อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 18 มิ.ย.60

อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 18 มิ.ย.60

“คุณพาทีนี่ จริงจังมากเลยนะคะ” พรนางฟ้าอยากด่ามากกว่านี้

“แน่นอนค่ะ ไม่งั้นบลูปรินซ์ก็คงไม่สามารถขึ้น มาเป็นบอยแบนด์อันดับหนึ่งของประเทศได้หรอก”

นาเดียร์เย้ยพรนางฟ้าสังเกตเห็นจุงเบหงุดหงิดเวลาเต้นไม่ได้ นาเดียร์เริ่มเบื่อถอยมานั่งเล่นมือถือ พรนางฟ้าถ่ายภาพจุงเบไว้ เขารู้สึกตัวจึงหันมองทักทาย แล้วมองหาขวดน้ำของตัวเอง พรนางฟ้าเห็นวางอยู่ที่เก้าอี้จึงหยิบไปส่งให้จุงเบรับมือสัมผัสกัน นาเดียร์เงยหน้ามาเห็นกระแอมขัดเตือน ไม่ควรทำอะไรตามใจ พรนางฟ้างงแค่หยิบน้ำให้มีอะไรผิด นาเดียร์หาว่าให้ท่าศิลปิน

“ขอโทษนะคะ ฉันว่ามีแต่คนที่อยากได้ศิลปินจนตัวสั่นเท่านั้นแหละ ถึงจะคิดได้ว่าการช่วยหยิบของให้ศิลปินคือการให้ท่า” นาเดียร์จะเถียง แต่พรนางฟ้าชิงเดินหนีไปถ่ายอีกมุม



“เรื่องความดังของบลูปรินซ์ไม่ใช่สิ่งที่ผมห่วง หรอกครับ เพราะผมทำให้พวกเขามีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ด้วยตัวผมเองมาตลอด ผมห่วงว่าจะมีใครคิดไม่ดีกับเด็กๆของผมมากกว่า ขอตัวนะ”

พรนางฟ้าเริ่มรู้สึกกังวลใจว่างานนี้จะยากกว่าที่คิด แต่ไม่ย่อท้อรีบเดินตามพาทีออกไป พาทีเห็นแองจี้เดินตามมาก็บอกว่าถ้าต้องการอะไรให้บอกนาเดียร์ได้ แต่เธอดึงมือเขาให้หยุด กล่าวขอโทษถ้าตนทำตัวไม่ดีเพราะ ติดนิสัยทำตัวเหนือใครมาจากตอนเรียนเมืองนอก ที่โน่นถ้าเราไม่เหนือกว่าก็จะไม่มีตัวตนในสายตาใคร พาทียิ้มๆ บอกไม่ต้องขอโทษเพราะเราคงไม่ได้ร่วมงานกันบ่อย พรนางฟ้ารีบย้ำเพื่อให้เขาใจอ่อน

“แต่แองจี้เชื่อว่าเราจะได้ทำงานด้วยกันอีกค่ะ แองจี้อยากให้เป็นอย่างนั้น”

พาทีนิ่งเงียบไม่แสดงว่าใจอ่อนลง ขอตัวเดินไป พรนางฟ้ารู้ว่าตัวเองเจอหินเข้าแล้ว...ด้วยความเซ็งพรนางฟ้าเดินลงมาซื้อกาแฟ เห็นเฌอเบลล์ทำโน้ตเพลงหล่นแผ่นหนึ่ง จึงเก็บแล้ววิ่งตามไปคืนให้ เธอมองอย่างเหยียดๆ ดึงโน้ตกลับมาแล้วเดินไป พรนางฟ้าไม่พอใจ ตามไปดึงโน้ตกลับมาโยนลงพื้นแล้วว่า ถ้าไม่รู้จักขอบคุณคนอื่นก็จงเก็บเอง เฌอเบลล์จะโวยแต่ไม่ทัน

ooooooo

วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทำภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต บัวบุหงามาทำหน้าที่เก็บภาพเบื้องหลัง แล้วเธอก็เห็นพันธิตเดินลูบหลังไหล่นักแสดงชื่อโอ๊ตออกไปนอกกอง จึงคว้ากล้องวิ่งตามไปแอบถ่าย เห็นทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคัก เจ้ากรรมลืมปิดแฟลชอีกแสงแฟลชทำให้พันธิตรู้ตัว เดินมามองที่พุ่มไม้ที่บัวบุหงาพยายามหลบซ่อนตัวสุดฤทธิ์ แล้วเขาก็เจอฝากล้องตกอยู่ เป็นฝากล้องรุ่นคลาสสิกปีสองพัน...พอกลับเข้ามาในกองถ่าย เห็นบัวบุหงานั่งกินข้าวอยู่ ก็เข้ามามองกล้องเธอแล้วถามว่าฝากล้องไปไหน บัวบุหงาเพิ่งรู้ตัวว่าหายคิดหาทางแก้ตัว ว่าลืมว่าหายไปตั้งแต่วันก่อน พันธิตวางฝากล้องลงบนโต๊ะ เจ๊โดมต้องช่วยเสริมว่าเห็นบัวบุหงาร้องไห้บ่นว่าของหายเมื่อวาน เขาจึงดักคอ

“ทีหลังเวลาทำงานก็เก็บฝากล้องให้ดีหน่อยนะ เดี๋ยวคนโดนแอบถ่ายเขาจะรู้ตัว”

เจ๊โดมลากบัวบุหงาหลบมาต่อว่า อย่าทำอะไรผิดพลาดอีก บัวบุหงาเปิดภาพที่สองหนุ่มหัวร่อต่อกระซิกกัน ให้ดู เจ๊โดมเห็นแล้วเสียดายพันธิตไม่น่าเป็นเกย์

ด้านพรนางฟ้า ถ่ายภาพบลูปรินซ์ซ้อมร้องเต้นบนเวที ระหว่างนั้นถอยหลังมาชนไลออนที่เพิ่งเข้ามา ต่างคนต่างหลบให้กันแต่หลบทางเดียวกันจึงหัวเราะ ไลออนดึงเธอเข้ามาใกล้ถามใส่คอนแทคเลนส์หรือ เธอส่ายหน้า เขาชมว่าดวงตาสวย เธอเผลอยิ้มมองเขาเดินขึ้นเวทีอย่างเท่

“มองส่วนไหนอยู่เหรอครับ หน้าแดงเชียว” พาทีจับตามองอยู่เข้ามาแขวะ หญิงสาวสะดุ้งปัดว่ามองไปทั่ว พาทีประชด “แล้วได้ภาพตามที่ต้องการรึเปล่าครับ คุณหลานเจ้าของเว็บไซต์บันเทิงที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย”

พรนางฟ้าไม่พอใจที่พาทีกวน เขายังแกล้งยื่นมือมาใกล้หน้าอกเธอ พอเธอคว้ามือเขาไว้ เขาก็บอกว่าแค่จะขอดูรูปที่ถ่าย หญิงสาวไม่ให้ เขายืนกรานว่าต้องตรวจสอบก่อนที่เธอจะนำไปลงข่าว ไลออนเห็นสองคนยืนเถียงกันจึงลงจากเวทีมาต่อว่าพาที ว่าแองจี้เป็นแขก ไปขึ้นเสียงใส่เธอได้อย่างไร พาทีสั่งให้กลับไปซ้อม ไลออนไม่ยอมกลับเข้ามาจ้องหน้าพาที พรนางฟ้าเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับแต่พาทีขวางไม่ให้ไป ไลออนช่วยดึงเธอให้เดินไป

พาทีไม่พอใจ เดินตามพรนางฟ้าไปอีก เห็นเธอสะดุดหกล้มก็ยืนมองเฉย หญิงสาวแก้เขินด้วยการทำท่าบัลเล่ต์ลุกขึ้น แล้วรีบเดินหนีมาถึงลิฟต์ พาทีตามมาเอามือค้ำประตู พรนางฟ้ายืนหลังพิงประตู เขายืนยันจะขอดูภาพ ทันใดประตูลิฟต์เปิด พรนางฟ้าหงายหลังล้มเข้าไปในลิฟต์ พาทีล้มตามคร่อมบนร่างเธอ ต่างตะลึง มองตากันอึ้งๆ

มนุษย์ป้านางหนึ่งเดินมาเห็น กระแอมให้รู้ตัว แล้วสั่งสอนว่าการกระทำแบบนี้น่าอาย สถานที่ก็แคบแถม เป็นที่สาธารณะ พาทีรีบลุกขึ้นชี้หน้าพรนางฟ้าทำนอง ฝากไว้ก่อนแล้วเดินไป หญิงสาวขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางยืนก้มหน้าอายๆ มนุษย์ป้ากดปิดลิฟต์ไม่วาย มองเธอเหยียดๆ

บ่ายวันเดียวกัน แพรพิณได้ยินลูกศิษย์คุยกันว่า ถ้าเราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ต้องตามดูให้รู้ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครคอร์สเสริมความงามคลีนิกหมอไทย โดยระบุว่าจะทำกับหมอไทย ราคาที่ทำกับหมอจึงสูงกว่าปกติแพรพิณจำต้องจ่ายไปอีกสี่หมื่น...ระหว่างที่หมอไทยดูแลใบหน้าให้ ชยุตโทร.เข้ามานัดทานข้าว แพรพิณหูผึ่งเตรียมสะกดรอยตามไปเก็บภาพ

เสร็จจากทำหน้า แพรพิณแอบตามหมอไทยมาถึงร้านอาหาร แต่ด้วยไม่ได้จองโต๊ะไว้ก่อนจึงไปนั่งโต๊ะที่มีคนจอง พอเขามาก็เกิดการต่อว่าเสียงดัง หมอไทยกับชยุตหันมาเห็นเป็นแพรพิณก็ชวนมานั่งร่วมโต๊ะ หญิงสาวทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำตัวไม่ถูก ชยุตแกล้งแหย่ หมู่นี้เราเจอกันทุกวันสงสัยเธอจะชอบหมอไทยหรือชอบตน หญิงสาวสำลักน้ำไอแคกๆ ปฏิเสธพัลวัน หมอไทยปรามชยุตให้เลิกแกล้งแพรพิณ

เสร็จจากทานอาหาร หมอไทยให้ชยุตไปส่งแพรพิณ ชยุตขอเวลาเก็บของในรถที่รกๆไปไว้ท้ายรถ ให้เธอเข้าไปนั่งเบาะหน้าและให้ช่วยเก็บกล่องแว่นใส่ลิ้นชัก ทำให้เธอเห็นถุงยางอนามัยและเควาย เจลหล่อลื่นในนั้น เธอแทบช็อกเอามือถือมาเก็บภาพไว้อย่างขยะแขยง

ooooooo

สามสาวสรุปผลงานที่สืบงานของตัวแต่ละงาน ต่างเอาหลักฐานที่ได้ลงชาร์ตว่าใครหาหลักฐานได้มากกว่ากัน คดีใครจะสำเร็จก่อนกันเป็นผู้ชนะ พรนางฟ้าไม่ยอมแพ้ รุ่งเช้าไปที่จีพีเรคคอร์ดอีก นั่งดูการซ้อมของวงบลูปรินซ์ นาเดียร์แขวะมาบ่อยเหลือเกิน

พาทีให้เควินซ้อมท่อนโซโล่ แล้วให้นาเดียร์เรียกคู่ลีลาศมาซ้อมบล็อกกิ้ง นาเดียร์นึกได้ว่าเธอลาป่วยและลืมหาคนมาแทน พาทีเซ็ง ไลออนแนะนำให้นัดแยกซ้อมลีลาศ คฑาสวนว่าเรายังมีเวลาว่างอีกหรือ ทั้งสองเถียงกัน จุงเบกระซิบเตือนว่ามีแขก ทั้งสองจึงกอดคอกันทำทีสนิทสนมรักใคร่กันดี พรนางฟ้าเห็นช่องทางตีสนิท อาสาเป็นคู่เต้นลีลาศให้ เพราะมีความรู้อยู่บ้าง

เควินได้ทีโบ้ยให้พาทีเป็นคู่เต้นกับแองจี้ ตัวเขาจะซ้อมร้องเพราะยังจำท่าเต้นไม่ค่อยได้ พาทีจำต้องเต้นลีลาศกับแองจี้ ทั้งสองเต้นอย่างพลิ้วไหวเข้าขากันดี นาเดียร์มองอย่างหมั่นไส้ เผอิญเฌอเบลล์แวะมาเห็นพาทีเต้นรำกับแองจี้ก็ไม่พอใจ พาทีทึ่งกับความสามารถของแองจี้ยอมเอ่ยปากขอบใจเธอ...บ่ายวันนั้นเขาจึงให้เธอซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ไปส่งที่โรงเรียนแพรพิณ

ด้านบัวบุหงาถ่ายภาพเบื้องหลังกองถ่ายอย่างมืออาชีพ เผอิญถอยหลังมาชนพันธิตที่นั่งอยู่ เขาโวยวายว่าดารายังแต่งตัวไม่เสร็จแล้วเธอเที่ยวไปถ่ายภาพเขา เป็นพวกปาปารัสซี่หรือเปล่า จะแย่งกล้องมาตรวจรูป หญิงสาวไม่ให้ ยื้อกันจนแฟลชกล้องตกแตก บัวบุหงาโกรธมาก ตรงเข้าชกหน้าพันธิต ทุกคนในกองตกใจ

เจ๊โดมรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยขอร้องอย่าไล่บัวบุหงาออกเพราะเธอเป็นตากล้องมือหนึ่งของนิตยสารชายที่ฮอตที่สุด ภาพยนตร์เราเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ภาพถ่ายต้องดึงความรู้สึกนั้นออกมา พันธิตหงุดหงิดแดกดันให้บอกตากล้องของเจ๊ด้วยว่า ทำงานให้เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่แอบถ่ายแบบไร้มารยาท บัวบุหงาน้ำตาคลอหยิบแฟลชที่แตกขึ้นมา มองพันธิตอย่างแค้นเคือง

ในขณะที่พรนางฟ้าลงรถพาทีที่หน้าโรงเรียนแพรพิณ พาทีเห็นคลินิกหมอไทยอยู่ข้างๆก็แปลกใจ บอกว่าเขาเป็นคนดูแลผิวให้ศิลปินในค่าย พรนางฟ้าจะเดินไป พาทีเตือนให้คืนหมวกกันน็อก เธอจึงโยนให้ เขาติงน่าจะส่งให้ดีๆ เพื่อเธอจะได้ดูน่ารักขึ้นมาบ้าง หญิงสาวหน้าชา

พรนางฟ้าเข้ามาในโรงเรียนเห็นนักเรียนมุงดูไอแพด เป็นข่าวจากคุณนิรนามศูนย์ข่าวบีพีอายส์ ส่งมาว่า ขณะนี้วงบลูปรินซ์กำลังจะไปกินข้าวที่สยามสแคว์วัน แพรพิณไม่อยู่เด็กๆจึงจะไปตามดูนักร้องวงโปรด พรนางฟ้าแปลกใจรีบขอไปด้วย แล้วโทรศัพท์หาพาทีในทันที

ในรถตู้ที่วงบลูปรินซ์นั่งมา นาเดียร์นั่งกลับที่พักด้วย ไลออนกับคฑาเป็นคนเริ่มอยากแวะกินอะไรที่สยามสแควร์วัน จุงเบกับเควินค้านกลัวแฟนคลับรู้จะเกิดความวุ่นวาย นาเดียร์ไม่คิดปรามกลับสนับสนุนอีกต่างหาก คนขับรถจึงพาไปส่งลงแล้ววกรถไปหาที่จอด นาเดียร์ไม่ลงไปด้วย ท่าทีเธอมีพิรุธบางอย่าง

ทั้งสี่คนเลือกร้านส้มตำสะเดิดโดยไม่รู้เลยว่าข่าวพวกเขามาแวะที่นี่แพร่กระจายออกไป เหล่าแฟนคลับ กำลังเดินทางมา...พาทีได้รับโทรศัพท์จากแองจี้ก็ตกใจรู้ในทันทีว่าต้องเกิดความวุ่นวายแน่ เขารีบบอกให้แองจี้ช่วยถ่วงเวลาเหล่าแฟนคลับไว้ อย่าให้เข้าถึงตัวพวกบลูปรินซ์

ไลออน คฑา เควินและจุงเบกำลังกินส้มตำ น้ำตกอย่างเอร็ดอร่อย เจ้าของร้านและเด็กในร้านต่างตื่นเต้นถ่ายภาพกันใหญ่ ไม่ทันไรได้ยินเสียงกรี๊ดดังเข้ามา ทั้งสี่ เห็นเหล่าแฟนคลับกำลังวิ่งกรูมาก็ตกใจ ไลออนรีบไป กดล็อกประตูร้าน แล้วพากันวิ่งไปหลังร้าน ปรากฏมีแฟนคลับออกันอยู่ประมาณยี่สิบคนทำให้ออกไปไม่ได้เช่นกัน

ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว วิ่งมาถึงหลังร้านพร้อมพรนางฟ้า เธอโทร.รายงานสถานการณ์กับพาทีแล้วเหลือบไปเห็นร้านขายวิกผม จึงคิดแผนการได้ แต่ต้องขอให้เด็กทั้งสามร่วมมือ ด้วยการสัญญาจะให้รางวัลให้ทั้งสามได้ทานข้าวกับบลูปรินซ์ตัวเป็นๆแบบส่วนตัว ทั้งสามยอมช่วยสุดตัว...พรนางฟ้าเข้าไปซื้อวิกผมและของที่ใช้พรางตัวได้มา เด็กทั้งสามต้องทำทีคุยกันเสียงดัง ต่อว่าศิลปินบลูปรินซ์ให้เหล่าแฟนคลับได้ยิน จากนั้นทั้งสามต้องวิ่งหนีการถูกรุมสกรัม

พรนางฟ้ารีบเคาะประตูหลังร้านบอกว่าตนแองจี้มาช่วย พอเข้าไปได้ เธอก็ให้ทุกคนสวมวิกใส่หนวด สวมเสื้อคลุมมีฮู้ด แล้วโทร.บอกพาที พาทีติดต่อนาเดียร์ไม่ได้ เพราะเธอเสียบหูฟังเพลงนอนสบายในรถ เขาเปิดประตูรถพรวดเข้ามาต่อว่า แล้วสั่งคนรถให้อ้อมไปรับศิลปินหลังร้าน พรนางฟ้าพาทุกคนออกมารีบวิ่งไปขึ้นรถ ทันใดไลออนรู้ตัวว่าสร้อยคอหล่นหาย จึงวิ่งกลับไปค้นหาในร้าน ทุกคนตกใจ พรนางฟ้าต้องตามไปช่วย พอหาสร้อยเจอ ทั้งสองจะกลับมาขึ้นรถ ต้องซ่อนตัวเบียดแนบชิดกันแอบแฟนคลับให้วิ่งผ่านไปก่อน ทั้งสองสบตากันรู้สึกหวั่นไหวนิดๆ

กลับมาถึงที่พัก พาทีสั่งลงโทษกักบริเวณทั้งสี่คนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คฑาโวยไลออนเป็นคนชวนทำให้ทุกคนซวยไปหมด เควินพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ทะเลาะกัน พาทีเสียงเข้มบอกไม่ได้ต้องการคนผิด แต่ต้องการรู้ว่าแฟนคลับรู้ได้อย่างไร ทุกคนมองไปที่แองจี้

พรนางฟ้ารีบเปิดลิงค์บีพีอายส์ให้พาทีดู ว่ารู้ข่าวมาจากทวีตนี้ และว่ามีคนจงใจปล่อยข่าว นาเดียร์ปรักปรำว่า เป็นแองจี้ เธอจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับพาที เขาไปส่งตน ทุกคนแปลกใจมากเพราะรู้ดีว่า พาทีไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของเขา นาเดียร์ออกตัวว่าตนก็ไม่เกี่ยวเพราะนั่งอยู่แต่ในรถ ทันใดมือถือเธอดังขึ้น เธอรีบกดตัดสาย พาทีมองอย่างไม่ไว้ใจจึงแย่งมือถือมากดโทร.ออกและเปิดสปีกเกอร์ โฟน เสียงปลายสายคล้ายตุ๊ด

“พี่นาเดียร์คะ หนูขอเงินค่าข่าวของพวกหนูคืนด้วยค่ะ พวกเราไม่มีใครได้สัมผัสตัวบีพีเลยแม้แต่คนเดียว ฮัลโหลๆ อีเจ๊...มึงจะโกงเงินพวกกูเหรอ อี...” แองจี้ชิงตัดสาย

นาเดียร์หน้าซีดจำนนต่อหลักฐาน ทรุดลงขอโทษ ไลออนโวยเพราะเธอทำให้ตนเกือบเสียสร้อยคอไป พาทีโพล่งขึ้นว่าไล่เธอออกเพราะไม่อาจทำงานกับคนที่ไม่ไว้ใจได้ ว่าแล้วเรียกแองจี้ให้ตามเขาออกไป

ในกองถ่ายบัวบุหงาเห็นพันธิตกำลังหยิบของในรถที่จอดห่างจากกอง จึงตามมากระชากเขาให้หันมาเพื่อถามคิดจะชดใช้ที่ทำแฟลชตกแตกบ้างไหม พันธิตสะบัดตัวออกย้อนถามจะเอาเท่าไหร่ หญิงสาวโกรธ หาว่าเขาเป็นพวกคนรวยที่ชอบใช้เงินฟาดหัว ไม่คิดถึงจิตใจใคร พันธิตยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะบอกว่าจะพาเธอไปซื้อแฟลชตัวใหม่เพราะไม่ไว้ใจกลัวเธอโกงราคา

พันธิตพาบัวบุหงามาร้านขายอุปกรณ์กล้องที่ซื้อประจำ บอกเจ้าของร้านให้เอาแฟลชของแท้มาตัวหนึ่ง หญิงสาวแทรกเอาของจีนก็ได้ แต่เขาไม่ยอมให้เธอใช้ของดีๆเพื่อคุณภาพของงาน แต่เธอก็ค้านว่างานจะดีอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่อุปกรณ์ เขาไม่สนใจรับของมายัดใส่มือเธอแล้วเดินออกจากร้าน บัวบุหงาจำต้องวิ่งตาม เขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ไม่สนใจว่าเธอจะอยากทานหรือไม่ บัวบุหงาวางท่าปั้นปึ่งแต่สุดท้ายกลับทานเก่งกว่าเขาจนท้องแทบแตก

พอกลับมาถึงกองถ่าย เจ๊โดมเห็นหลานลงจากรถเจ้านายก็แปลกใจ พันธิตหันมาบอกบัวบุหงาว่าไม่ต้องกลับเข้ากองถ่ายแล้ว เพราะตนไล่เธอออก ที่ทานอาหารนั่นเป็นการเลี้ยงส่ง บัวบุหงาช็อกยืนอึ้งกอดถุงแฟลชน้ำตาไหล พันธิตเดินไป เจ๊โดมวิ่งเข้ามาคิดว่าหลานสาวเสียทีเขาเสียแล้ว บัวบุหงารีบบอกว่าไม่ใช่ แต่ตนโดนไล่ออกอย่าง เลือดเย็น ตนจะทำอย่างไรต่อไปดี...

ooooooo

เจ๊โดมคิดแผนวิธีทำให้พันธิตยอมรับบัวบุหงาทำงานในกองถ่ายต่อ...หลังเลิกกอง ทุกคนปรบมือเฮแยกย้ายกันเก็บของ ทันใดมีเสียงฉิ่งฉาบกลองดังขึ้น เจ๊โดมนำทีมกะเทยช่างแต่งหน้าและคอสตูม ห่มสไบ รำเข้ามาอย่างสวยงาม ตามด้วยบัวบุหงาถือพานธูปเทียนมาวางหน้าพันธิต เธอกล่าวขอขมาที่ต่อยเขา ขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานหน้าที่เดิม ทุกคนเชียร์ให้พันธิตยกโทษให้ เขารับพานแล้วแกล้งให้บัวบุหงาพูดคำขอโทษหวานๆ ดังๆหลายรอบ ผู้กำกับเข้ามาตบไหล่พันธิตเบาๆ “คุณพันธิตนี่เป็นผู้อำนวยการสร้างที่สนิทกับพวกเรามากที่สุด ตั้งแต่เคยมีมาเลย”

พันธิตหัวเราะรับแล้วเดินออกไป บัวบุหงาเจ็บใจที่โดนแกล้งไม่เลิก เจ๊โดมสะกิดเตือนว่าง้อเขาอยู่อย่าทำปากดี เธอจึงฮึดฮัดเข่นเขี้ยวจะเอาคืนให้ได้...พอออกมาที่รถ เห็นพันธิตยืนพูดโทรศัพท์ แล้วสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ออกมาก้มๆเงยๆที่หน้ากระโปรงรถ จึงเข้ามาถามว่า รถเป็นอะไร เขาตอบกวนๆ บอกไปก็ซ่อมไม่ได้ หญิงสาวหมั่นไส้จึงเดินกลับไม่สนใจ

พันธิตเห็นเธอมีมอเตอร์ไซค์จึงขอให้ไปส่งที่สนามบิน บัวบุหงาชั่งใจก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกใต้เบาะ ส่งให้ พันธิตจดๆจ้องๆคิดถึงวัยเด็กที่เคยหล่นจากรถมอเตอร์ไซค์ของพ่อ แถมเพื่อนเกย์ของพ่อหัวเราะชอบใจ ทำให้ทั้งเจ็บและอายฝังใจ...บัวบุหงาเห็นท่าทางเขากลัวๆ ก็สบโอกาสเอาคืน แกล้งขี่รถเร็วจนเขากอดเอวเอาหน้าแนบแผ่นหลังเธอแน่น จนถึงจุดหมายเขาก็ยังนิ่งเหมือนคนหลับ เธอหยิกที่มือเขา ชายหนุ่มสะดุ้งลงจากรถ ปัดทรงผมให้เข้าที่กล่าวตำหนิ

“ขอบใจ...ทีหลังเรียกดีๆก็ได้ยัยทอม”

“นายว่าใครทอม กลับมานี่เลยนะ” บัวบุหงาโกรธจอดรถวิ่งตามเขาไปจะเอาเรื่อง แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเขากอดกับชายคนหนึ่งแนบแน่น บัวบุหงารีบบันทึกภาพนั้นไว้ ในใจรู้สึกหวิวๆ ถอยกลับไปขึ้นรถตัวเองแล้วขี่ออกไป

วทันยูเพื่อนสนิทที่พันธิตมารับกอดกันพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมพักใหญ่ พันธิตบอกตนมารับแล้ว แต่เขาต้องนั่งแท็กซี่กลับเพราะรถตนเสีย ตนให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์พามาคงต้องกลับกับลูกน้อง แต่พอหันมา บัวบุหงาหายไปแล้ว วทันยูมองตามอย่างงงๆ

บัวบุหงาขี่รถมาจอดแถวสวนสาธารณะ รู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล พูดกับตัวเองว่าได้หลักฐานแน่ชัดอีกแล้ว ว่าแล้วก็ส่งรูปเข้าไลน์กรุ๊ป แคปชั่นว่า หลักฐานเพิ่ม รับรองตนชนะแน่ พลันมือถือดังขึ้นเป็นชื่อพันธิตโทร.เข้ามา เธอกดตัดสายบ่นเชิญอยู่กันสองคน ไม่อยากเป็นก้าง

พันธิตพาวทันยูมาที่บ้าน วทันยูชื่นชมอรนาฏที่ช่วยลูกชายให้สัมภาษณ์รายการ พันธิตว่านั่นเป็นการสร้างภาพ...อรนาฏเดินลงมาเห็นวทันยูก็ชะงัก ทักทายเหน็บเล็กๆ ไม่เจอกันตั้งนานเรียนจบแล้วหรือ กลับมาทั้งทีน่าจะไปให้พ่อแม่พบเจอบ้าง พันธิตตอบแทนว่าพ่อแม่เขาไม่อยู่ไปยุโรป จึงมาพักที่นี่ก่อนจนกว่าจะกลับ แล้วแกล้งโอบกอดเรียกที่รักพาขึ้นชั้นบนยั่วอรนาฏ

ooooooo

เช้าวันใหม่ พรนางฟ้าลุกขึ้นแต่งตัวแต่งหน้า นึกถึงเรื่องเมื่อวาน ที่พาทีเรียกให้ตามเขาออกไป เขาพาเธอมาบนสะพานข้ามแม่น้ำ ท่าทางเขาเครียดและเสียใจมากที่โดนคนที่ไว้ใจหักหลัง จู่ๆก็ร้องตะโกนลั่นก่อนจะหันมาสวมกอดเธอ พรนางฟ้าอึ้งแต่ก็รับรู้ถึงความเสียใจของเขา สติเขากลับมา เอ่ยถามว่าเขาไว้ใจเธอได้ไหม พาทีผละจากหญิงสาวแล้วยืนนิ่งด้วยมาดนิ่งแบบเดิม เมื่อเธอตอบว่าไว้ใจได้ เขาก็ขอให้เธอเป็นผู้จัดการวงแทนนาเดียร์ พรนางฟ้าแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์

อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 18 มิ.ย.60

ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ บทโทรทัศน์โดย มานะ...สติ, กู๊ด ฟีลลิ่ง ทีม
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ควบคุมการผลิตโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ