อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

เกื้อเครียดถอนใจ “ไม่ใช่ว่าอาไม่ไว้ใจนล แต่ที่อาไม่พูดเพราะหนึ่ง อาไม่อยากให้นลเดือดร้อนไปด้วย เรื่องพวกนี้รู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี สอง อารู้ว่านลคิดไม่เหมือนอา พูดกันไปก็ไม่เข้าใจ” อนลท้วงแต่เล่าให้ทับฟัง เกื้ออธิบาย “อาคิดว่าคุณทับจะคิดเหมือนอา แต่จริงๆแล้วก็เหมือนกันบางจุด หลายจุดต่างกัน คุณทับถึงไม่เคยมาข้องเกี่ยวและไม่รู้อะไรเกินกว่าที่อาเล่าให้ฟัง”

อนลอยากรู้ว่าอนึกถลำลึกแค่ไหน ถามทับก็บอกว่าสักวันอาเกื้อจะเล่าให้ตนฟังเอง เกื้อพยักหน้ายิ้มๆที่ไม่มีใครเข้าใจตนเท่าทับ อนลจี้ถามทำไมเขาไม่กลับบ้านทั้งคืน เกื้อนิ่งไปครู่ก่อนจะตัดสินใจพูดว่า เรื่องของตนไม่มีอะไรต้องห่วง ถ้าจะช่วยก็ช่วยดึงอนึกกลับมาดีกว่า



“พ่อใหญ่กับพรรคพวก วางแผนจะเปลี่ยนสยามให้ปกครองแบบลิมิเต็ด มอร์นากี้”

อนลช็อกนั่นคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นเรื่องร้ายแรงที่สุด เกินกว่าที่ตนนึกไว้ คงอยู่เฉยไม่ได้ เรื่องนี้คอขาดบาดตายเกินกว่าจะรอ อนลรีบอาบน้ำแต่งตัวไปขอลางานจากพ่อหนึ่งวัน แต่พระยารัชปาลีไม่อนุญาตเพราะวันนี้มีประชุมกับท่านเจ้าคุณอธิบดี เขาเป็นคนจัดเตรียมเอกสารทั้งหมดก็ควรให้ท่านรับรู้ จะทำให้รุ่งเรืองทางราชการไม่ใช่ปิดทองหลังพระ อนลเครียดอยากไปหาอนึกมากกว่าแต่ไม่อาจเรียนให้พ่อทราบเรื่องราวได้

ตลอดทั้งวันอนลไม่มีแก่ใจทำงาน หน้าเครียดอยากไปหาอนึกที่กลาโหมแต่พอไปไม่ได้ก็คงต้องตามไปที่บ้านเจ้านายตามแผนที่ที่เกื้อเขียนให้

ooooooo

ในสวนของตำหนัก เสด็จอยากออกมาเดินตากแดดบ้าง ให้อุรวศีประคองเดิน สีหน้าท่านหญิงไม่สบายใจ เสด็จดักคออย่าบ่นตนเลย ตนไม่ได้ออกมาเดินเห็นเดือนเห็นตะวันนานแล้ว ท่านหญิงเกรงจะประชวรหนักขึ้นอีก เสด็จยิ้มอย่างปลงตก

“หนักกว่านี้ก็แค่ตาย ป้าอยู่มาจนเห็นหมดทุกอย่างแล้ว ไม่เสียดายหรอก ดูทำหน้าอ๊ะไม่พูดก็ไม่พูด” เสด็จยิ้มรู้ว่าอุรวศีไม่ชอบใจ จึงชวนให้นั่งเล่นด้วยกัน เสด็จทรงลูบหัวท่านหญิงอย่างเอ็นดู “ถ้าจะมีเรื่องเดียวที่ป้าเสียดายก็คือ ไม่สามารถทำให้หลานเป็นฝั่งเป็นฝาได้ ถึงจะยกสมบัติส่วนใหญ่ไว้ให้หลานดูแลตัวเอง แต่มันก็คงดีกว่าถ้ามีคนดูแลหลานอีกที”

อุรวศีก้มกราบบอกตนกลับคิดว่า ตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตน ถึงมีใครให้พึ่งพิงก็ไม่มั่นคงเหมือนยืนอยู่บนขาของตัวเอง เสด็จนึกไม่ถึงว่าหลานจะคิดแบบนี้

“หญิงไม่ได้อวดดีนะเพคะ แต่หญิงคิดอย่างนั้นจริงๆ เราพึ่งพิงคนอื่นก็ต้องขึ้นอยู่กับใจเขา ว่ายังรักยังเมตตาเราหรือไม่ ถ้าเขาสิ้นรักเราแล้ว ชีวิตเราก็อยู่ต่อไปไม่ได้เพราะหมดที่พึ่ง แล้วมันจะมั่นคงเหมือนอยู่ด้วยตัวเองหรือเพคะ”

“มันก็ถูก แต่เราเป็นผู้หญิง รับราชการไม่ได้เหมือนผู้ชาย เงินทองก็มีเพียงค่าเช่าจากที่ดินทรัพย์สินเท่านั้น อย่างไรก็ไม่พอกพูนเหมือนมีผู้ชายดูแล”

อุรวศีเห็นว่าตนมีวิชาความรู้ที่ผู้ชายไม่มี อย่างเรื่องกับข้าวกับปลา หรืองานเย็บปักถักร้อย แม้ไม่เก่งกาจแต่ก็ใช้หากินได้ เสด็จถามไม่อายหรือต้องทำงานตากหน้าค้าขาย

“หญิงจะอับอายกว่าเพคะ ถ้าต้องงอมืองอเท้าไม่ทำงานการ เสด็จพ่อเคยสอนหญิงว่าเราควรอับอายที่ทำงานทุจริต ไม่ใช่อับอายที่ทำงานสุจริตเพคะ”

เสด็จอึ้งหลานรักช่างแกร่งกว่าที่คิดไว้มาก รู้สึกสบายใจขึ้น หมดห่วง...

เสร็จจากการประชุม อนลเลี่ยงจะออกจากกระทรวงไปหาอนึกที่กลาโหม เจอกับสุรคมเข้าอีก เขาหน้าเครียดชวนไปทานข้าวและจะคุยเรื่องอุรวศี จากนั้นจะไปไหนตนไปส่งให้ อนลเกรงสุรคมจะรู้เรื่องอนึก จึงจำต้องบอกว่าตนกลับไปคุยกับพี่ชายที่บ้านได้

ขณะเดียวกัน หม่อมเรี่ยมนำจดหมายของสุรคมมาให้อุรวศีในวัง ท่านหญิงเปิดอ่านข้อความขอให้รอข่าวจากเขา เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อปลดเปลื้องตัวเองจากพันธะที่ไม่ได้สมัครใจ หากแก้ไขปัญหาได้เราทั้งสองจะได้ลงเอยครองคู่กันจนชั่วอายุขัย...อุรวศีอ่านจบเครียดขึ้นทันที หม่อมเรี่ยมหยิบห่อผ้าออกมาส่งให้ บอกว่าสุรคมฝากมา เมื่อท่านหญิงเปิดดูเห็นกำไลทองเนื้อดีราคาไม่น้อย หม่อมเรี่ยมถามคิดเห็นว่าอย่างไร ถึงตอนนี้ท่านชายยังไม่ได้ยกขันหมาก คงจะปักใจกับท่านหญิงมากกว่า จันโพล่งออกมาถ้าทำอย่างนั้นหม่อมต่วนไม่คลั่งหรืออย่างไร

“เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง ใครจะช่วยได้” หม่อมเรี่ยมแอบสะใจ

อุรวศีห่อกำไลส่งคืนให้หม่อมเรี่ยม “ท่านชายสุรคมทรงหมั้นหมายกับพี่หญิงเล็ก รู้กันทั่วถึงแล้ว ท่านจะเต็มพระทัยหรือไม่ก็เป็นเรื่องของท่าน หญิงไม่ได้รู้เห็นด้วยมาแต่แรกจึงไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้อง ขืนทำก็มีแต่จะเดือดร้อนเพิ่มกันทุกฝ่ายค่ะ ขอได้โปรดจงเห็นใจหญิงด้วย”

หม่อมเรี่ยมกลับเข้าใจว่าอุรวศีคงมีใจให้สุรคมแต่เกรงจะเสียหาย จึงเน้นย้ำว่าท่านชายไม่ได้เอออวยไปกับหม่อมแม่ ท่านหญิงกระอักกระอ่วนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรปล่อยเลยตามเลย

เมื่อหม่อมเรี่ยมกลับไป จันถามอุรวศีไม่ทรงชอบพอสุรคมบ้างหรือ ถ้าทรงรับรักก็เท่ากับได้ล้างแค้นหม่อมต่วน ท่านหญิงเอ็ดเบาๆ “เห็นฉันเป็นหญิงสิ้นคิดขนาดนั้นเลยหรือ คนเราถ้าต้องทำร้ายตัวเองเพื่อเอาชนะคนอื่น ไม่มีคำสรรเสริญหรอกนะ มีแต่คำประณามเท่านั้น”

จันจ๋อยลงตบปากตัวเองเป็นการลงโทษที่พูดไม่คิด ทันใดสร้อยวิ่งหน้าตื่นมาทูลว่าเสด็จไข้ขึ้นนอนไม่รู้สึกองค์ อุรวศีตกใจสั่งให้เอาน้ำใส่อ่างพร้อมผ้าสำหรับเช็ดองค์ แล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องเสด็จด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

อนลทำงานในกระทรวงจนค่ำ พระยารัชปาลีให้คล้องกับถึกรอรับ แต่พออนลเสร็จงานออกมากลับให้ทั้งสองกลับบ้านไปก่อน อ้างต้องทำงานต่อ พอทั้งคู่กลับไป ก็หยิบแผนที่ที่เกื้อเขียนทางไปบ้านเจ้านายของอนึกขึ้นมาดู

รถสามล้อพาอนลมาถึงบ้านเจ้านายอนึก ประตูรั้วปิดมิดชิด เขาจึงตะโกนเรียกให้คนมาเปิด พออนึกเห็นก็ตกใจรีบดึงหลบมาคุย อนลโกหกว่าแม่ไม่สบายมาก อนึกบ่นแม่ป่วยก็น่าจะตามหมอมาตามตนทำไม อนลอ้างพ่อให้ตามพี่กลับบ้าน อาเกื้อบอกว่าพี่ไม่ได้ไปสโมสรแต่มาหาเพื่อน ตนเลยถามทางแล้วตามมา

อนึกโล่งอกที่เกื้อไม่ได้บอกอะไร จึงให้อนลรอตนจะไปขอเจ้านายกลับก่อน แต่พออนึกเดินขึ้นมาชั้นสอง มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นทหารกลุ่มหนึ่งพร้อมปืนยาวติดดาบปลายปืนบุกเข้ามาก็ตกใจ รีบวิ่งหนีออกทางด้านหลังเอาตัวรอดลืมน้องชายและไม่คิดจะบอกพรรคพวกเลย

ทหารกรูเข้ามาจับทุกคนที่อยู่ภายในบ้านรวมทั้งอนล แม้เขาพยายามบอกว่าตนไม่เกี่ยวแต่ก็ถูกกระแทกด้วยปืนสลบลง...

ขณะเดียวกัน ในห้องนอนเสด็จ อุรวศีเฝ้าไข้ทั้งคืน ฝันไปว่าตนกำลังก้าวลงเรือของอนลที่จอดอยู่ พออนลสตาร์ตเครื่องทันใดก็มีลมพายุรุนแรงจนเรือโคลงไปมา เธอตกใจกลัว อนลเดินเข้ามาหาแต่เสียหลักพลัดตกจากเรือ เธอตกใจมากจะเข้าไปช่วยเขา กลับถูกลมกระโชกพลัดตกไปอีกคน เธอเห็นอนลพยายามว่ายมาหาแต่กลับลอยห่างออกไป จนกระทั่งจมหายไปต่อหน้า

อุรวศีสะดุ้งตกใจตื่น สร้อยซึ่งนั่งเฝ้าเสด็จอยู่เข้ามาถามทรงเป็นอะไร ท่านหญิงมองไปรอบห้องถอนใจโล่งอกบอกว่าตนแค่ฝันร้ายแล้วถามอาการเสด็จป้า สร้อยตอบว่าพระวรกายยังร้อนอยู่ ตนพยายามเช็ดพระวรกายให้ตลอดตามที่หมอสั่ง ท่านหญิงให้สร้อยไปพักบ้าง พอดีถึงเวรอทริกา เธอเปิดประตูเข้ามาเห็นอยู่กันพร้อมหน้าจึงพูดอย่างไม่คิดตามนิสัย

“อยู่กันครบเลยนี่ แหมแบบนี้ไม่ต้องให้ฉันมาก็ได้ ฉันจะได้นอนต่อ”

อุรวศีอ่อนใจพร้อมจะอยู่แทนให้ จันและสร้อยท้วงว่าท่านหญิงก็ยังไม่ได้พักน่าจะสรงน้ำสักนิด อุรวศีจึงขอให้อทริกาเฝ้าเสด็จป้าสักครู่ ตนจะรีบกลับมา...พอทุกคนออกไป อทริกาเข้ามาดูเสด็จใกล้ๆเห็นหลับสนิท ก็ยิ้มอย่างพอใจขอให้หลับตลอดตนจะได้ไม่ลำบาก ทันใดนั้นเองเสด็จหายใจแรงขึ้นเสียงดังฟืดฟาดเหมือนคนหายใจไม่ออก ท่านหญิงตกใจทำอะไรไม่ถูก ถอยกรูดออกมาร้องให้คนช่วย อุรวศี สร้อยและจันได้ยินรีบวิ่งกลับมา พอเห็นอาการเสด็จก็ตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ”

“จะไปรู้หรือ ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ จู่ๆก็ทรงเป็นขึ้นมาเอง”

“เสด็จป้าเหมือนจะทรงหายใจไม่ออก คุณสร้อยไปตามหมอนะคะ จันไปต้มยาตามที่หมอสั่ง” อุรวศีประคองเสด็จลุกนั่งพิงตนไว้

สร้อยกับจันรีบออกไปทำตามที่ท่านหญิงสั่ง

อทริกากลัววิ่งตามไปด้วย เสด็จหายใจดีขึ้น ลืมตามองเห็นอุรวศีก็ยิ้ม เอื้อมมือไปกุมมือหลานรัก พยายามพูด “ป้า...ป้าห่วงหญิงจะโดนคนรังแก ถ้าสิ้นป้าแล้ว อยู่ไม่ได้ก็หนีไป อย่ายึดติดไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตหญิงเอง”

อุรวศีรับคำ เสด็จท่าทางอ่อนแรงลงเรื่อยๆพยายามยกมือจะลูบหัวท่านหญิง แต่แล้วพระหัตถ์ตกศีรษะพับลงสิ้นพระชนม์ในอ้อมอกอุรวศี ท่านหญิงตกใจร้องไห้กอดร่างเสด็จใจสลาย

ooooooo

อนลโดนสาดน้ำฟื้นขึ้นมา พบว่าตัวเองถูกมัดมือไพล่หลังบนเก้าอี้ ทหารสามสี่นายยืนคุมเตรียมสอบสวน อนลคิดว่าสิ่งที่ตนพูดอาจทำร้ายอนึกกับเกื้อ จึงนิ่งไม่ตอบใดๆ ทหารนายหนึ่งขู่ว่ารู้จักพ่อของเขา ตระกูลเขาเป็นพระยาติดต่อกันสามรุ่น ควรแก่ความภาคภูมิใจ

“...แล้วคิดว่าเจ้าคุณพ่อคุณจะทนอัปยศจากการถูกตราหน้าว่าเป็นพ่อของคุณได้อยู่อีกรึ”

อนลขบกรามแน่นเมื่อถูกจี้ถึงวงศ์ตระกูล แต่ต้องอดทนเพื่อไม่ให้เดือดร้อนถึงพี่และอา ทางบ้านรัชปาลีทหารบุกเข้าไปขอค้นบ้านและแจ้งเหตุว่า บุตรชายคนเล็กของเจ้าคุณกระทำความผิดร้ายแรง คิดก่อการใหญ่ในแผ่นดิน นวมตกใจถึงกับเป็นลม พระยารัชปาลีเข้าประคองตัวเองก็ตกใจมากไม่คิดว่าลูกกล้าก่อการกบฏ

คล้องกับถึกวิ่งมาตามเกื้อ เขาตกใจมากกลายเป็นอนลโดนจับได้อย่างไร ถามหาอนึก สองผู้รับใช้บอกว่ายังไม่กลับ เกื้อรีบเดินกะเผลกมายังเรือนใหญ่ ถามพี่ชายว่าอนึกกลับมาหรือยัง ทันใด อนึกเดินเข้ามาในชุดนอน เกื้อจะเอ่ยถามทำไมอนลถึงถูกจับ แต่อนึกชิงพูดก่อน

“ผมกลับมาแต่หัวค่ำแล้วแต่คงไม่มีใครเห็น พอดีรถมันเสียน่ะครับ ผมก็เลยจอดทิ้งเอาไว้ แล้วจ้างรถลากมาส่ง”

นวมร้องไห้ขอให้ลูกช่วยน้องด้วย อนึกหลบตาเกื้อปลอบแม่ให้ใจเย็น เรื่องนี้เรื่องใหญ่พรุ่งนี้ไปคุยกับอนลว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร เกื้อได้ยินตกใจมากไม่คิดว่าอนึกจะโบ้ยความผิดให้น้องแบบนี้ อนึกทำเป็นช่วยจัดการหันไปคุยกับทหารถ้ามาค้นตามหน้าที่ก็เชิญ

ooooooo

อทริกามาบอกข่าวเสด็จป้าสิ้นพระชนม์ หม่อมต่วนและติโลตตมานิ่งเฉยมีเพียงอรุณวาสีที่ร้องไห้เสียใจ อทริกาเห็นว่าพวกเราเป็นญาติสนิทควรไปงานแต่หัววัน ติโลตตมาสวนทันทีตนไม่ไป สมบัติก็ได้น้อยกว่าลูกเมียบ่าว ทำไมต้องไปให้ลำบาก หม่อมต่วนตวาดแว้ด

“ทุกคนต้องไป งานสำคัญอย่างนี้ พระญาติมากันครบทุกพระองค์แน่ ถ้าเธอไม่ไปแม่จะตอบทุกพระองค์ว่ายังไง และเธอก็ต้องโดนตราหน้าว่าอกตัญญูด้วย จะเอาอย่างนั้นรึ”

ติโลตตมาไม่กล้าเถียงสะบัดหน้าหนี หม่อมต่วนยิ้มหยันรู้ว่าตอนนี้อุรวศีดูแลตำหนักอยู่ ปล่อยให้ดูแลเสียให้พอ สิ้นเสด็จแล้วก็ต้องระเห็จออกมา ดูซิใครจะปกป้องได้อีก...

ในขณะที่อุรวศีทำความสะอาดห้องเสด็จป้าเหมือนปกติ เพราะรู้ว่าท่านชอบความสะอาดมีระเบียบ ยิ่งเห็นรูปท่านน้ำตาก็รินไหลออกมาไม่หยุด จันคลานเข่าเข้ามาทูลว่าอธิป เมรา สุรคม หม่อมเรี่ยมและหม่อมเอื้อนมา จึงออกไปพบที่ห้องรับแขก

หม่อมเรี่ยมกับเมราปลอบใจอุรวศี ส่วนหม่อมเอื้อนตะขิดตะขวงใจแต่ก็แสดงความเสียใจแล้วเลียบเคียงถามถึงสมบัติที่ได้รับ อุรวศีหน้าตึงทันที หม่อมเรี่ยมกับเมราปรายตามองเคืองๆ สุรคมรู้สึกอายมากสะกิดปรามแม่แต่เธอยังไม่รู้สึกตัว ซักถามต่ออีก อุรวศีตัดบท

“หญิงไม่ทราบว่าเอาไปลือกันอย่างไร แต่สำหรับหญิง มากหรือน้อยไม่สำคัญหรอกค่ะ แค่เสด็จป้าทรงมีพระเมตตาให้ก็เป็นบุญหาที่สุดไม่ได้แล้ว”

“หญิงหลงก็ถ่อมตัว พี่รู้มาว่าได้ที่ดินที่นครปฐมเป็นพันไร่ และยังได้เครื่องเพชรส่วนพระองค์อีก แค่เครื่องเพชรประจำราชสกุลของหญิงเส้นเดียวก็ซื้อวังพี่ได้ทั้งวังแล้ว” อธิปเย้า

อุรวศีไม่พอใจที่อธิปทะลุกลางปล้องแบบนี้ ในขณะที่หม่อมเอื้อนตาลุกวาว เมราทนไม่ไหวขัดขึ้น “เสด็จป้าเพิ่งสิ้นพระชนม์ ไม่มีเรื่องอื่นจะคุยกันแล้วหรือถึงได้คุยกันแต่เรื่องพวกนี้”

อธิปหน้าตึงที่เมราขัดจังหวะ ส่วนหม่อมเอื้อนหน้าเสียที่โดนรุ่นหลานตำหนิ เมราหันไปบอกอุรวศีว่าตนกับแม่จะมาช่วยงานทุกวัน ไม่ต้องกลัวว่าจะทำคนเดียว อลัมพุษาก็จะมาเช่นกัน

อุรวศีใจชื้นขึ้น สุรคมเอ่ยว่าตนคงมาไม่ได้ทุกวันเพราะงานที่กระทรวงยุ่งนิดหน่อย อธิปสวนทันควันยุ่งนิดหน่อยอะไร เรื่องคอขาดบาดตายไม่เห็นต้องอ้อมค้อม อุรวศีแปลกใจมีเรื่องอะไร

“ท่านหญิงทรงจำคุณอนลบุตรชายพระยารัชปาลีได้ไหมคะ เขาเคยไปที่วังสองสามครั้ง ก่อนที่ท่านหญิงจะย้ายมาอยู่กับเสด็จพระองค์หญิง” หม่อมเรี่ยมเล่า อุรวศีพยายามเก็บอาการทั้งที่ใจอยากรู้มากว่าเกิดอะไรขึ้นกับอนล

“เมื่อคืนอนลถูกจับเพราะร่วมกับกลุ่มที่คิดก่อการใหญ่เพื่อจะกระทำการร้ายแรงในแผ่นดินค่ะ” สุรคมเล่าต่อทำให้อุรวศีตกใจสุดขีด แม้ไม่บอกตรงๆ ก็รู้ว่าข้อหาอะไร

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ