อ่านละคร อาคม ตอนที่ 5 วันที่ 14 มิ.ย.60

อ่านละคร อาคม ตอนที่ 5 วันที่ 14 มิ.ย.60

ทีเกื้อกับคุณหญิงอัปสรคงโต้เถียงและลงไม้ลงมือกันไปแล้ว ถ้าธีรภูมิจะไม่มาขวาง และเมื่อเขารู้เรื่องคำสั่งของพ่อแม่ให้เปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยเดชา ก็โวยวายด้วยความไม่พอใจ

“คุณพ่อสอนผมเสมอว่าให้ทำหน้าที่สื่อให้ดี สื่อต้องเป็นกลาง ต้องทำเพื่อประชาชน แต่สุดท้ายคุณพ่อก็แพ้อำนาจเงิน แพ้อำนาจพวกมีอิทธิพลอย่างเดชา!”

ธีรนัฐพูดไม่ออก เช่นเดียวกับคุณหญิงอัปสร ธีรภูมิโมโหมาก แหวลั่น



“เงียบทำไมล่ะครับ...เถียงผมไม่ออกเหรอครับ”

“บางทีสื่อก็ต้องปิดหูปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากให้สังคมวุ่นวายไปมากกว่าเดิม”

“ผมไม่สนใจคำแก้ตัวของคุณพ่อหรอกครับ คุณพ่อจะไล่ผมออกก็เชิญ ยังไงผมก็จะทำข่าวนี้”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินพ่อพูดไล่หลัง “ก็ลองดู...ฉันไม่ไล่แกออกหรอก แต่ฉันจะไล่ลูกน้องแกออกให้หมด แกมีเงินเก็บ ตกงานเดือนสองเดือนก็ไม่เป็นไร แต่ลูกน้องแกที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หาเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องมาลำบากเพราะความดื้อรั้นของแก แกอยากให้มันเป็นแบบนั้นก็ตามใจ!”

คำสั่งขาดของพ่อทำให้ธีรภูมิไม่มีทางเลือก ต้องยอมเปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยแก้ต่างให้เดชา ทีมงานโดยเฉพาะสัตตบงกชฝืนใจมาก แต่ก็จำต้องระงับอารมณ์ไว้เพื่อความอยู่รอดของเหล่าพนักงาน

นอกจากพวกตำรวจจะมาอารักขาเดชาถึงห้องส่งสถานีแล้ว ทีเกื้อก็ขอให้เอื้อกานต์มาดูแลเจ้าของห้างดังอีกแรง โดยไม่รู้เลยว่าท่ามกลางทีมงานมากหน้าหลายตา ฮันเตอร์จะแฝงตัวอยู่ด้วยเพื่อสังเกตการณ์ทำงานของคิม

บรรยากาศการถ่ายทำรายการเต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกคนต่างรู้ดีถึงความกร่างและเห็นแก่ตัวของเดชา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เขารับกรรมเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้น

สัตตบงกชรับหน้าที่สัมภาษณ์เดชาซึ่งตีหน้าเศร้าสวมบทเหยื่อสังคมผู้ถูกใส่ร้ายได้อย่างน่าหมั่นไส้ คิมเฝ้ามองทุกอย่างจากห้องควบคุมไฟด้วยแววตาโกรธจัด ก่อนจะร่ายอาคมสะกดจิตให้เดชาสารภาพทุกอย่าง และเพียงไม่กี่อึดใจนั่นเอง เจ้าของห้างดังก็เปลี่ยนท่าทีจากรู้สึกผิดเป็นแสยะยิ้มร้ายลำพองใจ

“ที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้...ผมแค่สร้างภาพให้พวกคนดูหน้าโง่สงสารเท่านั้น จริงๆผมมันเลวมาก ทั้งเลว ทั้งโลภ...อยากรู้ไหมว่าผมเลวยังไง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เดชาที่ถูกสะกดจิต ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรก็โดนอาคมวางยาสลบด้วย ทำให้ไม่สามารถขัดขวางหรือยับยั้งการให้สัมภาษณ์สารภาพความผิดทุกอย่างของเดชาได้ เดชาสารภาพทุกอย่าง ทั้งเรื่องขายของคุณภาพต่ำ โก่งราคาสินค้า ทีมงานต่างมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่สัตตบงกชจะเป็นฝ่ายได้สติ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบเพื่อถามย้ำ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคุณเดชาจะใช้วิธีนี้”

“ผมเลวไหมล่ะ ทั้งเลว ทั้งโลภ แต่ก็ช่วยไม่ได้... ลูกค้าโง่เอง ผมก็ต้องโกยให้เต็มที่ เรื่องอะไรจะทิ้งเงินตั้งเยอะ”

“แล้วเรื่องอุบัติเหตุล่ะคะ”

“ผมก็เอาเงินฟาดหัว ขู่ให้เงียบ เอาลูกน้องไปเฝ้า เด็กกับยายแก่จนๆจะสู้นายเดชาที่มีเงินเป็นพันๆล้านได้ไง”

นอกจากนี้เดชายังสารภาพเรื่องตนใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหารายการเพื่อแก้ต่างให้ตัวเองด้วย คิมสะใจมากและพยายามร่ายคาถาให้เขาเล่าเรื่องทรงพล แต่ก็ไม่ทันการณ์ ทีเกื้อสงสัยว่าเจ้าของห้างดังจะถูกสะกดจิตเลยตามร่องรอยไปจนเจอต้นตอที่ห้องควบคุมไฟ!

คิมจำต้องพักเรื่องทรงพลไว้และทำให้เดชาหมดสติ ส่วนตัวเองรีบหนี แต่ก็ถูกทีเกื้อกับนภตามไปดักหน้าดักหลัง จนต้องใช้ผงพรางตาช่วยให้หนีรอดไปได้ แต่โชคก็ไม่เข้าข้างคิมนัก เมื่อจู่ๆเอื้อกานต์ก็โผล่มาขวาง คุณหมอสาวเห็นหน้ากากในมือคิมก็ถึงกับพูดไม่ออก รู้โดยไม่ต้องถามว่าเขาก็คือชายสวมหน้ากากที่ทุกคนตามหา

คิมไม่มีทางเลือกต้องสะกดจิตคุณหมอสาวเพื่อเอาตัวรอด แต่ที่เขาไม่รู้คือ...อาคมของเขายังไม่แข็งแรง และเอื้อกานต์ก็จิตแข็งมาก ที่เขาหนีรอดไปได้ก็เพราะเธอยอมให้สะกดจิตเท่านั้น

ทีเกื้อเจ็บใจมากที่คลาดกับชายสวมหน้ากากอีกครั้ง เขากับนภรีบไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่มีร่องรอยอะไร เพราะฮันเตอร์ทำลายภาพทั้งหมดเพื่อช่วยศิษย์เอกเรียบร้อยแล้ว...

แม้จะรอดจากการถูกสะกดจิต แต่เดชาก็ต้องแค้นแทบกระอักเมื่อรู้ความจริงจากทีมงานว่าตนสารภาพทุกอย่างในรายการหมดแล้ว สัตตบงกชกับธีรภูมิเฝ้ามองเจ้าของห้างดังโวยวายด้วยความสมเพช ถอนใจหน่ายๆ

“คงยังทำใจไม่ได้ค่ะ”

“ใครจะทำใจได้ ทำเรื่องน่าอาย แฉตัวเองไปซะขนาดนั้น”

“ทีตอนทำเรื่องเลวๆไม่เห็นจะอาย”

“แอบสะใจเหมือนกันนะ โชคดีที่คนร้ายมาช่วย”

“นั่นสิคะ...บางทีคนเลวๆพวกนี้คงต้องให้คนร้ายจัดการ ดูสิ...ทั้งกฎหมาย ทั้งสื่ออย่างพวกเรายังทำอะไรไม่ได้”

ทีเกื้อผ่านมาได้ยินก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องโผล่ไปแขวะอดีตคนรัก

“แต่คนร้ายยังไงก็ทำผิดอยู่ดี”

“ฉันว่าบางทีให้โจรจัดการโจรด้วยกันอาจจะดีกว่าให้ตำรวจจัดการ ตำรวจอย่างคุณจะได้ไม่ต้องทำอะไร”

“ไหนว่าจะช่วยจับคนร้าย แต่ก็เข้าข้างคนร้าย”

“ฉันก็แค่พูดไปตามความจริง”

ธีรภูมิมองหน้าน้องชายกับคู่หมั้นสาวงงๆ ไม่รู้ว่าสองคนไปสนิทสนมขนาดต่อปากต่อคำได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดมาก เห็นเป็นเรื่องดีอีกต่างหากที่คนในครอบครัวจะช่วยเหลือกัน

ooooooo

เหตุการณ์พลิกผันที่สถานี เดชาสารภาพความจริง แทนที่จะแก้ต่างให้ตัวเอง กลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศในวันเดียวกัน กว่าธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรจะฟื้น เรื่องราวทุกอย่างก็แพร่กระจายจนเกินระงับแล้ว

ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรเครียดมาก กลัวความลับจากอดีตที่เดชาเป็นผู้กุมไว้จะถูกแฉ เพราะเหตุการณ์กลับตาลปัตร ต่างจากธีรภูมิกับสัตตบงกชที่สะใจมาก ส่วนทีเกื้อก็ต้องจมกับความแค้นใจเพราะคลาดกับคนร้ายอีกรอบ แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาหาทางจะจับชายสวมหน้ากากให้ได้ในครั้งต่อไป

เอื้อกานต์ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้าง มัวตื่นตะลึงกับความจริงเรื่องคิมคือชายสวมหน้ากากจนทำตัวไม่ถูก คิมก็มีอาการไม่ต่างกัน แต่เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าคุณหมอสาวจะรู้เรื่องทั้งหมดจริงหรือไม่

ฮันเตอร์ดูจะสาแก่ใจกว่าใครทั้งหมด เพราะนอกจากเดชาจะโดนเล่นงานแล้ว คิมศิษย์เอกก็ต้องจนด้วยเหตุผลและหนทาง อาจต้องใช้อาคมอย่างเดิมเพราะแผนแฉออกสื่อดูจะไม่ค่อยราบรื่นและเขาก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว เวลาที่สัญญากับฮันเตอร์ใกล้หมดลงทุกที คิมหนักใจมากแต่กังวลเรื่องเอื้อกานต์จะรู้ถึงตัวตนแท้จริงของเขามากกว่า เลยตัดสินใจหยั่งเชิงท่าทีของเธอในเช้าวันต่อมา

เอื้อกานต์ทำหน้าไม่ถูก ไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่ก็ถูกคิมตามไปดักหน้า คุณหมอสาวพอเดาได้ว่าเขาคงร้อนตัว เลยแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็ไม่วายพูดเรื่องเดชา

“เมื่อวานคนร้ายสะกดจิตเดชาให้สารภาพผิด”

“ผมเห็นข่าวแล้ว”

“ฉันกลัวว่าคนร้ายจะทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้อีก ถ้าเขาหยุดแค่นี้ก็โอเค คุณเดชาก็ได้บทเรียนแล้ว...ลึกๆฉันยังเชื่อในตัวเขาอยู่ เขาเคยช่วยฉัน ช่วยใครตั้งหลายคน แต่ถ้าตอนนี้มีเรื่องร้ายๆตามมาอีกฉันคงจะผิดหวังน่าดู”

“หมอจะไปผิดหวังทำไม ไม่ใช่เรื่องของหมอซะหน่อย”

จบคำก็ตัดบทชวนเธอไปกินข้าว เอื้อกานต์เซ็งมากแต่ก็ไม่ละความพยายามจะสืบเรื่องตัวตนของเขา

“ฉันก็ทำงานกับคุณมาสักพักแล้ว แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องของคุณเลย”

“เรื่องผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”

“ทำไมจะไม่น่าสนใจ...ชีวิตนักข่าวน่าสนใจออก แล้วที่บ้านคุณไม่ว่าเหรอ...ต้องมาทำอะไรเสี่ยงๆ”

“พ่อแม่ผมท่านเสียแล้ว...ผมตัวคนเดียว”

น้ำเสียงเศร้าๆของเขาทำให้เอื้อกานต์รู้สึกผิด แต่กระนั้นก็พยายามอ่านใจเขาไม่เลิก คิมซึ่งอาคมฟื้นตัวบ้างแล้วเพราะฝึกหนัก ได้ยินเสียงในใจเธอแบบขาดๆหายๆ แต่ก็พอจับใจความได้ว่าเธอต้องการอะไร

คิมบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็น ไม่อยากให้เธอรู้ความจริงเพราะไม่อยากให้เธอกับตนเสียใจไปมากกว่านี้ แต่ท่าทีของเอื้อกานต์ที่ทำท่าเหมือนน้อยใจก็ทำให้เขาเกือบใจอ่อน ถ้านภจะไม่โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน!

ooooooo

ท่าทีสนิทสนมระหว่างเอื้อกานต์กับนภทำให้คิมหงุดหงิด แต่ก็ต้องเก็บอาการ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่หัวเสียเพราะแผนจับตัวชายสวมหน้ากากพังไม่เป็นท่าทุกรอบ

สัตตบงกชผ่านมาเห็นเขาที่ต้องมาเฝ้าธีรนัฐตามหน้าที่ ก็อดไม่ได้จะถามไถ่และปลอบใจด้วยความเป็นห่วง

“ไม่แปลกหรอกที่คุณจะแพ้คนร้าย เพราะคนร้ายของคุณอยู่ในที่มืด ส่วนคุณอยู่ในที่แจ้ง คนร้ายเห็นความเคลื่อนไหวของคุณตลอดก็ต้องได้เปรียบอยู่แล้ว”

“ฟังดูมีเหตุผลนะ”

“ที่สำคัญคนร้ายมีวิชาอาคมเก่งกล้า ส่วนคุณทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง คุณจับทางได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว”

“ก็จริงของคุณ...ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”

คำว่าเพื่อนกันของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อธีรภูมิโผล่หน้ามา เขาเลยเลือกปลีกตัวไปหาธีรนัฐเพื่ออารักขาตามหน้าที่เหมือนเคย

ธีรนัฐเห็นท่าทางซึมๆของลูกชายคนเล็กก็อดไม่ได้จะชวนคุย

“ใกล้จะถึงวันครบรอบที่จะทำบุญให้แม่เราแล้วใช่ไหม ปีนี้พ่อว่าจะไปกับเราด้วย”

“ท่านจะมีเวลาเหรอครับ ปล่อยให้ผมกับเอื้อจัดการเองดีกว่าครับ”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้...พ่อมีเวลาเสมอแหละ แต่เราไม่เคยเปิดโอกาสให้พ่อได้ทำหน้าที่นี้เลยต่างหาก”

“ท่านทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับพี่ภูมิ ทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับคุณหญิงแค่นี้ก็พอแล้วครับ”

“แต่ว่าพ่อ...”

“ผมว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยนะครับ”

ทีเกื้อตัดบทแล้วผละไป ทิ้งให้ธีรนัฐมองมาด้วยแววตาเศร้าๆ เสียใจที่ลูกชายคนเล็กไม่เคยเปิดใจให้...

ข่าวฉาวของเดชาทำให้ผู้คนตาสว่าง แห่กันช่วยเหลือบุญลือจนกลายเป็นกระแสในชั่วข้ามคืน ศักดิ์ชายก็มีส่วนด้วย เขามอบเงินบริจาคให้ครอบครัวบุญลือ ช่วยเหลือทุกอย่างจนทุกฝ่ายพอใจ

คิมสะใจมากที่เห็นความตกต่ำของเดชาเพราะถูกผู้คนประณาม และอดปลื้มแทนครอบครัวบุญลือไม่ได้ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตายื่นมือให้ความช่วยเหลือ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็ดีใจที่มีส่วนช่วยตีแผ่ความจริงเรื่องนี้ แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องคาใจเกี่ยวกับทรงพลที่ธีรนัฐ คุณหญิงอัปสร และเดชาเหมือนจะมีความลับ!

ความลับจากอดีตกลายเป็นเครื่องมือต่อรองของเดชาอีกครั้ง เมื่อเขาแค้นใจเรื่องถูกแฉออกสื่อจนต้องเรียกตัวคุณหญิงอัปสรมาขู่ให้จัดการแก้ข่าวอีกรอบ แลกกับการกุมความลับนั้นต่อไป

“จะให้ฉันลงข่าวใส่ร้ายคนร้ายเนี่ยนะ ฉันทำตามที่คุณสั่งไม่ได้หรอก เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าคน จะให้เขียนว่าเขาฆ่าได้ยังไง หลักฐานอะไรก็ไม่มี”

“ถ้าคุณหญิงไม่ช่วยผม ไม่จัดการเรื่องนี้ให้ผม ผมจะแฉเรื่องชั่วๆของสถานีให้หมดเลย!”

ooooooo

คุณหญิงอัปสรไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามที่เดชาขอ เปิดแถลงข่าวให้เดชาโยนความผิดทุกอย่างให้ชายสวมหน้ากาก ธีรภูมิพยายามคัดค้าน แต่ก็ขัดแม่ไม่ได้เพราะเธอบอกว่าเป็นคำสั่งในฐานะผู้บริหารและเจ้าของสถานีการแถลงข่าวของเดชากลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง คิมนั่งดูด้วยสีหน้าสงบ ต่างจากแดนที่เป็นเดือดเป็นร้อน

“รู้แล้วพี่ยังใจเย็นนั่งนิ่งแบบนี้อีกเหรอ”

“เขาก็พูดถูก...พี่ฆ่าคน เป็นฆาตกรจริงๆ”

พูดพลางมองหน้าจอ เห็นเดชาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาบอกว่าถูกสะกดจิตเลยพูดอะไรที่ไม่จริง

“ผมก็ไม่อยากใส่ร้ายใคร แต่ก็เป็นไปได้ว่ารายการต้องการสร้างกระแสเรียกเรตติ้ง ผมเลยตกเป็นเหยื่อ...เรื่องที่ผมพูดทุกอย่างไม่เป็นความจริง ผมมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย”

คิมยังไม่พูดอะไรเหมือนเคย ต่างจากแดนที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ยังกล้าโกหกหน้าด้านๆอีก ไม่มีใครเชื่อมันหรอก”

“เชื่อไม่เชื่อ ผลก็ไม่ต่างหรอก ยังไงกฎหมายก็ทำอะไรไอ้เดชาไม่ได้”

“ก็จริงของพี่ เวลาผ่านไปคนก็ลืม แล้วมันก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตสวยๆได้เหมือนเดิม”

“มันก็เป็นแบบนี้ทุกราย”

“ทำไมเราถึงไม่สามารถจัดการคนชั่วได้ซะที”

“บางทีวิธีแบบนี้อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่อาจารย์ว่าก็ได้”

“ถ้างั้นพี่จะกลับไปใช้อาคมเหมือนเดิมเหรอ”

“ก็อาจจะต้องเป็นแบบนั้น...”

การออกมาแถลงข่าวแก้ต่างให้ตัวเองของเดชา ไม่ได้ทำให้แค่คิมแค้นแทบกระอัก เอื้อกานต์ก็เป็นกังวลใจมาก กลัวคิมจะโมโหจนขาดสติและลงมือใช้อาคมอีกครั้ง ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็มีอาการไม่ต่างกัน แม้กระแสตอบรับรายการจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็บั่นทอนศักดิ์ศรีทั้งสองในฐานะสื่อมวลชนมากจนแทบไม่อยากเจอหน้าใคร

แต่คนที่เลือกจะตอบโต้เดชาอย่างจริงจังก็คือคิม เขาแฝงตัวเข้าไปในห้างของอีกฝ่ายเพื่อร่ายอาคมสั่งสอน แต่ไม่ทันลงมือ เอื้อกานต์ก็โผล่มาขัดจังหวะ

เอื้อกานต์เห็นคิมหน้าเสียก็แกล้งชวนกินข้าวกลบเกลื่อน คิมต้องยอมไปด้วยแบบไม่มีทางเลือกนัก ก่อนจะลอบถอนใจหนักหน่วงเมื่อเธอพูดถึงข่าวของเดชา

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าชายสวมหน้ากากคนนั้นจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคน...ไร้สาระ! วันนั้นเขายังมาสะกดจิตคุณเดชาให้เปิดเผยความจริงช่วยคนอยู่เลย”

คิมยิ้ม นึกยินดีที่เธอเข้าข้างและเข้าใจ และเอื้อกานต์ก็รู้ดีแต่ยังตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้

“จะว่าไปอย่างน้อยสิ่งที่เขาทำก็ได้ผลนะ ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อคำโกหก คำแก้ตัวของเดชาแล้ว ที่สำคัญทุกคนได้รู้เรื่องลุงบุญลือ ตอนนี้มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวลุงเต็มไปหมดเลย”

“แต่สุดท้าย...คนชั่วพวกนี้ก็เดินลอยหน้าลอยตาในสังคมได้เหมือนเดิม”

“แต่สักวันเขาก็จะได้รับกรรมของเขาเอง”

“แต่มันช้าเกินไป...ผมว่าสมควรแล้วที่คนร้ายจะทำของใส่คนพวกนี้ คงมีวิธีนี้อย่างเดียวที่จะหยุดคนพวกนั้นได้!”

ooooooo

อ่านละคร อาคม ตอนที่ 5 วันที่ 14 มิ.ย.60

ละครเรื่อง อาคม บทประพันธ์โดย ชลนิล
ละครเรื่อง อาคม บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครเรื่อง อาคม กำกับการแสดงโดย ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครเรื่อง อาคม ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง อาคม ควบคุมการผลิตโดย ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ละครเรื่อง อาคม ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง อาคม ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ