อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

ด้านสุรคมหาโอกาสพูดคุยกับอุรวศีเรื่องให้รอตนเคลียร์ปัญหาแล้วจะรีบจัดการเรื่องระหว่างเราให้เร็วที่สุด อุรวศีอ่อนใจไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจเสียที ตัดบทว่าไม่ใช่เวลาคุยเรื่องส่วนตัว สุรคมชะงักแต่อยากคุยกับเธอนานๆจึงดึงเรื่องอนลมาคุย

ท่านหญิงปั้นหน้านิ่งในใจอยากรู้เรื่องของเขามาก จึงเอ่ยไปว่าตนอยู่แต่ฝ่ายใน ไม่ทราบเรื่อง จันรู้ใจแทรกถามว่าตอนนี้คงจับได้หลายคน สุรคมพยักหน้า

“หลายคนแล้ว แต่ที่จับได้ไม่ใช่เพราะมีการซัดทอดกันเลยนะ ข้อนี้ก็ต้องนับถือในน้ำใจ”



จันเห็นสายตาท่านหญิงมองก็เข้าใจรีบถาม “แล้วบุตรชายคนเล็กของท่านเจ้าคุณรัชปาลีล่ะเพคะ เป็นอย่างไรบ้าง หม่อมฉันเคยพบเจอสองสามครั้ง พอรู้ว่าต้องโทษก็อดใจหายไม่ได้”

สุรคมสลดลงยอมรับว่าเสียใจที่ไม่ได้ไปเยี่ยมอนลเลยเพราะแม่กับเจ้าพี่ขอไว้ อุรวศีถามอ้อมๆว่าอีกไม่นานคงมีการตั้งศาลตัดสินใช่ไหม สุรคมบอกว่าตั้งแล้ว ท่านเจ้าคุณปลัดทูลฉลองกลาโหมเป็นประธาน วันนี้ตอนบ่ายๆอนลคงโดนย้ายไปคุมขังที่กลาโหมและห้ามเยี่ยม อาจไม่ได้เห็นหน้ากันอีกแล้วในชาตินี้ อุรวศีใจหาย

สายวันนั้นเกื้อขอให้พระยารัชปาลีพาไปเยี่ยมอนล อนลไม่อยากให้เกื้อมาที่นี่เกรงจะติดร่างแห แต่เกื้อบอกว่าตนไม่กลัว ตอนนี้ตนทรมานใจมากไม่ต่างจากตกนรก ขอให้อนลสารภาพ เขาส่ายหน้าช้าๆ ไม่มีหลักฐานอะไรจะยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้องเพราะถูกจับในที่เกิดเหตุ รังแต่จะดึงพี่กับอามารับผิดด้วย สู้ตนรับเคราะห์คนเดียวดีกว่า

เกื้อน้ำตาร่วงสงสารหลานจับใจ คิดจะสารภาพเอง อนลขอร้องอย่าทำเพราะเกื้อไม่ได้รับราชการ ไม่มีใครเชื่อว่าอาเป็นตัวก่อการ นอกจากอนึกจะเป็นคนสารภาพเอง แต่อนลก็ไม่ได้พูดออกไป เกื้อร้อนใจให้บอกว่านอกจากอะไร อนลตัดบทเปลี่ยนเรื่องว่าบ่ายนี้ตนจะโดนย้ายไปขังที่กลาโหม คงไม่มีใครเยี่ยมได้อีก เกื้อใจหาย

กลับมาถึงบ้าน เกื้อตัดสินใจจะคุยกับอนึกให้เด็ดขาด แต่พอมาถึงเรือนใหญ่เห็นคนรับใช้เตรียมงานวุ่นวาย ถามถึกกับคล้องว่าจะมีงานอะไรกัน ทั้งสองแปลกใจที่เกื้อยังไม่รู้ว่าจะมีงานแต่งงานของอนึกกับดวงแข เกื้อตกใจมากไม่คิดว่าอนึกจะเอาตัวรอดไม่สนใจอนลแม้แต่น้อย

อนึกเดินเล่นคุยกับดวงแขในสวน เอาใจพูดคำหวานจนหญิงสาวเขินอาย แล้วอนึกก็เข้าเรื่องบอกว่าแต่งงานแล้วอยากออกไปอยู่หัวเมืองกับเธอลำพัง มีลูกเมื่อไหร่ค่อยย้ายกลับมา หญิงสาวหัวใจฟูฟ่อง

ทันใดเสียงเกื้อดังขัดจังหวะ อนึกหน้าเสีย กลัวเกื้อพูดอะไรให้ดวงแขสงสัย จึงขอให้เธอกลับไปที่เรือนก่อน ดวงแขหน้าตึงไม่พอใจที่เกื้อมาขัดความสุข แต่ไม่กล้าโวย

เกื้อโมโหมากพูดขึ้นก่อนว่าอนึกจะแต่งงานกับคู่หมั้นอนลหรือ อนึกแก้ตัวว่าเป็นการขายผ้าเอาหน้ารอด ตนทำเพื่อพ่อแม่ไม่ให้โดนถอนหงอกและดวงแขก็ไม่ต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก เกื้อสวนแล้วอนลทำไมไม่คิดช่วย อนึกอ้างว่าตอนนี้ไม่มีใครซัดทอด อนลคงรอดแน่

“โทษร้ายแรงอย่างนี้น่ะหรือจะรอด รอดกลับบ้านนั้นไม่ต้องพูด เอาเป็นว่ารอดตายหรือไม่ดีกว่า อย่างเบามันก็ติดคุกจนตายน่ะแหละว่ากันตามจริง” เกื้อพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

อนึกแก้ตัวจะให้ทำอย่างไร ตนหาทางช่วยทุกทางแล้ว เกื้อจับมือให้ไปสารภาพด้วยกัน อนึกตกใจสะบัดมือไม่ยอมไป เรื่องอะไรจะไปตายทั้งสามคน เกื้อมั่นใจแล้วว่าอนึกคิดให้อนลรับผิดแทนจริงๆ จึงยื้อยุดกระชากให้อนึกไปสารภาพ อนึกไม่ยอมเหวี่ยงเกื้อล้มลง หาข้ออ้าง

“ผมขอโทษครับ แต่ผมจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องคุณพ่อคุณแม่ ถ้าสามคนในบ้านนี้ต้องโทษประหาร คุณพ่อจะทนไหวหรือครับ ที่สำคัญคุณแม่คงป่วยหนักจนเกินเยียวยา ท่านทำใจไม่ได้แน่ แต่ถ้าอาเกื้อไม่รักคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ตามใจอาเถอะครับ ส่วนเรื่องนล นลไม่ได้ทำผิด ประเดี๋ยวหนทางรอดก็คงมีมาเองเมื่อถึงเวลา อย่ากลัวไปเลยครับ”

พูดจบอนึกเดินหนีไม่แม้แต่จะช่วยเกื้อลุกขึ้น

เกื้อมองตามหลังหลานชายด้วยความคับแค้นใจ

ดวงแขกลับมากระฟัดกระเฟียดใส่พ่อกับแม่ ที่เกื้อมาขัดจังหวะความสุขของตนกับอนึก พระยาไกรกังวลว่าเกื้อไม่เห็นด้วยที่เปลี่ยนเจ้าบ่าวจากน้องเป็นพี่ ดวงแขไม่สนใจบอกว่าจะมาโทษตนได้อย่างไร ถ้าอนลไม่ก่อเรื่อง คุณหญิงไกรเห็นด้วยกับลูก ดวงแขยิ้มพูดอย่างหนักแน่นว่า เปลี่ยนจากอนลเป็นอนึกดีแล้ว ไม่รู้ตนมองข้ามอนึกไปได้อย่างไร พูดจาอ่อนหวานกว่า ช่างเอาอกเอาใจ ไม่ทำตัวเหมือนท่อนไม้น่าเบื่อหน่ายอย่างอนล พระยาไกรท้วงอย่างไม่ชอบใจ

“พูดอะไรกันแม่ดวงแข ถึงจะคลาดแคล้วจากพ่อนลไปแล้วก็ไม่ควรพูดลับหลังอย่างนี้ ใครมาได้ยินเข้าจะตำหนิได้ว่า น้ำกลิ้งบนใบบอนหาความแน่นอนมิได้”

ดวงแขหันไปอ้อนแม่ว่าตนพูดตามจริงทำไมต้องมาเคือง คุณหญิงไกรบอกสามีว่าลูกรักชอบอนึกก็ดีจะได้สบายใจ แต่พระยาไกรหวั่นใจกับนิสัยลูกสาวตัวเองเสียจริงๆ

ooooooo

บ่ายวันนั้น อนลถูกนำตัวย้ายไปขังที่กลาโหม มีทหารสามสี่นายคุม รถแล่นมาช้าๆผ่านย่านร้านค้า มีรถเข็นแตงโมสามคันเข็นตัดหน้า คันหนึ่งล้มแตงโมกระจายเต็มพื้นทำให้รถแล่นไปไม่ได้ ทหารนายหนึ่งจะลงไปไล่แต่อีกนายบอกให้รอเพราะคิดว่าชาวบ้านไม่ได้ตั้งใจ

อนลมองออกไปที่ถนนเห็นบุญทันกับจันช่วยกันเก็บแตงโม ข้างทางมีจางวางสมและหม่อมสลวยชะเง้อมอง สายตาพวกเขาอยากล่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย อนลมองไปอีกฟากถนน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เห็นอุรวศีในชุดชาวบ้านมีผ้าคลุมผมพรางผมอันยาวสลวยเพราะสมัยนั้นคนที่ไว้ผมยาวได้จะเป็นผู้มีอันจะกิน จึงไม่อยากให้เป็นจุดเด่น

อุรวศีมองอนลด้วยอยากจดจำเขาไว้ในความทรงจำ อนลน้ำตารื้นด้วยความซาบซึ้ง เวลาที่ตนตกอับถึงที่สุด ท่านหญิงยังยอมเสียเกียรติลดตัวมาส่งเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสองสบตากันนิ่งนานจนกระทั่งบุญทันกับจันเก็บแตงโมเสร็จ รถทหารแล่นผ่านไป อนลมองอุรวศีจนลับตา

จางวางสม หม่อมสลวยและบุญทันเดินคุยกันกลับถึงบ้าน จันเดินตามหลัง จางวางสมกับหม่อมสลวยขอบใจบุญทันกับจันที่กล้าเสี่ยงทำแบบนี้เพื่อให้พวกตนได้ส่งอนลเป็นครั้งสุดท้าย จางวางสมไม่อยากเชื่อว่าอนลจะทำการร้ายเช่นนั้น ต้องโดนใส่ร้ายแน่ๆ บุญทันมองจันอย่างสงสัยทำไมคิดแผนการได้แยบยลขนาดนี้ แกล้งเปรยว่าจันคงสนิทกับอนลมากถึงได้อยากล่ำลา จันอึกอักบอกว่าทำเพื่อจางวางสม บุญทันพยักหน้าแย็บถามถึงท่านหญิงสบายดีไหม

จันสะดุ้งไม่คิดว่าจะถูกจู่โจมถาม “เอ่อ...สบายดีเจ้าค่ะ ถามทำไมเจ้าคะเถ้าแก่”

บุญทันยิ้มบางๆอย่างรู้ทัน บอกให้จันกลับวังได้แล้วก่อนประตูจะปิด...จันค้างคาใจกลับมาทูลเล่าให้อุรวศีฟังว่าบุญทันเหมือนจะสงสัย แต่ท่านหญิงไม่คิดอะไร

“ถึงอย่างไรฉันก็ต้องขอโทษจันด้วยนะ ที่ทำให้จันต้องทำเรื่องเสี่ยงเป็นภัยกับตัวไปด้วย”

“มิได้เพคะ ท่านหญิงอย่าทรงลดตัวมาขอโทษหม่อมฉันเลยเพคะ เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันที่ต้องถวายรับใช้ท่านหญิงอยู่แล้ว”

“ไม่ได้หรอก ฉันต้องขอโทษ เพราะฉันวางแผนนี้ขึ้นก็เพื่อลาอนลเป็นครั้งสุดท้าย และอยากลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบแทนน้ำใจที่อนลมีให้ แต่กลับทำให้ทุกคนต้องพลอยมาวุ่นวายไปด้วย และด้วยศักดิ์ฐานะของฉันจะให้ใครรู้ก็ไม่ได้นอกจากให้จัน ออกหน้าแทน”

“ท่านหญิงอย่าใส่พระทัยเลย หม่อมฉันเต็มใจทำเพื่อท่านหญิงเพคะ เอ่อ...แต่คุณอนลจะถึงกับถูกประหารเชียวหรือเพคะ”

“โทษร้ายแรงเช่นนี้ จันเคยได้ยินว่ามีใครรอดพ้นความตายไปได้บ้างเล่า” อุรวศีเศร้าใจ

ooooooo

ค่ำวันนั้น อนึกนัดเพื่อนๆมาเลี้ยงฉลองก่อนแต่งงาน แต่มีเพื่อนมาเพียงสองคน ก็รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องคดีอนล เพื่อนทั้งสองปลอบใจอีกไม่นานคนก็ลืม อย่าเสียใจเลยอนลโดนประหารดีกว่าอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ซ้ำร้ายยังไม่รู้จะทำมาหากินได้อีกไหมมีแต่คนรังเกียจ

อนึกฟังแล้วยิ่งเครียดรู้สึกผิดที่น้องรับโทษแทนตน...อนึกกลับมาบ้านนั่งมองรูปถ่ายสมัยเด็ก คิดถึงความสุขของครอบครัว ความรู้สึกในใจขัดแย้งกันระหว่างกลัวตายกับอยากช่วยน้อง

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ