อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 20 มิ.ย.60

อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 20 มิ.ย.60

เช้าวันใหม่อันนาได้รับโทรศัพท์จากหม่อม ราชวงศ์นวลมณี มัจฉาตระกูล คุณหญิงย่าของหมอไทย โทร.มาเตือนกึ่งต่อว่าว่าตนบ่มเพาะเลี้ยงดูหลานมาเป็นอย่างดี เธอไม่ควรคิดจะมาชุบตัวเป็นผู้ดีด้วยการเกาะหลานชายตน ตนไม่มีวันรับเธอเป็นหลานสะใภ้แน่

อันนาอึ้งพยายามตั้งสติ ตอบอย่างเข้มแข็งว่าจะทำให้ท่านเข้าใจเอง แล้วขอตัววางสาย แพรพิณเห็นสีหน้าหลานสาวรีบถามว่ามีอะไร อันนาจะร้องไห้เดินหนี แพรพิณ ขวางและเตือน

“น้าขอพูดกับหนูตรงๆเลยนะ น้าไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชีวิตรักของหนูหรอก แต่น้าไม่อยากให้หนูโดนเกย์หลอกเหมือนที่เพื่อนน้าโดน น้าหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้จริงๆนะว่าคุณหมอไทยเขาเป็นเกย์”



อันนายิ่งเจ็บปวดเสียใจ เสียงเข้มกับน้าสาวว่าตนไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันดีกว่า แพรพิณยินดีอย่างยิ่งเพราะมั่นใจ...อันนาพาแพรพิณมาที่สนามบอลที่หมอไทยมาเตะบอลกับชยุตเป็นประจำ มีหนุ่มๆมากมายเหงื่อไหล ไคลย้อยจากการเล่น ทำให้แพรพิณได้กลิ่นวิงเวียนจะเป็นลม

อันนาบอกน้าสาวว่าคนเป็นเกย์จะไม่มาเตะบอล ชยุตเห็นแพรพิณมาก็โบกมือให้ แพรพิณเห็นถึงความเท่ของเขาเกิดใจสั่น แต่ฝืนทำเป็นไม่สนใจ

หลังเล่นบอลเสร็จ หมอไทยกับชยุตเดินกอดคอกันออกจากสนาม แพรพิณรีบชี้ให้หลานสาวดู อันนาไม่ติดใจเพราะรู้ว่าสองคนนี้หยอกกันแรงๆประจำ...ชยุตยิ้มแต้เข้ามาแหย่แพรพิณทันที แกล้งเบ่งกล้ามให้เธอดูความฟิตปึ๋งของตัวเอง อันนาเอ่ยปากขอคุยกับหมอไทยลำพัง แพรพิณจะเดินตาม ชยุตเข้ามาขวางเตือนว่าอันนาไม่ได้เอ่ยชื่อเธอ แพรพิณจึงได้แต่ชะเง้อมอง

อันนาบอกหมอไทยเรื่องที่คุณหญิงย่าเขาโทร.มา หมอไทยรีบขอโทษแทนแล้วบอกว่าจะกลับไปเคลียร์กับท่าน แล้วจะพาเธอไปกราบด้วย...แพรพิณเห็นทั้งสองกุมมือกันก็รู้ว่าอันนาเชื่อหมอไทย จึงเอ่ยปากชวนทุกคนไปทานข้าวเย็นกัน หมอไทยกลับบอกว่าตนนัดกับชยุตจะไปออนเซน แพรพิณยิ่งตะลึงเพราะรู้ว่าออนเซนคือการแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกัน

แพรพิณชวนอันนาตามไปแอบดูให้รู้แจ้ง แต่แล้วสองสาวก็เข้าไม่ถึง เพราะสถานที่นั้นสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่แพรพิณไม่ยอมแพ้ เผอิญมีเสียงชายคนหนึ่งร้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาดูว่าข้างในมีถุงยางอนามัย ใครเอามาใช้น่าเกลียดมากๆ แพรพิณฉวยโอกาสดึงอันนาตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย ผู้ชายทุกคนในนั้นนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนมุงกันอยู่

เจ้าหน้าที่ถามใครที่มาเป็นคู่เข้ามาทำบัดสีในสถานที่นี้ ทุกคนมองไปยังหมอไทยและชยุตเพราะทั้งสองมาด้วยกัน อันนาน้ำตาคลอมองหมอไทยด้วยความผิดหวัง หมอไทยกับชยุตปฏิเสธอย่างไรไม่มีใครเชื่อ อันนาวิ่งหนีออกไป หมอไทยตกใจรีบวิ่งตามทั้งที่มีผ้าขนหนูพันกายผืนเดียว อันนาวิ่งออกมาข้างนอกโบกเรียกรถแท็กซี่ร้องให้คนช่วยว่าถูกโรคจิตไล่ตาม หมอไทยเสียใจไม่คิดว่าอันนาจะเชื่อตามคนอื่น

ชยุตโกรธแพรพิณ ดึงเธอไปอีกทาง ต่อว่าทำถูกแล้วหรือที่ให้คนรักกันต้องเลิกกัน เธอต้องการอะไร แพรพิณสะบัดมือออกตอกกลับว่าไม่ต้องการให้หลานสาวถูกเกย์หลอก ตนรู้ว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กัน ชยุตตะลึงโมโหแพรพิณมากอยากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าตนเป็นชายแท้

ชยุตดึงแพรพิณเข้ามากอดจูบ หญิงสาวสัมผัสแผ่นอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม ใจเต้นระส่ำเผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ชยุตดันเธอออกกล่าวนิ่งๆ “ผมไม่ได้เป็นเกย์ แค่นี้คุณคงพิสูจน์ได้แล้วนะ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อใจผม หรือไปยุให้หมอไทยกับอันนาเลิกกันอีก ผมว่าคุณก็เป็นพวกไม่มีหัวใจแล้วล่ะ”

แพรพิณยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก มองชยุตที่เดินจากไปอย่างไม่ใยดี...แพรพิณกลับมาขึ้นรถ ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง พยายามโทร.หาอันนาเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย ด้วยความเครียด เห็นร้านอีสานคาราโอเกะข้างทาง จึงแวะเข้าไปนั่งซดยาดองคนเดียวจนเมามาย ป้ากับลุงเจ้าของร้านนั่งมองอย่างห่วงๆที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว

สุดท้ายบัวบุหงาต้องเป็นคนมาพาตัวแพรพิณกลับไปส่งบ้าน นภิสพี่สาวและเป็นแม่ของอันนาซึ่งเป็นหมอ แปลกใจที่น้องสาวเพ้อเรียกตุ๊ดมาว่าเธอไม่มีหัวใจ จึงให้นอนที่โซฟาไปก่อน

ooooooo

รุ่งเช้าหมอไทยกับชยุตมาที่บ้าน นภิสเป็นหมอรุ่นพี่ของหมอไทย เธอยินดีที่จะได้เขาเป็นลูกเขย จึงเปิดโอกาสให้เข้าไปง้อลูกสาว โดยไม่ซักถามว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร

ชยุตเห็นสภาพแพรพิณที่นอนอยู่ข้างล่าง ยังเพ้อเรื่องเมื่อวานก็แอบขำ เขาช่วยนภิสอุ้มแพรพิณขึ้นไปนอนต่อบนห้อง เธอยังหลับแต่เอื้อมมือมากอดคอเขาแน่น หน้าชยุตอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขายิ้มๆอย่างรู้สึกดี จู่ๆ เธอก็เพ้อออกมาว่า...ฉันเกลียดนาย เขาตอบขำๆว่ารู้แล้ว

ชยุตจัดแจงให้แพรพิณนอนสบายๆ แล้วเดินมองรูปถ่ายในห้องเธอ จนมาเห็นหนังสือคู่มือเกย์และเอกสารในแฟ้มบริษัทจีสแกน เขาแปลกใจกำลังจะเปิดดู พอดีนภิสเข้ามาขอบคุณเขาแล้วบอกว่าจะจัดการน้องสาวเอง ชยุตจึงเดินลงมาข้างล่างอย่างเสียดาย

หมอไทยเห็นอันนานั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านก็เข้ามาพยายามอธิบาย แต่เธอกลับบอกว่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เขารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เชื่อในตัวเขา...หมอไทยจึงเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดที่เซฟลงมือถือมาเปิดให้อันนาดูว่ามีคู่เกย์ที่กอดจูบกันก่อนจะเข้าไปออนเซนก่อนหน้าตนไปถึง และตนก็เดินสวนกับทั้งสองเข้าไปพร้อมผู้ชายอีกสองคน ซึ่งแสดงว่าตนเข้าไปสี่คนคงไม่มีโอกาสทำอะไรบัดสีได้ อันนาอึ้งรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิด

“ช่างมันเถอะค่ะ...พี่ว่าพี่ต้องแสดงให้น้องอันเห็นสักทีว่าพี่จริงใจ พี่จะไปคุยกับคุณย่าเรื่องขอหมั้นน้องอัน เย็นนี้เลย”...อันนาตาโพลงไม่คิดว่าเขาจะเอาจริงขนาดนี้

ด้านพรนางฟ้ามาทดสอบงานกับพาที ในขณะที่พวกบลูปรินซ์ยังไม่กลับจากเชียงใหม่ เขาให้เธอทำงานสารพัด หัดทำของกินที่เป็นของโปรดของแต่ละคน ทำหลายครั้งจนกว่ารสชาติจะถูกปาก หญิงสาวแอบบ่นไอ้หน้าหนวด นี่ตนมาทดสอบเป็นผู้จัดการหรือเป็นแม่ครัวกันแน่ พาทีแอบขำ แล้วสอนให้เธอทำสปาเกตตีทำอยู่หลายรอบกว่าจะสำเร็จ

จนบ่าย พาทีนั่งดูข่าวอย่างสบายใจ ในขณะที่พรนางฟ้าต้องกวาดบ้านถูบ้าน แอบบ่นว่าเขาก็ได้ยินทุกครั้ง พอเสร็จงานในบ้านเขาก็ให้เธอไปกวาดใบไม้ที่สนามอีก เธอเดินบ่นกะปอดกะแปดออกมาแต่แล้วพอเห็นโต๊ะอาหารที่จัดไว้สองที่ จุดเทียนอย่างสวยงามก็ยืนมองอย่างชื่นชม พาทีเข้ามากระแอม เธอสะดุ้งจะรีบเดินไปทำงานเขาดึงแขนเธอไว้ พาไปนั่งอย่างอ่อนโยน

“ทานสิ เธอยังเหลือการทดสอบอีกสองวันนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไม่ใช่เหรอ”

พาทีลงมือกินก่อน พรนางฟ้ามองอย่างงงก่อนจะยิ้มแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย...เช้าวันใหม่ พรนางฟ้านอนสีหน้ามีความสุข ครู่เดียวก็มีเสียงนาฬิกาปลุกดังมาก เธอสะดุ้งตื่นมองหาต้นเสียงเห็นพาทียืนกอดอกถือมือถือในมือก็โวยวายว่าเขาเข้ามาได้อย่างไร คิดจะทำมิดีมิร้ายตนหรือ

พาทีถอนใจบอกถ้าคิดจะลักหลับแล้วจะปลุกเธอขึ้นมาทำไม ตัดบทสั่งการให้เวลาครึ่งชั่วโมงกับการอาบน้ำแต่งตัวเก็บเสื้อผ้าไปค้างต่างจังหวัดหนึ่งคืน โดยไม่บอกว่าไปไหน นี่คือการรับมือการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เป็นอีกคุณสมบัติของผู้จัดการวงที่ดี ถ้าเธอทำไม่ได้ตนคงต้องหาผู้จัดการวงใหม่ พรนางฟ้าเข่นเขี้ยวแต่ก็รีบลุกขึ้นไปปฏิบัติ

พรนางฟ้าทำเวลาได้ทันท่วงที ไม่เพียงเท่านั้น พาทียังให้เธอเป็นคนขับรถโดยเขาเป็นคนบอกเส้นทาง...

พาทีพาเธอมาที่บ้านเด็กกำพร้า แจกอาหารและขนมเด็กๆ เขาบอกเธอว่านี่เป็นการทำบุญช่วยเหลือสังคม เป็นหนึ่งในหน้าที่ของศิลปินที่ดีและเอาไว้ตอบคำถามนักข่าว หญิงสาวเบ้หน้าคิดว่าคงเป็นการสร้างภาพอีกอย่าง ขากลับพาทีเป็นคนขับเองเพราะหาว่าเธอขับช้า

ถึงที่หมายหน้าโรงแรมที่พัก พาทีปลุกพรนางฟ้าให้ตื่น เขาติงที่เธอหลับมาตลอดทาง การเป็นผู้จัดการที่ดีต้องดูแลศิลปินไม่ใช่นอนหลับสบายแบบนี้...จากนั้นพาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมหาด เขาหยิบถุงดำที่พก ออกมากางเก็บขยะตามชายหาด หญิงสาวทึ่งแต่คิดว่าเขาคงสร้างภาพอีก เขากลับบอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัว เพราะถ้ามีแต่คนทิ้งขยะไม่มีคนเก็บ แล้วชายหาดจะสวยงามได้อย่างไร ทันใดมีเสียงหญิงสาวเรียกพาที ทั้งสองหันมอง

เฌอเบลล์วิ่งเข้ามาทักทาย พอเห็นหน้าพรนางฟ้าก็ชะงัก พรนางฟ้าเองก็มีท่าทางไม่สบอารมณ์ พาทีเห็นท่าทีรีบขอตัวดึงเธอออกมาคุยห่างจากเฌอเบลล์ แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าเฌอเบลล์เป็นใคร พรนางฟ้าไม่อยากรู้

แต่พาทีเน้นว่าเป็นหลานสาวประธานจีพีเรคคอร์ด ที่สามารถทำให้เธอตกงานได้ หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก รู้แก่ใจว่าต้องทำตัวดีๆกับเฌอเบลล์

แต่เฌอเบลล์กลับทำทีว่าไม่รู้จักพรนางฟ้ามาก่อน พาทีจึงแนะนำว่าแองจี้เป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ เฌอเบลล์มองเหยียดๆ ดึงพาทีไปรู้จักกับเพื่อนๆเธอ เขาสบตาแองจี้ทำนองให้ช่วย

พรนางฟ้าเบ้หน้ากลับมาพักผ่อนในห้องอย่างสบายใจ ไม่ทันไรพาทีมาเคาะประตูเรียก เธอทำหน้าเซ็งบ่น “ยัยระฆังนั่นยอมปล่อยตัวคุณมาแล้วเหรอ ฉันนึกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าซะแล้ว”

พาทีขำการตั้งชื่อของแองจี้ แล้วถามทานอะไร หรือยัง ไม่ทันตอบเสียงท้องร้องดังแทน หญิงสาวทำหน้างอน เขาชูถุงอาหารที่ซื้อมาฝาก แซวอาการนี้โมโหหิวหรือโมโหหึง เธอสะอึกโวยว่าเขาหลงตัวเอง เขายิ่งขำกับท่าทางเธอ ยื่นหน้าไปย้ำ อย่าหลงเสน่ห์ตนอีกคนแล้วกัน...แล้วบอกให้ทานเสียเสร็จแล้วจะกลับกรุงเทพฯ เธอยิ่งงงเพิ่งมาถึงไม่ทันได้เหยียบทะเลจะกลับแล้ว

“ถ้าไม่กลับคืนนี้ รับรองพรุ่งนี้คุณเฌอเบลล์ต้องมาลากผมไปอยู่กับเขาทั้งวันแน่”

พรนางฟ้าถามไม่กลัวเฌอเบลล์โกรธหรือ พาทียักไหล่ไม่สนแล้วยกมือห้ามไม่ต้องถามอีก ถ้าถามจะถือว่าหึงตน หญิงสาวหน้าหงิกก้มหน้าก้มตากินๆๆ

ooooooo

หมอไทยมากราบเรียนคุณหญิงย่านวลมณีว่าต้องการหมั้นกับอันนา แม้คุณหญิงย่าไม่ค่อยพอใจแต่ไม่อยากขัดใจหลานชาย...ไม่นาน หมอไทยพาคุณหญิงย่ามาบ้านอันนา ชยุตขับรถหรูตามมาด้วย แพรพิณไม่รู้ว่าใครจะมาจึงยังอยู่ในสภาพชุดนอนหัวฟูออกมาเปิดประตูรับ

คุณหญิงย่ามองเธอหัวจดเท้าตำหนิเป็นผู้หญิงประสาอะไร แพรพิณสวน ก็ประสาตนนี่แหละ เห็นว่าอยู่บ้านตัวเองเลยทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจใคร พอดีเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่คนมาเยี่ยม หมอไทยรีบห้ามศึกแนะนำคุณหญิงย่าว่าเธอเป็นน้าของอันนา แพรพิณถามมาทำไม ไม่วายโดนเหน็บอีกว่าสมบัติผู้ดีมีบ้างไหมถึงมาแทรกถาม หญิงสาวสวนอีกครั้ง

“อ๋อ สมบัติบ้านนี้เก็บในธนาคารหมดเลยค่ะ ไม่ได้เอาใส่ไหฝังดินแบบ...คนโบราณ”

“นี่หล่อน! นี่ขนาดคนในบ้านยังปากคอเราะร้ายขนาดนี้ เด็กอันนากำพืดเดียวกันจะร้ายขนาดไหน ตาหมอกลับ...ฉันไม่ให้หมั้นกับลูกบ้านนี้”

แพรพิณได้ยินคำว่าหมั้นยิ่งไม่พอใจ พอดีนภิสกับอันนาเดินออกมารีบเชื้อเชิญทั้งสามเข้าบ้าน หมอไทยใช้จังหวะชุลมุนดันคุณหญิงย่าให้เดินเข้าไป ชยุตเดินผ่านแพรพิณแกล้งดีดจมูกเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว หญิงสาวโกรธทำท่าปาดคอใส่ให้เตรียมตัวไว้

อันนายกน้ำลอยดอกมะลิมาเสิร์ฟ คุณหญิงย่ามองออกว่ากิริยามารยาทต่างจากน้าสาว แต่ยังมีทิฐิไว้ตัว เหน็บว่ากิริยามารยาทใช้ได้ไม่กะเล่อกะล่าเหมือนคนในบ้านบางคน แพรพิณเคืองจะเปิดศึก หมอไทยรีบตัดบทเริ่มธุระที่มาเพื่อจะทาบทามขอหมั้นอันนา แพรพิณแย้งว่าหลานยังเรียนไม่จบ คุณหญิงย่าเสียงเข้ม ยังไม่ได้ยอมรับที่มาแค่ขอดูตัว หมอไทยยืนกรานว่าจะหมั้นกับคนนี้เท่านั้น นภิสไกล่เกลี่ยให้เลื่อนไปคุยวันหลัง คุณหญิงย่าไม่ยอม

“ฉันมีหลานอยู่คนเดียว ถ้าหลานฉันยืนยันจะหมั้นกับหล่อนขนาดนี้ ฉันก็คงขัดอะไรไม่ได้ แต่ยังไงๆฉันก็ยังไม่อนุญาตให้ทั้งสองคนหมั้นกันเร็วๆนี้แน่...สัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดฉัน หล่อนต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าหล่อน สามารถดูแลงานใหญ่ๆได้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงแซยิดให้ฉัน และหลังจากนี้หล่อนต้องเข้าวังไปเรียนรู้งานต่างๆทุกสัปดาห์ จนกว่าฉันจะเห็นว่าหล่อนเหมาะสมกับสมบัติของฉัน” พูดจบนวลมณีลุกเดินออกไป หมอไทยหันมายิ้มดีใจกับอันนา

ด้านบัวบุหงารู้สึกหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก พ่อเต่าทำของโปรดมาให้กินหวังว่าลูกสาวจะแสดงความดีใจเข้ามากอดหอมเหมือนเคย กลับนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย ก็รู้สึกว่าลูกคงมีเรื่องรบกวนจิตใจ น่าจะเกี่ยวกับความรัก บัวบุหงาปฏิเสธไม่จริงเพราะเขาเป็นเกย์ พ่อเต่าให้แง่คิด ถ้าเราอยากรู้ว่าอาหารอร่อยหรือไม่ ควรทำอย่างไร เธอบอกว่าต้องชิม

“นั่นแหละ ความรักก็เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นเกย์จริงไหม ก็ต้องลองกินกัน หมายถึงลองคบกันดูก่อน จะเจ็บก็ให้มันรู้ไป...พ่อพูดจริงนะ ของแบบนี้มันต้องลอง ก่อนที่พ่อจะมาเป็นแบบนี้ก็ต้องผ่านการลองมาก่อนแล้วทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะมีแกหลุดออกมาท้าทายโลกแบบนี้รึไง” บัวบุหงาบ่นว่าโลกนี้ช่างอยู่ยากจริงๆ พ่อเต่าโวยนี่ตนเป็นพ่อนะ เธอรีบยิ้มแหยๆ

คำพูดของพ่อทำให้บัวบุหงาฮึดสู้ พอขี่รถมาถึงกองถ่าย เห็นพันธิตเพิ่งมาถึงพอดี เขาทักเธอว่ามาทำงานสาย เธอจึงสวนว่าเขาก็สาย เขาย้อนตนเป็นเจ้านาย เขาเห็นหญิงสาวไม่ค่อยคุยก็แปลกใจตามมาแตะหน้าผากว่าป่วยหรือ แล้วเอาหน้าผากตัวเองแนบหน้าผากเธอ หญิงสาวใจสั่นก่อนที่เขาจะบอกว่าตัวไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าซีด หรือว่าสำออย

“จะบ้าเหรอ ใครจะมานั่งสำออยให้คนอย่างนายวะ” บัวบุหงาตีแขนเขากลบเกลื่อน

พันธิตชวนให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกันถือว่าไปฝึกถ่ายภาพนอกสถานที่ บัวบุหงาแปลกใจเขาไม่กลัวแล้วหรือ เขาบอกต้องทำให้ชินว่าแล้วก็ขึ้นนั่งซ้อนกอดเอวเธอแน่น

บัวบุหงาสังเกตเห็นพันธิตชอบถ่ายภาพท้องฟ้า เขาบอกว่าการถ่ายภาพเป็นวิธีเดียวที่จะมีคนรับฟังเขา บัวบุหงาแปลกใจแต่ก็ยอมรับว่าเขาถ่ายภาพได้สวย เขายิ้มๆตอกกลับ ตนถึงบอกว่าเธอถ่ายไม่สวย หญิงสาวโวยเรามีแนวทางคนละแบบกัน ไม่ควรว่ากัน เขาถามงอนหรือ เธอไม่ยอมรับ เขาจึงขยี้หัวเธออย่างเอ็นดู แล้วให้เธอฟอลโล่ไอจีของเขา

พันธิตถือโอกาสเข้าไปดูในไอจีของเธอ เห็นในอินสตาแกรมของเธอส่วนใหญ่เป็นภาพนายแบบเซ็กซี่ จึงแหย่จะให้เธอถ่ายเขาบ้าง แล้วเขาก็ใช้มือถือถ่ายเซลฟี่กับเธออย่างสนุกสนาน

เมื่อกลับมาถึงกองถ่าย วทันยูเข้ามาโวยพันธิตว่าหายไปไหนตั้งนาน คนตามกันทั้งกอง บัวบุหงารู้สึกเป็นส่วนเกินรีบขอตัวแยกไปทำงาน เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เจ๊โดมเห็นอาการถามประชดเมนส์มาหรืออย่างไร พันธิตเดินตามบัวบุหงามาไม่ทันจะคุย เสียงผู้กำกับเอ็ดตะโรใส่โอ๊ตนักแสดงที่แสดงไม่ผ่านเสียที

วทันยูจึงเข้าไปไกล่เกลี่ย ผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทอ้อนซบไหล่คนรักคู่กับพันธิตให้เป็นตัวอย่าง

บัวบุหงาเห็นภาพนั้นยิ่งขุ่นเคืองใจ คว้ากระเป๋าขอตัวกลับ เจ๊โดมงง พอพันธิตกลับมาแปลกใจว่าบัวบุหงาทำไมรีบกลับจึงฝากเจ๊โดมบอกเธอด้วยว่าตนเป็นห่วง เจ๊โดมหูผึ่งในทันที

ooooooo

เช้าวันใหม่ พาทีเข้ามาในห้องนอนแองจี้ แต่คราวนี้ไม่คิดปลุก กลับมองใบหน้าหลับพริ้มน้ำลายยืดอย่างขำๆ แล้วพูดเบาๆว่าวันนี้ให้พัก ตนต้องมีงานข้างนอก...พอเขาออกไปจากห้อง แองจี้หรือพรนางฟ้าก็กระเด้งตัวลุกขึ้น เธอยิ้มหยัน

“นายหน้าหนวดจอมบงการ คิดว่าแค่ทำดีกับฉันหน่อยแล้วฉันจะใจอ่อนให้รึไง เหอะ”

พอเห็นว่าพาทีขี่บิ๊กไบค์ออกไปแล้ว พรนางฟ้าก็รีบเข้าไปค้นห้อง เริ่มด้วยห้องคฑากับเควินก่อน แค่เพียงเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเกย์โชยมา เธอลงมือค้นหาหลักฐานบ่งบอกว่าใครเป็นเกย์ แล้วเธอก็เจอภาพถ่ายใต้เตียงเควิน เป็นชายวัยรุ่นสองคนในชุดกีฬากอดคอกันแต่ถ่ายถึงแค่คอไม่เห็นหน้า ข้างหลังภาพมีข้อความเขียนว่า...ผมรักคุณนะ

พรนางฟ้ารีบเอามือถือออกมาจะถ่ายเก็บเป็นหลักฐาน ทันใดได้ยินเสียงพาทีกลับเข้ามาเพราะลืมของ เธอตกใจลนลานเก็บภาพถ่ายไว้ แล้วแอบมองว่าพาทีกลับมาจะเข้าห้องไหน...พาทีหยิบของที่ลืมแล้วนึกห่วงแองจี้จึงแวะไปดูที่ห้อง พอไม่เจอก็เดินหาทุกห้อง จนมาถึงห้องเควินกับคฑา หญิงสาวแก้สถานการณ์ด้วยการคว้าตุ๊กตามากอดเดินละเมอ พาทีเห็นแล้วขำกึ่งไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นเธอเดินชนประตูที่เขาเปิดไว้ครึ่งเดียวหงายหลังก็หัวเราะก๊าก

พรนางฟ้าเจ็บทำทีสะดุ้งตื่นไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วเขินอายวิ่งหนีกลับห้อง เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ ไลน์บอกเพื่อนๆว่าคืนนี้กลับไปประชุมที่คอนโด บัวบุหงาไลน์กลับมาว่าดี อยากเจอเหมือนกัน แพรพิณอ่านไลน์แล้วเป็นห่วงบัวบุหงารีบถามมีปัญหาอะไร เธอบอกคืนนี้จะอัพเดตให้ฟัง แพรพิณไม่มีแก่ใจสอนต่อ เด็กๆบ่นพวกตนจะเอาอะไรไปสอบกันล่ะเนี่ย
คืนนั้นสามสาวเอาหลักฐานที่หาได้ลงบอร์ด

บัวบุหงาเห็นหลักฐานของพรนางฟ้าก็ยอมรับว่าชัดเจนมาก แต่ที่ได้ยินมาคนที่เป็นคู่จิ้นกันคือไลออนกับเควิน ไม่ใช่คฑา พรนางฟ้าเชื่อว่าไลออนไม่ได้เป็นเกย์ เพราะตนสัมผัสถึงความเป็นชายของเขาได้แต่ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง

อ่านละคร สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3 วันที่ 20 มิ.ย.60

ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ บทโทรทัศน์โดย มานะ...สติ, กู๊ด ฟีลลิ่ง ทีม
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ควบคุมการผลิตโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่องสายลับจับแอ๊บ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ