อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.60

กว่าจะขึ้นมาได้ จีราวัจน์ก็แทบหมดแรง เจตรรีบพาเธอเข้าห้องพัก พร้อมกับหนึ่งในทีมงานที่นำผ้าขนหนูมาให้ ดาราสาวคลี่ผ้าออกแบบไม่คิดมาก ก่อนจะตะลึงเมื่อเห็นมีดโกนซ่อนในนั้น

ปียากุลรอจังหวะอยู่แล้ว โผล่หน้ามาหาพร้อมคำขู่

“สิ่งที่ภายนอกดูนุ่มนิ่มเหมือนไม่มีอะไร แต่ข้างในมันมีอันตรายอยู่นะ”

สองสาวจ้องหน้ากันเงียบๆแต่ไม่มีใครยอมใคร โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้ำแอบเห็นและได้ยินคำพูดทุกอย่าง เลยคิดวางแผนกระพือลมเพชรหึงของปียากุลให้มอดไหม้ ด้วยการแอบสลับคีย์การ์ดห้องพักของโรงแรมของชยันต์กับเจตร



เจตรที่ไปส่งจีราวัจน์ที่ห้อง แล้วไปนั่งรอสุกี้ที่จะมาผลัดเวรเฝ้าดาราสาวกับเขาในล็อบบี้ กว่าจะรู้ตัวว่าคีย์การ์ดถูกสลับก็เมื่อปียากุลที่ถูกพิมกับลูกน้ำปั่นหัว บุกไปถึงห้องพักของจีราวัจน์ พร้อมกับชยันต์ในสภาพเกือบเปลือย!

ooooooo

จีราวัจน์พยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ รู้ในทันทีว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับสุกี้ที่มั่นใจว่าทุกอย่างต้องเป็นฝีมือของพิมกับลูกน้ำ คงมีเพียงปียากุลที่หึงจนเลือดขึ้นหน้า ไม่มีสติมากพอจะคิดถึงความเป็นไปได้ ภาพชยันต์ในสภาพเกือบเปลือยและจีราวัจน์ในชุดคลุมอาบน้ำทำให้คลั่ง ถลาไปตบหน้าดาราสาวแบบไม่ยั้ง

ชยันต์ตกใจกว่าคนอื่น รีบไปกระชากตัวภรรยาจอมหึง เช่นเดียวกับสุกี้ที่เข้าไปถึงตัวดาราสาว ปียากุลยังคลั่งไม่เลิก ตั้งท่าจะไปตบอีกรอบ แต่กลับต้องหน้าหันแทน เมื่อถูกจีราวัจน์ตบคืนฉาดใหญ่

“มีสติรึยัง ถ้ามีแล้ว...ฟังนะ...คนอย่างคุณไม่มีทางชนะฉันได้หรอก ต่อให้คุณมีงานที่ใหญ่กว่าฉัน มีทุกอย่างเหนือกว่าฉัน คุณก็ไม่มีวันชนะฉัน คนอย่างคุณมีแต่คำว่าแพ้ แพ้ แพ้...แพ้ไปทั้งชาติ เพราะขนาดใจ ตัวเองยังเอาชนะไม่ได้ หลงอยู่กับความหึงหวงโง่ๆ อย่าหวังจะชนะคนอื่นเลย”

“ถ้าฉันไม่ชนะก็อย่าหวังว่าชีวิตแกจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย ฉันจะถอดแกออกจากละครทุกเรื่อง ฉันจะทำลายทุกอย่างจนแกไม่มีอนาคตในอาชีพนี้อีก!”

“เอาเลย...ต่อให้คุณฆ่าฉัน คุณก็รักษาผู้ชายไว้ไม่ได้ เพราะเหตุผลที่ผู้ชายเดินออกจากชีวิตคุณ ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนอื่น แต่เป็นเพราะเบื่อความอ่อนแอของคุณนั่นแหละ!”

ปียากุลโกรธมาก ประกาศกร้าวจะถอดจีราวัจน์ออกจากละครทุกเรื่อง จีราวัจน์ไม่ได้สะทกสะท้าน ต่างจากสุกี้ที่ร้อนรนแทบนั่งไม่ติด และร่วมมือกับเจตรหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อเอาผิดพิมกับลูกน้ำ

ชยันต์ก็โมโหไม่แพ้กัน และยิ่งของขึ้นเมื่อปียากุลตบหน้าระบายความแค้นเพราะคิดว่าเขานอกใจ

“คุณไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ”

“คุณต่างหากที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าฉันจะพยายามทำดียังไง คุณก็อดไปกินของโสมมอย่างนังจีราวัจน์ไม่ได้ แล้วฉันจะเป็นคนดีทำไม ในเมื่อคุณชอบคนเลว ฉันก็เป็นคนเลวให้คุณได้”

ขาดคำก็คว้ากระเป๋าสัมภาระของเขามาเปิด ดึงทึ้งและโยนทุกอย่างที่เธอเป็นคนซื้อทิ้ง

“ชีวิตคุณมีวันนี้ได้ก็เพราะฉัน ถ้าไม่มีฉัน... ทั้งเนื้อทั้งตัวของคุณก็มีแค่กางเกงในตัวเดียว ดูสิใครมันจะเอาคุณ!”

“แต่ครั้งหนึ่ง...คุณเลือกผมนะ ผมจำได้ว่าวันที่ผมเข้ามาในชีวิตคุณ...ผมมาตัวเปล่า...วันนี้ผมก็จะไปตัวเปล่า”

ชยันต์จะเดินหนี ปียากุลทนไม่ได้รีบมาขวาง

“ถ้าฉันไม่ได้สั่ง...คุณก็ไปไหนไม่ได้!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของภรรยาจอมหึง ทำให้ชยันต์ประสาทเสีย ควักบัตรพนักงานมาวางตรงหน้าเธอ

“เพราะชีวิตผม...มันอยู่บนปลายปากกาคุณใช่ไหม งั้นผมลาออก!”

ooooooo

หลังจากเคลียร์เรื่องกล้องวงจรปิด สุกี้ก็ไปบอกความจริงแก่ปียากุล ซึ่งถึงกับหน้าซีดเผือดที่เข้าใจผิดสามี แต่กระนั้น...ทิฐิก็ทำให้ปากหนักไม่อยากขอโทษ

สุกี้ไม่ได้สนใจเรื่องผัวๆเมียๆ เจรจาจนได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และไม่รอช้าจะไปเย้ยพิมกับลูกน้ำที่กำลังหลงละเลิง คิดว่าแผนร้ายที่สร้างสถานการณ์ระหว่างชยันต์ กับจีราวัจน์จะทำให้หมดคู่แข่ง

“ฉันอยากทำปริญญาให้แกจริงๆ จบจากคณะมโนศาสตร์ เอกเพ้อเจ้อ โทหลงตัวเอง คิดได้ยังไงว่าจะขึ้นมาเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งแทนจี”

“พิมก็อยากทำปริญญาให้นางเอกของพี่จริงๆ จบจากคณะมหกรรมด้านเพศศาสตร์ เอกกลเม็ดแย่งผัวชาวบ้าน โทด้านหน้าหนาระดับเปลือกโลกยังต้องเรียกแม่ ได้ข่าวว่าโดนปลดจากละครเพราะหิ้วผัวผู้จัดไปกิน ถ้าหน้าไม่ด้านจริงมาเดินลอยชายอย่างนี้ไม่ได้นะ”

“ก่อนแกจะปล่อยควายไปมากกว่านี้ ฉันมีของที่ระลึกบำรุงสมองให้แก”

พูดพลางยื่นแผ่นซีดีบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดให้ แต่ลูกน้ำกลับเข้าใจว่าเป็นคลิปอำลาวงการของจีราวัจน์

สุกี้เหยียดยิ้มเย็น ก่อนตอก “ไอเดียดี...เก็บไว้ใช้กับหัวหน้าแกนะ จะได้ยิ่งย้ำเตือนว่าเวลาจะทำลายใคร ช่วยใช้คนฉลาดๆหน่อย อย่าเอาอีหง่าวไปสลับคีย์การ์ดห้องคนอื่นต่อหน้ากล้องวงจรปิด!”

พิมหน้าเสีย ก่อนกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ สุกี้สะใจมาก ประกาศลั่น

“ฉันบอกแล้วไง...ต่อให้แกสองคนกินโอเมก้าสามจากปลาแซลมอนทั้งอ่าวก็ไม่มีวันที่แกจะมาล้มฉันกับจีได้!”

“ไม่จริง! ใครๆก็ได้ยินว่าคุณเปี๊ยกปลดนังจีไปแล้ว”

“งั้นฉันช่วยอัพเดตข่าวล่าสุดประดับรอยหยักสมองแกให้ คุณเปี๊ยกไม่ปลดจีแล้ว...แต่ปลดแกแทน!”

“ไม่จริง!”

“ถ้าไม่เชื่อ...ก็เสนอหน้าที่เป็นถังโบท็อกซ์ของแกไปถามคุณเปี๊ยกสิ ขอแสดงความยินดีกับแกที่ได้ฌาปนกิจอนาคตด้วยแผนชั่วของแกเอง...ลาก่อน...บ๊าย”

จีราวัจน์กลับไปพักที่คอนโดโดยมีเจตรตามไปส่ง ดาราสาวซาบซึ้งใจมากที่เขาคอยดูแลและอยู่ข้างเธอตลอด แม้ว่าข้อกล่าวหาที่เธอโดนจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม เจตร ได้แต่ยิ้มรับและฟังคำขอบคุณจากเธอหลายรอบ จนเมื่อถึงคอนโด เธอก็จะพูดอีกครั้ง เขาเลยต้องดักคอขำๆ

“คุณจีขอบคุณผมแบบนี้มาตลอดทางแล้วนะครับ แล้วผมก็บอกแล้วว่า...”

จีราวัจน์ยิ้มเขินๆ ก่อนจะแกล้งพูดดักแบบเขาบ้าง

“ผมเป็นบอดี้การ์ด ถ้าคุณภาพงานผมเลิศสามารถ จ้างให้ดูแลได้ตลอดชีวิต...คุณพูดแบบนี้ทั้งวันเหมือนกัน”

“การตอกย้ำเป็นวิธีการโฆษณาอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนฟังจดจำและตัดสินใจซื้อบริการในระยะยาว”

“ตกลงเป็นวิศวกรปิโตรหรือเป็นนักการตลาดกันแน่คะ”

“ผมเป็นผู้ชายแบบร้านสะดวกไง มีทุกอย่างที่คุณต้องการและเปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“บอดี้การ์ดคนนี้เป็นได้สารพัดจริงๆ เดี๋ยววันนี้ต้องให้ทิปก้อนโต...เอาเท่าไรดีคะ”

คำถามของเธอทำให้เจตรยิ้มกว้าง ตัดสินใจหยอดแบบทีเล่นทีจริง

“ผมไม่ได้คิดทิปเป็นเงินแต่คิดเป็นรอยยิ้ม...และตอนนี้ผมก็ได้ทิปแล้วครับ”

สองหนุ่มสาวคงจะหยอกล้อกันอีกนาน ถ้าคอนโดของจีราวัจน์จะไม่ได้ต้อนรับใครบางคนเสียก่อน...

ooooooo

ใครคนนั้นก็คือชยันต์ที่หลบมาลี้ภัย แต่จีราวัจน์ไม่อยากมีปัญหากับปียากุล เลยไล่เขากลับไปสงบสติอารมณ์ที่อื่น ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดี เพราะสาธิตที่เพิ่งวางสายจากปียากุลตัดสินใจบุกมาตามพี่เขยกลับ แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เพราะชยันต์ไม่ได้อยู่กับดาราสาว

การเผชิญหน้ากันระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ครั้งนี้แตกต่างไปอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกหวาดระแวงและเกลียดชังที่เคยมีเหือดหายแทบไม่มีเหลือ จนแม้แต่ดารากาก็สัมผัสถึงบรรยากาศนั้นได้ แต่ก็ไม่อยากปักใจนัก เพราะระหว่างคนสองคนที่มีความแค้นต่อกันมาตลอดไม่น่าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้

หลังออกจากคอนโดจีราวัจน์ สาธิตก็พยายามสงบใจที่ฟุ้งซ่าน ก่อนจะโทร.บอกปียากุลเรื่องหาชยันต์ไม่พบและตรงกลับบ้านทันทีเพราะไม่อยากเจอใคร แต่กลับต้องเซอร์ไพรส์แทนเมื่อเห็นว่าใครมานั่งรอหน้าบ้าน...

ชยันต์นั่นเองที่ตัดสินใจมาขอลี้ภัยด้วย สาธิตพอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็อดเตือนสติไม่ได้

“คืนนี้ผมให้พี่สงบสติอารมณ์อยู่ที่นี่ แต่ยังไงพี่ก็ต้องกลับไปเคลียร์กับเปี๊ยกให้เข้าใจ หายมาอย่างนี้...เปี๊ยกก็ยิ่งคิดว่าพี่หอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับทางนั้น”

“ฉันกับจีไม่ได้เป็นอะไรกัน เราเป็นแค่พี่น้องกัน... เหมือนฉันกับแก”

“ผู้หญิงดีๆ...ไม่มีใครเขายอมเป็นแค่พี่น้องกับสามีคนอื่นหรอกพี่”

ชยันต์หน้าตึง ก่อนจะปกป้องจีราวัจน์เหมือนเคย

“แกไม่รู้จักจี ต่อให้ฉันอยากจะเป็นมากกว่านี้ คนอย่างจีก็ไม่มีวันเอาฉัน”

“นี่ไง...เมื่อไหร่จะตาสว่างซะที เขาสร้างภาพให้พี่เห็นแต่ด้านดีๆ...ก็แค่นั้น”

“สร้างภาพเหรอ...ขนาดแกเกลียดเขายังกะตัวอะไร แต่รู้ไหมลับหลังแก เขามาขอร้องให้ฉันเตือนแก เขากลัวแกจะเกิดอันตราย ขนาดแกเอามีดจ่อเขา เขายังกลัวแกจะเดือดร้อน ถ้าเขาร้ายเขาจะมีแก่ใจมาห่วงแกทำไม”

ท่าทางอึ้งๆของสาธิต ทำให้ชยันต์ถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

“แกจะคิดว่านี่เป็นแผนซื้อใจของเขาก็ได้ แต่ถามหน่อยนะ...เขามีความจำเป็นอะไรต้องห่วงคนที่เห็นเขาเป็นศัตรูตลอดเวลาวะ ถ้าเขาไม่พูด...ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกตกอยู่ในอันตรายยังไง ฉันกล้ายอมรับอย่างไม่อายว่าฉันนับถือน้ำใจผู้หญิงอย่างเขามากกว่าผู้ชายอย่างแก”

สาธิตรู้สึกเหมือนถูกตีหัว สับสนในใจอีกรอบ ชยันต์เลยฉวยโอกาสนี้ทิ้งท้ายให้คิด “ในเมื่อแกจงใจมองเขาแค่ด้านเดียวและปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาไม่ดี ก็คงไม่เหลือที่ในใจให้แกมองเขาตามความจริงแล้วล่ะไอ้ธิต”

สถานการณ์ของจีราวัจน์คลี่คลาย ต่างจากสถานการณ์ของพิมที่ถูกนักข่าวรุมทึ้งอย่างหนักเพราะถูกปลดจากละครฟอร์มยักษ์กลางอากาศ นางเอกจอมลวงโลกพยายามบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็นว่าเป็นเพราะเหตุผลเรื่องงาน แต่ก็ถูกนักข่าวสายซุบซิบรุกหนักว่าอาจเป็นเพราะเรื่องพฤติกรรมของเธอ

พิมไม่มีทางเลือก ต้องหลบนักข่าวให้วุ่น สิทธาที่มาคุยงานในสถานที่เดียวกันเรื่องจัดการปิดปากสาธิตกับเวทิต เลยช่วยเธอไว้โดยบังเอิญ พร้อมกับข้อตกลงแลกผลประโยชน์แบบถึงเนื้อถึงตัว...

การหายตัวไปของชยันต์ทำให้ปียากุลแทบคลั่ง พัฒนะอ่อนใจกับอาการหึงหวงของลูกสาว อยากจะเพิกเฉยแต่ก็อดไม่ได้ต้องพูดเตือนสติตามประสาพ่อที่ดีและคนกลาง

“ถ้าไม่คิดจะขอโทษจี อย่างน้อยก็ไปขอโทษชยันต์มันหน่อยไม่ได้รึไง ในเมื่อเราผิดจริง ง้อเขาก่อนจะเป็นไรไป”

“เรื่องอะไรคะ ที่ชยันต์กู่ไม่กลับอยู่นี่ก็ไม่ใช่เพราะจีออดอ้อนไว้รึไง”

“เห็นกับตาเหรอว่าเขาไปหาทางนั้น...มโนไปเอง ไม่กลัวเงิบอีกรึไง”

“เปี๊ยกไม่ได้มโน! เปี๊ยกแค่รู้ทันมารยาเขาเท่านั้น”

“เขาใช้มารยาแล้วทำไมเปี๊ยกไม่ใช้บ้าง ทำผิดแล้วขอโทษ ต่อให้ผิดก็ยังจะได้ใจ...ได้ยินว่าชยันต์จะเข้าไปประชุมบทที่ออฟฟิศวันนี้ โอกาสมาแล้วนะ ไม้ตายมีเท่าไหร่ก็งัดมา”

ปียากุลลังเลนิดเดียว ก่อนจะตัดสินใจไปดักรอสามีที่ออฟฟิศ แต่กลับได้ยินว่าเขาจะนัดพบใครบางคน เธอรีบสะกดรอยตามด้วยความสงสัยและหวาดระแวง แล้วก็ได้หน้าเสียเมื่อเห็นรถเขาเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด!

ooooooo

ความจริงคือชยันต์แอบเห็นปียากุลมาดักรอเขาที่ออฟฟิศตั้งแต่ต้น และคิดจะดัดหลังภรรยาจอมหึงเลยหลอกให้เธอขับรถตามมาถึงโรงแรมม่านรูด!

กว่าปียากุลจะรู้ความจริงว่าถูกหลอก ก็เห็นสามีสุดรักสุดหวงเดินหน้านิ่งมาหา

“เที่ยวจับผิดผม...ไม่เข็ดหรือไง”

“หลอกเปี๊ยกมาเหรอ”

“อยากจับผิดนัก ผมก็ช่วยสนองไง กี่ครั้งแล้วที่คุณระแวงกลัวผมนอกใจ เข้าใจผิดมาไม่รู้กี่ครั้งก็ยังคิดไม่ได้!”

“แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง เปี๊ยกไม่ได้เข้าใจผิดเสมอไป”

“คุณมโนตุตะคิดไปเองทั้งนั้น ดูอย่างครั้งนี้ก็เหมือนกัน พอรู้ว่าเข้าใจผิด...แทนที่จะโล่ง คุณเอาแต่เจ็บใจที่ผมไม่ได้เลวอย่างที่คุณคิดไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้...ต่อให้ผมซื่อสัตย์ให้ตายก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงคุณก็ไม่เคยเชื่อใจผม!”

“มันก็เลยเป็นข้ออ้างให้คุณไปอยู่กับนังจีงั้นสิ”

“แสดงว่าหลายวันมานี่ คุณก็ยังคิดไม่ได้ ถ้าคุณยังคิดว่าทุกคนบนโลกรุมทำร้าย คุณก็จะไม่รู้ตัวซะทีว่าตัวคุณร้ายกับคนอื่นเขายังไง”

“จะหนีหน้าไปจนตายเลยรึไง”

“คิดได้เมื่อไหร่ ค่อยมาขอโทษผมละกัน”

พูดจบก็ผละขึ้นรถ ปียากุลแค้นใจมาก ตะโกนไล่หลังอย่างไม่ยอมแพ้

“ขอโทษเหรอ...ไม่มีวัน!”

สถานการณ์ระหว่างชยันต์กับปียากุลร้อนระอุเพราะแรงหึง ไม่ต่างจากสถานการณ์ของเวทิตที่เกือบหาหลักฐานแฉสิทธาได้แล้วจากแหล่งข่าวในบริษัท แต่ก็ถูกฆ่าปิดปากด้วยการถูกรถชนตายเสียก่อน!

สาธิตเป็นคนสุดท้ายที่พูดโทรศัพท์กับเวทิต และไม่รอช้าจะบุกไปถึงบ้านของนักข่าวหนุ่มเพื่อนรักเพื่อหาหลักฐานที่อาจซ่อนในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของอีกฝ่าย ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยให้พิเชษจัดการ

เจนจิราเป็นห่วง ไม่อยากปล่อยสาธิตไปคนเดียวเลยไปเป็นเพื่อน จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเพราะลูกน้องของสิทธาไปดักรอเผาบ้านของเวทิตทั้งหลังเพื่อทำลายหลักฐาน

สาธิตพาเจนจิราออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมคอมพิวเตอร์ของเวทิต เขาคิดจบทุกอย่างในคดีด้วยตัวเองแต่เจนจิราก็ไม่ยอม อยากขอมีส่วนช่วยทำด้วย

“ทั้งฆ่าคน ทั้งเผาทำลายหลักฐานขนาดนี้ มันไม่ใช่คดีคอร์รัปชันธรรมดาๆแล้ว คดีนี้มันเสี่ยงเกินไปนะคะพี่ธิต”

“ยังไงพี่ก็ปล่อยให้เวทิตตายฟรีไม่ได้”

“เจนก็ปล่อยให้พี่ธิตเป็นอะไรไปไม่ได้เหมือนกัน”

ท่าทางจริงจังของเธอทำให้สาธิตทึ่งมาก แต่เจนจิราก็ไม่สนใจ มัวร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเขา

“เจนจะช่วยพี่เองค่ะ เราสองคนจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่เวทิตด้วยกันนะคะ”

พูดพลางยกนิ้วขอเกี่ยวก้อยสัญญาเหมือนเด็กๆ สาธิตลังเลเลยถูกเร่ง

“สัญญาว่าเราจะกอดคอทำคดีนี้ด้วยกัน...แล้วรอดมาด้วยกันอย่างวันนี้”

สองทนายหนุ่มสาวคงคุยเรื่องคดีต่อ ถ้าเจตรจะไม่โผล่มาเคาะกระจกรถ เจนจิราเลยต้องออกไปแก้ตัวกับพี่ชายเก้อๆว่าไม่ได้คิดอะไรกับทนายหนุ่มรุ่นพี่จริงๆ...แค่เป็นห่วงเรื่องงานเท่านั้น

ooooooo

เหตุการณ์เผาบ้านของเวทิตทำให้สาธิตตระหนักถึงอันตรายและคิดว่าสิทธาคงรู้ตัวว่าจะถูกเปิดโปงในไม่ช้า เขาเลยคิดตอบโต้ตามประสาทนายความตงฉินด้วยการแกล้งใช้มือถือของเวทิตโทร.หาสิทธาในคืนเดียวกัน

สิทธาตะลึงมาก ไม่เชื่อว่าคนทางปลายสายจะเป็นเวทิต แต่สาธิตในคราบบุรุษนิรนามก็ตอกย้ำให้เชื่อ

“รู้ได้ยังไงว่าตาย ในเมื่อยังไม่มีข่าวออกเลย”

“นั่นมึงเป็นใคร”

“ทำเลวอะไรไว้ระวังตัวให้ดี กฎหมายไม่ปล่อยให้คนชั่วอย่างแกลอยนวลแน่!”

แต่ก่อนจะได้สะสางคดีของเวทิต สาธิตก็ต้องรับมือกับชยันต์ที่ปักหลักลี้ภัยที่บ้านเขาไม่ไปไหน

“ผมให้พี่อยู่พักใจวันสองวัน ไม่ใช่ให้หนีย้ายสำมะโนครัวมาที่นี่ หนีหน้ากันอย่างนี้ แล้วจะได้เคลียร์กันเมื่อไหร่”

“จนป่านนี้เขาก็ยังคิดไม่ได้ ถ้าฉันยอมกลับ เปี๊ยกก็ยิ่งได้ใจ”

“ก็เพราะพี่หายหัวมาอย่างนี้ เปี๊ยกถึงยิ่งคิดฟุ้งซ่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่...จะรอให้ตายจากกันอย่างผมกับติวรึไง ไปอยู่กับเมียซะตอนที่เขายังมีใจ ถ้าเขาหมดใจเมื่อไหร่จะรู้สึก!”

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ