อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

สาธิตหน้าเครียด ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจีราวัจน์จะมีปัญหากับแม่ขนาดนี้

“จำเอาไว้นะ ถ้าไม่มีท่านคุ้มกะลาหัว เราแม่ลูกจะมีหน้าสู้คนอื่นได้อย่างวันนี้ไหม ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นแม่ที่เบ่งแกออกมา แกก็เลิกเข้าข้างไอ้สาธิตซะ แกจะปกป้องมันไปเพื่ออะไร มันเคยปกป้องแกอย่างที่ท่านทำรึไง เราไปเป็นหนี้บุญคุณมันตอนไหน แกหักหลังท่านก็เท่ากับว่าแกอกตัญญูกับฉัน ไอ้ทนายคนนั้นมันไม่ได้หวังดีกับแก คนอย่างมันไม่มีวันซาบซึ้งในสิ่งที่แกทำ มันกำลังหลอกใช้แกรู้เอาไว้ อย่าทรยศท่าน ไม่งั้นชีวิตแกนั่นแหละที่จะพังรู้เอาไว้!”

จีราวัจน์ทนฟังต่อไม่ไหว กดปิดเสียงข้อความดื้อๆ พร้อมเสียงสะอื้นอย่างสุดกลั้นเพราะความเสียใจสุดขีด สาธิตก็ตะลึงงันไม่แพ้กัน ความจริงที่เพิ่งได้ยินทำให้สับสนในใจอีกรอบ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนจะเป็นสาเหตุให้แม่ลูกต้องมีเรื่องขัดแย้งกันมากมายขนาดนี้



สาธิตตั้งใจจะให้เวลาส่วนตัวกับดาราสาว แต่ไปได้ไม่ไกลก็ต้องกลับมาใหม่เมื่อได้ยินเสียงโครมดังจากในห้องน้ำ ทนายหนุ่มพยายามเคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยตัดสินใจพังประตู!

สภาพของดาราสาวที่หน้าซีดเผือดเพราะพิษบาดแผลที่แขนทำให้สาธิตตกใจมาก รีบช้อนตัวเธอพาไปพักในบ้านคนงาน และดึงตัวมากอดอย่างอ่อนโยนเมื่อเธอละเมอเพราะพิษไข้จากบาดแผล

“ทำแบบนี้ทำไม คุณจะมาตายเพราะผมทำไม...ผมไม่ยอมให้คุณตาย คุณจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด”

ทนายหนุ่มใช้ผ้าทำความสะอาดแผลให้จีราวัจน์ช้าๆ พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคำเตือนของเธอที่อยากให้เขาวางมือจากคดีของสิทธาและเวทิต และระหว่างที่คิดเพลินๆนั่นเอง พันก็โทร.เข้ามือถือจีราวัจน์

สาธิตตัดสินใจรับสายแทน แล้วก็ต้องหน้าเสียเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากพัน

“ถ้าไอ้จีมันอยากมาลาก็ให้มันรีบมาโรงพยาบาล เพราะยายกำลังจะไป...ยายคงจะอยู่รอมันไม่ไหวอีกแล้ว”

ooooooo

สาธิตรับปากจะพาจีราวัจน์ไปหายายจันทร์ให้ทันเวลา พันถอนใจยาว ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งดูอาการของยายจันทร์ใกล้ๆ พลางขอร้องให้อดทนรออีกนิด

“รอก่อนนะ ห้ามเป็นอะไร ไอ้จีกำลังมา ฉันรู้ว่ายายรอมันใช่ไหม ยายต้องอยู่รอมัน เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันแล้วนะยาย เราต้องได้อยู่ด้วยกันอีก แข็งใจเอาไว้”

สาธิตเข้าใจสถานการณ์ดี แต่อาการของจีราวัจน์ก็หนักหนาเอาการไม่น้อย ดาราสาวไม่ได้สติอีกเลย เพราะพิษไข้ แต่เขาก็ต้องตัดใจพาเธอส่งโรงพยาบาลและเยี่ยมยายจันทร์ในคราวเดียวกัน

ด้านเจตร...ใจลอยไม่อยู่กับเนื้อตัวเมื่อรู้จากดารากาเรื่องจีราวัจน์มีคนรัก ดารากาช้ำใจมาก แต่ยังแข็งใจตีหน้าซื่อไปคุยกับเขา เจตรไม่มีแก่ใจจะหยอกล้อด้วย แต่แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเธอบอกว่าอำเรื่องจีราวัจน์มีคนรัก

“จริงๆดาวเป็นคนตลกและชอบอำคนอื่นด้วยค่ะ”

“จริงเหรอครับ...ไม่อยากจะเชื่อ”

“แต่คุณเจตรก็เชื่อไปแล้วนี่คะ”

“นี่คุณดาวเคยอำผมด้วยเหรอครับ”

“ไม่ใช่เคย แต่กำลังอำอยู่ค่ะ”

เจตรมองมาแบบไม่อยากเชื่อ แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้

“หรือว่าเรื่องคุณจี...ตกลงคุณจีไม่ได้มีคนรักแล้วเหรอครับ”

“มีแล้ว...และก็หวงจีมากด้วยค่ะ”

“คุณชยันต์เหรอครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ...คนรักของจีตัวเล็กกว่าพี่ชยันต์ ขาวกว่า หน้าหวานกว่า และที่สำคัญ...จีกับเขาอยู่ด้วยกันค่ะ”

“อยู่ด้วยกัน...ตัวเล็กกว่าคุณชยันต์ ขาวกว่า หน้าหวานกว่า แล้วยังอยู่กับคุณจี...เท่าที่เห็นก็มีแต่...คุณดาว!”

ท่าทางมึนสุดขีดของเจตรทำให้ดารากาอดขำไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อพูดถึงเพื่อนรัก

“คุณเจตรกลัวหนอนไหมคะ”

“ทำไมอยู่ๆคุณดาวถึงถามเรื่องนี้ล่ะครับ...หรือจะอำอะไรผมอีก”

“เปล่าค่ะ...แต่ดาวจำได้ว่าตอนเจอจีครั้งแรก จีถามดาวเป็นคำแรกว่ากลัวหนอนไหม”

“คุณจีเอาหนอนมาแกล้งคุณดาวแน่ๆ”

“ตอนแรกดาวก็คิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ ที่จีถามเพราะจีกลัวดาวรังเกียจเขา”

“หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”

“จีเคยบอกว่าชีวิตจีเหมือนผีเสื้อ ที่ก่อนจะมาเป็นผีเสื้อที่สวยงาม มันเคยเป็นหนอนที่ใครๆรังเกียจมาก่อน ดาวไม่ได้อำคุณเจตรนะคะเรื่องจีมีคนรักแล้ว เพราะดาวรักจีมาก...รักเท่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะรักเพื่อนคนหนึ่งได้ ดังนั้น ถ้าจะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตจี...ดาวอยากให้เขารับจีได้ทุกอย่าง...ไม่ใช่แค่ความสวยฉาบฉวย”

ooooooo

เจตรรับรู้ว่าดารากาต้องการสื่ออะไร และเขาก็ยินดีอย่างยิ่งจะเป็นคนนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเวลานี้ ดาราสาวที่เขาหลงรักแทบยืนไม่ไหวเมื่อมาถึงโรงพยาบาลพร้อมสาธิตแล้วค้นพบความจริงจากพัน

“แกหายหัวไปไหน ทำไมไม่รู้จักมาให้มันไวกว่านี้ แกมาไม่ทันแล้ว ยายไปแล้ว!”

จีราวัจน์หน้าถอดสี ก่อนร้องไห้โฮแบบไม่แคร์สายตาใคร สาธิตได้แต่เฝ้ามองด้วยความรู้สึกผิดที่เขาพาเธอมาไม่ทันดูใจยายจันทร์ พันสะเทือนใจมากและพาจีราวัจน์ไปลายายที่เตียงคนไข้

“ฉันบอกยายแล้ว ฉันไม่ได้โกหก ไอ้จีมันต้องมา มันไม่ทิ้งเราหรอก ยายไม่น่าใจร้อน รอมันอีกนิดก็ไม่ได้!”

ยายจันทร์ไม่ตอบโต้ จีราวัจน์ยิ่งสะท้านใจ ค่อยๆก้าวไปกอดยายด้วยความอาลัยถึงขีดสุด

“ยาย...จีอยู่นี่ จีมาหายายแล้ว ทำไมยายไม่รอจี ยายทิ้งจีทำไม จีขอโทษ ยายตื่นมาเจอจีก่อนได้ไหม ยายจ๋า...อย่าเพิ่งไป ลุกขึ้นมาหาจีก่อน!”

แต่ไม่ว่าร้องเรียกเท่าไหร่ ยายจันทร์ก็ไม่ฟื้น จีราวัจน์ปวดใจมาก ต้องออกไปชกกำแพงระบายความเสียใจจนมือเริ่มแตก สาธิตเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม แต่จีราวัจน์ก็เป็นลมหมดสติคาอกเขาก่อน

ชยันต์ไม่ได้รับรู้เรื่องจีราวัจน์ มัวจมปลักกับความทุกข์ใจที่ทะเลาะกับปียากุล สาธิตก็ไม่ยอมให้ลี้ภัยที่บ้าน ผู้กำกับหนุ่มเลยต้องหอบสังขารโทรมๆมานอนที่ออฟฟิศ พัฒนะมาเจอตอนเช้าก็อดไม่ได้จะเตือนสติ

“ทำไมไม่กลับไปเคลียร์กัน”

“ผมอยากให้เปี๊ยกเขาคิดได้ด้วยตัวเองบ้าง ถ้าเขายังไม่เชื่อใจผมแบบนี้ กลับไปก็เจอแต่ปัญหาเดิมๆ”

“ครอบครัวไม่ใช่ศาล หาคนถูกผิดไปก็เท่านั้น ถ้าไม่รู้จักให้อภัย เอาแต่ลงโทษกันแล้วจะอยู่กันต่อไปยังไง”

“ขอโทษนะครับ คุณพ่อไม่ใช่ผม...คุณพ่อก็พูดได้”

“ขอโทษนะครับคุณชยันต์ ผมนี่เจอระดับแม่เปี๊ยกเลยครับผม แล้วรู้ไหมว่าผมปราบแม่เปี๊ยกยังไง...ตบเลย!”

“คุณพ่อตบคุณแม่เลยเหรอครับ”

“เปล่า...ตบมือพนมวันทาแล้วกราบที่บ่าเมียงามๆ พ่อรู้ว่าผู้ชายต้องมีศักดิ์ศรี แต่การยกโทษให้ก่อนไม่ได้แปลว่าไม่มีศักดิ์ศรีนะ แต่นี่แหละวิถีของลูกผู้ชายตัวจริงที่มองข้ามความงี่เง่าของมนุษย์เมียไปได้ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคิดเอง เพราะจากประสบการณ์ตรงของพ่อ...ผู้หญิงไม่เคยคิดถูกได้ มีแต่คิดผิดไปกันใหญ่”

ชยันต์ถอนใจเหนื่อยหน่าย เห็นจริงด้วยทุกอย่าง พัฒนะเลยถือโอกาสทิ้งท้าย

“ถ้าไม่อยากมีเมียเป็นก็อตซิลล่า รีบกลับบ้านไปเคลียร์ซะ ก่อนที่ทีมงานจะอดตายเพราะรอแกสองคนง้อกัน!”

ooooooo

จีราวัจน์ต้องพักฟื้นและทำแผลที่โรงพยาบาล โดยมีสาธิตนั่งเฝ้า จริยาเป็นเดือดเป็นร้อนมากที่ลูกสาวคนเดียวหายตัวไป สุกี้เลยต้องรับภาระหนักตามหาจนพบว่าดาราสาวในสังกัดนอนป่วยที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด

ความเสียใจเรื่องยายจันทร์ทำให้อาการของจีราวัจน์ยิ่งทรุด ดาราสาวไม่มีแก่ใจจะเจอหรือพูดคุยกับใคร จนหมอต้องให้ยานอนหลับเพื่อพักผ่อน และระหว่างที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยานั่นเอง เธอก็ฝันถึงยายจันทร์

ยายจันทร์มาหาเพื่อปลอบขวัญและปลอบใจไม่ให้คิดมาก เป็นธรรมดาของชีวิตที่มีเกิดก็มีตาย แต่จีราวัจน์ก็ยังทำใจไม่ได้ ฟูมฟายถึงชะตาชีวิตที่ไม่เคยสมหวังหรือมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ

“ทำไมชีวิตจีไม่เคยมีคนที่รักอยู่ใกล้ๆ คนที่อยู่ใกล้กลับเป็นคนที่เกลียดจี ฟาดฟันจี เหมือนอยากให้จีตายตรงหน้าเขา ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือคุณสาธิต จีคงผิดมากที่เข้ามาในชีวิตพวกเขา”

เสียงร่ำไห้ของหลานสาวนอกไส้ทำให้ยายจันทร์สงสาร ดึงตัวไปกอดปลอบ

“จีเหนื่อยเหลือเกินยายจ๋า จีไม่รู้จะมีชีวิตเพื่อให้คนเกลียดต่อไปทำไม”

“อย่าพูดแบบนี้นะจี จำได้ไหมว่ายายเคยสอนแกว่ายังไง ใครเห็นเราเลว เราชั่วก็ช่างเขา เรารู้ตัวเราว่าเราเป็นยังไงก็พอ ทำความดีไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น ถ้าไม่มีคนติดทองหลังพระ พระจะงามทั้งองค์ได้เหรอจี”

“แต่ถ้าทำความดีแล้วไม่มีคนรัก จะทำไปเพื่ออะไรยาย”

“จำไว้...ถ้าความดีมีจริง ความรักก็มีจริง และความรักที่แท้จริงมันจะมาจากผลความดีของแก...จำคำยายไว้”

ภาพยายจันทร์หายวับไปแล้ว พร้อมสติของจีราวัจน์ที่ฟื้นตัวอีกครั้ง สาธิตนอนเฝ้าเธอไม่ห่าง พร้อมๆ กับสุกี้ที่โผล่มาทันได้ยินเรื่องสำคัญพอดีว่าพันย้ายศพยายจันทร์ไปตั้งทำพิธีที่วัดแล้ว

จีราวัจน์ไม่สนใจสภาพร่างกายของตน รั้นจะไปร่วมงานศพของยายจันทร์ให้ได้ สาธิตกับสุกี้เลยต้องพาไป พันเห็นดาราสาวที่โตมาด้วยกันก็ดุเพราะรู้ดีว่าเธอไม่สบายหนักแค่ไหน แต่จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ ถลาไปคุกเข่าต่อหน้าโลงศพยายจันทร์และร้องไห้แบบไม่อายใคร พันต้องตามไปปลอบ

“แกอย่าร้องสิจี ยิ่งแกร้อง ยายก็ยิ่งห่วงแกกับฉัน ไม่ต้องห่วงนะยาย พวกฉันอยู่กันได้ พวกเราจะไม่ทิ้งกัน”

จีราวัจน์ปาดน้ำตา “ใช่...ไอ้พันพูดถูก ยายไม่ต้องห่วงนะ หลับให้สบาย จีจะเข้มแข็ง ยายจ๋า...หลายครั้งที่จีทำให้ยายโกรธ หลายครั้งที่จีบอกยายว่าจะมาหาแต่ไม่มา ทำให้ยายต้องรอเก้อ แม้แต่วันสุดท้ายของยาย จียังปล่อยให้ยายรอ จีขอโทษ อโหสิให้หลานเลวๆคนนี้ด้วยนะ จีสัญญาจะเป็นคนดี...จะใช้ความดีชนะทุกอย่าง...”

กว่าจีราวัจน์จะกลับถึงคอนโดก็หลายชั่วโมงต่อมา ดาราสาวสลบไสลตลอดทางจนสาธิตนึกเป็นห่วง ต้องแอบตามมาส่ง พร้อมกับถุงยาของเธอที่ลืมไว้ สุกี้เห็นท่าทีอ่อนโยนและทะนุถนอมของเขาที่มีต่อดาราสาวในสังกัดก็อดนึกถึงคำพูดของจริยาเมื่อวันก่อนไม่ได้

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยจีต้องเจ็บตัวเพราะนายสาธิต ถ้าเธอไม่อยากเสียตัวสร้างเงินสร้างทองอย่างยัยจีไป เธอต้องไล่นายสาธิตออกไปจากชีวิตของยัยจีเร็วที่สุด”

และก็เพราะคิดถึงคำพูดนั้นนั่นเอง สุกี้เลยตัดสินใจถามสาธิตตรงๆ

“ขอโทษเถอะนะครับ ที่ผมต้องพูดเพราะผมห่วงจี อยู่ๆจากคนที่โกรธเกลียดจีมากๆ เปลี่ยนเป็นดีมากๆ ถ้าไม่ได้เป็นบ้าเพราะโลกร้อน ก็คงคิดจะทำอะไรจีอยู่”

“คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ที่ผมทำเพราะเขาช่วยผม เลยเจ็บตัวแทนผม ผมเลยตอบแทนเขา”

สุกี้ไม่อยากจะเชื่อหู แต่คำสั่งของจริยาก็ทำให้ต้องยื่นคำขาดกับสาธิต

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีเจ็บตัวเพราะคุณ ถ้าคุณอยากตอบแทนจีจริงๆ คุณอย่ามายุ่งกับจีอีกดีกว่า”

สาธิตจะโต้เพราะเป็นห่วงดาราสาว แต่ก็ถูกสุกี้ดักคอ

“คุณก็เห็นว่าชีวิตจีมีแต่เรื่องมากพออยู่แล้ว ไหนจะเรื่องยาย เรื่องคุณชยันต์ ถ้าคุณเปี๊ยกเห็นคุณมายุ่งกับจีอีก คุณคงรู้นะว่าจีต้องเจออะไร...หรือคุณรู้อยู่แล้ว คุณถึงมายุ่งกับจี เพื่อให้ชีวิตจีบรรลัย!”

ooooooo

ระหว่างที่สุกี้พยายามเคลียร์สถานการณ์ของจีราวัจน์ตามคำสั่งจริยา ชยันต์ก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อกลับบ้านมาหาปียากุลตามคำแนะนำของพัฒนะแล้วพบว่าภรรยาจอมหึงส่งนักสืบตามจับผิดจีราวัจน์

และภาพที่นักสืบส่งมาวันนี้ก็คือภาพสาธิตอุ้มจีราวัจน์ไปส่งคอนโด ปียากุลยังไม่เห็น แต่เขาก็ไม่คิดจะบอก นอกจากจะเอาเรื่องที่เธอทำเกินกว่าเหตุอีกครั้ง

“เปี๊ยกจ้างนักสืบตามจีด้วยเหรอ ทำแบบนี้ทำไม”

“ก็จะเอาไว้แฉมันไง ใครที่มันทำลายครอบครัวเปี๊ยก เปี๊ยกก็พร้อมจะดับอนาคตมัน”

“คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับใครแบบนี้ นี่มันเข้าข่ายคุกคามแล้วรู้ตัวไหม”

“นี่มันยังน้อย ถ้ามันยังหน้าด้าน เปี๊ยกก็พร้อมจะทำยิ่งกว่านั้น”

“เลิกรังควานจีซะ ถ้ายังไม่เลิกบ้า ผมนี่แหละจะเลิกกับคุณเอง!”

ปียากุลอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าสามีจะกล้าขู่แบบนี้ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ แหวกลับ

“เลิกเหรอ...มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกชยันต์ คุณก็รู้ว่าคนอย่างเปี๊ยกไม่เคยแพ้ใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มีค่าพอมาเทียบกับเปี๊ยกอย่างจีราวัจน์ ถ้าเปี๊ยกต้องแพ้มัน เปี๊ยกยอมเป็นฆาตกรฆ่ามันซะยังดีกว่า”

ชยันต์อยากจะเป็นบ้าตาย แต่ไม่ทันโต้ ภรรยาจอมหึงก็ประกาศกร้าว

“เลือกเอาว่าคุณจะหยุดเลิกกับมันเอง หรือจะให้เปี๊ยกเป็นคนหยุด”

แววตาเอาจริงของปียากุลทำให้ชยันต์แทบคลั่ง โกรธจนพูดไม่ออก ต้องผละไปดื้อๆ ทิ้งปียากุลให้หัวฟัดหัวเหวี่ยงคนเดียว และยิ่งของขึ้นหนักเมื่อเห็นภาพจากนักสืบที่ส่งไปตามจีราวัจน์

“แกอ่อยผัวฉันคนเดียวไม่พอ ยังมายุ่งกับพี่ชายฉันอีก ฉันไม่ปล่อยแกไว้แล้วนังจี!”

จีราวัจน์ไม่ได้สำเหนียกถึงอันตรายจากลมเพชรหึงของปียากุล มัวฟูมฟายกับสุกี้เรื่องยายจันทร์

“ทำไมไม่เป็นจี ทำไมต้องเป็นยาย คนเลวๆอย่างจีไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม”

“อย่าพูดอย่างนี้ ยังมีคนที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจี”

“มีด้วยเหรอพี่สุกี้ ในชีวิตนี้ยังมีใครที่รักจีเหลืออยู่อีกเหรอ ขนาดแม่แท้ๆยังเกลียดจีจะตาย”

สุกี้สงสารมาก เข้าใจความเจ็บปวดของดาราสาวในสังกัดดี ดึงตัวมากอดปลอบ

“คนที่แคร์จีก็อยู่นี่ไง พี่จะอยู่ตรงนี้กับจี ถึงไม่เหลือใครแต่จีก็มีพี่เสมอ จีก็ต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งพี่เข้าใจไหม”

“ขอบคุณนะพี่สุกี้ ขอบคุณที่ยังอยู่กับจีทั้งๆที่จีสร้างแต่ปัญหาให้พี่ตามแก้ตลอด”

“ถ้ารู้ตัวว่าสร้างปัญหาให้พี่ ต่อไปก็ช่วยฟังในสิ่งที่พี่ห้ามสักที โดยเฉพาะเรื่องคุณสาธิต...ที่พี่พูดเพราะพี่ห่วงจี จะให้พี่กราบก็ได้ แต่ได้โปรดเลิกยุ่งกับเขาสักที”

“ถ้าพี่สุกี้เห็นคนกำลังจะโดนยิงตรงหน้า พี่สุกี้จะยืนมองดูเขาตาย โดยไม่ทำอะไรเลยได้เหรอ”

“ถ้าครั้งเดียว...พี่พอเข้าใจ แต่นี่มันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วนะจี”

“ต่อให้มีครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ที่ห้า จีก็จะปกป้องเขา เพราะจีไม่อยากเห็นคุณน้านวดีต้องเจอการสูญเสียอีก”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 8 วันที่ 9 ก.พ.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ