อ่านละคร กามเทพจำแลง ตอนที่ 2 วันที่ 18 มิ.ย.60

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพจำแลง ตอนที่ 2 วันที่ 18 มิ.ย.60

เจ๊ลีฉุนพูดผ่านหรรษาว่า ถ้าสั่งงานกับตนเองไม่ได้ ก็ไม่ทำ เลยโต้เถียงผ่านหรรษากันอย่างดุเดือด หรรษาหันฟังภีมทีวราลีทีคอแทบเคล็ดอึดอัดแทบหายใจไม่ออก สุดท้ายทนไม่ได้ระเบิดออกมาว่า

“หยุดทะเลาะกันสักทีได้ไหมคะ หนูษาเครียด!!” พอทั้งสองชะงัก หรรษาก็ยิ้มแหยบอกว่า “อยากเป็นใหญ่ ใจต้องเหี้ยมค่ะ”

เมื่อเจอพริมที่โรงยิมคืนนี้หรรษาจึงระบายความอัดอั้นให้ฟัง พริมเห็นด้วยที่บอสให้หรรษาเป็นแม่งานแทนเจ๊ลี เพราะเจ๊จะย้ายไปทำที่ใหม่สิ้นเดือน และโซลเมทจะมาเดือนหน้า เจ๊จะได้สอนงานให้หนูษาทัน



“ก็จริง แต่หมั่นไส้อีตาร็อตไวเลอร์ ทำเป็นวางท่าว่าข้าไม่แคร์...เชอะ! ฉันก็ไม่แคร์เหมือนกั๊น” เจ๊ลีโพล่งขึ้น

“หนูษาว่าปากบอสบอกว่าไม่แคร์แต่เอาเข้าจริงคงเศร้า เพราะไม่มีใครรู้ใจบอสเท่าเจ๊ลีอีกแล้วค่ะ...หนูษาเครียด อนาคตของคิวปิดฮัทจะพังเพราะมือหนูษารึเปล่าก็ไม่รู้”

พริมบอกให้หรรษามีศรัทธาไว้ ตนเชื่อว่าหนูษาทำได้ บ่นว่าตัวเองสิต้องอยู่กับกวิน คนอะไรปากว่ามือถึงตลอด เจ๊ลีจึงสอนวิธีปราบผู้ชายเจ้าชู้ให้ ทั้งพริมและหรรษาจึงหัดเทคนิคการป้องกันตัวในระยะประชิดจากเจ๊ลีเอาจริงเอาจัง

ooooooo

เช้านี้ขณะที่อัครกับทรงพลกำลังช่วยกันรวบรวมนิตยสารกับหนังสือพิมพ์เก่าเพื่อเอาไปขาย ส่วนทรง-สะคราญกำลังเช็ดกระจกนั้น กวินก็เดินเข้ามาอย่างเท่ ทั้งสามวางมือจากงานหันไปอ่อยทันที

สะคราญเดินบิดสะโพกใส่จริตเข้าไปถามว่ามาหาคุณพริมใช่ไหม บอกเบอร์โทร.ของตัวเองแล้วจะไปตามให้ กวินเห็นแล้วขำเข้าไปนั่งรอที่โซฟา

เบนเดินมาเห็นหนังสือกองเละเทะก็บ่นว่าทำไมยิ่งเก็บยิ่งรก แต่พอเห็นกวินก็เข้าไปสี พอดีพริมเดินออกมาจากออฟฟิศ กวินสยองที่ถูกรุมอ่อยรุมสี ก็ลุกพรวดไปหา พริมตกใจใช้เทคนิคที่เพิ่งเรียนจากเจ๊ลีมาเสยหมัดเข้าปลายคางกวิน แต่เขาเป็นมวยเลยหลบทัน พริมเตะซ้ำที่หน้าแข้งจนกวินเซไปกระแทกกองหนังสือล้มกระจาย

ทันใดนั้นมีเสียงคลิก!! ล็อกเกตของพริมกับกวินเปิดออกพร้อมกัน นิตยสารเล่มหนึ่งกางคว่ำหน้าอยู่ข้าง กวินเกิดแสงสว่างวาบขึ้น ทั้งพริมและกวินต่างมองนิตยสารเล่มนั้น ถลาเข้าไปหยิบอุทานพร้อมกัน

“ล็อกเกต!!”

หน้าหนังสือที่เปิดอยู่เป็นคอลัมน์สัมภาษณ์ไอรีณ สาวไฮโซคนหนึ่งที่คอสวมสร้อยล็อกเกตเหมือนที่พริมใส่ไม่มีผิด!

กลับมาที่ห้องทำงาน พริมเสิร์ชหาข้อมูลหญิงคนนั้น พบว่า ไอรีณเป็นสาวไฮโซคนดังของสังคม กวินชะโงก เข้าไปดูจนชิดถามว่าหาที่อยู่ของเธอได้ไหม พลางเอา มือกุมมือพริมที่กำลังใช้เม้าส์

“ยันทุนนิมิตตัง...อะวะมังคะลัญจะ...” กวินถามงงๆ ว่า ยันทุนนิมิตตัง อยู่ที่ไหน พริมฝืนยิ้มบอกว่า “ยันทุนเป็นคาถาไล่ผี...ส่วนที่อยู่ของไอรีณอยู่ที่ทองหล่อค่ะ”

ooooooo

เมื่อรู้ที่อยู่ของไอรีณแล้ว พริมพากวินมาที่หน้าห้องเสื้อไอรีณ เล่าข้อมูลที่ได้มาว่า

“คุณไอรีณเป็นดีไซเนอร์ระดับแถวหน้า สามีเป็นเจ้าพ่ออสังหา ถ้าไม่รวยไม่โก้ไฮโซเริ่ด โดนเชิดใส่ทุกรายค่ะ”

กวินยิ้มเหยียดแววตาเจ้าเล่ห์ แล้วเขาก็แปลงร่างเป็นพนักงานส่งดอกไม้เอาช่อดอกทานตะวันดอกใหญ่รายล้อมด้วยกุหลาบขาวราคาแพงเข้าไปในห้องเสื้อ บอกพนักงานว่าเอาดอกไม้มาส่งคุณไอรีณ ไอรีณเดินออกมาพอดีถามว่าใครส่งมา พลางดึงการ์ดที่ช่อดอกไม้ในมือกวินไปดูชื่อคนส่ง ถามว่า “กวินคือใคร ฉันไม่รู้จัก”

กวินที่ทำการบ้านมาอย่างดี สืบรู้ว่าทั้งตัวเธอและคุณแม่ชอบดอกกุหลาบขาวเป็นชีวิตจิตใจ จึงพูดได้อย่างรู้จริงจนไอรีณบอกว่าอยากเห็นหน้าคนส่งดอกไม้มาให้ กวินจึงถอดชุดพลางตัวออกเผยให้เห็นชุดเท่

หน้าหล่อเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์ว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อกวิน”

ไอรีณเห็นหนุ่มลูกครึ่งหล่อครบเครื่องก็ถึงกับตะลึง เมื่อกวินทำเซอร์ไพรส์ได้ก็ชนะไปกว่าครึ่ง ไอรีณ ขอตัวกลับไป ครู่เดียวก็ออกมาบอกว่า

“ฉันสะสมสร้อยวินเทจไว้เยอะ แต่จำได้ว่าเส้นนี้หายไปตอนที่รถโดนงัด” กวินถามว่าซื้อจากไหนจำได้ไหม ไอรีณทำท่านึกบอกว่าคุ้นๆ พริมยิ้มดีใจนึกว่าไอรีณจะบอก แต่ไอรีณกลับบอกว่า “เจอกันที่คลับคืนนี้แล้วฉันจะบอกค่ะ”

กวินกับไอรีณมองตาอย่างรู้กัน พริมเห็นท่าทีของทั้งสองแล้วไม่สบายใจ

ขณะเดินเข้าผับหรูคืนนี้ พริมกางหนังสือธรรมะที่ไฮไลต์ข้อความไว้ให้กวินอ่าน

“โทษของการผิดศีลข้อสามคือการโดนเกลียดชังและปองร้าย พิการ อับอาย อับจน อดอยาก ต้องพลัดพรากจากคนที่รัก”

กวินถามว่าให้ตนอ่านทำไม พริมบอกว่าเตือนสติ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น กฎแห่งกรรมทำหน้าที่ของมันเสมอ กวินถามว่า “คุณรู้ได้ไงว่าชาติที่แล้วมีจริง” พริมจนใจไม่ตอบ “แล้วจะให้ผมกลัวสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เหรอ?”

กวินส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ พริมก็ยังมองเขา มองอย่างมีเมตตาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ เมื่อเดินถึงหน้าห้องวีไอพี พริมบอกว่า “ฉันขอไม่เป็นพยานการทำผิดศีลของคุณ ขี้เกียจไปนั่งเฝ้าต้นงิ้วเป็นเพื่อนคุณ” แล้วปล่อยให้กวินเข้าไปคนเดียว

ooooooo

ไอรีณมาในชุดหนังเกาะอกรัดรูปกระโปรงสั้นเดินเข้ามาอย่างเซ็กซี่ กวินเดินไปรับกรุ้มกริ่ม ถามว่าจำได้หรือยังว่าซื้อสร้อยมาจากไหน ไอรีณบอกว่าร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่งที่อ่าวนางจังหวัดกระบี่ ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์อยู่ในนามบัตรนี้

พอกวินจะรับนามบัตรไปดู ไอรีณกลับไม่ให้เอานามบัตรเสียบไว้ที่อกเสื้อ กวินเล้าโลมจนไอรีณเคลิ้มก็จะหยิบนามบัตร เธอใส่กุญแจมือเขาตะปบนามบัตรไว้ มองอย่างยั่วยวน กวินใช้ลีลาเพลย์บอยขั้นเทพสยบความร้อนแรงของไอรีณแล้วเล่าเรื่องการตามหาแม่จากล็อกเกตให้ฟังจนไอรีณสะเทือนใจบอกว่าจะช่วยเขาตามหาล็อกเกต แต่กลับหยิบนามบัตรออกมาฉีกทิ้งบอกว่าตนจำได้ว่าร้านอยู่ไหนไม่ต้องนามบัตรก็ไปถูก

แต่ที่หน้าผับ เสี่ยไมค์สามีวัยดึกของไอรีณกำลังตามล่าภรรยาที่แอบหนีมากินเด็ก พริมที่ยังรอกวินอยู่จึงรีบเข้าไปช่วย ใส่จริตกรีดกรายเข้าไปขวางเสี่ยที่กำลังเอาเรื่องกวิน ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน คืนนี้พวกเราจัดงานราตรีสีม่วง ชี้ที่ไอรีณบอกว่านี่เป็นชะนี ชี้ที่กวินบอกว่าเก้งและชี้ตัวเองว่าเป็นกวาง

ไอรีณผสมโรงแนะนำกวินกับพริมที่ทำดีดดิ้นว่าเป็นแต๋ว เสี่ยไมค์มองอย่างไม่เชื่อนัก พริมเร่งให้กวินรีบออกไปกัน ลูกน้องเสี่ยไมค์ตามไป พริมใช้ปลายกิ๊บไขกุญแจมือให้กวิน พอดีลูกน้องเสี่ยตามมา กวินจึงจับพริมไปกอดจูบ ลูกน้องเสี่ยเห็นคิดว่าเป็นหนุ่มสาวอื่นจึงเดินผ่านไป แต่พอลูกน้องเสี่ยไปแล้วพริมก็เอากิ๊บทิ่มแทงกวินจนร้องถามว่าทำตนทำไม

พริมบอกว่าเวลาตกนรกปีนต้นงิ้วจะโดนหนักกว่านี้ กวินบอกว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรไอรีณเลย ไม่มีอะไรผิดศีลเลย พริมเลยแหยถามว่าทำไมไม่บอกก่อน กวินเสียงอ่อยว่ายังไม่ทันบอกเธอก็แทงเอ๊า...แทงเอาแล้ว...

ooooooo

เมื่อเจ๊ลีรู้ว่าพริมต้องไปกระบี่กับกวินสองต่อสองก็จะเอาตำราพิชัยยุทธ์สกัดจุดชายเจ้าเสน่ห์ที่รวบรวมจากนิตยสารให้ จะจ้างมอเตอร์ไซค์ซิ่งไปส่งให้ถึงบ้านเลย

พอไปสนามบิน กวินชิงเช็กอินก่อน ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมาโวยวายที่เคาน์เตอร์เช็กอินว่าตนต้องการรู้ว่า เควิน เบลค เดินทางไปกับเที่ยวบินนี้หรือเปล่า พริมหันมองจำได้ว่าเป็นคนของบริษัทจับคู่ คู่แข่งของคิวปิดฮัท กวินรู้ตัวรีบหลบหลังรถเข็น พริมเลยหลบตาม รำพึงว่า

“สงสารคุณเควินนะคะ มีแต่คนเข้ามาหาผลประโยชน์ ไปไหนก็ต้องคอยหลบซ่อน ชีวิตคงไม่มีความสุข”

เมื่อบินไปถึงกระบี่เข้าที่พัก พริมถ่ายวีดิโอคอลให้เจ๊ลีดู เล่าอย่างโล่งใจว่า วิลล่ามีหลายห้องนอน พริมเลือกห้องที่มีระเบียงออกทะเล เจ๊กำชับให้ล็อกประตูอย่าให้กวินเข้าไปเด็ดขาดจะได้ไม่พลาด พริมบอกว่าจะล็อกให้แน่นหนาเลย แล้วพรุ่งนี้จะโทร.ไปรายงาน

แต่พอวางสายจากเจ๊ลี พริมก็ตกใจเมื่อจู่ๆ กวินก็พรวดเข้ามาโดดขึ้นเตียงพูดอย่างพอใจว่า ห้องนี้เตียงเด้งดีตนชอบเตียงเด้งดึ๋ง พริมโวยวายห้องนี้ตนจองแล้วไล่ให้เขาไปห้องอื่น กวินยียวนไม่ยอมออกไป พริมใช้วิทยายุทธ์ในตำราที่เจ๊ลีให้จัดการจนร้อง แต่ก็ยังขู่ให้เธอกลัวไม่กล้าอยู่คนเดียวแล้วมองตาเจ้าชู้ทำเอาพริมรีบท่องพุทธัง ธัมมัง สังฆัง วุ่นวาย กวินได้ใจยิ่งแกล้ง ชวนเปลี่ยนชุดไปเล่นน้ำกัน

พริมบอกว่าตนไม่มีชุดเขาก็พาไปหาซื้อ บอกให้พริมช่วยเลือกชุดที่ใส่สบาย อ้อนแกมขู่ว่า

“คิดเสียว่าความสบายใจของผมคืองานของคุณ”

เมื่อถึงเวลาอาหาร พริมพาไปร้านของกุ๊กชิน บอกว่าทางรีสอร์ตแนะนำว่าร้านนี้อร่อยสะอาดและไม่แพง พอดีเจอเด็กที่ไปยืนข้างโต๊ะหนึ่งถูกผลักจนหัวทิ่มไล่ให้ไปไกลๆ กวินเข้าไปถามเด็กว่าไปทำอะไรเขา เด็กเล่าว่าตนไปยืนมองเฉยๆ ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันและแม่ก็ไม่สบาย กวินจึงให้เงินไปซื้อข้าวและพาแม่ไปหาหมอด้วย

กุ๊กชินเดินถือกล่องข้าวมาให้เด็กบอกว่าทีหลังหิวก็แวะมาที่นี่ไม่มีใครไล่หรอก หันไปทักกวินอย่างคึกคักร่าเริงว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อชิน คนแถวนี้เรียกว่ากุ๊กชิน”

ooooooo

กุ๊กชิน เป็นคนสนุกสนานร่าเริง นอกจากทำ อาหารเองเสิร์ฟเองแล้วยังพูดคุยกับลูกค้าอย่างสนุก-สนานด้วย กวินกับพริมทานอาหารแล้วชวนไปคาเฟ่กัน กุ๊กชินบอกว่าแถวนี้ตนรู้จักทุกซอกทุกมุมเลย

พริมถามว่ารู้จักร้านที่ขายเครื่องประดับหรือ สร้อยเก่าๆบ้างไหม กุ๊กชินถามว่าสร้อยแบบไหน พริมกับกวินยังไม่ทันตอบก็มีเสียงร้องอย่างตกอกตกใจ

“อย่า!! อย่าให้มันเข้ามา!!”

ทุกคนมองไปเห็นชายสูงวัยนั่งรถเข็นร้องตะโกนโวยวายเหมือนไร้สติ เขาคือหาญพ่อของกุ๊กชิน กุ๊กชินถามว่าพ่อออกมาทำไม หาญยังคงร้องห้ามอย่างหวาดกลัว ยิ่งเมื่อมองมาทางพริมก็ยิ่งกลัวตาเหลือกหายใจไม่ออกจนหมดสติไป กวินกับพริมตกใจวิ่งเข้าไปดู กุ๊กชินบอกว่ายาอยู่ในบ้านแล้ววิ่งเข้าไปเอา

เอายามาให้พ่อกินแล้วกุ๊กชินบอกว่าพ่อเป็นโรคหัวใจ กินยาแล้วคงดีขึ้น แต่พอหาญลืมตาก็โวยวายว่าผีหลอก ผีจะมาเอาชีวิตตน ตะกุยตะกายไล่ไปให้พ้น กุ๊กชินบอกว่าลูกค้าไม่ใช่ผี กวินก็บอกว่าพวกเราไม่ใช่ผี หาญจ้องหน้าแล้วยิ่งร้อง

“ผี! มึงตายไปแล้ว อย่ามาหลอกหลอนกูเลย กูกลัวแล้ว”

เห็นอาการของหาญเช่นนั้น พริมจึงชวนกวินออกไปข้างนอกกันดีกว่า ครู่หนึ่งกุ๊กชินจึงตามออกมาขอโทษบอกว่าพ่อตนป่วยอยู่ กวินบอกว่าเข้าใจเพราะพ่อตนก็ป่วยอยู่เหมือนกัน พริมจึงถามเรื่องร้านขายเครื่องประดับ หันไปขอนามบัตรจากกวิน เขาหยิบนามบัตรที่ถูกไอรีณฉีกทิ้ง กวินเก็บมาปะต่อกัน แต่เบอร์โทร.กับชื่อถนนแหว่งไป

กุ๊กชินดูแล้วบอกว่าไม่เคยเห็นแต่จะลองถามคนแถวนี้ดู ถามว่าแล้วจะไปไหนกันต่อ พริมบอกว่าเดินเลียบหาดกลับรีสอร์ต แต่ไม่มีใครรู้ว่า ขณะนั้นมีสายตาลึกลับแอบมองทั้งสองเดินกลับรีสอร์ตกัน

ระหว่างเดินกลับพริมบอกว่าตนติดต่อเช่ารถไว้แล้วพรุ่งนี้จะขับตระเวนรอบๆอ่าวนางกัน ชมกวินว่าเขาก็เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นเหมือนกัน

“ผมติดมาจากคุณน่ะแหละ...ผมเห็นคุณมีน้ำใจให้คนอื่นแล้วมีความสุขก็อยากทำบ้าง”

พริมฟังแล้วรู้สึกดี เขินจนมองไปอีกทาง พลันก็ตกใจเมื่อเห็นมีคนนอนคว่ำหน้าอยู่ที่ชายหาด ทั้งสองรีบไปช่วยเหลือ แต่ที่แท้มันคือกุ้งขี้ยาแถวนั้นที่หลอกให้คนมาช่วยแล้วปล้น พริมยอมให้กระเป๋าถือแต่ไม่ยอมให้สร้อยล็อกเกต กุ้งไม่ยอมมันยื้อสร้อยจะเอาให้ได้ กวินดึงพริมวิ่งไป กุ้งตามไปแทงกวินแต่เขาหลบและถีบมันพริมจึงเอานิ้วจิ้มตามันและเสยหมัดเข้าปลายคางจนมันอ้าปากค้าง แล้วพากันวิ่งหนีไป

เมื่อไปถึงที่พักในพาวิลเลียนวิลล่า พิชยมันตรา พริมเอาแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผลที่คิ้วให้กวิน เขาถามว่าทำไมเธอถูกทำร้ายแต่ไม่โกรธคนร้ายเลย พริมพูดสบายๆว่า ความโกรธคือไฟจะปล่อยให้เผาใจตัวเองทำไม

จากการเดินทางตามหาที่มาของล็อกเกตและเผชิญปัญหากระทั่งอันตรายด้วยกัน ทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีต่อกันมากขึ้นทุกวัน ความใกล้ชิดทำให้พริมเริ่มหวั่นไหวแต่พยายามหักห้ามความรู้สึกเรียกสติคืนมาและหาทางเลี่ยงจากเขา

เมื่อเข้าห้องพัก พริมหยิบตำราที่เจ๊ลีให้มาเปิดดูทุกหน้าแต่ตำราไม่มีบอกเลยว่าเมื่อถูกบรรยากาศพาไปจะแก้ไขอย่างไร คิดๆแล้วนึกออกบอกตัวเองว่า “ใช่แล้ว มีสามสิ่งที่ช่วยได้นั่นคือ สติ สมาธิ ปัญญา” แล้วหยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมาแม้จะถือหนังสือกลับหัวแต่ก็มีสติรู้ตัวรีบกลับให้ถูกทาง
อ่านหนังสือธรรมะแล้วใจยังไม่สงบ พริมล้มตัวลงนอนคลุมโปงเลย

ooooooo

คืนนี้เบนไปหาวราลีที่บ้านบอกให้ช่วยหนูษาด้วย เพราะโดนบอสด่าว่าทำงานเหมือนเต่าคลาน หนูษาเสียใจร้องไห้ไม่หยุด จนป่านนี้ยังร้องไห้อยู่ที่ออฟฟิศเลย

“หนูษาไม่ช้าหรอก อีตาบอสใจร้อนเอง คนเพิ่งจับงานก็ต้องให้เวลาศึกษาบ้าง เอางี้ เดี๋ยวลีจะช่วยสอนงานหนูษาเอง”

“น้องลี...น้องลีไม่ออกไม่ได้เหรอ อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของน้องๆเถอะนะคะ” เบนขอร้อง วราลีฟังแล้วหนักใจ

เบนเองก็ไม่นิ่งเฉย รุ่งขึ้นเมื่อเจอภีมก็พูดหยั่งเชิงว่าอีกไม่กี่วันวราลีก็จะไปทำงานที่ใหม่แล้ว ภีมถามกวนๆว่าแล้วไง เบนถามว่า “ไม่คุยกันดีๆจริงๆหรือ”

“คุยได้แต่ไม่มีอะไรจะคุย ทำงานด้วยกันมาห้าปี ก็น่าจะรู้ว่าผมต้องการอะไร” เบนติงว่าเขาเอาแต่เย็นชาใส่ วราลีก็นึกว่าไล่น่ะสิ “บางทีมันอาจจะหมดเวลาของเราแล้วก็ได้” ภีมตัดบทแล้วใช้กรรไกรตัดดอกไฮเดรนเยียที่วราลีชอบฉับ!

เช้านี้อาพอแต่งตัวสวยไปยืนรดน้ำต้นไม้เหมือนรอใคร พอเห็น รปภ.ขี่จักรยานผ่านมาทักว่าอารมณ์ดีจัง ก็พูดอ่อยว่าอารมณ์ ดีมีฝีมือทำกับข้าว ขอไปเป็นสะใภ้ก็ไม่อายใคร รปภ.บอกว่าแม่กำลังหาสะใภ้พอดีเลยจะกลับไปถามแม่ดูก่อน อาพอแทบกรี๊ดบอกวราลีว่า

“อาพอเรียกร้องความสนใจผู้ชายค่ะ ชวนคุยมันเสียฟอร์ม ต้องให้ยอมคุยเองถึงจะเวิร์ก”

“เรียกความสนใจงั้นเหรอ...” วราลีฉุกคิด รุ่งขึ้นก็แกล้งทำบัตรคอนเสิร์ตหล่นที่พื้นสองใบ ภีมหยิบดู บอกเบนว่าเป็นคอนเสิร์ตที่อยากดูที่สุด ชาตินี้ได้ดูสักครั้งก็ตายตาหลับ ให้เบนไปถามว่าเป็นของใครจะขอซื้อต่อ

วราลีโผล่มาบอกว่าของตนเอง ได้ยินว่าคนแถวนี้อยากดูเลยหามา แต่เขาไม่พูดกับตน ตนก็คงต้อง...วราลีหยิบกรรไกรขึ้นมาจะตัดทิ้ง ทั้งภีมและเบนร้องลั่น “อย่า!!!”

“เราจะคุยกันได้รึยังคะ” วราลีถาม ภีมมองบัตรคอนเสิร์ตอย่างเสียดายแต่หันหลังเดินเข้าห้องทำงาน “งั้นฉันก็ขายให้คนอื่น...ถ้าคุยก็ไม่ขาย โอเคไหม”

“เบน...บอกทุกคนด้วยว่าวันนี้ผมจะไม่คุยกับใครทั้งนั้น”

ภีมยังทิฐิพูดผ่านเบนแล้วเข้าห้องเลย วราลีเซ็งแต่ไม่ยอมแพ้ ไปดักหน้าบอกว่าตนต้องการคุยด้วย ภีมยังทำหูทวนลม วราลีตามไปที่โต๊ะ ที่มุมกาแฟ กระทั่งภีมหนีไปที่โถฉี่ก็ยังตามไปบอกว่า คุยไปฉี่ไปก็ได้ ตนไม่ถือ ภีมก็ยังไม่ยอมคุย

จนกระทั่งบรรดาแก๊งแม่บ้านเลี้ยงส่งวราลี ชนแก้วกันเฮฮา จู่ๆภีมก็โผล่มาดุว่ามัวแต่ปาร์ตี้กันอยู่ตนมีงานด่วนแต่โทร.ไม่เจอใครจึงต้องลงมาถึงนี่ วราลีถามว่าได้เวลาที่เราจะคุยกันแล้วใช่ไหม ภีมยอมพูดด้วยแต่บอกว่า “ผมไม่ว่าง”

วราลีไม่เชื่อ ดักคอว่าเขาว่างและรู้ด้วยว่าเขาจงใจลงมาหาตน ภีมบอกรู้ก็ดีแล้วนี่ แล้วเดินหนี เลยถูกปรามาสไม่แน่จริง ถ้าแน่จริงให้กลับมาคุยกันก่อน แต่พอดีมือถือวราลีดังขึ้น เธอกดรับสาย ภีมชะงักทันที

“ฮัลโหล...บอสยังไม่เซ็นอนุมัติเลยค่ะ แต่ฉันจะเริ่มงานกับคุณต้นเดือนหน้าแน่ค่ะ”

ภีมหยุดยืนฟังอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

กวินสไกป์คุยกับเกรก เขาบอกพ่อว่า แม่ไม่ได้เอาสร้อยมาขายที่อ่าวนาง ร้านนี้ก็ซื้อต่อเขามาอีกที ขอพ่ออย่าเพิ่งหมดกำลังใจ พ่อต้องมีศรัทธารักษาตัวให้แข็งแรง รอวันที่แม่กลับมา

แม้กวินจะไม่เชื่อในเรื่องศรัทธาแต่เขาก็พูดกับพ่อเพราะซึมซับจากพริม กวินเครียดที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับข่าวแม่ พริมมองเขาอย่างเห็นใจปลอบใจว่า

“คุณพูดถูก...เราต้องมีศรัทธา วันนี้ไม่เจอ พรุ่งนี้ ก็ยังมี”

“ผมปลอบใจพ่อไปอย่างงั้น แต่ผมไม่คิดว่าเราจะเจอ เราแทบไม่มีเบาะแสอะไรเลย นอกจากสร้อย”

“แต่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันตามหา...ถ้าคุณไม่หมดศรัทธา ฉันเชื่อว่าเราต้องเจอ”

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพจำแลง ตอนที่ 2 วันที่ 18 มิ.ย.60

ละครเรื่อง กามเทพจำแลง บทประพันธ์โดย แพรณัฐ
ละครเรื่อง กามเทพจำแลง บทโทรทัศน์โดย นักเขียนเรืองแสง
ละครเรื่อง กามเทพจำแลง กำกับการแสดงโดย ษรัณยู จิราลักษม์
ละครเรื่อง กามเทพจำแลง ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กามเทพจำแลง ควมคุมการผลิตโดย อรุโณชา ภาณุพันธุ์
ละครเรื่อง กามเทพจำแลง ออกอากาศทุกวันศุกร์ วันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง กามเทพจำแลง ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ