อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 15 ก.พ.60

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 15 ก.พ.60

วันต่อมา หม่อมสลวยกับบุญทันมาบ้านสุรคม หม่อมเอื้อนหน้าตึงรังเกียจบุญทัน แต่ทักทายหม่อมสลวย หม่อมสลวยบอกไม่ต้องเรียกตนว่าหม่อมเพราะตนแต่งงานใหม่กับบุญทันหลังจากเสด็จในกรมสิ้นพระชนม์ บุญทันเริ่มเกริ่นว่ามีเรื่องกังวลใจจึงอยากมาพูดให้ชัดเจน

สุรคมร้อนตัว “ถ้าหมายถึงเรื่องที่ฉันหมั้นกับหญิงเล็กนั้น ขอให้วางใจ ฉันได้พูดกับหญิงเล็กจนเป็นที่เข้าใจแล้ว รับรองว่าจะไม่ให้เสื่อมเสียมาถึงหญิงหลงเป็นอันขาด”

หม่อมสลวยทำทีแปลกใจถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมอรุณวาสีมาต่อว่าต่อขานว่าอุรวศีอยู่เบื้องหลังการขอถอนหมั้น สุรคมตกใจเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร หม่อมเอื้อนกลัวเรื่องบานปลายรีบถามว่าท่านหญิงว่าอย่างไรบ้าง บุญทันตอบแทนว่าท่านหญิงไม่ได้ว่าอะไร แต่หัวอกคนเป็นแม่ไม่อยากเห็นลูกโดนรังแกโดยความผิดที่ไม่ได้ก่อ หม่อมเอื้อนระเบิดความกลัดกลุ้ม



“โอ๊ย ใช่ว่าทุกวันนี้ฉันจะมีความสุขนะคะ ถ้าฉันรู้ว่าเสด็จพระองค์หญิงจะทรงโปรดท่านหญิงหลงขนาดนี้ ฉันก็คงไม่หลงเชื่อคำหม่อมต่วนหรอก”

หม่อมสลวยแกล้งเหน็บ ถ้าไม่เชื่อหม่อมต่วนก็ต้องมาดองกับตน ไม่รังเกียจหรือ หม่อมเอื้อนสะอึกพูดไม่ออก สุรคมเครียดจะให้ตนทำอย่างไรเป็นการขอโทษ หม่อมสลวยจึงขอร้องว่าอย่าข้องเกี่ยวกับท่านหญิงอีกเลย มันไม่ยุติธรรมที่ท่านหญิงต้องมารับเคราะห์กับสิ่งที่ไม่ได้ก่อ...หม่อมสลวยปรายตามองหม่อมเอื้อนเป็นนัยว่าเพราะความโลภของเธอ สองแม่ลูกหน้าตึงโดนตอกใส่หน้าถึงบ้าน สุรคมพาลโกรธอรุณวาสีไปด้วย

ไม่รอช้า สุรคมมาต่อว่าอรุณวาสีถึงตำหนักหม่อมต่วน หาว่าโกรธที่ตนขอให้ถอนหมั้นจึงไปรังแกอุรวศี ท่านหญิงน้อยใจน้ำตารื้น คนอย่างตนหรือจะไปรังแกใคร เขาไม่มีเหตุผลเชื่อคำคนอื่นมาลงโทษตน สุรคมยิ่งโมโหที่หาว่าหูเบา หลุดคำพูดเหน็บแนมว่าเธอไม่ต่างจากแม่เลย อรุณวาสีสุดทนตวัดมือตบหน้าสุรคมฉาดใหญ่ แปลก ซึ่งสอดแนมอยู่ตกใจ อรุณวาสีร้องไห้อย่างหนักพรั่งพรูความกดดัน สุรคมได้สติเสียใจที่พูดกับเธอแรงเกินไป

“เจ้าพี่ก็ดีแต่โทษคนอื่น แล้วเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าที่ผ่านมา หญิงต้องหวานอมขมกลืนขนาดไหนถูกจับหมั้นทั้งๆที่รู้ว่าผู้ชายไม่มีใจให้ แต่ไม่ทำก็ได้ชื่อว่าอกตัญญู พอทำก็ถูกประณามหยามเหยียด ตกลงหญิงเป็นตัวอะไรบอกได้ไหมคะว่าหญิงเป็นคนหรือสิ่งของกันแน่”

สุรคมหน้าเสียรู้สึกผิดและเสียใจที่ตนเล่นงานอรุณวาสีหนักไป
ooooooo

อนลแปลกใจเมื่อทหารจะพาตัวออกจากห้องขังอีก จึงบอกว่าตนเกรงใจทุกคนที่มาสอบสวนเพราะตนไม่มีอะไรจะพูดทั้งสิ้น แต่ทหารก็เชิญให้ออกไปที่ห้องห้องหนึ่ง แล้วอนลก็ได้เห็นอนึกรออยู่ เขาดีใจมากคิดว่าพี่มาช่วยแล้ว

แต่อนึกกลับมาเพื่อบอกว่ากำลังหาทางช่วยอยู่ให้รอสักพัก เห็นสีหน้าอนลผิดหวังก็ตบบ่าเบาๆ “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ อย่างไรพี่ก็ไม่ให้นลรับเคราะห์แทนพี่หรอก แต่ที่พี่ไม่สารภาพก็เพราะเกรงจะไม่มีคนเชื่อ แล้วจะกลายเป็นทั้งนลทั้งพี่ทั้งอาเกื้อต้องโดนโทษไปด้วยกันทั้งหมด”

อนลเข้าใจถึงไม่ปริปากแต่อย่างใด อนึกปลอบใจว่าวันนี้เริ่มการไต่สวน ไม่มีใครพูดถึงอนลเลยท่าทางจะรอดแน่ แต่อนลไม่คิดอย่างนั้น เพราะตนไม่อาจแก้ต่างได้ว่าไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นทำไมตอนมืดค่ำ อนึกกลัวอนลเปลี่ยนใจรีบกล่อมให้เชื่อว่าต้องรอด โดยอย่าพูดอะไรที่เหลือตนจัดการเอง อนลมองพี่ชายเหมือนจะมองให้ลึกถึงก้นบึ้ง อนึกละอายใจหลบสายตาแล้วขอตัวกลับ อนลพอจะรู้ชะตากรรมตัวเองจึงกล่าวคำอำลาอนึกด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะน้ำตาซึม

ด้านเกื้อเสียใจดื่มเหล้าจนเมามาหาทับที่บ้าน ทับตกใจไม่เคยเห็นเกื้อเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ก็รู้ถึงสาเหตุ เกื้อขอให้เขาช่วยบอกทีว่าตนควรทำอย่างไร จะไปสารภาพก็เกรงไม่มีใครเชื่อแล้วห่วงพี่ชายกับพี่สะใภ้ด้วย ทับนิ่งคิดเรียบเรียงคำพูดให้ชัดเจน

“มีสองข้อที่ฉันอยากให้คุณเกื้อเก็บไปคิด หนึ่ง แม้ว่าเจ้าคุณกับคุณหญิงจะยิ่งโทมนัสขนาดไหนเมื่อรู้ความจริง มันก็ไม่ได้ลบล้างความเป็นจริงได้ เท็จก็คือเท็จ จริงก็คือจริง...สอง หลานชายคุณเกื้อเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถูกทำให้กลายเป็นคนผิด คุณเกื้อจะตายตาหลับหรือ ถ้าพ่ออนลได้รับโทษที่เขาไม่ได้ก่อ”

เกื้อฟังแล้วได้คิด กลับมาตั้งใจจะคุยกับอนึกให้รู้เรื่อง ระหว่างนั้นอนึกคุยอยู่กับพระยาไกร เกื้อจะเข้าไปหาจึงได้ยินการสนทนา พระยาไกรถามเรื่องที่อนึกอยากไปประจำหัวเมือง ทั้งที่อยู่พระนครสบายกว่า อนึกบอกว่า สบายกายแต่ไม่สบายใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องอนล ตนโดนเพ่งเล็งจนไม่เป็นอันทำงาน มีคนแนะนำให้ย้ายออกหัวเมืองจะสบายใจกว่า มีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า เพียงขอย้ายตามธรรมเนียมต้องรอนาน แต่ถ้ามีผู้ใหญ่อยู่ทางหัวเมืองช่วยจะง่ายขึ้น

เกื้อได้ยินขบกรามแน่นที่อนึกคิดหนีเอาตัวรอด แสดงว่าทิ้งอนลให้รับผิดแน่

ooooooo

เช้าวันใหม่ เป็นวันที่อนลจะต้องไปขึ้นศาล ทหารพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายกาย อนลปลงแล้วว่าคงไม่พ้นโทษตายเป็นแน่ จึงเตรียมตัวเตรียมใจแม้แต่แววตาก็สิ้นหวัง...

วันนี้เป็นวันแต่งงานของอนึกกับดวงแข บรรยากาศในงานสวยงาม แขกที่มาล้วนเป็นคนใหญ่คนโต พระยารัชปาลีกับนวมฝืนยิ้มรับแขก พระยาไกรกับคุณหญิงไกรรับแขกอีกมุมหนึ่ง อนึกแนะนำดวงแขให้รู้จักญาติผู้ใหญ่ บางท่านถามคิดว่าเจ้าบ่าวเป็นอนล ดวงแขหน้างอเดินเลี่ยงไปหาพ่อกับแม่ อนึกมองตามหลังด้วยความรู้สึกจะต้องอดทนเอาใจเพื่อให้ตัวรอด...

ขณะเดียวกัน อนลถูกคุมตัวไปขึ้นศาล ในขณะที่ บ่าวสาวพนมมือหมอบรับน้ำสังข์อยู่บนตั่ง ผู้ใหญ่ต่างอวยพรให้มีความสุขรักกันยั่งยืน เกื้อใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินมาด้วยสีหน้าตึงเครียด พระยารัชปาลีเห็นน้องชายมาก็บอกให้เข้าไปรดน้ำหลาน อนึกเห็นอาก็มีท่าทีตกใจ เกื้อบอกพี่ชายว่าที่มามีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ท่านเจ้าคุณผลัดไว้คุยทีหลังให้รดน้ำอวยพรหลานก่อน

เกื้อหันมาจ้องอนึกเขม็ง “ไม่ล่ะครับ มิรู้จะอวยพรให้มันมีความสุขความเจริญได้อย่างไร จะแช่งให้ฉิบหายตายโหงรึก็ไม่ได้ เลยไม่รดน้ำสังข์เสียดีกว่า”

อนึกได้ฟังลุกพรวดด้วยความโกรธ แขกเหรื่อพากันตกใจ พระยารัชปาลีเอ็ดเกื้อจะบ้าวันไหนไม่บ้ามาบ้าเอาวันมงคลของหลาน อนึกไม่สนใจสั่งถึกกับคล้องเอาตัวเกื้อออกไป เกื้อไม่ยอมตะโกนลั่นไม่ไป “คุณพี่ฟังผมก่อนครับ ได้โปรดฟังผมก่อน”

อนึกกลัวเกื้อพูดเข้าฉุดกระชากลากเกื้อด้วยตัวเอง เกื้อยื้อยุดแม้จะทานแรงหลานไม่ไหว ร้องลั่น “ไม่ ไม่ไปปล่อยข้า คุณพี่ฟังผม ผมเป็นคนใช้อนลไปเอง ผมให้นลไปเอาตัวอนึกกลับมา อนลไม่ใช่ผู้ก่อการ คุณพี่ได้ยินไหม ตัวการคืออนึกกับผม”

ทุกคนตกใจ อนึกหน้าซีดเผือดมองสายตาทุกคนที่จับจ้องมาที่ตน ปฏิเสธพัลวันไม่เป็นความจริง เกื้อสะบัดตัวออกเดินกะเผลกเข้าไปหาพระยารัชปาลี “ผมขอรับ ผมกับอนึกต่างหาก อนลไม่รู้เรื่อง แต่ผมเปลี่ยนใจทีหลังจึงบอกอนล ใช้เขาให้ไปตามพี่ชายกลับมา แต่ไม่คิดเลย...”

อนึกโกรธมากกระชากตัวเกื้อเหวี่ยงออกไปเต็มแรง เกื้อล้มหัวกระแทกเสาบ้านเลือดอาบ

ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของแขกในงาน อนึกจะเข้าไปซ้ำพระยารัชปาลีตวาดให้หยุด อนึกชะงัก

ไม่เคยโดนพ่อดุรุนแรงมาก่อน ดวงแขเห็นท่าทีอนึกก็รู้ว่าเป็นเรื่องจริง รู้สึกอับอายมากวิ่งร้องไห้ออกไป คุณหญิงไกรห่วงลูกวิ่งตาม ท่านเจ้าคุณสั่งถึกกับคล้องให้หามเกื้อไปในห้องและตามหมอ แล้วหันมาสั่งอนึกขึ้นไปอยู่บนห้องไม่ต้องลงมาจนกว่าตนจะเรียก ให้ถึกตามไปเฝ้าไว้

นวมร้องไห้มองอนึกอย่างผิดหวังที่โยนความผิดให้อนล อนึกขบกรามแน่นรู้สึกโดดเดี่ยวไม่มีใคร... พระยาไกรเห็นใจเพื่อนช่วยเชิญแขกในงานกลับและขอบคุณที่มาเป็นเกียรติ

อนึกเข้ามาอยู่ในห้อง คิดทบทวนความผิดของตัวเองแล้วละอายใจ หยิบภาพครอบครัวออกมามอง นึกถึงคำพูดของเพื่อนที่ว่าโทษแบบนี้โดนประหารดีแล้ว เพราะอยู่ไปก็มีแต่คนรังเกียจ จะทำมาหากินอะไรก็ยาก ตายเสียดีกว่าอยู่...ใบหน้าอนลลอยมาให้เห็นวันที่น้องกล่าวคำอำลาราวกับรู้ว่าตนไม่คิดช่วยเหลือ เท่านี้ตนก็ไม่มีหน้าไปเจอกับน้องได้อีก

อ่านละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 15 ก.พ.60

ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทประพันธ์โดย ว.วินิจฉัยกุล
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ