อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 10 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 10 ก.พ.60

มีเพียงเมราและหม่อมเรี่ยมที่ยินดีด้วยอย่างจริงใจ แต่อุรวศีกลับไม่สบายใจที่เสด็จป้าแบ่งสมบัติเป็นลางไม่ดี หม่อมเรี่ยมปลอบใจว่าท่านคงอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีการฟ้องร้องภายหลังให้อับอายขายขี้หน้า

ขณะนั้นเองอลัมพุษาเดินออกมาแสดงความยินดีกับอุรวศี ไม่อาจพูดอะไรได้มาก ได้แต่เตือนว่า “ทุกขลาภมีจริงนะจ๊ะ พี่ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรได้มาก แต่พี่ก็ถือเสมอว่าเธอเป็นน้อง เป็นลูกของเสด็จพ่อเช่นเดียวกันกับพี่ พี่ย่อมอยากเห็นเธออยู่เย็นเป็นสุข ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังตัวให้มากๆ อย่าประมาทเป็นอันขาด”

“หญิงจะน้อมรับคำสอนของพี่หญิงใหญ่ไว้ และจะปฏิบัติตามค่ะ” อุรวศีรู้ว่าพี่จริงใจ



เมื่ออลัมพุษากลับไป หม่อมเรี่ยมกับเมรารู้ว่าท่านหญิงมีพระนิสัยต่างจากหม่อมต่วน แต่คงไม่กล้าว่าแม่ตัวเอง ที่ทรงเตือนแสดงว่ารู้ว่าแม่ตัวไม่ยอมหยุดง่ายๆ เมราอยากชวนอุรวศีไปอยู่เสียด้วยกัน ชักไม่สบายใจเกรงทรัพย์สมบัติจะเป็นทุกขลาภแก่น้องจริงๆ

พอจันได้ฟังอุรวศีเล่าถึงคำเตือนของอลัมพุษาก็ตกใจหวั่นวิตก ไม่ทันไรหม่อมต่วนเคาะประตูเปิดเข้ามา ปั้นยิ้มวางท่าเป็นมิตร กล่าวขอบใจที่ดูแลเสด็จอย่างดี จันกระซิบจะมาไม้ไหนจึงถูกหม่อมต่วนมองด้วยสายตาดุ รีบก้มหน้าไม่พูดอีก หม่อมต่วนชวนคุยเล็กน้อยก่อนจะเข้าเรื่อง ขอดูสร้อยเพชรประจำราชสกุลให้เป็นขวัญตาสักครั้ง อุรวศีเดาว่าต้องมีแผนบางอย่าง หม่อมต่วนรีบพูดอีกว่าขอตนเอากลับไปดูที่ห้องเพราะพี่ๆของท่านหญิงก็อยากเชยชมด้วย

“หม่อมกลับไปรอที่ห้องก่อนนะคะ หญิงจะเอาไปให้” อุรวศียิ้มอย่างใจเย็น

หม่อมต่วนรับคำยิ้มแย้มกลับออกไป จันร้อนใจจะทรงยอมเอาไปให้เขาถึงห้องหรือ อุรวศีคิดว่าถ้าไม่ให้ดูก็คงหาเรื่องอื่นมาอีก เผลอๆจะหนักกว่าเดิม จึงวางแผนให้จันทำบางอย่าง

อุรวศียกหีบเครื่องประดับมาที่ห้องอทริกา ไขกุญแจเปิดหีบ ทุกคนตาโตเมื่อเห็นเครื่องเพชรในหีบมากมาย แต่ติโลตตมาถามหาสร้อยเพชรประจำราชสกุล อุรวศี

หยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมาแล้วเปิดให้ทุกคนดู ต่างตะลึงกับความแวววาวของเพชร ทันใดอุรวศีก็ปิดกล่องท่ามกลางความตกใจของหม่อมต่วนกับทุกคน ติโลตตมาโมโหหาว่ากลัวใครแย่ง ท่านหญิงไม่ตอบ

“หญิงหลง เธอทราบใช่ไหมว่าพี่หญิงเล็กจะเสกสมรสกับท่านสุรคม หม่อมแม่ของท่านชายมาสู่ขอกับฉันแล้ว” หม่อมต่วนเริ่มการแย่งชิง

อุรวศีได้ยินหม่อมต่วนพูดโดยไม่ใช้คำราชาศัพท์เลยสักนิดก็ตั้งรับ หม่อมต่วนอยากจะพูดตรงๆว่าไม่อยากรอให้เสด็จสิ้นก่อนถึงจัดงานแต่ง เลี่ยงว่าเพราะเสด็จประชวรจึงจะจัดงานเล็กๆ อยากขอยืมสร้อยนี้ให้อรุณวาสีใส่วันงาน คงไม่ใจดำกับพี่ อรุณวาสีทนไม่ไหวจะปฏิเสธ ติโลตตมาแอบหยิกปรามไม่ให้พูดอะไร อุรวศีไม่ขัดข้อง ติโลตตมาคิดในใจว่าช่างโง่จริง

อุรวศีขอให้อรุณวาสีลองสวมสร้อยในตอนนี้ เพื่อจะได้ดูกันว่าสวยแค่ไหน หม่อมต่วนยิ้มกระหยิ่มใจ อุรวศีขอสวมให้เอง อทริกาส่งเสียงชื่นชมว่างามจริงๆ หม่อมต่วนกำลังจะรวบรัดไม่ให้ถอดคืน แต่อุรวศีไวกว่า ปลดล็อกสร้อยให้ร่วงลงในมือตัวเอง แล้วเก็บใส่กล่องตามเดิมอย่างรวดเร็ว ใส่หีบล็อกกุญแจ หม่อมต่วนโวยทำอะไรจะเอาสร้อยไปไหน

“ก็หม่อมขอยืมไปใช้วันงาน รอวันงานเสียก่อนสิคะ ของประทานหญิงไม่กล้าให้อยู่ห่างตัว ถ้าหายจะหามาใช้คืนไม่ได้” พูดจบอุรวศียกหีบเดินเร็วรี่ออกไป

ทั้งหม่อมต่วนและติโลตตมาจะตามไปแย่งชิง จันซึ่งนั่งรออยู่หน้าห้องแกล้งรวบขาทั้งสองไว้ให้ตามท่านหญิงไม่ทัน อทริกาหัวเราะคิกคักเห็นเป็นเรื่องสนุก อรุณวาสีโล่งใจเช่นกัน

อุรวศีนำหีบเครื่องประดับมาฝากที่ห้องสร้อย เล่าเรื่องเมื่อสักครู่ให้ฟัง สร้อยถอนใจขนาดอยู่ในวังยังกล้าทำ แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร อุรวศีเครียดนี่คงเป็นเหตุให้เสด็จอยากให้ตนไปอยู่นครปฐม ให้พ้นจากคนเหล่านี้

ด้านหม่อมต่วนหงุดหงิดโทษลูกๆไม่ได้เรื่องสักคน อทริการีบปลีกตัวอ้างจะไปตามรถม้าให้ไปส่งตำหนัก ระหว่างที่หม่อมต่วนเดินหงุดหงิดตามออกมา เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินคุยกับข้าหลวง พอเห็นหน้าชัดว่าเหมือนหม่อมพิณ หม่อมต่วนตกตะลึงคิดว่าผีหลอก แต่ตั้งสติเดินลิ่วตามไปทันที อรุณวาสีแปลกใจแม่จะไปไหน...หญิงคนนั้นเดินเข้าไปอีกตำหนัก หม่อมต่วนจะตามเข้าไป แต่ถูกข้าหลวงถามจะมาพบเจ้าจอมมารดาหรือ ท่านไม่อยู่ จึงชะงักยอมกลับออกมา

เมื่อหม่อมต่วนกับลูกๆกลับไป อทริกาก็ออกไปดูละครปรีดาลัยกับสำอาง อุรวศีคิดจะไปเยี่ยมยายกับแม่ที่เรือน โดยสร้อยจะอยู่รับใช้เสด็จแทน จันหน้าเสียอึกอักๆกว่าจะทูลว่าบุญทันอยู่ที่เรือนจางวางสม อุรวศีหน้าเจื่อน แต่ถ้าไม่ไปวันนี้ก็จะไม่มีโอกาสอีก

พอได้เจอกับบุญทันใกล้ๆก็เห็นว่าเป็นชายสูงวัย มีสัมมาคารวะ พูดจาใช้คำราชาศัพท์ได้ดี โล่งอกขึ้นกล่าวขอบใจที่เขาดูแลแม่ของตนอย่างดี บุญทันจะลากลับ เพราะเช่าบ้านไว้ยังไม่ได้จัดแจงข้าวของ อุรวศีถึงรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่กับแม่ให้คนนินทาจึงให้แม่เดินไปส่ง แสงเห็นหลานรักไม่โกรธเคืองบุญทันก็เริ่มใจอ่อนลง ชื่นชมน้ำใจหลาน

“เรื่องแม่กับเถ้าแก่บุญทัน หญิงเองก็ไม่ได้เห็นด้วยนักหรอกจ้ะยาย แต่เรื่องที่ล่วงเลยไปแล้ว และแม่เองก็มีความสุขดี แล้วหญิงจะตั้งข้อรังเกียจเถ้าแก่ให้แม่ทุกข์ใจไปทำไมล่ะจ๊ะ”

แสงปลื้มปริ่มน้ำตาคลอ จันโล่งใจโพล่งออกมาว่า บอกแล้วท่านหญิงของตนพระทัยดี จางวางสมมะเหงกเคาะหัวจัน ใครนะที่มากระซิบให้ตนไล่บุญทันออกไปก่อนท่านหญิงจะมา อุรวศียิ้มแย้มหันมาป้อนยาให้ยายแสงยอมกินโดยดี

พอแสงหลับ อุรวศีลงมาเดินเล่น เห็นลูกหลานจางวางสมซ้อมดนตรี ซ้อมรำกันแข็งขันก็ยิ้มชื่นชมจางวางสมอยากให้ผ่องคอยอยู่รับใช้ อุรวศีรู้ว่าตารู้เรื่องกฎในวังฝ่ายในว่าเจ้านายผู้หญิงไม่ควรอยู่คนเดียว จางวางสมบ่นเสียดายที่วันนี้อนลไม่มาจะได้ให้เล่นจะเข้ถวาย ผ่องนึกได้

“ลูกพระยาคนนั้นน่ะรึพ่อ ฉันรู้มาว่าจะออกเรือนอยู่อีกไม่กี่วันนี้แล้ว อย่าว่าแต่มาเรียนจะเข้กับพ่อเลย ต่อไปจะมีเวลามาเรือนนี้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้”

อุรวศีตกใจเมื่อได้ยินว่าอนลกำลังจะแต่งงาน แม้ทำใจไว้แล้วว่าไม่อาจคิดอะไรต่อกัน แต่ก็อดเสียใจ ลึกๆไม่ได้

ooooooo

ในขณะที่บ้านพระยารัชปาลีมีการเตรียมงานกันคึกคัก จัดแจงเรื่องอาหารคาวหวาน ด้านมโหรีถึกก็บอกว่าได้ติดต่อคณะของจางวางสมไว้แล้ว นวมถามความเห็นอนลก็ได้แต่บอกว่าแล้วแต่แม่เห็นสมควร ท่าทางเขาไม่สนใจไยดีกับการแต่งงานนี้เลย

ตกค่ำอนลเอาแต่นั่งเขียนกลอนลงสมุดบันทึกของตัวเอง พรรณนาตอกย้ำความเสียใจของตัวเอง สุดท้ายก็ต้องพูดปลอบใจตัวเอง “เธอไม่ได้เกิดมาสำหรับเรา เราเองก็ไม่ได้เกิดมาสำหรับเธอ คนที่เหมาะสมกับเธอมีอยู่แล้ว อีกไม่นานก็คงจะลงเอยกัน”

ขณะเดียวกัน อุรวศีนั่งอ่านหนังสือท้าวแสนปมในห้องบรรทมที่วัง จิตใจเลื่อนลอยคิดถึงอนล พยายามดึงสติกลับมาแล้วเตือนตัวเอง “ฉันฉีกจดหมายเธอทิ้งไปตั้งนานแล้ว แต่ฉันกลับจำที่เธอเขียนได้ทุกถ้อยคำ ฉันเองก็ควรจะลืมมันใช่ไหม...อนล”...

เช้าตรู่ อนลเดินซังกะตายอยู่หน้าบ้าน เห็นอนึกกำลังจะออกไปทำงานไม่ใส่เครื่องแบบทหารกลับนุ่งโจงชุดราชปะแตน และมีชุดธรรมดาไว้เปลี่ยนจึงทักไปไหนแต่เช้า อนึกบอกมีงานที่กลาโหม เกื้อเดินเข้ามาทางด้านหลังถามกลับดึกอีกหรือ อนึกหน้าตึงที่โดนซักไซ้ อ้างว่าจะไปสโมสรต่อ เกื้อดักคออย่าทำอะไรที่จะนำความเดือดร้อนมาให้ตัวเอง อนึกหงุดหงิดผละเดินไปขึ้นรถ อนลแปลกใจวันนี้มีแต่คนตื่นเช้า ถึกกระซิบบอกว่าเกื้อเพิ่งกลับมายังอยู่ในชุดเมื่อวาน

อนลสงสัยเดินตามมาที่บ้านเกื้อ เห็นกำลังรินเหล้าดื่มด้วยหน้าตาเหยเก ยิ่งทำให้แปลกใจ เพราะเขาไม่ใช่คนดื่ม จึงถามว่าทุกข์ใจอะไร พูดกับตนได้รับรองไม่แพร่งพรายออกไป

เกื้อเครียดถอนใจ “ไม่ใช่ว่าอาไม่ไว้ใจนล แต่ที่อาไม่พูดเพราะหนึ่ง อาไม่อยากให้นลเดือดร้อนไปด้วย เรื่องพวกนี้รู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี สอง อารู้ว่านลคิดไม่เหมือนอา พูดกันไปก็ไม่เข้าใจ” อนลท้วงแต่เล่าให้ทับฟัง เกื้ออธิบาย “อาคิดว่าคุณทับจะคิดเหมือนอา แต่จริงๆแล้วก็เหมือนกันบางจุด หลายจุดต่างกัน คุณทับถึงไม่เคยมาข้องเกี่ยวและไม่รู้อะไรเกินกว่าที่อาเล่าให้ฟัง”

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 10 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ