อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

“ทำไมพี่โจ้ถามแบบนี้” เธอตกใจ โจ้ย้ำถามอีกเธอจึงตอบ “พุดบอกแล้วว่าไม่มีอะไร ถ้าพี่โจ้ไม่เชื่อก็แล้ว แต่พี่โจ้จะคิดก็แล้วกัน” พูดเสียงสะบัดนิดๆแล้วลุกไปเลย

โจ้มองตามอย่างน้อยใจ เพราะที่ผ่านมาพุดชมพูไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับตนเลย...เขาลุกเดินตามไปตัดสินใจพูดตรงๆว่า ถ้าเธอจะคิดอะไรกับอนาวินทร์ก็ไม่ผิดหรอก แต่เธอกับเขาแตกต่างกันเกินไปทั้งฐานะ การใช้ชีวิต ไม่มีทางไปด้วยกันได้ พุดชมพูบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาเตือนเพราะ “พุดไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิน”

“แล้วกับพี่ล่ะ พุดคิดอะไรบ้างไหม”



พุดชมพูไม่ตอบเพราะเขาไม่เคยพูดเรื่องนี้ตรงๆ กับตนมาก่อน โจ้จึงเปลี่ยนเรื่องเล่าว่า ตนได้รับคัดให้เข้าร่วมโครงการอบรม Asean SME แล้ว คนสมัครตั้งหลายร้อย เขารับแค่ยี่สิบคนเอง พุดชมพูดีใจด้วย โจ้บอกว่า

“พี่เขียนโครงการส่งออกผักอินทรีย์ตามที่พุดแนะนำไง พี่ต้องไปอบรมที่กรุงเทพฯสามเดือน จบเมื่อไหร่พี่จะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง พุดรอพี่นะ”

“รอ??” เธอทวนคำงงๆ โจ้รวบรวมความกล้าจับมือเธอบอก

“พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อจะพิสูจน์ตัวเองว่าพี่ดีพอที่จะดูแลพุดได้ ถ้าธุรกิจของพี่สำเร็จ พี่ก็จะให้พ่อมา...”

พุดชมพูไม่รอให้เขาพูดจบ เธอค่อยๆดึงมือออก บอกเขาว่า

“พุดดีใจด้วยที่พี่โจ้จะได้เรียน ได้ทำงานตามที่ฝัน แต่พี่ควรจะทำเพื่อตัวพี่เอง...ไม่ใช่เพื่อพุด”

พูดจบเธอหันหลังเดินจากไป โจ้ยืนมองอย่างผิดหวังกับคำตอบที่ชัดเจนนั้น...

หวายให้อนาวินทร์ถ่ายรูปไม่เลิก ท่ามากลีลาเยอะจนทำโทรศัพท์ตกน้ำ เธอตกใจอ้อนอนาวินทร์ช่วยเก็บให้ เขาบอกว่าตกน้ำขนาดนี้เสียแล้ว เดี๋ยวกลับไปซื้อใหม่ก็แล้วกัน แล้วเดินไปเลย

หวายยืนโวยวายอยู่ตรงนั้นจนโจ้ได้ยินเสียงเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น หวายบอกว่าตนทำโทรศัพท์ตกน้ำ ตนไม่มีโทรศัพท์ไม่ได้ ขืนพ่อติดต่อไม่ได้ต้องโดนดุแน่เลย ถ้าบอกว่าโทรศัพท์ตกน้ำยิ่งจะโดนดุใหญ่ โจ้จึงลงไปงมให้

พออนาวินทร์เดินออกจากหวายก็มาเจอพุดชมพูนั่งทบทวนความคิดตัวเองอยู่ เขาทักว่าคิดอะไรอยู่เหม่อเชียว พอเธอบอกว่าไม่มีอะไร เขาก็แซวว่าทะเลาะกับแฟนเหรอ เธอย้อนถามว่าแล้วแฟนเขาล่ะ เขาบอกว่าคงดำน้ำหาโทรศัพท์อยู่

“แล้วทำไมนายไม่ช่วยเขา เป็นแฟนภาษาอะไร”

“หวายไม่ใช่แฟนฉัน”

“พี่โจ้ก็ไม่ใช่แฟนฉัน”

ต่างยืนยันเช่นนั้นแล้วกลับเขินกันเอง จากนั้นก็นั่งเงียบกันอยู่อย่างนั้น จนอนาวินทร์พูดขึ้นว่า

“ฉันเพิ่งเข้าใจนี่แหละที่เขาบอกว่าคนที่เข้าใจกัน จะนั่งคุยกันในความเงียบได้”

พุดชมพูรู้ถึงความหมายที่เขาพูด แต่ไม่อยากให้พูดลึกไปกว่านี้จึงชวนกลับ อนาวินทร์ลุกขึ้นแล้วส่งมือมารับเธอ พุดชมพูมองแล้วส่งมือให้เขาฉุดขึ้น แรงดึงทำให้เธอถลำ เขาโอบเอวเธอไว้ หน้ากับหน้าใกล้กันมาก พริบตานั้นเขาก็จู่โจมหอมแก้มเธอ พุดชมพูตกใจอายจนหน้าแดงพยายามเบี่ยงตัวจนเกือบตกน้ำ เขากอดเธอไว้อีก จนเธอบอกให้ปล่อยเขาจึงปล่อย อ้างว่าถ้าไม่กอดไว้ เธอตกน้ำไปจะว่ายังไง

พุดชมพูโล่งใจที่เขาไม่พูดอะไรมากกว่านี้ แล้วเดินกลับกันเงียบๆแต่หัวใจเต้นแรงจนกลัวอีกฝ่ายได้ยิน...

ขากลับ พุดชมพูขับรถโดยมีอนาวินทร์และหวายนั่งมาด้วย โจ้ขับรถตามมา เขาต้องบีบแตรเตือนเมื่อเห็นพุดชมพูขับเลยทางเข้าไร่ และเมื่อไปถึงบ้าน เขาสังเกตเห็นอนาวินทร์กับพุดชมพูต่างมีท่าทีแปลกๆต่อกัน

ooooooo

เข้าบ้านยังไม่ทันทำอะไร น้าจิตก็ชี้ให้ดูข่าวทีวี ว่าเขาประท้วงกันใหญ่ ทุกคนไปดูทีวี เป็นการประท้วงของผู้ซื้อบ้านจัดสรรที่ซื้อบ้านไม่ทันไรกำแพงก็ร้าว

ทุกคนตะลึงเมื่อผู้ประกาศรายงานว่าเป็นการประท้วงโครงการบ้านจัดสรรของ “สัตยาอสังหา”!

อนาวินทร์เครียดจัด ขณะนั้นเองช่อม่วงโทร.บอกพุดชมพูว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พุดชมพูถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ช่อม่วงบอกว่าสงสัยว่าเรื่องทุจริตในบริษัทที่เราสืบๆกันจะส่งผลแล้ว

ทรงรบดูข่าวอยู่ที่บ้าน ทรงศักดิ์บอกว่าคุณอาทิตย์บริหารสัตยาฯมา 40 กว่าปี ไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้เลย วิภาถามว่าแล้วอนาวินทร์จะจัดการยังไง? ทรงรบได้แต่ถอนใจเพราะปัญหาครั้งนี้ดูจะใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจัดการได้

อนาวินทร์โทร.หาการันต์ถามว่าใครต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ชวกรใช่ไหม

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ จริงๆแล้วเรื่องไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิดหรอก มันมีแค่ไม่กี่หลังที่เจอปัญหา ข่าวก็ออกไปเกินจริง แกวางใจเถอะเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

พุดชมพูเห็นอนาวินทร์เครียดจึงถามหยั่งเชิงว่าเขาอยากกลับกรุงเทพฯใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ แต่ก็สองจิตสองใจเรื่องปลูกเบญจมาศ เธอถามว่าแล้วเขาไม่ห่วงบริษัทหรือ

“ห่วงสิ ทั้งบริษัท...บ้าน...ฉันเป็นหลานปู่ ฉันควรจะอยู่ที่นั่น จัดการทุกอย่าง แต่เรื่องที่นี่...”

“งั้นพรุ่งนี้เราไปกรุงเทพฯด้วยกัน” พุดชมพูแทรกขึ้นก่อนเขาพูดจบ อนาวินทร์อึ้งมองเธออย่างซึ้งใจที่เข้าใจความรู้สึกของเขาในยามที่ทุกข์ใจที่สุด...

อนาวินทร์กับพุดชมพูเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น โดยฝากโครงการปลูกต้นเบญจมาศที่อนาวินทร์ทำค้างอยู่ให้ลุงเจือช่วยดูแล และพุดชมพูก็ฝากไร่อุ่นรักให้ลุงเจือกับแหลมช่วยกันดูแล

เมื่อเกิดการประท้วงขึ้น ชวกรก็ตกใจกลัวความผิด บอกการันต์ว่า “คุณต้องช่วยผมนะครับ”

ทรงรบต้องรับหน้านักข่าวที่มาสัมภาษณ์ เขาขอเวลารอผลการประชุมผู้บริหารออกมาก่อน แต่การันต์บอกนักข่าวว่าอยากรู้อะไรถามตนก่อนก็ได้ ทรงรบพยายามทักท้วงแต่การันต์ยืนกรานต้องบอกข้อมูลบางอย่างกับนักข่าว

อนาวินทร์กับพุดชมพูมาถึงพอดี นักข่าวที่รู้ว่าอนาวินทร์เป็นทายาทตัวจริงของสัตยารักษ์ก็กรูกันเข้าไปสัมภาษณ์ อนาวินทร์ยังไม่มีข้อมูลอะไรก็ได้แต่เอ้อๆ อ้ำอึ้ง ทรงรบจึงเข้าแก้สถานการณ์ว่า

“เอาเป็นว่ารอฟังการแถลงข่าวตอนบ่ายเลยดีไหมครับ จะได้ตอบทุกข้อสงสัยทีเดียวเลย”

นักข่าวถามว่าอนาวินทร์จะแถลงด้วยตัวเองใช่ไหม แล้วแยกย้ายกันไป

ระหว่างนั้น การันต์มองอนาวินทร์ด้วยสายตานิ่งลึก

ooooooo

ทุกคนเตรียมข้อมูลกันอย่างเร่งรีบ เคร่งเครียด อนาวินทร์ถามว่าใครรับผิดชอบเรื่องวัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ช่อม่วงบอกว่าชวกรเป็นคนดูแลจัดซื้อ เขาถามดุดันว่ามันอยู่ไหน!

พุดชมพูเตือนว่า เราต้องสืบหาความจริงให้ได้ละเอียดกว่านี้ก่อน อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามทำอะไร ทรงรบเห็นด้วย ย้ำว่าเวลานี้เราต้องโฟกัสว่าจะอธิบายกับข่าวยังไง เพราะเราประกาศไปแล้วว่าบ่ายนี้จะมีแถลงข่าว

อนาวินทร์บอกว่าการแถลงข่าวนั้นไม่ว่าปัญหาเกิดจากอะไร เราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบให้มากที่สุด ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญที่หนึ่ง เขาประกาศกับทุกคนว่า

“ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความเชื่อมั่นที่ปู่เคยสร้างให้กับสัตยาอสังหาเด็ดขาด!”

ชัชวาลกับวิเชียรเห็นด้วย วิเชียรเสนอว่าน่าจะให้พุดชมพูในฐานะรักษาการประธานบริษัทพูด การันต์แทรกขึ้นทันทีว่า นักข่าวอยากฟังจากทายาทตัวจริงมากกว่า อนาวินทร์กังวล บอกว่าตนไม่เคย...

“นายควรแถลงด้วยตัวเองนะวิน” การันต์ย้ำ

มองอนาวินทร์นิ่ง นิ่งจนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่

อนาวินทร์จำต้องรับหน้าที่นี้ เมื่อได้สคริปต์มาแล้วเขาก็อ่านตามสคริปต์ตะกุกตะกัก จนพุดชมพูต้องคอยปลอบ แนะนำและให้กำลังใจจนสภาพจิตใจเขาดีขึ้น

การันต์จับตาดูความสัมพันธ์ของอนาวินทร์กับพุดชมพู รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของสองคนพัฒนาไปมาก ทำให้เริ่มกังวลว่า ถ้าสองคนนี้ร่วมมือกัน ตัวเองจะยิ่งลำบาก

ooooooo

เมื่อถึงเวลาแถลงข่าว นักข่าวและพนักงานจำนวนมากมานั่งที่โถงแถลงข่าว มีการถ่ายทอดสดทางทีวี ทำให้ทั้งที่ไร่อุ่นรักและที่บ้านสัตยารักษ์ต่างรับรู้สถานการณ์พร้อมกัน

อนาวินทร์ถือสคริปต์เดินไปที่โพเดียม เริ่มอ่านตามสคริปต์ที่บรรยายความเป็นมาและประวัติการทำงานของสัตยาอสังหาในเวลา 10 ปีที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการจัดสรร บรรยายยืดยาวยืดยาดเหมือนการแก้ตัว จนนักข่าวขอให้เข้าประเด็นเสียทีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันนั้นเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร

อนาวินทร์ถูกขัดจังหวะก็สับสน พลิกหาคำตอบ พอเจอก็พึมพำ “ปัญหา...ปัญหา...อ้อ...อยู่นี่เอง”

ลูกบ้านไม่พอใจโวยวายว่าคำตอบไม่ตรงปัญหา พากันวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง บ้างประกาศจะฟ้องให้เจ๊งกันไปเลย

ทันใดนั้น อนาวินทร์ขยำสคริปต์ในมือทิ้ง ก้าวลงจากโพเดียมตรงไปหาพวกลูกบ้าน การันต์กับชวกรต่างยิ้มน้อยๆ คิดว่าคงเป็นเรื่องแน่ พวกนักข่าวก็แตกฮือ พุดชมพูและกรรมการบริษัทต่างตกใจกลัวว่าเขาจะไปเอาเรื่องกับลูกบ้านเหล่านั้น

อนาวินทร์เดินไปหยุดเบื้องหน้าลูกบ้านที่กำลังไม่พอใจอย่างมาก ทันใดนั้นเขายกมือไหว้บรรดาลูกบ้านเหล่านั้น ทำเอาพวกลูกบ้านที่กำลังจะฮือขึ้นหยุดกึกมองอึ้ง พวกพุดชมพูก็มองตะลึงในขณะที่อนาวินทร์เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพเยือกเย็นว่า

“ผมอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ต้องขอโทษลูกบ้านทุกคนจากใจของผม ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นในโครงการของเรา” ทุกคนเงียบฟัง เขาพูดจากหัวใจตัวเองว่า “บ้าน...ต้องเป็นที่ที่คนอยู่แล้วมีความสุข ปู่ของผมเชื่อเช่นนี้ครับ พวกเราสัตยารักษ์เลือกอาชีพ ‘สร้างบ้านให้คนอยู่’ ด้วยความคิดที่ว่า ‘สร้างให้เหมือนบ้านของเราเอง’ ปู่ยึดมั่นในหลักการนี้และย้ำเสมอว่า คนซื้อบ้านฝากชีวิตไว้กับเรา เราต้องตอบแทนความไว้วางใจนี้ให้ดีที่สุด”

ทั้งห้องเงียบกริบ พวกพุดชมพูมองหน้ากันตะลึงทึ่ง พวกลูกบ้านคลายความเครียดฟังอย่างตั้งใจ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าปู่รับรู้คงเสียใจเหมือนทุกท่านในที่นี้ ผมเอง...ก็เสียใจและขออภัยจากใจจริง ผมขอยืนยันว่าจะรับผิดชอบและจะเร่งซ่อมแซมทุกหลังเหมือนเป็นบ้านของผมเองตามเจตนารมณ์ของปู่ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า บ้านของคุณคือบ้านของผมครับ”

พออนาวินทร์พูดจบ ทั้งห้องโถงก็เงียบงัน อึดใจเดียวลูกบ้านคนหนึ่งลุกขึ้นจับมืออนาวินทร์ด้วยมือทั้งสองข้างเอ่ยอย่างซาบซึ้ง “ลุงฝากบ้านด้วยนะคุณอนาวินทร์” ลูกบ้านคนอื่นต่างเอ่ยฝากบ้านตัวเองกันมากมาย

ขณะที่พุดชมพูกับกรรมการคนอื่นๆมองอนาวินทร์อึ้ง ทึ่งนั้น ช่อม่วงก็ปรบมือขึ้น ทุกคนพากันปรบมือตามด้วยความชื่นชม ส่วนการันต์กับชวกรตะลึง คิดไม่ถึงว่าอนาวินทร์จะพูดได้ดีจนพลิกสถานการณ์ได้ขนาดนี้

อนาวินทร์ยิ้มแย้มอยู่ในวงล้อมของลูกบ้านที่มาแสดงความยินดีกัน

เมื่อเลิกประชุม นักข่าวยังตามถามอนาวินทร์เรื่องการทุจริตภายในเป็นความจริงหรือไม่ เขาตอบว่าต้องขอเวลาตรวจสอบก่อนจึงจะให้คำตอบได้ อีกคนถามว่า...

“แล้วคุณจะดำเนินการยังไง หากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นคะ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าพบว่ามีทุจริตจริง ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

คำตอบที่จริงจังดุดันของอนาวินทร์ ทำให้ชวกร ที่ตามฟังอยู่ถึงกับเหงื่อแตก

ooooooo

ทรงรบกับช่อม่วงชมอนาวินทร์ว่าเขาพูดได้ดีมาก ช่อม่วงถึงกับน้ำตาคลอ อนาวินทร์ขอบคุณช่อม่วงที่ช่วยร่างคำแถลงการณ์ เธอพูดเขินๆว่าแถลงการณ์ที่เตรียมมาจืดชืดไปเลย ตอนเขาพูดเอง นักข่าวงี้ เงียบกริบเลย

“ผมว่างานนี้คุณวินเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้บริษัทได้เยอะเลยนะครับ” ทรงรบชื่นชม

อนาวินทร์มองพุดชมพูทำนองว่ามีอะไรไหม เธอพูดกับเขาว่า “ฉันบอกแล้วว่านายต้องทำได้!” เขายิ้มรับ แล้วหน้าเครียดทันทีเมื่อนึกอะไรได้ บอกช่อม่วงให้ช่วยตามชวกรมาพบตนด่วน

ช่อม่วงไปเคาะประตูห้องทำงานของชวกร แต่ไม่มีเสียงตอบจากข้างในเลยเปิดเข้าไป เธอตะลึงเมื่อเห็นที่พื้นห้องมีแฟ้มเกลื่อนกลาดไปหมด เธอเปิดประตูออกไปเห็นพนักงานเดินอยู่ถามว่าเห็นชวกรไหม พนักงานบอกว่าออกไปเมื่อครู่นี้เอง

เวลาเดียวกัน การันต์หอบแฟ้มปึกใหญ่ไปให้อนาวินทร์ที่อยู่กับพุดชมพูบอกว่า

“นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ฉันตรวจสอบมา เป็นอย่างที่นายคาด คนทุจริตคือนายชวกร”

อึดใจเดียวทรงรบก็นำเอกสารอีกตั้งมาให้บอกว่านี่คือหลักฐานที่ชวกรสร้างบริษัทปลอมขึ้นมา การันต์ทำเป็นถามว่าจริงหรือ ถ้างั้นตนก็โดนหลอกเต็มๆ

อนาวินทร์โกรธจัดประกาศว่าวันนี้ตนจะจบเรื่องนี้ให้ได้ ช่อม่วงก็กระหืดกระหอบเข้ามาบอกว่าชวกรหนีไปแล้ว!

ทุกคนมองหน้าอนาวินทร์ พุดชมพูถามว่าแล้วเราจะทำยังไงดี การันต์จับตาดูอย่างประเมินเพื่อวางแผนต่อไป

ที่หลังตึก ชวกรกำลังขับรถจะหนีไปได้อยู่แล้ว จู่ๆก็มีรถตำรวจเข้ามาสกัดแจ้งว่าเขาคือผู้ต้องหาเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วย พวกอนาวินทร์วิ่งมาทันต่างดูเหตุการณ์ใจระทึก ชวกรลงจากรถตัวเองมองการันต์ที่มองอยู่ก่อนแล้ว การันต์ปรายตาไปทางพุดชมพูทำนองว่าเธอเป็นคนแจ้งตำรวจ พอดีพุดชมพูบอกกับตำรวจว่า

“ถ้าต้องการหลักฐานอะไร ทางเรายินดีให้ความร่วมมือนะคะ”

ชวกรมองเธออย่างเคียดแค้น เมื่อชวกรถูกตำรวจนำตัวไปแล้ว ช่อม่วงถามการันต์ที่ยังยืนอยู่ว่า

“ตำรวจมาได้ยังไงคะ?”

“ผมเป็นคนแจ้งเองล่ะครับ” การันต์ตอบหน้านิ่ง ทุกคนมองเขาอย่างชื่นชมมาก

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บ้านสัตยารักษ์ ทิพนาถขออนาวินทร์อย่าเอาเรื่องชวกรได้ไหม เขาบอกว่าชวกรทำความผิดร้ายแรงกับบริษัท ทิพนาถถามเสียงขุ่นว่าเพราะพุดชมพูใช่ไหมที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป เขาถูกเธอล้างสมองไปแล้วใช่ไหม

“พุดเขาไม่ได้เปลี่ยนอะไรผมหรอกครับ เขาแค่ทำให้ผมรู้ว่า ผมควรจะเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว”

“ตกลงลูกจะไม่ยอมช่วยกรจริงๆใช่ไหมวิน”

ทิพนาถเสียงกระด้างอย่างผิดหวัง

อนาวินทร์นิ่ง เขารู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากหัวเสียกับอะไรอีกแล้ว

พวกคนรับใช้ในบ้านสัตยารักษ์ต่างตื่นเต้นดีใจที่คุณวินของพวกตนกลับมาแล้ว และอัศจรรย์ใจมาก เมื่อเห็นคุณวินเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคนกับตอนก่อนไปอยู่ไร่ คุณวินวันนี้คุยกับคนใช้อย่างสนิทสนม ตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่ตีสี่

เมื่ออนาวินทร์ไปที่ห้องครัวเจอป้านุ่ม ป้าดีใจมากขอกอดให้หายคิดถึงทีได้ไหม พอเขาพยักหน้าป้านุ่มก็โผกอด เขากอดตอบด้วยความคิดถึง ป้านุ่มพูดเสียงเครือน้ำตาคลอว่า

“ถ้าวันนี้คุณท่านยังอยู่ ท่านต้องภูมิใจในตัวคุณหนูมากค่ะ” อนาวินทร์กอดป้านุ่มอย่างซึ้งใจ

คืนนี้ เมื่ออยู่กับพุดชมพูเขาบ่นหิวขอให้เธอหาอะไรให้กินหน่อยได้ไหม เพราะอ้อยกับตาลหมดเวลาทำงานแล้ว เธอจึงไปต้มบะหมี่มาให้ เขาขอบคุณ เธอบอกว่าไม่เป็นไรต้มบะหมี่แค่นี้เอง

“ไม่ใช่...ขอบคุณที่เธอทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นต่างหาก”

พูดแล้วก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ เลยไม่เห็นพุดชมพูยิ้ม...หน้าแดง...

ooooooo

รุ่งขึ้น ขณะอนาวินทร์กับพุดชมพูนั่งกินอาหารเช้ากันที่โต๊ะ ทิพนาถลงมาเห็น ถามป้านุ่มว่าทำไมไม่เชิญตนมากินข้าวพร้อมกัน ป้านุ่มบอกว่าพอดีคุณวินกับคุณพุดลงมาก่อน ทิพนาถหาว่าป้านุ่มจะเอาของเหลือให้ตนกิน

“ให้กินของเหลือใครฉันยังพอรับได้นะ แต่อย่าเอาอาหารที่อีบ้านนอกกินมาเสิร์ฟให้ฉันเด็ดขาด” ทิพนาถเสียงดังอนาวินทร์ถามว่าแม่ว่าใครเป็นบ้านนอก ทิพนาถไม่พูดกับอนาวินทร์แต่หันไปด่าพุดชมพูผ่านป้านุ่มว่า “เห็นไหมป้านุ่ม นังบ้านนอกมันร้ายกาจ นี่คงเสี้ยมให้ลูกชายเกลียดฉันแล้วละมั้ง”

อนาวินทร์โต้ว่าพุดชมพูไม่เคยพูดให้ตนเกลียดใคร ก็หาเรื่องว่าทำไมเขาต้องปกป้องมันด้วย อนาวินทร์บอกว่าตนพูดความจริง ทิพนาถพูดอย่างผิดหวังว่า “วิน...ลูกเปลี่ยนไปมากรู้ไหม”

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ