อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

“ท่านป้อมทรงให้หม่อมฉันไปรอที่ท้ายสวนเพคะ ตรัสว่าคุยธุระกับหม่อมใหญ่เสร็จเมื่อไหร่จะมาพบ เพื่อฝากคำพูดมาให้ท่านหญิงกลางเพคะ”

ติโลตตมานึกไม่ถึงว่าท่านป้อมมาพบหม่อมแม่... ขณะเดียวกัน การมาของท่านป้อมครั้งนี้มาขอกู้เงินจากหม่อมต่วนอีกครั้ง โดยเขียนหนังสือค้ำประกันจะยกรายได้จากการขายนิยายที่ตีพิมพ์ล่าสุดให้ทั้งหมด หม่อมต่วนรู้แก่ใจว่ายอดขายหนังสือของท่านป้อมสูงมากจึงยอมให้กู้

เสร็จธุระ ท่านป้อมเดินมาที่นัดคนรับใช้ไว้ ติโลตตมาทำทีเดินเล่นมาเจอถามเขาคุยอะไรกับหม่อมแม่ ท่านป้อมได้ทีบอกว่าผู้ชายที่มีใจให้ผู้หญิง หมั่นมาพบแม่ฝ่ายหญิงเพราะอะไร ท่านหญิงเขินอายให้พูดออกมาว่าจะฝากคำพูดอะไรคนรับใช้ถึงตน ท่านป้อมยิ้มกรุ้มกริ่มอยากชวนไปกินอาหารด้วยกันเท่านั้น เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่สีลม ท่านหญิงโกรธเชิดหน้าถือตัว



“ร้านอาหารของพวกไพร่ ก็รู้อยู่ว่าหญิงไปสถานที่แบบนั้นไม่ได้ ก็ยังจะชวนหญิงไปเกลือกกลั้วกับพวกไพร่อีก”

“อย่าเพิ่งโกรธสิจ๊ะ พี่รู้ว่าหญิงถือตัว พี่เลยจะปิดร้านเพื่อให้หญิงกินกับพี่แค่สองคนเท่านั้น แค่นี้ก็ไม่ทำให้หญิงต้องเสื่อมเสียเกียรติแล้ว”

ติโลตตมาตาโพลงอย่างคาดไม่ถึง ท่านป้อมทำทีเรื่องเล็กน้อยจะตกใจทำไม แต่ขอร้องอย่าบอกใคร แม้แต่หม่อมต่วน เพราะเจ้าพี่ของตนเป็นคนบอริ่งมาก ท่านหญิงทำหน้างงคืออะไร ท่านป้อมแปลให้ว่า...น่าเบื่อ เจ้าพี่ของตนเป็นคนน่าเบื่อชอบจับตามอง และชายาเอกของเจ้าพี่ก็สนิทสนมกับหม่อมต่วน ติโลตตมารับคำจะไม่บอกใคร ท่านป้อมยิ้มแฝงเลศนัย

ooooooo

เย็นวันนั้นบุญทันคุมซุงมาขายที่พระนครเสร็จก็แวะมาหาหม่อมสลวยที่บ้านจางวางสม ผ่องต้อนรับชวนให้ทานอาหาร แสงหงุดหงิดไม่พอใจ สั่งผ่องเสียงเฉียบให้พาตนกลับห้อง ผ่องขอจัดอาหารให้บุญทันก่อน แสงประชดประชัน

“คนเจ็บป่วยอยากนอน จะต้องรอคนดีๆอิ่มหนำ สำราญก่อนหรืออย่างไร”

บุญทันหน้าเจื่อนบอกผ่องอย่าห่วงตนเลย จางวางสมไม่สบายใจแต่ก็รู้สาเหตุเพราะแสงรักหลานมากจึงยังเคือง บุญทันเข้าใจไม่อยากให้ใครผิดใจกับแสงจึงขอนอนค้างที่นี่แค่คืนเดียว พรุ่งนี้จะหาที่พักใหม่ หม่อมสลวยลำบากใจถ้าไม่ติดเรื่องลูกมีปัญหาคงกลับไปกับบุญทันแล้ว

เช้าวันใหม่ ดวงแขกับคุณหญิงไกรลากลับนครสวรรค์ ดวงแขน้อยใจที่อนลไม่พูดคุยด้วย นวมหนักใจหันไปหาอนึกหวังให้ช่วยคุยกับน้อง แต่เขากลับบอกว่าเห็นชัดๆว่าอนลไม่ไยดีเลย

อนลเครียดกับปัญหาที่รุมเร้า คนที่รักก็เปิดเผยไม่ได้ยังมาถูกบังคับให้หมั้นกับคนที่ไม่ได้ชอบ จึงเดินมาหาเกื้อหวังขอคำปรึกษา แต่กลับได้ยินเกื้อคุยอยู่กับทับท่าทางเคร่งเครียด

“ที่ผมรู้มาล่าสุดมันเลยเถิดไปมากจนผมกลัว ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วครับคุณทับ”

“อย่าเพิ่งร้อนใจไปคุณเกื้อ ยิ่งรุ่มร้อนก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ตอนนี้คุณเกื้อถอนตัวออกมาแล้วไม่น่าห่วง เหลือก็แต่หลานชายคนโตเท่านั้นเอง”

“พ่อใหญ่ดื้อเหลือเกินครับ ผมเพียรบอกให้ถอนตัวหลายครั้งแล้ว พ่อใหญ่ก็ไม่ยอมแถมยังข่มขู่ผมกลับอีก ผมยอมรับว่าผมขี้ขลาดไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ พ่อใหญ่คงรู้ข้อนี้ดีถึงไม่เกรงผม...”

อนลได้ยินแปลกใจที่พี่ชายกล้าขู่อา ทับบอกเกื้อว่าถึงเวลาเราก็ต้องกล้า เขาเป็นคนฉลาดมีสติปัญญาย่อมคิดได้ จะต้องทำอย่างไรก่อนจะสายเกินไป เกื้อถอนใจไม่แน่ใจว่าวิธีที่ตนคิดจะยับยั้งอนึกได้หรือไม่ ระหว่างนั้นอนลขยับตัวเหยียบกิ่งไม้ทำให้เกิดเสียงดัง จึงต้องทำที เป็นเพิ่งเดินมาหา บอกเกื้อว่าอยากปรึกษาเรื่องเดิมๆ ทับเห็นไม่สะดวกที่จะคุยต่อจึงขอตัวกลับ อนลไหว้ลา พอทับเดินไปเขาก็หันมาบอกเกื้อว่าตนลืมของขอไปเอา ประเดี๋ยวมา

อนลวิ่งตามมาถามทับว่าจะมีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ทับยังยืนยันคำเดิมถ้าเกื้อไม่พูดออกมา อย่างไรเสียตนก็ไม่มีวันพูดแน่ อนลเดาว่าตอนนี้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น น่าจะถึงเวลาที่ตนควรรู้ ทับยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ใจดี

“ถือว่าหลานชายถามฉันสองข้อ ข้อแรกถามว่าร้ายแรงไหม ฉันตอบไม่ได้ คุณเกื้อก็ตอบไม่ได้ เพราะคุณเกื้อไม่ได้เข้าไปคลุกคลีนานแล้ว เพียงแต่รู้จากคนที่พอจะถามได้เท่านั้นเอง แต่ก็รู้น้อยเต็มที ข้อสองถามว่าถึงเวลารึยัง ฉันว่าใกล้แล้วที่หลานชายจะได้ฟังจากปากคุณเกื้อเอง”

อนลตื่นเต้นถามว่าเมื่อไหร่ ทับตอบยิ้มๆว่าเมื่อเกื้อทนไม่ไหว เกื้อฉลาดแต่ไม่ใช่คนใจคอเข้มแข็ง ทนได้อีกไม่นานคงเล่าให้ฟังและขอความช่วยเหลือจากเขาด้วย แต่อย่าบังคับให้ตนเล่า เพราะตนไม่อยากผิดคำพูด... อนลยิ่งสงสัยว่าเรื่องร้ายแรงอะไร

หลายวันผ่านไป หมอหลวงตรวจอาการเสด็จ เสด็จเค้นถามทำไมตนทานยาพอยาหมดฤทธิ์ก็ปวดอีก ตกลงตนจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน สร้อยกับหมอตกใจ เสด็จเห็นว่าหมอตอบยาก จึงถามใหม่ว่าอาการของตนจะรักษาได้หรือไม่ หมอหลวงก้มหน้าไม่รู้จะตอบอย่างไร

เสด็จพอจะรู้ชะตากรรมตัวเองไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างไร ให้สำอางตามหม่อมต่วนกับลูกๆทุกคนรวมทั้งอลัมพุษา หม่อมเรี่ยมและเมราเข้ามาพบในวัง ติโลตตมาไม่อยากเข้าเฝ้าแต่หม่อมต่วนบังคับให้ไป โดยมีคุณท้าวสตรีสูงวัยเป็นข้าราชการฝ่ายในมานั่งเป็นสักขีพยาน เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า อุรวศีนั่งพับเพียบอยู่ข้างๆ สร้อยหยิบถุงผ้าหลายถุงมาวางข้างเสด็จ

ooooooo

เสด็จเรียกทุกคนเข้ามาพบเพื่อมอบถุงผ้าและกล่าว “ของพวกนี้อยากจะแบ่งเสียให้หมดห่วง มีหลานอยู่กับเขาหลายคน หากไม่แบ่งให้เด็ดขาด เดี๋ยวจะตกลงกันไม่ได้ คุณท้าวช่วยเป็นพยานให้ฉันด้วยว่าฉันให้ใคร จะได้ไม่พูดกันผิดๆถูกๆภายหลัง”

“เสด็จเพคะ ทรงแบ่งให้ท่านหญิงองค์ไหน อย่างใดก็แล้วแต่พระเมตตา หม่อมฉันเป็นพยานได้” คุณท้าวรับคำ

หม่อมต่วนแอบยิ้มคิดไว้แล้วว่าคงแบ่งสมบัติ เสด็จพูดกับทุกคน “เงินในถุงมีถุงละสามสิบชั่ง ป้าให้หญิงใหญ่ หญิงกลาง หญิงนิด หญิงเม หญิงเล็กคนละถุง”

อลัมพุษากราบขอบพระทัยไม่คิดว่าจะได้ด้วยเพราะออกเรือนไปแล้ว เสด็จหันมาฝากของท่านชายอรชุนกับหม่อมต่วน และฝากของท่านชายวิสสุกรรมไว้ที่อุรวศี หม่อมเรี่ยมเห็นอุรวศียังไม่ได้จึงทูลถามทรงลืมหรือเปล่า ติโลตตมาสวนแทรกว่าเสด็จป้าหรือจะลืม แต่คงเห็นนิสัยใจคอไม่ผิดแผกจากแม่จึงไม่ประทานอะไรให้มากกว่า อุรวศีนิ่งไม่ได้สนใจทรัพย์ สมบัติ

“สร้อย หยิบหีบกับถุงใส่โฉนดให้ข้าที” เสด็จ สั่งสร้อย

สร้อยคลานเข่าไปหยิบถุงโฉนดใบใหญ่และหีบใส่เครื่องเพชรขนาดใหญ่พอควรเข้ามา เสด็จจับถุงและหีบบอกว่าทั้งหมดนี้ตนยกให้อุรวศี หม่อมต่วนกับติโลตตมาตาวาวทั้งแค้นทั้งอิจฉา เพราะรู้ว่าของเหล่านั้นมีค่ามหาศาล ส่วนคนอื่นยินดีกับอุรวศี แต่เจ้าตัวเห็นว่ามากเกินไป

ติโลตตมาอิจฉาจนทนไม่ไหว “เครื่องเพชรในหีบก็มากเกินพอแล้ว ยังมีที่ดินนครปฐมอีกพันไร่ เชียวหรือเพคะ”

“แม่ต่วน ทำไมไม่สอนแม่นางงามสามโลกบ้างว่าไม่ควรทะลุกลางปล้อง” เสด็จเอ็ด

หม่อมต่วนแค้นใจต้องเก็บอารมณ์กล่าวขอประทานอภัย เมรากับอรุณวาสีแสดงความยินดีกับอุรวศี อทริกาไม่คิดอิจฉายังบอกอีกว่า พระยานครชัยศรีเก็บค่าเช่ามาถวายเสด็จป้าทุกเดือน ต่อไปเธอสบายแล้ว หม่อมต่วนจิกตามองลูกอย่างไม่พอใจที่ไปญาติดีด้วยทำไม

เสด็จย้ำกับอุรวศี “หรือถ้ากลับไปอยู่บ้านแล้วไม่เป็นสุข เดือดร้อนนักก็ไปอยู่เมืองนครปฐม หญิงอยู่ตัวคนเดียวป้าเป็นห่วง”

อุรวศีน้ำตาคลอซาบซึ้งที่เสด็จป้าทรงเป็นห่วงอยากให้ตนพ้นจากหม่อมต่วนและมีรายได้จากค่าเช่าที่ จึงคลานเข้าไปกราบแทบเท้า เสด็จทรงลูบหัว หม่อมต่วนมองภาพนี้ยิ่งริษยาจับใจกำพัดในมือแน่น ติโลตตมานั่งค้อนหลายตลบทั้งแค้นและอิจฉา

กลับเข้าห้องนอนอทริกา หม่อมต่วนระเบิด อารมณ์ด้วยความแค้นใจ จะทำอะไรก็ไม่ได้เพราะที่ดินมีโฉนด แต่ที่ตนอยากได้มากที่สุดคือเครื่องเพชรประจำราชสกุล ไม่ควรตกเป็นของลูกเมียบ่าว อรุณวาสีเตือนว่ามีคุณท้าวเป็นพยาน อทริกาถามซื่อๆว่าหีบใหญ่ขนาดนั้นแม่จะแย่งเอามาได้อย่างไร หม่อมต่วนตาวาวไม่ได้อยากได้ทั้งหีบ ต้องการเพียงสร้อยเส้นนั้น ติโลตตมาเกิดความคิดพอมีวิธี แต่อรุณวาสีต้องร่วมมือ ท่านหญิงหน้าเสียส่ายหน้า แต่พอเห็นสายตาแม่ก็ได้แต่ก้มหน้าน้ำตาคลอ หม่อมต่วนให้หญิงกลางเล่าแผนการให้ฟัง

ooooooo

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ