อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 7 วันที่ 9 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 7 วันที่ 9 ก.พ.60

พุดชมพูถูกขังอยู่ในห้องเก็บของที่มืดสนิท เธอนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกเพื่อนแกล้งจับขังในห้องเก็บของที่โรงเรียนและเกือบถูกไฟคลอกตาย เธอยิ่งกลัวตัวสั่น คลานในความมืดไปทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือ

ทันใดนั้น ประตูเปิดออก อนาวินทร์ในสภาพอิดโรยเพราะพิษไข้ เรียก “พุด” แต่พุดชมพูก็ฟุบหมดสติไปแล้ว

อนาวินทร์พยายามเรียกเธอจนรู้สึกตัว ถามว่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม แต่พุดชมพูกลับคิดว่าเขาเป็นคนแกล้งปิดประตูขังเธอไว้ถามว่าทำไมต้องแกล้งกันด้วย อนาวินทร์ที่ไข้สูงมากพยายามจะบอกว่าตนมาช่วยเธอต่างหากแต่ไม่ทันบอกก็ล้มตึงลง พุดชมพูตกใจ พอจับตัวจึงรู้ว่าไข้สูงมาก พยายามพาเขากลับห้องนอนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตัวและป้อนยาให้



จนเมื่อแม่กับน้าจิตกลับมา เธอจึงรู้ว่าน้าจิตออกไปแล้วกลับมาเอาของ เห็นประตูห้องเก็บของเปิดนึกว่าตัวเองลืมปิด จึงปิดประตูใส่กลอนและปิดไฟ พอรู้ความจริง พุดชมพูรู้สึกผิดที่อนาวินทร์มาช่วยตนแท้ๆ แต่กลับถูกเข้าใจผิด

คืนนี้ เมื่อไปเฝ้าไข้เขาที่ยังนอนซมไม่รู้สึกตัว เธอพึมพำอย่างซึ้งใจ “นายไม่สบายขนาดนี้ยังอุตส่าห์ลุกมาช่วยฉัน” แล้วนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ตกดึกเขาเพ้อมือป่ายปะ “ทำไมปู่ไม่เชื่อใจผม ปู่ไม่รักผม...ปู่ไม่เคยรักผม...”

“ปู่รักนายนะ เชื่อฉันสิ ปู่รักนาย รักมากกว่าใครในโลกนี้เลย” เธอจับมือเขา โอบกอดเขาไว้อย่างปลอบใจ อนาวินทร์ค่อยสงบลงและหลับในอ้อมกอดของเธอ...

รุ่งเช้า อนาวินทร์รู้สึกตัวขึ้นมาเห็นพุดชมพูฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เขาหิวน้ำเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ พุดชมพูตื่นเห็นเขารู้สึกตัวแล้วเธอดีใจมากถามเขาว่าดีขึ้นไหม

พอเอามืออังหน้าผากไข้ลดแล้วเธอบอกให้รอสักครู่จะไปอุ่นข้าวต้มให้ เขาถามว่าหายโกรธตนแล้วหรือ เธอขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ที่จริงน้าจิตเป็นคนล็อกประตูห้องเก็บของ เธอขอโทษและขอเขาอย่าโกรธที่ถูกด่า

อนาวินทร์ซึ้งใจที่เธอเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน อ้อนขอให้ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ พอเธอเปลี่ยนเสื้อให้ก็จะให้เปลี่ยนกางเกงด้วย อ้างว่าตนไม่มีแรง เธออึกอักแล้วลุกไปบอกว่าจะเรียกน้าจิตให้มาเปลี่ยนให้ เขาตกใจรีบร้องบอก

“เฮ้ย...ไม่ต้อง...ไม่ต้อง มีแรงแล้ว”

ooooooo

วันนี้ ช่อม่วงเอาหนังสือ “สองรักหนึ่งหัวใจ” เล่มเก่ามากแต่เก็บรักษาไว้อย่างดีมาให้ทรงรบแทนคำขอบคุณที่เขาช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเมื่อวาน บอกว่า เล่มนี้เหมาะกับเขา อยากให้อ่านดูถ้าเราจะ...เอ่อ...

ช่อม่วงพูดไม่ทันจบ นิลลดาก็เข้ามาพอดี เธอทำอาหารกลางวันมาให้บอกว่าทำให้เขาเป็นพิเศษ เป็นอกไก่กับสลัดผลไม้ ช่อม่วงชมว่าสวยน่ากินมากแต่เสียดายที่รบกินไม่ได้ นิลลดามองขวับถามว่าทำไมหรือ

“รบเขาแพ้กล้วยน่ะสิคะ กินเข้าไปปากบวมตาบวมผื่นขึ้นเลยค่ะ คิดว่าแพ้ยางกล้วย” นิลลดาติงว่าเมื่อก่อนสลัดแบบนี้เขากินได้เป็นชามๆ ช่อม่วงบอกแสดงความสนิทสนมว่า “อาการแบบนี้รบเพิ่งมาเป็นเมื่อไม่นานนี้ค่ะ”

“เราไม่เจอกันตั้งนาน ผมไม่ได้เหมือนเดิมทุกอย่างหรอกนะลดา” ทรงรบบอกเธอเป็นนัย นิลลดารู้สึกเสียหน้ามาก

ช่อม่วงแกล้งเป็นแฟนกับทรงรบได้แนบเนียน เมื่อนิลลดากลับไปแล้วเขาขอบคุณที่เธอยอมช่วย เธอถามว่าเย็นนี้เขาว่างไหม? เธอชวนเขาไปติดตามการเคลื่อนไหวของชวกรเพื่อจะจับให้ได้ว่าชวกรมีลับลมคมในอะไร

ไปซุ่มดูชวกรออกจากที่ทำงานตรงเวลาเลิกงานเป๊ะทุกวัน เชื่อว่าเขาต้องมีอะไรพิเศษแน่ ตามไปที่ร้านอาหารเห็นชวกรนัดทิพนาถกินข้าวกันเป็นชั่วโมง ออกจากร้านอาหารทั้งสองก็ไปที่อาคารพาณิชย์ที่มีประตูเหล็กมีการ์ดเฝ้าเข้มงวด ไม่นานก็เห็นชายคนหนึ่งออกมารับ ช่อม่วงจำได้ว่าคือผู้จัดการกิตติที่บริษัทร่วมเสนอราคาเมื่อวานนี้ ทำให้ยิ่งสงสัย

กิตติพาชวกรกับทิพนาถเข้าไปในอาคารพาณิชย์ ช่อม่วงที่เตรียมพร้อมมาแล้ว จึงเอาอุปกรณ์มาปลอมตัวกับทรงรบจะตามไป แต่ก่อนเข้าไปช่อม่วงโทร.เล่าให้พุดชมพูฟัง บอกว่าถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงตนไม่โทร.กลับให้แจ้งตำรวจได้เลย พอจะเข้าไปยามไม่ให้เข้า ช่อม่วงอ้างว่าเรามากับชวกรและทิพนาถ ยามจึงปล่อยให้เข้า

ที่แท้ข้างในเป็นบ่อน! ทั้งสองเข้าไปแล้วงง แต่ต้องพยายามทำเนียนเพื่อไม่ให้พนักงานในบ่อนจับได้ แต่เข้าไปก็ไม่เห็นชวกรกับทิพนาถแล้ว ตัดสินใจตามหากิตติแทนเพื่อจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ช่อม่วงเดินไปเจอกิตติเธอมองจนแน่ใจจำได้ว่าเป็นผู้จัดร้านการเมื่อวานแน่ ทรงรบติงว่าเขาอาจมาเล่นก็ได้ แต่ก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องออกไปรับชวกรกับทิพนาถด้วย

ทิพนาถเล่นเสียมากเธอหงุดหงิดบอกชวกรว่าถ้าตานี้เสียอีกก็เลิกเพราะเงินหมดแล้ว ชวกรกล่อมให้ใจเย็นๆเดี๋ยวตนหามาให้เธอต่อทุนเอง

ช่อม่วงกับทรงรบติดตามการเคลื่อนไหวของกิตติ เห็นพนักงานมาเรียก “ผู้จัดการครับ...” ทั้งสองมองหน้ากันแน่ใจว่าพวกตนถูกหลอก บริษัทที่ไปดูเมื่อวานเป็นแค่ละครตบตา ทรงรบบอกว่าเราต้องหาหลักฐานเปิดโปงพวกเขาให้ได้

กิตติไปหาชวกรที่รออยู่ที่บาร์ถามว่ามีอะไรให้รับใช้ ถามว่าวันนั้นที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง บอกชวกรว่า

“คุณติดหนี้ผมนะเนี่ย”

“ขอบคุณมากจริงๆ ผมนึกว่าจะแย่เสียแล้วคุณนี่เล่นละครเก่งไม่ใช่เล่น...เออ...ที่เรียกมานี่คุณทิพเขาอยากต่อทุนหน่อย” กิตติบอกว่าไม่มีปัญหาแต่ดอกต้องมากกว่าเดิมเพราะครั้งที่แล้วยังไม่คืนเลย “ได้อยู่แล้วน่า เงินพี่เขาไม่ใช่เงินผม”

ทรงรบกับช่อม่วงได้ยินทั้งสองคุยกันชัดเจน ช่อม่วงเร่งถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ทันใดก็มีเสียงการ์ดห้ามจากข้างหลัง ว่าในนี้ห้ามถ่ายรูป การ์ดอีกคนจำได้ว่าสองคนนี้อ้างว่ามากับชวกร ถามว่าเจอกันหรือยัง ช่อม่วงบอกว่าเจอแล้วแต่แยกกันเล่นและรีบขอตัว

“เดี๋ยวก่อนครับ กรุณารออยู่ตรงนี้สักครู่” การ์ดคนนั้นบอกให้เพื่อนไปตามชวกรมา

ทรงรบกับช่อม่วงใจหายวาบ ถูกการ์ดคนนั้นคุมเข้มอยู่ การ์ดอีกคนที่ไปตามชวกรแถวบาร์ แต่ทั้งกิตติและชวกรไม่อยู่แล้ว

ช่อม่วงกับทรงรบมองหน้าการ์ดที่คุมอยู่เครียด สถานการณ์วิกฤติ คิดหนักว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี!

เมื่อไข้ลดอาการดีขึ้น อนาวินทร์ลงไปข้างล่าง ภัทราบอกให้พุดชมพูพาเขาไปเดินพักผ่อนที่ “บัลลังก์ดอกไม้”

“บัลลังก์ดอกไม้” ที่ภัทราพูดถึง คือสถานที่ที่คุณพ่อของพุดชมพูเตรียมที่ไว้ มีกระถางต้นไม้ที่มีดอกสีชมพูเล็กๆ อนาวินทร์ถามว่าดอกอะไร ดูใกล้ๆก็สวยดี

“เขาเรียกว่าดอก ‘พุดชมพู’ พ่อปลูกไว้และพ่อก็ตั้งชื่อฉันตามดอกพุดชมพูนี่แหละ” เขาก้มดมบอกว่าไม่เห็นหอมเลย “บ้า ก็พุดชมพูเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น จะหอมได้ยังไง” เขายังติดใจที่ภัทราเรียกชื่อบัลลังก์ดอกไม้ เธอจึงเล่าให้ฟังว่า

“พ่อเรียกน่ะ ที่ตรงนี้คือที่ผืนแรกที่พ่อซื้อไว้ พ่อตั้งใจจะสร้างศาลาที่นั่งเล่นให้ฉัน โรงเรือนนั่นเป็นที่ทำงานของพ่อ พ่อปลูกพุดชมพูไว้เพื่อจะเอามาแต่งศาลา แต่ก็ยังไม่ทันได้ทำ...” เล่าได้แค่นี้เธอก็พูดไม่ออก

อนาวินทร์รับรู้ความสะเทือนใจของเธอ เขาขยับเข้าใกล้ เอามือวางบนไหล่เธอ บีบเบาๆอย่างปลอบใจ...

ระหว่างนั้น ช่อม่วงโทร.มาบอกว่ากำลังจะตามชวกรกับทิพนาถเข้าไปในบ่อน อีกชั่วโมงถ้าตนไม่โทร.มาให้เธอไปแจ้งความตำรวจได้เลย แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง พุดชมพูก็จะโทร.ไปหาเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะเป็นอะไร อนาวินทร์ทักท้วงว่าช่อม่วงขอเวลาหนึ่งชั่วโมงเกิดโทร.ผิดจังหวะจะยิ่งแย่ เธอมองหน้าเขาอย่างกลุ้มใจ

ooooooo

ชวกรกลับไปหาทิพนาถที่โต๊ะพนันพร้อมชิปในถาด พอดีการ์ดตามมาบอกชวกรบอกว่าแขกหน้าใหม่ สองคนบอกว่ามากับเขา ชวกรจึงเดินตามการ์ดไปงงๆ

ทรงรบกับช่อม่วงเห็นชวกรเดินมากับการ์ดก็จับมือกันเครียด จะหนีก็ถูกการ์ดคุมเข้มอยู่ ทันใดนั้น ทิพนาถโวยวายขึ้นที่โต๊ะพนันหาว่าถูกโกง ตนเพิ่งแลกชิปมาตั้งเยอะเสียหมดอีกแล้ว ชวกรได้ยินเสียงโวยวายจึงไปดู บอกให้ทิพนาถเงียบก่อนคนมองกันใหญ่แล้ว เธอขู่ว่าถ้าไม่เอาเงินมาคืนตนจะแจ้งตำรวจ

การ์ดที่คุมทรงรบกับช่อม่วงเห็นความวุ่นวายบอกให้ทั้งสองรอที่นี่ก่อน แล้วรีบไปที่โต๊ะพนัน แต่พอทิพนาถได้ชิปเพิ่มมาก็เงียบ การ์ดจึงเดินกลับมาปรากฏว่าทรงรบกับช่อม่วงหายไปแล้ว ชวกรเลยไม่รู้ว่าใครที่อ้างว่ามากับตน

แม้ทางบ่อนจะสั่งการ์ดให้ตามหาทั้งสอง แต่ก็หาไม่เจอ ทรงรบกับช่อม่วงวิ่งหนีสุดชีวิต ช่อม่วงทำโทรศัพท์หล่นพอดีมีสายเข้าเธอเห็นชื่อพุดชมพูโทร.มา กำลังจะเก็บ นักพนันคนหนึ่งเดินมาและเตะโทรศัพท์กระเด็นไป ช่อม่วงจะตามไปเก็บเพราะในนั้นมีรูปที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ทรงรบบอก “ผมเอง” แล้วเขาก็หาจังหวะเข้าไปเก็บโทรศัพท์มาได้

ช่อม่วงมองมาดแมนของเขาอย่างประทับใจสุดๆ แล้วพากันวิ่งออกจากประตูไป

ขับรถหนีไปจนเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ทรงรบจอดรถข้างทาง บอกเสียงที่ยังไม่หายตื่นเต้นว่า “เรารอดแล้ว” ทั้งสองสบตาหัวเราะกันอย่างโล่งอก ทันใดนั้น พุดชมพูโทร.เข้าพอดี ช่อม่วงรีบกดรับ

“ช่อ!! เป็นยังไงบ้าง เมื่อกี๊โทร.ไปก็ไม่รับ ฉันเป็น ห่วงแทบแย่”

“ฉันโอเค นี่สรุปว่าตึกนั้นน่ะ ที่แท้มันคือบ่อน นายชวกรพาคุณทิพนาถไปเล่นไพ่ ผู้จัดการบ่อนคือคนเดียวกับผู้จัดการบริษัทเจริญวัสดุที่ร่วมเสนอราคา นายชวกรมันสร้างเรื่องหลอกเราทั้งหมด!” ช่อม่วงเล่าเร็วปรื๋อ แล้วจะส่งรูปให้ดู แต่แบตหมด ทรงรบบอกว่าไม่ต้องรีบส่งก็ได้ ตอนนี้ตนหิวมากไปกินข้าวกันก่อน

พอสั่งอาหารมาช่อม่วงกินอย่างหิวโหยจนทรงรบทักว่าไม่ยักรู้ว่าเธอกินเก่งขนาดนี้ เธอตอบไปกินไปว่า “ก็หิวนี่”

“ปกติอยู่ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงเขาไม่กล้ากินเยอะกันไม่ใช่หรือ คุณนี่ดีจังนะ ง่ายๆสบายๆ เห็นยังไงก็อย่างนั้น” เขาเอื้อมมือไปหยิบไฝปลอมที่เธอลืมแกะออก มองแล้วบอกว่า “ค่อยกลับมาเป็น ‘ช่อ’ คนเดิมหน่อย” มองไฝในมือเปรยๆว่า “แปลกดีนะ กับบางคนขนาดไม่ได้ปลอมตัวเรายังไม่รู้เลยว่าเรารู้จักตัวจริงของเขาหรือเปล่า”

ช่อม่วงฟังแล้วชะงักไม่รู้ว่าเขาหมายถึงตนหรือนิลลดา มองเขาแว่บหนึ่งแล้วทำตัวสดใสเหมือนเดิมบอกว่า “คุณเลี้ยงนะมื้อนี้” พอเขาเรียกคนขายให้คิดเงิน เธอรีบสั่งคนขาย “พี่คะโจ๊กหมูใส่ไข่สองถุงกลับบ้านค่ะ”

สั่งเสร็จหันยิ้มกับเขาแบบได้ที เขามองเธอแล้วอดขำตลกบริโภคของเธอไม่ได้

เมื่อกลับถึงบ้าน ทรงรบเอาหนังสือที่ช่อม่วงให้ออกมาวางคู่กับจดหมายของนิลลดาที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เขาทำท่าจะอ่านนิยายเล่มนั้น แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะวันนี้เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว

ooooooo

วันนี้ การันต์เจอกับหวายในฟิตเนส เขาทักเธอว่ามาออกกำลังกายแต่ใจลอย เธอบอกว่าคิดถึงวิน แต่ไปหาไม่ได้เพราะวินกำลังมีแผนทำดีกับพุดชมพูให้ตายใจเพื่อจะได้ยกมรดกคืน เขาถามว่าถ้าเกิดพุดชมพูอยากเป็นอะไรมากกว่านั้นล่ะ

“ข้ามศพหวายไปก่อนเถอะ!” เธอคำรามแล้ว

ปรารภว่า พ่อกำลังเครียดอยากให้วินมาร่วมหุ้นด้วย ช่วยคิดทีว่าจะทำยังไง การันต์นิ่งไปก่อนบอกว่า ถ้าอนาวินทร์ กลัวเธอไปแล้วทำให้พุดชมพูอารมณ์เสีย เธอก็ไปแล้วทำให้เธออารมณ์ดีซิ ซื้อของไปเยี่ยมพุดกับแม่เขาหน่อยแค่นั้นเอง

ขณะนั้นเอง วันชัยโทร.หาหวายแล้วไปหาที่โถงฟิตเนส หวายจึงแนะนำว่านี่คือการันต์ สัตยารักษ์ พอวันชัยได้ยินนามสกุลรู้ว่าเป็นหลานของอาทิตย์ก็ยกยอปอปั้นว่าทำงานเก่งมาก จนการันต์ออกตัวว่าตนไม่เก่งขนาดนั้น

“วันหลังมากินข้าวที่บ้านสิ อาจะได้ขอคำแนะนำเรื่องธุรกิจบ้าง” วันชัยอ่อยเหยื่อตัวใหม่

วันต่อมา พุดชมพูเปิดดูรูปผู้จัดการบริษัทเจริญวัสดุ เธอมองอย่างหมายมาดว่าได้หลักฐานมาแบบนี้ ชวกรไม่รอดแน่ ถามอนาวินทร์ว่ารู้หรือยังว่าตอนนี้ทิพนาถให้ชวกรย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสัตยารักษ์แล้ว

“อะไรนะ! มันจะมากไปแล้ว!!” อนาวินทร์ทั้งตกใจและโกรธมาก เขาโทร.ไปที่บ้านสัตยารักษ์ทันที อ้อยรับสายเขาขอสายป้านุ่ม อ้อยบอกว่าป้านุ่มกำลังจัดอาหารให้ชวกร เขาถามทันที “มันมาอยู่ในบ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

อ้อยบอกว่าตั้งแต่เขากับพุดชมพูกลับไร่ กระซิบว่าชวกรยังเอารถไปใช้ทุกคัน น้ำมันก็ไม่เติมให้ เขาถามว่าป้านุ่มเป็นยังไงบ้าง อ้อยไม่ทันตอบเสียงชวกรด่าป้านุ่มก็แทรกเข้ามาในโทรศัพท์อย่างเกรี้ยวกราดว่า

“อย่าคิดว่าเป็นคนโปรดของอนาวินทร์แล้วจะมาย้อนฉันได้นะ ออกไป!”

อนาวินทร์โกรธจัด ถามว่ามันกล้าพูดกับป้านุ่มอย่างนี้เชียวหรือ! เขาตัดสินใจจะกลับ ขอยืมรถพุดชมพูบอกว่าจะไปจัดการชวกรที่ทำตัวกร่างอยู่ในบ้าน พุดชมพูติงว่าถึงกลับไปก็ทำได้แค่ไล่ชวกรออกไปชั่วคราว พอเขากลับมาชวกรก็กลับไปอีก ถามว่าแล้วสัญญาที่จะปลูกเบญจมาศภายในสามเดือนล่ะ?

ถามแล้วเห็นเขานิ่ง เธอจึงเอากุญแจรถให้ พูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าคิดดีแล้วก็ตามใจนาย”

คำพูดนี้ ทำให้อนาวินทร์ได้สติ เขาไปยืนดูกระบะเพาะต้นอ่อนเบญจมาศที่วางไว้บนศาลา คิดถึงความพยายามที่จะปลูกต้นเบญจมาศให้สำเร็จ อุตส่าห์หัดขุดดินหัดชำรากต้นอ่อนจากลุงเจือ ดูแลอย่างดีหวังจะได้เห็นมันโตและแข็งแรง

ดูต้นอ่อนเบญจมาศแล้วอนาวินทร์คิดหนัก สุดท้ายตัดสินใจเอากุญแจรถไปคืนพุดชมพู แล้วโทร.ไปหาการันต์ขอให้ช่วยไล่ชวกรออกไปจากบ้านเพราะย้ายเข้ามาอยู่แล้วยังทำตัวยิ่งกว่าเจ้าของบ้านอีก การันต์รับปากจะจัดการให้

“ฝากด้วยนะ ไอ้นี่มันไว้ใจไม่ได้ แกรู้ไหมยัยเลขากับทนายทรงรบจับได้ว่ามันหลอกเราเรื่องบริษัทค้าวัสดุ เพราะคนที่ออกหน้าว่าเป็นผู้จัดการบริษัทที่จริงมันทำงานอยู่ในบ่อนที่ชวกรไปเล่นประจำ”

รู้จากอนาวินทร์แล้ว การันต์เครียดที่ชวกรกำลังจะทำทุกอย่างพังหมด เขาจึงคิดจะจัดการชวกรเพื่อตัดปัญหา

ooooooo

การันต์ไปที่บ้านสัตยารักษ์ เจอชวกรกำลังโต้เถียงกับป้านุ่มที่ทำความสะอาดห้องอนาวินทร์อยู่ เขาถือวิสาสะเข้าไปนอนเตียงรื้อข้าวของของอนาวินทร์ ป้านุ่มโกรธจนไล่ออกจากห้อง แต่ชวกรก็ยังกร่าง

“ออกไปซะ!” การันต์มายืนหน้าตึงเสียงขุ่นอยู่หน้าห้อง “นายไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ เก็บข้าวของออกไปซะ” ชวกรอ้างว่าทิพนาถเป็นคนอนุญาตให้ตนมาอยู่ “ถ้ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมานายคิดว่าคุณทิพจะช่วยนายได้ไหม แค่นี้นายก็สร้างปัญหามากพอแล้วนะ เก็บข้าวของออกไปซะ คุณทิพนาถไม่ใช่เจ้าของบ้านนี้”

ทิพนาถเข้ามาปกป้องชวกรโต้ว่าการันต์เองก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่คนของตนออกไป เพราะเขาก็เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง เป็นผู้อาศัยคนหนึ่งเหมือนกัน การันต์เจ็บจี๊ดที่ถูกจี้ใจดำ บอกว่าตนไม่ลืม แต่วันนี้ตนทำตามคำสั่งของอนาวินทร์

เมื่ออ้างอนาวินทร์ทิพนาถก็พูดไม่ออก การันต์ปรามเธอว่า

“คุณน้าระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ อะไรที่ไม่ควรทำ ที่ไหนที่ไม่ควรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาคุณน้าจะเสียชื่อเปล่าๆ”

เมื่อทิพนาถมาพบชวกรที่ห้องเล่นเปียโน เธอสบถ อย่างเจ็บใจที่ถูกการันต์เอาชื่ออนาวินทร์มาขู่ให้ชวกรออกจากบ้าน เสนอว่าตนจะไปค้างกับเขาที่คอนโด ชวกร อ้างว่ากลัวเธอจะอยู่ไม่สบาย ชวนไปเที่ยวกันแล้วหาโรงแรมดีๆ ค้างกันดีกว่า แล้วบ่นว่าถ้าตนไปอยู่เองก็ลำบาก ไหนจะค่าผ่อนคอนโด ค่าผ่อนรถ อ้อนถามว่า “พี่พอจะมีเงินให้ผมยืมไหมครับ”

ทิพนาถโอดครวญว่า วันก่อนก็เสียไพ่ไปเกือบสามแสน ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในบ้านยัยพุดก็เอาไปดูแล แถมตาวินยังไม่ได้มรดก ตนจะเอาเงินจากไหน

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าพี่ช่วยผมไม่ได้ ผมก็คงต้องหาจากคนอื่น” ทิพนาถตกใจกลัวชวกรจะทิ้งตน จึงเอาเครื่องเพชรให้บอกว่าเอานี่ไปก่อนก็แล้วกัน ชวกรรับถุงชั่งน้ำหนักแล้วยิ้ม หอมทิพนาถทีหนึ่งเป็นการตอบแทน

ooooooo

ภัทราเห็นอนาวินทร์ท่าทางไม่สบายใจ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อยแต่ตนยังกลับไม่ได้ ภัทราบอกว่า “ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องพยายามอย่าเอาใจไปผูกไว้ค่ะ”

พอดีพุดชมพูจะออกไปซื้อของในเมืองเตรียมทำสังฆทานให้พ่อพรุ่งนี้ ภัทราบอกให้อนาวินทร์ไปด้วยจะได้ไม่จำเจอยู่แต่ในไร่

พุดชมพูเดินหาซื้อของทำสังฆทาน อนาวินทร์ชี้ที่ถังสังฆทานที่วางขาย ถามว่าทำไมไม่ซื้อที่จัดสำเร็จแล้ว

“ฉันชอบเลือกของเองมากกว่า จะได้เลือกของที่พระท่านเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆไง ฉันทำแบบนี้ทุกปีแหละ พ่อจะได้รู้ว่าฉันยังคิดถึงพ่ออยู่เสมอ”

“งั้น...ฉันทำสังฆทานให้ปู่บ้างได้ไหม”

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 7 วันที่ 9 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ