล็กใส่พานถวายให้ชายสุรคมน่ะสิ”

หม่อมต่วน หม่อมเอื้อน และอรุณวาสีหน้าเสียรู้ว่าโดนเหน็บ เป็นการยกลูกสาวใส่พานให้เขาไม่มีศักดิ์ศรีเลย หม่อมต่วนโกรธกำพัดในมือแน่นไม่กล้ามีปฏิกิริยาตอบโต้...สร้อยรวบรัดขอให้ทุกคนทูลลาเพื่อเสด็จจะได้พักผ่อน พอทุกคนออกไป เสด็จก็มีอาการปวดพระชานุมากขึ้น อุรวศีรีบเข้าดูอาการเตือนว่าหมอกำชับแล้วอย่าทรงกริ้ว สร้อยรีบไปตามหมอหลวง

หม่อมต่วนเดินลิ่วออกมาด้วยความโกรธ หม่อมเอื้อนกับอรุณวาสีตามหลัง ติโลตตมากับอทริกาเดินสวนมาแปลกใจทำไมรีบกลับ หม่อมเอื้อนอายไม่กล้าพูดอะไรขอตัวไปตามบ่าวเอารถม้ามารับ อรุณวาสีน้ำตาร่วงว่าแล้วไม่ควรมา หม่อมต่วนตวาดเพราะเธอที่อ่อนตนจึงต้องมาจัดการให้จนโดนเหน็บเอาแบบนี้ แล้วหันไปเอ็ดท่านหญิงทั้งสองว่าหายไปไหนไม่มาช่วย

ติโลตตมากลับเห็นว่า “การที่เสด็จป้าทรงกริ้วก็แสดงว่าแม่จัดการเรื่องหญิงเล็กกับชายสุรคมสำเร็จไม่ใช่หรือคะ เสด็จป้ามีเลือดขัตติยะเต็มพระองค์ รับรองว่าจะไม่ทรงยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ให้เสื่อมเสียพระเกียรติแน่ และคงห้ามไม่ให้นังลูกบ่าวยุ่งเกี่ยว ถือว่าแม่ชนะโดยเด็ดขาดนะคะ”

หม่อมต่วนอารมณ์ดีขึ้น แค่นยิ้มแค่นี้เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่สาสมกับความสามหาวของอุรวศี

ooooooo

จันนำความมาเล่าด้วยความแค้นใจให้หม่อมสลวยและทุกคนในเรือนจางวางสมฟัง อนลมาเรียนดนตรีอยู่พอดีจึงรับฟังไปด้วย แสงร้องไห้สงสารหลานรัก ผินเตือนอย่าเชื่อจันมากเพราะยังไม่ได้ฟังจากปากท่านหญิง อนลสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ทำไมข่าวอื้ออึงออกมาได้

จันบอกรู้มาจากสำอางข้าหลวงคนสนิทของอทริกา แล้วจันก็เล่าตั้งแต่ที่อรุณวาสีมาขอให้พี่สาวช่วยจนมาถึงหม่อมต่วนพาหม่อมเอื้อนมาพบเสด็จเอง ผินปรามให้ลูกสาวหยุดเล่าเพราะแสงร่ำไห้หนักขึ้น...ตกเย็นผินจัดผลไม้ให้จันนำกลับไปถวายอุรวศี อนลเห็นของมากมายจึงอาสาขับเรือไปส่ง หม่อมสลวยขอบคุณน้ำใจของอนล

พอเดินมาถึงท่าน้ำ จันออกตัวก่อนเลยว่าไม่ขอรับฝากจดหมายอีกแล้ว อนลบอกว่าตนรู้แค่อยากให้เล่าให้ฟังว่าหม่อมต่วนร้ายมากอย่างไร จันสาธยายหมดเปลือก

หัวค่ำ อุรวศีเห็นเสด็จบรรทมแล้วจึงค่อยๆ ออกจากห้อง เป็นเวรอทริกาเฝ้าในคืนนี้ อุรวศีรู้ว่าพี่สาวไม่เต็มใจจะเฝ้าจึงบอกว่าคืนนี้ตนทำแทนให้ได้ แต่อทริกาเกรงเสด็จป้าตื่นมาไม่เจอตนจะโดนตำหนิเอา สำอางแปลกใจทำไมเสด็จถึงประชวรอีก อทริกาพูดแบบไม่คิด

“ก็คงกริ้วเรื่องหญิงเล็กกับชายสุรคมน่ะสิ ที่จริงหม่อมเอื้อนก็อยากได้หญิงหลงนะ แต่พอรู้เรื่องแม่สลวยเข้าก็เลยไม่เอา”

อุรวศีหน้าตึงที่พาดพิงถึงแม่ อทริกาเห็นสีหน้าก็ยิ้มแหยๆบอกอย่าโกรธเลยตนพูดไปตามจริง อุรวศีรู้นิสัยพี่คนนี้จึงไม่โกรธ เพราะคิดอีกทีเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตนไม่ต้องเสกสมรส

ด้านสุรคมพอรู้จากหม่อมเอื้อนว่าได้รับของรับไหว้จากหม่อมต่วนและได้กราบเรียนเสด็จแล้ว ก็โกรธมากประกาศไม่รับรู้ใดๆ แม้หม่อมเอื้อนคิดว่ามาพูดต่อหน้าอธิปแล้วสุรคมจะไม่กล้าปฏิเสธ เมรากับหม่อมเรี่ยมแอบยิ้มพอใจที่สุรคมไม่โอนอ่อน แถมประกาศก้องว่าจะเสกสมรสกับอุรวศีคนเดียวเท่านั้น

“ไม่ได้นะชาย ชายทำแบบนี้หญิงเล็กจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่โดนหม่อมต่วนถอนหงอกเอาหมดหัวเลยรึ” หม่อมเอื้อนหวาดหวั่น

สุรคมไม่สนใจ แม่เป็นคนทำก็แก้ปัญหาเอาเอง ว่าแล้วก็เดินหนีไป อธิปตัดบทก่อนเดินหนีไปอีกคน “เป็นอันว่าแผนมัดมือชกของหม่อมไม่สำเร็จ ถึงจะมาพูดต่อหน้าฉันก็ไม่ช่วยอะไร ต่อไปไม่ต้องมารบกวนฉันอีกแล้วนะ ฉันมีงานการต้องทำไม่ได้อยู่ว่างๆ”

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 7 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ