อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

สาธิตหน้าเจื่อน เข้าใจความนัยจากคำพูดของอารีที่ตั้งใจแขวะเรื่องที่เขาเคยทำกับจีราวัจน์ และวันนี้ก็เหมือนกรรมตามสนองเพราะใจเขาร้อนรนเหลือเกินด้วยความเป็นห่วงเธอ

จีราวัจน์ไม่รู้ตัวว่ามีคนคอยห่วง บุกถึงบ้านปียากุลในเวลาต่อมาและไล่ผู้ชายที่มาปาร์ตี้กลับหมด!

สาวใช้ที่โทร.ตามถึงกับประสาทเสีย เพราะไม่คิดว่าดาราสาวจะมาด้วยตัวเองแบบนี้ แต่น่าจะตามชยันต์มาจัดการ แต่จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์ทุกอย่างจนปียากุลปรี๊ดแตก

“นังจี! แกมาที่นี่ทำไม”



“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าคุณทำอะไรอยู่”

“ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน แกได้ชยันต์ไปแล้วก็ไปอยู่ด้วยกันสิ จะมาที่นี่อีกทำไม และฝากบอกผู้ชายที่เลวยิ่งกว่าหมาไม่มีความซื่อสัตย์คนนั้นด้วยว่าขอให้มันโชคดีกับผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ ถึงฉันไม่มีมัน ฉันก็มีคนอื่นได้เพราะเงินของฉัน นอกจากซื้อชยันต์ได้ ก็ซื้อคนอื่นได้เหมือนกัน!”

อาการบ้าคลั่งของปียากุลทำให้จีราวัจน์ทนไม่ไหว คว้ากระติกน้ำใกล้มือมาสาดเรียกสติ

“คุณว่าคนโน้นต่ำ คนนี้สกปรก แล้วดูตัวคุณทำสิ ก็ต่ำ สกปรก ไม่ต่างกันหรอก คนเป็นเพื่อนกันก็ยัดเยียดให้เขาเป็นชู้อยู่ได้ คนที่เอาแต่คิดแบบนี้ไม่ใช่แค่คิดต่ำอย่างเดียวกัน แต่จิตใจยังต่ำด้วย!”

ปียากุลโกรธมาก เงื้อมือจะตบ แต่จีราวัจน์ก็จับมือไว้

“ฉันบอกแล้วว่าคนอย่างฉัน ถ้าไม่ผิด...ฉันไม่ยอมให้ใครมาด่าฟรี อยากเห็นฉันต่ำใช่ไหม ได้...ฉันจะต่ำให้ดู!”

ขาดคำก็ลากตัวปียากุลไปโยนสระน้ำ ก่อนจะแหวอย่างเหลืออด

“อย่ามาโทษว่าฉันทำคุณล้มนะ คุณล้มของคุณเอง ก็เหมือนความรักของคุณนั่นแหละ เพราะไม่มีสติ มัวเมากับความหึงหวงโง่ๆ ถึงทำให้ชีวิตครอบครัวตัวเองโซเซล้มไม่เป็นท่าแบบนี้!”

“มันไม่ใช่เพราะฉัน แต่เป็นเพราะชยันต์ไม่รักฉัน เขาคิดว่าฉันเลวจนจ้างคนไปยิงเธอได้ ในสายตาชยันต์ตอนนี้ เธอคือนางฟ้า ฉันเป็นนางมาร ต่อให้ฉันถวายสังฆทาน เขายังคิดว่าฉันทำคุณไสยใส่เธอ”

“แล้วคุณเจ็บไหม...การโดนด่าในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มันทำให้คุณเจ็บใช่ไหม มันก็เหมือนที่คุณด่าว่าพี่ชยันต์มีอะไรกับฉันนั่นแหละ พี่ชยันต์อาจผิดที่กล่าวหาคุณรุนแรง แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะคุณก็กล่าวหาในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำเหมือนกัน จนทำให้คุณกับพี่ชยันต์เริ่มต้นไม่เชื่อใจกันแบบนี้!”

คำพูดของจีราวัจน์แทงใจดำอย่างแรง แต่ปียากุลก็ไม่อยากยอมรับ ตั้งท่าจะเถียง แต่ก็ช้ากว่าดาราสาว

“หัวใจของคนมันก็เหมือนแท่งหิน ต่อให้รักและมั่นคง แต่ถ้าโดนทุบซ้ำๆมันก็พังได้ ตอนนี้พี่ชยันต์ยังรักคุณ คุณยังมีโอกาสรักษาความรักของคุณไว้ คนเราถ้ารักใครมันไม่หมดรักกันง่ายๆ แต่ถ้ามันหมด...ต่อให้อยากได้มันกลับมา ของที่มันหมดไปแล้ว ยังไงมันก็ไม่มีอีก ฉันหวังว่าคุณจะแก้ไขทุกอย่างได้ก่อนที่จะถึงจุดนั้นนะคุณเปี๊ยก”

ooooooo

จัดการเรื่องปียากุลเรียบร้อย จีราวัจน์ก็หอบดอกไม้ช่อโตไปเยี่ยมเจตรที่โรงพยาบาล ดารากาเห็นเพื่อนรักมาถึงก็แอบเอาดอกไม้เล็กๆของตนไปซ่อน และหยิบช่อดอกไม้ใหญ่ของอีกฝ่ายไปประดับหัวเตียงแทน

เจนจิราก็แวะมาเยี่ยมพี่ชายเช่นกัน และอดไม่ได้จะถามถึงสาธิตเมื่อเห็นหน้าจีราวัจน์ ดาราสาวอึกอัก ไม่อยากบอกเพื่อความปลอดภัยของทนายหนุ่ม

“พี่จีแน่ใจนะคะว่าพี่ธิตอยู่ในที่ปลอดภัยเพราะขนาดในโรงพยาบาล สถานที่ที่ขนาดมีสงคราม เขายังห้ามฆ่าคนในนี้ พวกมันยังตามมายิงพี่ธิตเลย”

“จีรับรองได้ค่ะว่าคุณสาธิตอยู่ในที่ปลอดภัย พวกมันตามหาคุณสาธิตไม่เจอแน่นอน”

“พวกมัน...คือพวกของพ่อเลี้ยงคุณจีใช่ไหมคะ”

จีราวัจน์ชะงัก รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายระแวงการกระทำของเธอ แต่เจนจิราก็ไม่ยี่หระ ไล่ต้อนต่อ

“พี่จีรู้ใช่ไหมคะว่าพี่ธิตกำลังสืบเรื่องทุจริตเพื่อจับพ่อเลี้ยงพี่อยู่...ขอโทษนะคะ แต่เจนสงสัยจริงๆ ทำไมพี่ถึงช่วยพี่ธิต แทนที่จะช่วยพ่อเลี้ยงตัวเองคะ...”

ไม่ใช่แค่เจนจิราที่สงสัย พิเชษก็อดคิดไม่ได้เช่นกันว่าทุกอย่างอาจเป็นแผนของสิทธา ส่งจีราวัจน์มาล่อลวงสาธิตให้ตายใจและแย่งหลักฐานชิ้นสำคัญจากเวทิตก็เป็นได้...

เจตรยังไม่ฟื้น เหล่าคนเยี่ยมเลยต้องกลับก่อน

จีราวัจน์กลับพร้อมดารากาเหมือนเคย แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่ามีใครมารออยู่หน้าคอนโดหรูของดาราสาว

ชยันต์นั่นเองที่เมาแทบยืนไม่ไหว นั่งพิงผนังคอนโดแบบหมดสภาพรออยู่ จีราวัจน์กับดารากาช่วยกันพยุงผู้กำกับหนุ่มเข้าไปนอนในห้อง และปรับทัศนคติเขาใหม่ว่าปียากุลไม่ใช่คนบงการมือปืน แต่เป็นคนของสิทธา!

ความจริงจากปากจีราวัจน์ทำให้ชยันต์ตะลึง แต่ไม่ทันได้กลับไปหาปียากุลก็เมาพับหลับไปเสียก่อน

จีราวัจน์กับดารากาเลยช่วยกันแบกร่างใหญ่โตของเขาไปนอนโซฟา และจังหวะเดียวกันนั่นเองก็มีสายจากอารีโทร.เข้ามา

แต่คนโทร.มาไม่ใช่ครูเพลงหนุ่มใหญ่ กลายเป็นสาธิตที่แอบเอาโทรศัพท์ของฝ่ายนั้นมาใช้ เพื่อถามเรื่องชยันต์ ปียากุลและเจตร จีราวัจน์บอกเล่าทุกอย่างตามจริง ก่อนจะบอกว่าคืนนี้จะค้างที่คอนโด

สาธิตไม่ชอบใจนัก และหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่าชยันต์อยู่ที่นั่นด้วย

“ทำไมคุณไม่พาไปส่งที่บ้าน”

“ลุกขึ้นนั่งเองยังทำไม่ได้เลย ทำไม...คิดว่าฉันอยากเก็บพี่เขยคุณไว้รึไง ฉันไม่ทำอะไรพี่ชายคุณหรอกน่า”

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมเชื่อใจคุณ แต่ผมไม่เชื่อใจคนเมา ผมอยากให้คุณส่งพี่ชยันต์กลับบ้าน เพราะคนเมาน่ะ ต่อให้เป็นคนดียังไง ถ้าเหล้าเข้าปาก มันก็ทำอะไรขาดสติได้ ยังไงคุณเป็นผู้หญิง ผมไม่อยากให้อยู่กันสองคน!”

จีราวัจน์ลอบยิ้ม ส่ายหน้าอ่อนใจให้กับความคิดมากของทนายหนุ่ม

“ฉันไม่ได้อยู่กับพี่ชยันต์สองคน ดาวอยู่ด้วย แล้วพี่ชยันต์ก็นอนข้างนอก ฉันนอนในห้อง ไม่ต้องห่วงหรอก”

“งั้นก็เข้าห้อง...ล็อกประตูแล้วนอนเลย”

“นี่สั่งฉันเหรอ”

“เปล่า...ผมก็แค่เห็นว่ามันดึกแล้ว”

“งั้นคุณก็นอนเถอะ แล้วอย่าลืมตรวจดูว่าครูล็อกประตูหน้าต่างดีรึเปล่า ครูแก่แล้ว...ขี้ลืม”

สาธิตรับปาก ตั้งใจจะตรวจให้อยู่แล้ว แต่กว่าทั้งสองจะวางสายกันได้ก็เถียงกันอีกหลายประโยคว่าใครจะเป็นฝ่ายวางก่อน อารีลอบสังเกตเหตุการณ์ทุกอย่าง แล้วก็ได้แต่รำพึงเบาๆว่าคงมีใครบางคนกำลังมีความรัก...

ooooooo

สถานการณ์ระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ดีขึ้นมาก แทบไม่เหลืออคติและความแค้นเดิมๆ ทั้งสองพูดคุยกันมากกว่าเคย และยิ้มให้กันมากกว่าแต่ก่อนจนคนรอบข้างสัมผัสได้

คืนเดียวกันที่โรงพยาบาล...เจตรฟื้นกลางดึก คิดถึงจีราวัจน์ด้วยความเป็นห่วงจนอดไม่ได้จะโทร.หา ดารากาแอบได้ยินเพื่อนรักคุยกับวิศวกรหนุ่มก็ช้ำใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแยกไปนอนเงียบๆ

จีราวัจน์ไม่รู้ว่าเพื่อนรักน้อยใจ มัวพูดปลอบเจตรที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอ

“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ดาวบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าพวกมันไม่ได้จะยิงจีแต่ยิงคุณสาธิต แต่ยังไงจีขอโทษที่คุณเจตรต้องเจ็บเพราะจี และขอบคุณที่ช่วยจี”

“ผมเต็มใจ ขอแค่คุณจีปลอดภัยก็พอ”

“อือหือ...พูดซะเป็นพระเอกขนาดนี้ จีดูเป็นตัวร้ายไปเลยที่ไม่ดูแลคุณเจตร พรุ่งนี้จีว่าง จีจะไปเป็นนางแจ๋วดูแลรับใช้คุณเจตร คุณเจตรอยากได้อะไร แค่นอนชี้นิ้วสั่ง...โอเคป่ะ จียอมทำทุกอย่างเพื่อคุณเจตรเลยค่ะ”

ดารากาไม่ใช่คนเดียวที่ต้องปิดประตูห้องร้องไห้ ปียากุลก็นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะคิดถึงชยันต์ พัฒนะแวะมาดูอาการลูกสาวแต่เช้าของวันต่อมา แล้วก็ได้ถอนใจยาวเมื่อเห็นสภาพลูกสาว

“คุณพ่อ...เปี๊ยกผิดเอง เปี๊ยกรู้แล้วว่าการโดนกล่าวหาในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มันเจ็บยังไง เปี๊ยกทำชยันต์เจ็บ”

พัฒนะยินดีมากที่ลูกสาวคนเดียวได้สติและคิดได้ จนแทบอยากจะจุดพลุฉลองให้ชยันต์

“นี่เปี๊ยกร้ายกาจจนคุณพ่อต้องพึ่งไสยศาสตร์เลยเหรอคะ”

“เปี๊ยกไม่ได้ร้าย แต่เปี๊ยกรั้น”

“เปี๊ยกเอาแต่ใจตัวเอง เอาแต่ชนะ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง”

อ่านละครเรื่อง คลื่นชีวิต ตอนที่ 9 วันที่ 13 ก.พ.60

ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่องคลื่นชีวิต บทโทรทัศน์โดย คนปั้นฝัน
ละครเรื่องคลื่นชีวิต กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องคลื่นชีวิต ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ