อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 12 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 12 ก.พ.60

“เมื่อคืนอนลถูกจับเพราะร่วมกับกลุ่มที่คิดก่อการใหญ่เพื่อจะกระทำการร้ายแรงในแผ่นดินค่ะ” สุรคมเล่าต่อทำให้อุรวศีตกใจสุดขีด แม้ไม่บอกตรงๆ ก็รู้ว่าข้อหาอะไร

ผ่านไปครู่ใหญ่ เมราบอกอธิปว่าตนกับแม่คงต้องค้างที่วังจนกว่าจะเสร็จสิ้นงานพระศพ อธิปแอบยิ้มดีใจจะได้อยู่กับหม่อมเล็กๆ เมรารู้แก่ใจแต่ต้องทำเป็นไม่สน เมื่อทั้งสามเดินไป อธิปหันมาเตือนสุรคมเรื่องอนล จับได้คาหนังคาเขาอย่างนี้ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วยอีกจะนำความเดือดร้อนมาให้ทั้งเขาและตน เพื่อนชั่วคนนี้ไม่พ้นโทษประหารแน่ สุรคมไม่พอใจเห็นว่ายังไม่มีการพิพากษาว่าอนลผิดจริง อธิปพูดใส่หน้า

“แล้วอย่าคิดว่าเจ้าคุณรัชปาลีจะช่วยได้ จับพลัดจับผลูจะโดนโทษไปด้วย จะบอกให้นะว่าท่านเจ้าคุณอธิบดีสุขภาพย่ำแย่มาหลายปีแล้ว อีกไม่นานคงต้องทูลลาออกจากราชการ คนที่จะขึ้นมาแทนคือเจ้าคุณรัชปาลี แต่เมื่อมีลูกชั่วอย่างนี้ก็หมดหวังแล้ว เท่ากับหมดประโยชน์ที่เราจะข้องแวะด้วย เข้าใจหรือยัง”



สุรคมไม่ชอบนิสัยแบบนี้ของพี่ชายเลย หม่อมเอื้อนเห็นสีหน้าลูกทั้งปลอบและย้ำว่าตนเห็นด้วยกับอธิป ใช่ว่าจะไม่สงสารอนล แต่ข้อหาเช่นนี้ไม่พ้นตาย อย่าเห็นแก่เพื่อนมากกว่าแม่

ooooooo

อนลได้รับการคุมตัวมาห้องสอบสวน เห็นพระยารัชปาลีอยู่กับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ก็ให้สับสนว้าวุ่นใจ ทั้งกลัวทั้งเสียใจถามถึงแม่และอนึก พ่อพูดทำนองโกรธที่ทำให้แม่เสียใจและพี่ชายเสียชื่อเสียง อนลรู้ทันทีว่าอนึกไม่คิดช่วย ถ้าตนสารภาพก็จะทำให้เกื้อเดือดร้อนไปอีกคน

พระยารัชปาลีด่าว่าอนลเป็นลูกทรพีคิดก่อการร้าย ถ้าไม่สารภาพก็ไม่ต้องมานับเป็นพ่อลูกกันอีก อนลน้ำตาคลอนิ่งเงียบ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ส่งกระดาษคำถามสิบสามข้อให้เอาไปอ่านหากรักพ่อแม่รักหน้าตา วงศ์ตระกูล ก็ให้ตอบคำถามเหล่านี้ อนลไม่แม้แต่จะรับกระดาษมาดู ยิ่งทำให้พระยารัชปาลีโกรธจนแทบกระอักเลือดกระแทกเท้ากลับไป...น้ำตาอนลค่อยๆไหลริน

พอถึงบ้าน เกื้อแทบถลาเข้ามาถามพระยารัชปาลีถึงอนล ท่านเจ้าคุณโกรธแค้นใจสุดๆตวาดจะไปห่วงทำไม ตนจะถือว่าไม่มีลูกคนนี้อีก เกื้อเสียใจจะทำอย่างไรดีเพื่อช่วยอนลได้

พระยารัชปาลีอ่อนลงรู้ว่าน้องเป็นห่วงหลาน “ฉันเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดตามไปด้วย พรุ่งนี้ก็จะต้องตากหน้าไปให้เจ้าคุณปลัดทูลฉลองท่านสอบสวนเอาความว่ารู้เห็น เป็นใจกับไอ้ลูกระยำหรือไม่ เราทุกคนจะตายกันทั้งโคตร เพราะไอ้ลูกทรพีคนเดียว”

อนึกประคองนวมออกมาได้ยิน นวมพูดทั้งน้ำตา เป็นตายอย่างไรตนก็ไม่เชื่อว่าอนลจะทำเรื่องเลวทรามอย่างนั้น อนึกหน้าซีดกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เกื้อทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“เฉยอยู่ทำไมล่ะพ่อใหญ่ ตอนนี้มีพ่อคนเดียวที่ช่วยน้องได้ แค่พ่อใหญ่ยอมพูดเท่านั้น”

“จะให้ผมพูดกับท่านเจ้าคุณกลาโหมหรือครับ ผมพูดแน่ครับ ขอให้นลปลอดภัยเท่านั้น แต่เรื่องร้ายแรงเช่นนี้ผมก็ไม่กล้ารับปากนะครับว่าท่านเจ้าคุณจะช่วยได้” อนึกพูดโดยไม่สบตา

“พ่อใหญ่!” เกื้อผิดหวังสุดๆ อนึกทำทีเป็นห่วงอาให้กลับไปพักผ่อน ตนจะไปส่ง เกื้อขัดขืนไม่ให้มาประคอง แต่อนึกยื้อลากออกไปจนได้

เมื่อมาถึงบ้านเกื้อ อนึกปะเหลาะว่าตนก็เป็นห่วงอนลมากที่ต้องมารับเคราะห์แทน แต่จะช่วยบุ่มบ่ามไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทั้งตนและอาต้องตายด้วย เกื้อไม่กลัวกล้าทำก็ต้องกล้ารับ อนึกตะล่อมซื้อเวลาไปเรื่อยว่ากำลังวางแผนช่วยน้องแต่บอกอาไม่ได้ เกื้อฟังอย่างระแวงไม่ไว้ใจ

เย็นวันนั้น อนลได้รับอาหารอย่างดีจากทหารชั้นผู้น้อย พร้อมคำพูดว่า “คุณขอรับรู้จักแม่จันหรือไม่ แม่จันวานกระผมให้มาบอกว่าเพื่อนของคุณฝากคำพูดแม่จันมาบอกอีกที...”

อนลฉุกคิดถึงอุรวศี ไม่คิดว่าเวลาแบบนี้ที่ทุกคนต่างกลัวเดือดร้อนไปด้วย แต่ท่านหญิงกลับมีน้ำใจฝากคำพูดมาถึงโดยไม่สนใจว่าตนเป็นคนผิดหรือถูก คำพูดของท่านหญิงคือ...ไม่ว่าจะถูกผิดอย่างไร ฉันก็ยังเหมือนเดิม...อนลปลาบปลื้มเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจน้ำตาริน ฝากทหารกลับไป “ฝากบอกแม่จันถึงเพื่อนฉันด้วย ว่าไม่ต้องส่งใครมาอีก ฉันไม่อยากเจอใคร”

เมื่อทหารกลับมาบอกจัน จันมอบเบี้ยอัฐเป็นสินน้ำใจแต่ทหารไม่รับบอกว่ามีญาติฝากตนทำแบบนี้ประจำ ตนเห็นใจทุกคน...จันรับคำของอนลมาทูลด้วยความสงสัยทำไมห่วงใยกัน

แม้จะแสดงออกว่าโกรธอนลมาก แต่ใจจริงพระยารัชปาลีแอบเสียใจคิดถึงอนลวัยเด็กที่น่ารักว่านอนสอนง่าย พูดอะไรก็ทำตาม แต่ทำไมถึงได้ทำให้พ่อแม่เสียใจได้ขนาดนี้ คล้องเข้ามาเห็นท่านเจ้าคุณปาดน้ำตา ก็แปลกใจไม่ทันถามก็โดนเอ็ด จึงเรียนว่าพระยาไกรและครอบครัวมา พระยารัชปาลีตกใจมัวเครียดเรื่องอนลจนลืมไปว่ามีงานแต่งงานของอนลกับดวงแขอีก

สถานการณ์ตึงเครียด พระยาไกรฟังท่านเจ้าคุณเล่าเรื่องและบอกว่ายังดีที่หลวงปิดเรื่องนี้ไว้ รู้กันแค่ข้าราชการเป็นส่วนใหญ่ ดวงแขทะลุกลางปล้องว่าตนต่างหากที่ต้องอับอาย คนทั้งเมืองจะมองตนอย่างไร นวมหน้าเสียเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ว่ายังไม่มีใครซัดทอดอนลคงแค่ติดร่างแหไปเท่านั้น ไม่นานคงได้ปล่อยตัว แต่ดวงแขพูดน้ำเสียงขุ่นมัวว่าข้อหาร้ายแรงอย่างนี้ มีหรือจะถูกปล่อย ยังมีหัวอยู่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว คุณหญิงไกรเข้าข้างลูกสาวที่ต้องมาเป็นหม้ายขันหมาก แต่พระยาไกรยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ปรามลูกสาวกับภรรยาให้ใจเย็น

พระยารัชปาลีกับนวมเครียดหนัก ขณะนั้นเองอนึกเดินเข้ามาเสนอตัว “ถ้ามีสิ่งใดที่ผมทำแทนอนลได้ ขอให้ทุกคนสั่งมาเถิดครับ ผมเต็มใจจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนพระคุณคุณพ่อคุณแม่ และคลี่คลายเรื่องคราวนี้ให้จบลงด้วยดี”

นวมมีความหวังขึ้นมาขอให้อนึกแต่งงานแทนอนล อนึกกุมมือแม่ยินยอมทำทุกอย่างให้พ่อแม่สบายใจขึ้น คุณหญิงไกรคิดทบทวน ว่าอย่างไรเสียก็ยังอยู่ในวงศ์สกุลเดิม สมบัติก็ได้เท่าเดิมหรืออาจจะได้มากกว่าเพราะเป็นลูกคนโต พระยาไกรไม่มีปัญหาใดๆ คุณหญิงไกรจึงบอกว่าให้ใช้ฤกษ์ยามเดิม ลูกสาวตนจะได้ไม่เสียหน้า ดวงแขคิดเหมือนแม่อนึกเป็นตัวเลือกที่ดี

“ขอบใจมากพ่อใหญ่ ถึงนลมันจะนอกคอกไปทำเรื่องอุบาทว์ชาติชั่ว แต่พ่อก็ยังโชคดีที่มีผู้สืบวงศ์ตระกูลอย่างลูก” พระยารัชปาลีกอดลูก อนึกเครียดถ้าพ่อรู้ ความจริงจะโดนขนาดไหน

อนึกจัดแจงให้บ่าวจัดที่พักให้พระยาไกรกับคุณหญิงห้องหนึ่งและดวงแขอีกห้องหนึ่ง คุณหญิงไกรชื่นชมความมีน้ำใจของเขา อนึกปากหวานเอาใจว่ายังไม่ได้เศษเสี้ยวที่เธอเมตตาตน ดวงแขยืนเก้กังรอให้อนึกไปส่งที่ห้อง เขาจึงมีโอกาสพูดคำหวานกับเธอ ทำให้เธอเคลิ้มปลื้มปริ่มไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้จากปากอนลมาก่อนเลย พินิจดูอนึกก็รูปหล่อ การงานดีมีชาติตระกูล

ด้านอนึกแอบนึกถึงคำแนะนำจากรุ่นพี่ทหารซึ่งเป็นมหาดเล็กของสมเด็จเจ้าฟ้า ว่าการที่อนลโดนจับข้อหานี้กระทบต่อหน้าที่การงานของอนึก ถ้าอยากก้าวหน้าต้องย้ายไปอยู่หัวเมือง โอกาสก้าวหน้ามีมากกว่าอยู่พระนคร โดยหาผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าเมืองตามหัวเมืองช่วยเรื่องย้าย...ช่างประจวบเหมาะถ้าได้แต่งงานกับดวงแข

ooooooo

รุ่งเช้า หม่อมต่วนมาหาหม่อมเอื้อนถึงบ้านเพื่อทวงถามกำหนดวันที่จะยกขันหมากไปสู่ขออรุณวาสี หม่อมเอื้อนหนักใจมากอ้างยังติดงานพระศพเสด็จ หม่อมต่วนจิกตาเอาเรื่อง ไม่ได้ให้ยกมาวันนี้พรุ่งนี้ แปลกเสริมว่าขันหมากจะมากจะน้อยไม่สำคัญ ของรับไหว้ก็รับไปแล้ว

หม่อมเอื้อนเครียดหนักตัดสินใจพูดตามตรง ว่าไม่ได้คิดบิดพลิ้วแต่สุรคมยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่มีใจให้อรุณวาสี ตนยินดีคืนของรับไหว้ หม่อมต่วนโกรธมากหาว่าเป็นแม่ไม่เอาไหนสั่งลูกไม่ได้ เสียทีเกิดเป็นแม่ ที่ตนยอมยกลูกสาวให้เพราะไม่อยากให้ได้สะใภ้

มีราคีมีเลือดชั่วของแม่ กลับไม่คิดถึงน้ำใจ แปลกแกล้งเปรยทำนองคงเห็นว่าทางโน้นได้สมบัติมากมาย หม่อมเอื้อนหน้าเสียที่โดนเหน็บทั้งนายและบ่าว

ด้านสุรคมหาโอกาสพูดคุยกับอุรวศีเรื่องให้รอตนเคลียร์ปัญหาแล้วจะรีบจัดการเรื่องระหว่างเราให้เร็วที่สุด อุรวศีอ่อนใจไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจเสียที ตัดบทว่าไม่ใช่เวลาคุยเรื่องส่วนตัว สุรคมชะงักแต่อยากคุยกับเธอนานๆจึงดึงเรื่องอนลมาคุย

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 12 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ