อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ.60

สุรคมไม่สนใจ แม่เป็นคนทำก็แก้ปัญหาเอาเอง ว่าแล้วก็เดินหนีไป อธิปตัดบทก่อนเดินหนีไปอีกคน “เป็นอันว่าแผนมัดมือชกของหม่อมไม่สำเร็จ ถึงจะมาพูดต่อหน้าฉันก็ไม่ช่วยอะไร ต่อไปไม่ต้องมารบกวนฉันอีกแล้วนะ ฉันมีงานการต้องทำไม่ได้อยู่ว่างๆ”

หม่อมเอื้อนอยากร้องไห้หันมามองเมรากับหม่อมเรี่ยมทำนองขอความช่วยเหลือ เมรายิ้ม “หม่อมใจเร็วด่วนได้เกินไปค่ะ ทีนี้พอชายสุรคมไม่ยอมก็ยิ่งเลยเถิดกลายเป็นเสียมากกว่าได้”



“พุทโธ่ ท่านหญิงเพคะ จะให้หม่อมฉันทำยังไง ก็หม่อมสลวยอื้อฉาวเสียขนาดนั้น ใครจะรับเข้าไปลง”

“หม่อมฟังความข้างเดียว หม่อมต่วนชังน้ำหน้าหม่อมสลวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็เลยพูดเกินจริง หม่อมสลวยมีผัวใหม่แต่ก็หลังจากเสด็จสิ้นพระชนม์ จะถือว่าคบชู้ไม่ได้หรอกค่ะ แถมยังย้ายหนีไปอยู่ปากน้ำโพ มิได้อยู่ด้วยกันกับลูก ใครจะมานินทาได้คะ” หม่อมเรี่ยมสาธยาย

หม่อมเอื้อนหน้าเสียที่เข้าใจผิด เมรายืนยันและนึกหมั่นไส้หม่อมเอื้อนจึงพูดให้เสียดาย “แล้วที่สำคัญคือ เสด็จป้าทรงโปรดหญิงหลงมากกว่าใคร วันเสกสมรสของหญิง ยังให้หญิงหลงยืมสร้อยเพชรประจำสกุลมาใส่ เสียดายที่หม่อมง่วนอยู่แต่ในครัวเลยไม่เห็น”

“หม่อมคิดดูนะคะว่าถ้าไม่โปรด เสด็จจะทรงทำอย่างนี้หรือ แต่พูดไปก็เท่านั้นล่ะค่ะ หม่อมทำแบบนี้คงเข้าพระพักตร์เสด็จไม่ได้อีกแล้ว” หม่อมเรี่ยมช่วยแกล้งตอกย้ำ

หม่อมเอื้อนแทบหมดแรง ทำให้สุรคมแต่งกับอรุณวาสีไม่ได้ ต้องโดนหม่อมต่วนเล่นงาน จะถอยกลับไปหาอุรวศีก็ไม่ได้อีก อยากจะบ้าตาย

ในขณะที่อุรวศีไม่เสียใจอะไรท่าทางมีความสุข สร้อยบอกว่าอาหารที่ทรงปรุงถวายเสด็จ ท่านเสวยจนหมด ท่านหญิงออกตัวว่ายังเก่งไม่เท่าญาติฝ่ายแม่ โดยเฉพาะป้าผ่อง ต้องถือว่าหาตัวจับยาก ขณะนั้นเอง จันเดินนำผินเข้ามากราบทูลว่าแสงอาการทรุด อุรวศีตกใจ เป็นห่วงเสด็จป้าก็ห่วง ห่วงยายก็ห่วง สร้อยเข้าใจจึงบอกให้ท่านหญิงไปเยี่ยมยาย ทางนี้ตนจะถวายรับใช้เอง ถ้าเสด็จทรงถามตนจะทูลตามความจริง อุรวศีขอบคุณแล้วรีบออกไป

ooooooo

พอแสงเห็นหน้าหลานรักมาเยี่ยมก็สดชื่นขึ้นยอมทานอาหารและยอมกินยาฝรั่ง หม่อมสลวยค่อยสบายใจขึ้นที่แม่ยอมกินยา อุรวศีย้ำกับแสงว่ายาฝรั่งจะช่วยให้หายเร็ว และควรให้หมอฝรั่งมาดูอาการด้วย

ได้กลับมาบ้านทั้งที อุรวศีจึงเดินเล่นบริเวณบ้าน รู้สึกเหมือนมีใครมาอยู่ข้างหลังจึงหันไปมอง ปรากฏว่าเป็นอนลยืนมองห่างออกไป ต่างฝ่ายยิ้มในหน้าด้วยไม่คิดจะได้เจอกัน อนลค้อมศีรษะให้ อุรวศีหุบยิ้มปั้นหน้านิ่งถามเขามาหาใคร

“กระหม่อมมาขอพบหม่อมท่าน กระหม่อมมีของมาฝากหม่อมท่านเพื่อส่งถวายต่อท่านหญิง ขอถวายในตอนนี้เสียเลยกระหม่อม” อนลส่งสมุดเก่าเล่มเท่าฝ่ามือ หน้าปกมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษว่า...Diary

อุรวศีเห็นจำได้ว่าเป็นของเสด็จพ่อ อนลบอกว่าใช่ตนเจออยู่ในลิ้นชักโต๊ะทรงพระอักษรในกระทรวง ไม่มีใครสนใจจึงขอมาเก็บไว้เพื่อถวายคืนท่านหญิง อุรวศีรับสมุดอย่างระมัดระวังไม่ให้ปลายนิ้วสัมผัสปลายนิ้วเขา อนลมองการไว้ตัวของท่านหญิงแล้วยิ้มอย่างมีความสุข... เพราะก่อนหน้าที่จะเอามามอบให้ เขารู้ว่ามือท่านหญิงจะต้องสัมผัสสมุด จึงประทับจูบไว้ที่ไดอารี่ตั้งแต่เมื่อคืน ท่านหญิงไม่รู้ถึงความเจ้าเล่ห์ของเขา ได้แต่กล่าวขอบใจ แต่แล้วมีกระดาษเล็กๆ ปลิวหล่นลงพื้นก็ทรงเก็บขึ้นมา เห็นกลอนสั้นๆที่อนลเขียนไว้

“มิอาจพบประสบพักตร์ ใช่ว่าจักคิดหักใจ คิดถึงทุกวันไป แม้มิได้อยู่ใกล้กัน ไม่ใกล้ก็เหมือนใกล้ เพราะดวงใจอันผูกพัน เหมือนเห็นกันทุกวัน เราพบกันนั้นด้วยใจ”

อุรวศีอึ้งเพราะเป็นกลอนเกี้ยว อนลทำทีตกใจทูลว่ากระดาษนั้นตนเขียนเพลินๆระหว่างนั่งอยู่บ้านครู คงเผลอสอดไว้ในสมุด อุรวศีค้อนเล็กๆในความเจ้าเล่ห์ของเขา อนลดึงกระดาษกลับคืนไป แต่บทกลอนนั้นอยู่ในความทรงจำของท่านหญิงเสียแล้ว

ระหว่างนั่งรถม้ากลับวัง อุรวศีเปิดไดอารี่ของ เสด็จพ่ออย่างทะนุถนอม ท่านทรงเขียนหนังสือตัวบรรจงถึงขั้นตอนการทำงาน หมายกำหนดการและผลที่ออกมา แสดงถึงความใส่ใจในการทำงานของท่าน ท่านหญิง

อ่านไปอย่างตั้งใจ แต่แล้วก็หวนนึกถึงคำกลอนของอนล ทำให้ต้องพึมพำกับตัวเองเบาๆ “นึกว่าฉันไม่รู้เท่าทันรึ ท้าวแสนเปื้อน”

ในขณะที่อนลยิ้มแย้มกลับบ้านด้วยหัวใจเต็มไปด้วยความสุข แต่พอเข้ามาในบ้านต้องแปลกใจเมื่อเห็นพ่อแม่และคุณหญิงไกรนั่งรออยู่พร้อมหน้า มีดวงแขนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น พระยารัชปาลีเรียกให้เข้าไปนั่งข้างดวงแข แล้วผู้ใหญ่คุยกันทำนองยินดีที่ให้เขากับดวงแขหมั้นกัน อนลตกใจสุดขีดทำอะไรไม่ถูก นวมพูดเตือนที่เขายอมให้แม่จัดการทุกอย่างตอนนี้ถึงเวลาแล้ว คุณหญิงไกรยิ้มปลื้มอกปลื้มใจ นวมรวบรัดหยิบกล่องแหวนออกมา

“สินสอดทองหมั้นอย่างอื่นเอาไว้ท่านเจ้าคุณลงมาพระนครเดือนหน้า ก็จะขอมอบเสียวันนั้น เพราะจะได้นำกลับไปสะดวกปลอดภัย ส่วนวันนี้ฉันเห็นฝรั่งเขานิยมมอบแหวนให้กัน ถ้าพ่อนลจะมอบแหวนให้หนูดวงแขเป็นส่วนหนึ่งของของหมั้น คุณหญิงคงไม่ขัดข้องนะคะ”

คุณหญิงไกรเห็นแหวนเพชรเม็ดเบ้อเร่อส่องประกายแวววาวก็หันไปยิ้มกับดวงแข ก่อนจะตอบว่าไม่ขัดข้อง ท่านเจ้าคุณกับนวมเห็นอนลกระอักกระอ่วนก็ช่วยกันพูดกลบเกลื่อนว่าลูกตื่นเต้นแล้วดันให้สวมแหวนแก่ดวงแข อนลหน้าซีดเหมือนฝันร้ายไม่มีรอยยิ้มสักนิดบนใบหน้า

คืนนั้นอนลนิ่งเฉยไม่พูดคุยกับดวงแขสักคำ ไม่ว่าเธอจะชวนคุยใดๆ เธอโมโหมาบ่นกับแม่ด้วยความเบื่อเต็มทน คุณหญิงไกรต้องปลอบว่าอยู่กินกันไปไม่นานก็รักกันเอง

ด้านอนลเศร้าจนหมดอาลัยตายอยาก นั่งเขียนบทกลอนที่เคยเขียนให้อุรวศีลงในสมุดบันทึกของตัวเอง แล้วบอกตัวเองว่าต้องทำตัวเหมือนสมุดบันทึกคือเก็บทุกอย่างไว้กับตัว

ooooooo

เช้าวันใหม่ อทริกาเข้าไปปรนนิบัติเสด็จไม่ทันไรก็วิ่งร้องไห้ออกมา สำอางวิ่งตามหลัง อุรวศีตกใจ ถามเสด็จป้าปวดพระชานุมากหรือ สำอางตอบแทนว่าใช่ ทำอะไรให้ก็กริ้วไปหมด อุรวศีจะเข้าไปปรนนิบัติแทนทั้งที่เพิ่งออกเวร

พอเสด็จเห็นอุรวศีเข้ามาก็ไล่ให้กลับออกไป แต่เธอกลับถอยมานั่งพับเพียบมุมห้อง บอกไม่อยากปล่อยให้เสด็จป้าอยู่พระองค์เดียว เสด็จอึ้งดีใจที่หลานเป็นห่วง แต่ยังทำเสียงดุอยากอยู่ก็อยู่เงียบๆอย่าส่งเสียงให้รำคาญ สักพักเสด็จพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ หันมามองหลานรัก

“วุ้ยนั่งนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้น เห็นแล้วรกลูกตา ไปเอาซอมาเล่นไป๊”

อุรวศียิ้มรู้ว่าเสด็จป้าอารมณ์ดีขึ้น ลุกไปหยิบซอมาบรรเลงและร้องขับกล่อม...พอเที่ยง เสด็จมีความประสงค์เสวยอาหารที่ระเบียง สร้อยดูแลจัดการ เสด็จให้ทุกคนออกไป สร้อยรู้ใจทูลถามมีอะไรจะรับสั่ง เสด็จยิ้มพอใจสมกับที่อยู่ด้วยกันมานาน และกล่าวด้วยสีหน้าขรึมลง

“สร้อย...ข้าจะสั่งเสียวันนี้ที่ข้ามีเรี่ยวแรงพอจะสั่งได้ เมื่อข้าตายไป ตำหนักนี้ก็ต้องปิด เจ้าขยับขยายไปอยู่ข้างนอกเถิด ข้าจะให้เงินทองเจ้าไว้พอเลี้ยงชีพได้ พ่อเจ้าก็แบ่งมรดกไว้ให้พอสมควรคงอยู่ได้สบาย แต่ญาติพี่น้องคงพึ่งไม่ได้ ข้าดูแล้วมีแต่จะยกโขยงมาสูบเลือดเจ้าจนหมด”

สร้อยใจหายน้ำตารื้นขออย่าพูดแบบนี้ เสด็จต้องอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรพวกตนอีกนาน เสด็จรู้ตัวดี ย้ำกับสร้อยจริงจัง “ฟังข้านะ หลานทั้งหมดข้าห่วงหญิงหลงอยู่คนเดียว นอกจากจะเห็นแก่พระองค์ชายแล้ว ข้ายังเห็นว่าหญิงหลงเป็นคนมีน้ำใจ คอยสังเกตสังกาว่าข้าสบายหรือไม่สบาย ชอบไม่ชอบอะไร ไม่เหมือนคนอื่น แต่เดิมข้าหวังจะให้หญิงหลงมีคู่จะได้หมดห่วง แต่แม่ต่วนก็มาหักหาญเสียก่อน สิ้นข้าไปแล้วหลานข้าก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว มิรู้จะโดนรังคัดรังแกอีกมากเท่าใด ก็เหลือแต่เจ้าที่ข้าพอจะฝากฝังให้ดูแลหลานข้าต่อไป”

“หม่อมฉันขอถวายสัญญาเพคะ จะดูแลท่านหญิงสมดังที่เสด็จไว้วางพระทัย”

เสด็จขอบใจสร้อย บ่นเสียดายและเป็นห่วงที่อุรวศียังไม่มีคู่ เกิดเป็นหญิงรับราชการก็ไม่ได้ ยิ่งเป็นหญิงสูงศักดิ์จะตากหน้าค้าขายก็เสียเกียรติ ไม่ง่ายเลยจริงๆ...

ในขณะที่หลานอีกคน ติโลตตมา...ซึ่งถือดีออกจากวังกลับมาอยู่ตำหนัก ในใจคิดแต่จะต้องได้ดีกว่าพี่น้องทุกคน พอได้รับกำไลทองของท่านป้อมฝากคนรับใช้มาให้ ก็คิดในใจว่ารวยจริงอย่างที่อทริกาบอก เลียบเคียงถามคนรับใช้ว่าท่านป้อมนัดอีกเมื่อไหร่

“ท่านป้อมทรงให้หม่อมฉันไปรอที่ท้ายสวนเพคะ ตรัสว่าคุยธุระกับหม่อมใหญ่เสร็จเมื่อไหร่จะมาพบ เพื่อฝากคำพูดมาให้ท่านหญิงกลางเพคะ”

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ