อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

หวายเจอกับการันต์ที่ฟิตเนส เธอต่อว่าที่เขาบอกว่าจะช่วยแย่งอนาวินทร์คืนมาจากพุดชมพูจนเธอจัดงานวันเกิดแต่กลับถูกพุดชมพูมาฉีกหน้าทำให้ตนอับอายขายหน้า และทุกคนเชื่อว่าอนาวินทร์เป็น แฟนพุดชมพูกันหมดแล้ว

การันต์ที่กำลังหงุดหงิดเรื่องถูกแย่งการรับผิดชอบประมูลที่ดินไป ปรามหวายให้หยุดโวยวายเสียที ที่เป็นอย่างนี้เพราะตัวเองทำตัวไร้สาระ หวายโต้ว่าจะว่าตนไร้สาระได้ยังไงในเมื่อตนกำลังจะไปเรียนคอร์ส SME

“ก็ดี” การันต์กระชากเสียง แล้วเดินไป หวายมองงงๆ บ่นว่า...โกรธอะไรของเขา...



วันนี้ พุดชมพูบอกอนาวินทร์เรื่องเมื่อวานนี้ชวกรได้ประกันตัว เขาถามว่าแล้วทำไมเพิ่งมาบอกวันนี้

พุดชมพูอ้างว่าเพราะเมื่อวานเห็นเขาวุ่นๆเรื่องประชุม ก็พอดีการันต์เอาเอกสารเกี่ยวกับที่ดินที่จะประมูลมาให้ อนาวินทร์ถามว่ารู้ไหมว่าชวกรได้ประกันตัวไปแล้ว เขารู้ไหมว่าใครมาประกันให้ การันต์ตกใจแต่ทำหน้าตายถามว่าจริงหรือ ตนไม่รู้แล้วขอตัวไปทำงานเลย

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน การันต์รีบโทรศัพท์บอกนพดลว่าเรื่องที่คุยกันไว้มีปัญหา ให้เขาออกมาเจอกกันที่เดิม

นพดลคือนักธุรกิจวัยแก่กว่าการันต์เล็กน้อย เขาเป็นเจ้าของบริษัท “แกรนด์ คอนสตรัคชั่น” คู่แข่งสำคัญของสัตยาอสังหา ที่เมื่อการันต์เห็นว่าตนไม่มีทางเติบโตในบริษัทซ้ำต้องเป็นเบี้ยล่างของอนาวินทร์ จึงติดต่อนพดลขอเป็นหุ้นส่วนในบริษัทเขา อาสากับนพดลว่าจะทำให้สัตยาอสังหาแพ้การประมูลที่ดินผืนนี้ แต่สถานการณ์พลิกผันเมื่อพุดชมพูเสนอให้อนาวินทร์เป็นผู้ดำเนินการประมูลแทน

นพดลที่ไม่ไว้ใจการันต์ที่คดในข้ออยู่แล้วถามว่าไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจเองนะ ตนเคยถามแล้วว่าเขาจะหักหลังสัตยาฯจริงหรือ เพราะเขาก็เป็นหลานคุณอาทิตย์เหมือนกัน

“ไม่ใช่ อนาวินทร์คนเดียวที่เป็นหลานคุณอาทิตย์ ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสัตยารักษ์ทั้งนั้น”

“งั้นก็พิสูจน์ความจริงใจของนายมา นายต้องทำให้สัตยาฯแพ้ประมูลให้ได้ ถ้าทำสำเร็จชื่อของนายจะอยู่ในบอร์ดบริหารของ ‘แกรนด์ คอนสตรัคชั่น’ ทันที”

“ไม่ต้องห่วง ผมจะหาทางจัดการทั้งอนาวินทร์และสัตยาอสังหาให้พ้นทางเอง” การันต์แววตาเจ้าเล่ห์น่ากลัว

แต่ขณะกำลังเดินออกจากร้านอาหาร นพดลเจอวันชัยพ่อของหวายเดินมากับสมเดช สมเดชถามนพดลว่าเรื่องที่ดินนั้นเรียบร้อยไหม นพดลขอบคุณสมเดช บอกว่าถ้าไม่ได้เขาช่วยบริษัทตนแย่เลย

การันต์ได้ยินก็สนใจขึ้นมา ยิ่งเมื่อนพดลแนะนำว่าสมเดชทำงานเกี่ยวกับที่ดินมานานไม่ว่าแปลงเล็กแปลงใหญ่ราคาสิบล้านพันล้านผ่านมือเขามาทั้งนั้น การันต์ก็ฝากเนื้อฝากตัวขอความรู้จากสมเดช เขาเริ่มคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาอีก

ooooooo

อนาวินทร์ชวนพุดชมพูไปดูที่ดินที่จะประมูลเพื่อประเมินว่าจะแข่งกับบริษัทอื่นอย่างไร พอเขาขับรถออกไปก็ถูกชวกรที่ซุ่มอยู่ขับรถตามไปทันที

ระหว่างดูที่ อนาวินทร์ถ่ายรูปที่ดิน ขณะเดียวกันก็แอบถ่ายรูปพุดชมพูในอิริยาบถต่างๆอย่างเพลิดเพลิน จนชวกรที่ซุ่มดูและแอบถ่ายรูปพึมพำ “เหอะ...มาทำงานหรือทำอะไรกันแน่วะ” แล้วชวกรก็กลับไปส่งรูปอนาวินทร์กับพุดชมพูให้การันต์ดู การันต์ดูแล้วยิ่งเครียด

ดูที่กันเสร็จ พุดชมดูบอกอนาวินทร์ว่าตอนขามาตนเห็นร้านขายต้นไม้ขากลับขอดูหน่อยได้ไหม เมื่อเข้าไปในร้าน อนาวินทร์เห็นต้นพุดชมพู เขาบอกว่าจะซื้อให้เธอเอาไปปลูกเพิ่มที่เรือนพุดชมพู เธอปฏิเสธทันทีว่า

“ไม่เอาหรอก เรือนนั้นฉันจะเก็บแต่ต้นไม้ที่พ่อปลูก...มันเป็นตัวแทนของพ่อ ทำให้ฉันรู้สึกมีกำลังใจเหมือนมีพ่ออยู่ใกล้ๆ แต่ก็ขอบใจนะ”

ทั้งคู่ดูต้นไม้และคุยกันอย่างมีความสุข ชวกรที่ปลอมตัวแอบตามเข้าไป ได้ยินก็เก็บข้อมูลละเอียดยิบ...

ooooooo

วันนี้...วิภาโทร.บอกทรงรบว่าวันนี้ให้กลับเร็วหน่อยเพราะคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าจะมาทานข้าวที่บ้าน ทรงรบเครียดมาก เพราะปกติท่านจะออกจากบ้านเฉพาะเวลามีโอกาสพิเศษเท่านั้น

ช่อม่วงถามว่าทำไมเขาต้องตึงเครียดขนาดนั้น ทรงรบบอกว่าท่านไม่ธรรมดา ท่านเนี้ยบและเจ้าระเบียบที่สุด แต่จู่ๆก็มาที่บ้านต้องมีอะไรแน่ๆ

จริงอย่างที่ทรงรบคาด เพราะนิลลดาแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้จึงเข้าทางผู้ใหญ่หมายให้คุณหญิงย่าช่วยให้สมหวัง

“คิดแล้วยังเคืองไม่หาย ตารบนี่ไม่ไหว หนูดากลับมาทั้งทีก็ไม่ยอมส่งข่าวบ้างเลย” คุณหญิงย่าบ่นขณะเดินเข้าบ้าน

“อย่าโทษรบเลยนะคะ เขาคงยังโกรธลดาอยู่ ลดาผิดเองที่ทำให้คุณย่าผิดหวังและทำให้รบเสียใจ ตั้งแต่กลับมา ลดาพยายามทุกอย่างที่จะทำให้รบหายโกรธนะคะ...แต่...”

“เอาๆเดี๋ยวเจอตารบ ย่าจะจัดการให้เอง ไม่ว่ายังไงย่าจะต้องได้เห็นหน้าเหลนก่อนตายให้ได้”

นิลลดามองคุณหญิงย่าอย่างมีความหวังมาก

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ทรงศักดิ์กับวิภานั่งเกร็ง การเคลื่อนไหวทุกอย่างแทบจะกลายเป็นตุ๊กตาไขลานที่เป็นไปตามคำสั่งของคุณหญิงย่า

คุณหญิงย่ารำพึงรำพันถึงชีวิตที่รอคอยจะได้อุ้มเหลน พูดเลยไปถึงคุณชายพ่อว่ารอไม่ไหวจนจากไปคนหนึ่งแล้ว ทรงศักดิ์รวบรวมความกล้าติงว่า พ่อเสียตอนเจ้ารบเพิ่ง 5 ขวบเอง วิภาเกือบหลุดหัวเราะออกมาแต่เห็นสายตาคุณหญิงย่าก็หยุดทันที พอดีทรงรบกลับมา เขาแปลกใจที่เห็นนิลลาดานั่งอยู่ด้วย

“หนูลดาไปเยี่ยมย่าที่บ้าน ย่าเลยชวนมาด้วย พ่อรบคงไม่ขัดข้องใช่ไหม...” แล้วคุณหญิงย่าก็ให้ทรงศักดิ์กับนิลลดาไปช่วยวิภาเตรียมอาหาร เพื่อตนจะได้คุยกับทรงรบตามลำพัง

หลังจากหว่านล้อมมายืดยาวแล้ว คุณหญิงย่าสรุปว่า “ที่พูดมาทั้งหมด สรุปว่าย่าจะให้รบแต่งงานกับหนูลดา”

“แต่...ผมยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเลยนะครับ ผมยังไม่พร้อม ผมเพิ่งเข้ามารับงานต่อจากคุณพ่อ ผมอยากทำงานให้ดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อน” คุณหญิงย่าบอกว่าตนคิดให้แล้วและนามสกุลของเรานั้นคุณชายทวด คุณชายปู่ กับคุณพ่อของเขาได้พิสูจน์ไว้แล้ว ทรงรบบอกว่าตนกับลดา...เป็นแค่เพื่อนสนิทกัน และตนก็ยังรู้จักเธอ

ไม่ดีพอ เมื่อถูกหว่านล้อมแกมบังคับในที ทรงรบก็พูดตรงๆว่า “คือ...ผมมีเหตุผลขอผมที่จะไม่แต่งงานกับลดา...” คุณหญิงย่าถามว่าเหตุผลอะไร “ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี คุณหญิงย่าเข้าใจผมเถอะนะครับ”

“ถ้าบอกเหตุผลไม่ได้ ก็เป็นอันว่ารบตกลงแต่งงานกับหนูลดานะ” คุณหญิงย่ารวบรัดตัดบท จนทรงรบพูดไม่ออก

ทรงรบตัดสินใจแอบโทรศัพท์เรียกช่อม่วงให้มาแกล้งแสดงตัวเป็นแฟนตนหน่อยเพราะคุณหญิงย่าจะให้ตนแต่งงานท่านอยากมีเหลน ถ้าเธอไม่มาคุณหญิงย่าก็จะจับตนแต่งงานกับลดา เร่งว่า “คุณรีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“โอเค ขอฉันเปลี่ยนเสื้อแป๊บนึง” ช่อม่วงขอเวลาเพราะอยู่ในชุดออกกำลังเต้นแอโรบิกกับทีวีอยู่

“ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน คุณออกมาเดี๋ยวนี้เลย” ทรงรบรีบพูดแล้ววางสายเลย

ooooooo

ช่อม่วงตื่นเต้นมาก พอวางสายจากทรงรบก็วิ่งไปคว้าแจ็กเกตยาวคลุมถึงเข่า ผ้าพันคอ และ กระเป๋าวิ่งออกไปทันที เธอโทร.บอกพุดชมพูว่ากำลังจะไปบ้านทรงรบไปเปิดตัวว่าเป็นแฟนเขา พุดชมพูถามว่าจริงหรือ

“ไปเปิดตัวกับญาติเขาน่ะจริง แต่ที่เราเป็นแฟนกัน...ก็ยังไม่จริงอยู่ดี” พุดชมพูถามว่าจะดีหรือ “แต่ถ้าฉันไม่ช่วย เขาจะถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณลดา” เล่าแล้วถามว่า “แกว่าที่เขาทำแบบนี้ เขาแอบคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”

“เปล่า!” พุดชมพูตอบทันที บอกว่าทรงรบเป็นคนตรงถ้าเขาคิดอะไรจริงๆก็คงบอกแล้วล่ะ ช่อม่วงเซ็งวางสายแล้วรีบไปเลย

คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า ทรงศักดิ์ และนิลลดา นั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร คุณหญิงย่าบ่นประสาคนเจ้าระเบียบเจ้ายศเจ้าอย่างว่าเด็กสมัยนี้พูดภาษาวิบัติหมด การแต่งตัวก็ไม่ไหวกระโปรงสั้นกว่าชุดว่ายน้ำเสียอีก ซ้ำไม่รู้เรื่องกาลเทศะอีกด้วย

พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทรงรบรีบลุกไปเปิดประตู

“มาเวลากินข้าวแบบนี้ ไม่รู้จักเกรงใจเจ้าของบ้านบ้างเลย” คุณหญิงป้าบ่นต่อ พอทรงรบพาช่อม่วงเข้ามา คุณหญิงป้าเห็นก็พึมพำ “แต่งตัวยังไง ไม่ดูดินฟ้าอากาศ”

วิภาแนะนำช่อม่วงแก่ผู้ใหญ่ทั้งสอง ช่อม่วงไหว้ “สวัสดีค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะคุณป้า” ถูกแก้ทันทีว่า

“คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า เรียกให้ถูกนะจ๊ะ” พอช่อม่วงไหว้และเรียกใหม่ก็ถูกคุณหญิงย่าสอนเรื่องไหว้อีกว่า “ไหว้แบบนั้นน่ะ เขาไว้ไหว้คนอายุเท่ากัน เวลาไหว้ผู้ใหญ่นิ้วชี้ต้องจดระหว่างคิ้ว ลองใหม่ซิ”

ช่อม่วงบรรจงไหวใหม่ตามที่คุณหญิงย่าสอน ท่านรับไหว้พูดเสียงเย็นว่า “ดีขึ้น”

ทรงรบบอกว่าวันนี้ชวนช่อม่วงมากินข้าวด้วยกันเพื่อคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าจะได้รู้จัก คุณหญิงป้าถามว่าทำไมต้องรู้จัก นิลลดาบอกว่าช่อม่วงเป็นเพื่อนที่ทำงานของทรงรบ

“ครับ...แต่ตอนนี้เราไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น ผมกับช่อ เราคบกันเป็นแฟนครับ” ทรงรบพูดต่อทันที

ทุกคนอึ้ง ตกใจ นิลลดาเองคาดไม่ถึงว่าทรงรบจะกล้าพูดอย่างนั้นต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เข้มงวด จากนั้นช่อม่วงก็ต้องตอบคำถามของคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าทั้งเหมือนถามตอบในเกมโชว์และการซักจำเลย

คุณหญิงย่าถามว่า...สองคนคบกันมานานแค่ไหน ช่อม่วงตอบทันทีว่าสองเดือนกับสี่วัน ถูกซักทันทีว่าคิดว่ารู้จักกันดีแล้วหรือ คิดว่าอาชีพที่ทรงรบใฝ่ฝันแต่เด็กคืออะไร เขาเกลียดอะไรมากกว่ากันระหว่าการไม่ตรงเวลากับความไม่ยุติธรรม เขาชอบสีอะไร ดื่มชาหรือกาแฟ และพระประจำวันเกิด

ช่อม่วงตอบทุกคำถามได้รวดเร็วฉะฉาน คุณหญิงย่าถามคำถามสุดท้ายว่า “เธอรักหลานชายฉันเพราะอะไร”

ช่อม่วงอึ้งกับคำถามที่ไม่ได้คาดไว้ก่อน เธอถามใจ ตัวเองก่อนตอบว่า ทรงรบเหมือนพระเอกในนิยายที่ตนชอบ

“แต่นี่มันโลกความเป็นจริงนะ เพ้อฝันไปหรือเปล่าหนู” คุณหญิงย่าถาม

“แรกๆ ก็คงใช่ค่ะ เพราะคุณรบเป็นทนายเหมือนพระเอกในนิยาย แถมหน้าตาเหมือนพระเอกซีรีส์เกาหลีด้วยค่ะ” แล้วก็ตั้งหลักพรั่งพรูความจริงจากใจว่า “แต่พอได้รู้จักจริงๆ คุณรบไม่เหมือนพระเอกเลยคะ จริงจังกับทุกเรื่อง ตรงเวลาเกินคนปกติ หาเหตุผลกับทุกอย่างจนเรียกได้ว่าไร้จินตนาการ”

ทรงรบมองเธออึ้งทำตาปริบๆ ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังด่าหรือชมตน ช่อม่วงยังคงพูดอย่างตกอยู่ในภวังค์ว่า

“แต่นั่นคือสิ่งที่ช่อไม่มีค่ะ ช่ออยู่คนเดียว เคยคิดว่าดูแลตัวเองได้สบาย จนมารู้จักคุณรบช่อถึงรู้ว่าการได้วางใจว่ามีใครสักคนดูแลเราได้ มันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแค่ไหน” พูดจบก็ขอตัวไปช่วยในครัว

ทั้งทรงรบ คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า ต่างรู้ว่าช่อม่วงพูดจากใจของเธอจริงๆ ไม่ใช่การตอบเพื่อแก้ปัญหา

ooooooo

เมื่อช่อม่วงจะกลับ ทรงรบ วิภากับนิลลดา ออกมาส่งช่อม่วงที่หน้าบ้าน พอวิภาเดินกลับไปทรงรบเหมือนมีอะไรจะพูดกับช่อม่วงแต่ไม่กล้าเพราะนิลลดาอยู่ด้วย

นิลลดาเร่งให้เขารีบกลับไปคุยกับคุณหญิงย่าคุณหญิงป้าเสียเดี๋ยวท่านจะโกรธเอา เขาจึงจำต้องย้อนกลับไป พอช่อม่วงจะออกไป นิลลดาถามว่าเหนื่อยไหม ช่อม่วงหันมองงงๆ

นิลลดาถามว่าเธอเล่นละครเป็นแฟนกับทรงรบเหนื่อยไหม พูดเชิงขู่ให้เลิกเล่นเสียไม่อย่างนั้นตนจะบอกคุณหญิงย่า

“ใช่ค่ะ ฉันกับรบไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่คุณรู้ได้ยังไงว่าเรา...ไม่ได้รักกัน” นิลลดายิ้มเยาะบอกว่าถ้าทรงรบคิดอะไรกับเธอจริงเขาคงบอกคุณหญิงย่าตรงๆ ไปแล้วไม่ต้องรอให้เธอมาพูดเองหรอก ถูกช่อม่วงย้อนเย้ยว่า “คุณเองก็ควรจะเลิกตามตื๊อเขาได้แล้ว เพราะเขาจะไม่กลับไปคบกับคุณอีก”

นิลลดาพูดเข้าข้างตัวเองว่าที่ทรงรบทำอย่างนี้เพราะจะลองใจตนมากกว่า ให้เธอเลิกหลอกตัวเองก่อนที่จะเจ็บมากไปกว่านี้ เพราะยังไงทรงรบก็ไม่มีทางเห็นเธอสำคัญกว่าตน พูดแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป ช่อม่วงถอนใจกำลังจะเดินไปคลำที่คอรู้ว่าลืมผ้าพันคอไว้จึงย้อนกลับไปเอา

ที่ห้องรับแขก คุณหญิงย่าพูดกับทรงรบว่าช่อม่วงเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจคนรอบข้าง แต่จากคำตอบตนรู้ว่าทั้งสองยังไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันมากพอ ถามทรงรบว่าใช่ไหม เขาตอบเบาๆว่าใช่ คุณหญิงย่าหว่านล้อมแล้วถามว่า

“ย่าหวังไว้มากว่ารบจะแต่งงานกับหนูลดา เห็นคบหากันตั้งนาน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น หนูลดาไปทำงานเมืองนอกไม่กี่ปีเราก็ทิ้งเขามาคบหนูช่อ”

ทรงศักดิ์พยายามจะชี้แจงอะไรแต่ถูกคุณหญิงย่าปรายตาปรามจึงเงียบ ช่อม่วงเดินมาถึงประตูพอดีได้ยินทรงรบพูดว่า

“ผมไม่เคยคิดจะทิ้งลดานะครับ ผมคิดจะแต่งงานกับเขา...”

ทรงรบหยุดคิดว่าจะหาคำอธิบายอย่างไรดี แต่ช่อม่วงได้ยินเต็มสองหูแล้ว เธอผิดหวังจนเหมือนจะหมดแรงหันพิงประตู จังหวะนั้นเองวิภาหันมาเห็นอุทานเรียกเบาๆ ทรงรบรู้ทันทีว่าช่อม่วงได้ยินที่เขาพูดแล้ว ส่วนช่อม่วงก็ละอายใจที่ถูกจับได้ว่าแอบฟัง รีบบอกว่าตนจะกลับมาเอาผ้าพันคอ แต่ไม่เป็นไรไว้วันหลังก็ได้ แล้วหันกลับไปทันที

ทรงรบหยิบผ้าพันคอวิ่งตามไปแต่ช่อม่วงหายไปแล้ว ที่แท้เธอแอบอยู่ข้างกำแพงร้องไห้หนักจนต้องเอามือปิดปากไม่ให้เสียงดังออกมา พอทรงรบหันกลับพบว่าคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้ายืนคุยกับทรงศักดิ์และวิภาอยู่ข้างหลังแล้ว

คุณหญิงป้าบอกว่า คำถามของคุณหญิงย่า ข้อสำคัญที่สุดคือข้อสุดท้าย

“หนูช่อเขามีคำตอบของเขาแล้ว ว่าแต่รบน่ะ มีหรือยัง” คุณหญิงย่าพูดจบก็บอกทรงศักดิ์ว่าจะกลับแล้ว

วิภายิ้มให้คุณหญิงย่าแล้วหันยิ้มกับทรงรบ เขายิ้มไม่ออกแต่หันมองไปที่ถนนอย่างเป็นห่วงช่อม่วง

คืนนี้ทรงรบมองผ้าพันคอของช่อม่วงที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้อง คิดถึงคำพูดสุดท้ายของช่อม่วง อย่างสะเทือนใจ...

ooooooo

วันนี้โจ้ในชุดสูทดูดีเข้ามาลงทะเบียนอบรม “Asean SME 2016” หวายก็มาลงทะเบียนเช่นกันแต่ทั้งสองไม่เห็นกัน จนถามหาห้องน้ำพร้อมกันจึงเจอกัน เมื่อเข้าห้องอบรม เหลือโต๊ะที่นั่งแถวหน้าสุดอยู่สองที่ ทั้งสองจึงต้องนั่งด้วยกัน

เมื่ออาจารย์เข้ามาและให้ผู้เข้าอบรมแนะนำตัวเองกัน หลายคนแนะนำตัวเอง บางคนทำโรงงานพลาสติก บ้าง ทำอาหารทะเลส่งออก บ้างผลิตและส่งออกของขวัญของชำร่วย จนถึงโจ้เขาแนะนำตัวเองว่า

“ผมจิระ โจ้ครับ ทำสวนผักปลอดสารพิษครับ” พอฟังโจ้แนะนำตัวเอง หวายก็หัวเราะเปรยดังๆว่า “ปลูกผัก” พอถึงตัวเอง หวายแนะนำตัวเองว่า

“วาธิณีค่ะ ชื่อเล่นหวาย พ่อนำเข้าเครื่องสำอางค่ะ”

“พ่ออีกแล้ว” โจ้พึมพำ ส่วนคนอื่นมองหน้ากันอย่างสงสัยว่าเธอไม่ได้พูดถึงกิจการของตัวเอง แต่พูดของพ่อแทน

ระหว่างที่อาจารย์บรรยายนั้น หวายจับปากกานั่งสัปหงก สุดท้ายก็ฟุบหลับไปกับโต๊ะ เมื่ออาจารย์บรรยายจบก็บอกให้โจ้ปลุกเพื่อนและบอกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่งด้วย พอโจ้ปลุกหวายหงุดหงิดถามว่าปลุกทำไม โจ้บอกว่าเลิกเรียนแล้ว เธอก็บ่นว่าทำไมเพิ่งมาปลุก

ครั้นโจ้บอกว่าอาจารย์สั่งให้เขียนรายงานเกี่ยวกับธุรกิจที่ตัวเองกำลังทำอยู่ หวายถามงงๆว่าเขียนยังไง แล้วตัดบทว่าช่างมันเดี๋ยวไปจ้างเอา โจ้งง ถามว่าใครส่งเธอมาเรียนน่ะ หวายบอกว่าพ่อตนรู้จักกับคนจัดคอร์ส

“พ่ออีกแล้ว?” โจ้พึมพำอ่อนใจแต่ก็พยายามช่วย เมื่อไปนั่งที่คอฟฟี่ช็อป โจ้เอากระดาษให้บอกให้เขียนรายงานตามหัวข้อพวกนี้ เธอมองเบื่อๆ บ่นว่าเยอะจัง โจ้เหลืออดเตือนว่า “ไม่ว่าเธอมาเรียนเพราะถูกบังคับหรืออะไรก็แล้วแต่ ไหนๆก็มาเรียนแล้วหัดตั้งใจหน่อย ถ้าไม่อยากเรียนทำไมไม่บอกคุณพ่อล่ะ”

หวายบอกว่าบอกไม่ได้ พ่อให้ทำอะไรตนก็ต้องทำ โจ้ถามว่าแล้วเธออยากทำอะไร เธอตอบทันทีว่า ช็อปปิ้ง

“นั่นไง จริงๆแล้วมันก็ผิดที่เธอด้วย ที่ไม่คิดจะทำอะไรเอง ถ้าอยากให้พ่อเลิกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ก็เลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว” พูดแล้วลุกไปเลย

“อีกแล้วโดนว่าไร้สาระอีกแล้ว...ฉันทำตัวไร้สาระตรงไหน!...ตรงไหน?!” หวายบ่นหงุดหงิด

ooooooo

นพดลโทร.จี้การันต์เรื่องประมูลที่ดิน การันต์บอกว่าตนจะหาทางคุยกับรักษาการประธานขอให้ตนเป็นคนรับผิดชอบการประมูลตามเดิม นพดลถามว่าเขาจะยอมหรือ การันต์คาดว่าน่าจะยอมเพราะตนทำดีมาตลอดและไม่เคยมีปัญหากับเขา

“ก็ดี อย่าให้พลาดล่ะไม่งั้นเรื่องที่คุณจะมาเป็นบอร์ดมีหน้ามีตาในบริษัทเราเป็นอันล้มเลิก แล้วคุณก็จะต้องจมปลักรับใช้อนาวินทร์ต่อไป” พูดแล้ววางสายเลย

การันต์เครียด เมื่อเจอพุดชมพูที่โถงบันไดบ้านก่อนออกไปทำงาน การันต์คุยกับเธอขณะอนาวินทร์ไปเอารถ ขอกลับไปดูแลเรื่องประมูลที่ดินตามเดิม

อ้างว่าตนศึกษาเรื่องนี้มาแต่ต้นมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า ถ้าให้อนาวินทร์ไปทำก็เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่

“แต่พุดตัดสินใจแล้วค่ะ และอีกอย่างพุดก็เชื่อว่าคุณวินทำได้ ขอตัวนะคะ”

อ่านละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย คีตา
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ บทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวี
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ กำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอก
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ผลิตโดย : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
ละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดดามชมละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ